อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 153

    เจ้านางดาราสายเล่าความผิดปกติของเจ้าภูแสนให้เจ้าหลวงอดิศักดิ์ฟังแต่คนเล่ากลับไม่รู้สึกไม่มีอะไรผิดปกติเพราะผู้ชายส่วนใหญ่ก็เข้าป่าล่าสัตว์กันเป็นประจำอยู่แล้วแต่ด้วยความที่อยากจับผิดและเผื่อว่าพระราชบิดาของตนจะพบพิรุธอันใด เจ้านางดาราสายจึงเล่าสิ่งที่เห็นว่าผิดปกติทั้งหมดให้พ่อของตนรับฟัง

                    “และที่ผิดสังเกตก็เห็นจะเป็นเรื่องการหายตัวไปของเจ้าภูแสนไม่รู้หายไปไหนได้หลายวันนัก การมาการไปก็ไร้ร่องรอย และหายไปบ่อยมากแทบจะไม่อยู่ติดวังเลยเจ้าพ่อลูกเคยถามก็ได้แต่บอกลูกว่าไปธุระต่างเมือง นี่ก็หายไปนานแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาเลยเจ้า” เจ้าหลวงอดิศักดิ์ได้ยินที่บุตรสาวคนเล็กของตนเล่าก็ชะงักตานิ่งขึงด้วยพบความมีพิรุธในสิ่งที่เจ้านางดาราสายเล่ามานั่นเอง

                    “ผิดปกติจริงๆ ด้วย!”เจ้าหลวงอดิศักดิ์รีบหันไปทางเจ้านางดาราสายอย่างรวดเร็ว

                    “พ่อคิดว่าพ่อคงต้องอยู่ที่คุ้มเชียงภูแสนอีกสักพักพ่อจะรอดูว่าอีกกี่วันเจ้าภูแสนจะกลับคุ้ม! กลับมาด้วยวิธีใด และกลับมากับใคร?ส่วนเจ้า...” เจ้าหลวงอดิศักดิ์หันมาทางเจ้านางสายบัวทิพย์

                    “ไปหาว่านนางโอสถต้มให้เดือดแล้วใส่เลือดหมาดำลงไป ก่อนกินให้บริกรรมคาถาพิษพินาศา ที่หมอธรรมส่าออเคยสอนให้เสียก่อนโอสถนั่นจะช่วยให้เจ้าหายแสบร้อน น่าจะไม่เกินสามวัน” แม้จะเป็นลูกชังแต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกทางสายเลือดของตัวเองกึ่งหนึ่ง ใยจะอดห่วงมิได้เล่าแต่เจ้านางสายบัวทิพย์กลับรู้สึกอิดหนาระอาใจ เพราะต้องทนกับความปวดแสบปวดร้อนเช่นนี้ตั้งสามวันเทียวหรือมันคือตะกรุดอะไรกันแน่ ทำไมพิษสงแสนอานุภาพถึงเพียงนี้

                    ข้างฝ่ายของอวยชัยก็ได้นำเรื่องนี้ไปบอกเล่าให้กับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ได้รับรู้โหรหลวงผู้สุขุมหลับตาฟังนิ่งและได้ตระหนักแก่ใจว่าจะช้าไม่ได้เสียแล้วแม้ตอนนี้ยังจับกระแสปีศาจอสูรกายดำไม่ได้ หากแต่สังหรณ์ของหนานเมืองอินทร์บอกว่ามันใกล้ตัวเข้ามาทุกทีแล้ว รอท่าแต่ว่าเจ้าภูแสนกลับมาพร้อมอลินตาเมื่อไหร่คงได้เปิดศึกครั้งใหญ่ที่เมืองเชียงภูแสนนี้เป็นแน่อวยชัยเห็นโหรหลวงหนานเมืองอินทร์นิ่งไปนานก็เอ่ยถามขึ้น

                    “เป็นอย่างที่ข้าเจ้าสันนิษฐานใช่ไหมท่านโหรหลวง?”หนานเมืองอินทร์ลืมตาช้าๆ

                    “ถึงเจ้าไม่สันนิษฐานก็ต้องเป็นเช่นนั้นคนที่คุ้มบัวทิพย์เลี้ยงผีอย่างแน่นอน!” อวยชัยได้ยินก็ตกตะลึงไม่น้อย

                    “แสดงว่าคืนนั้นคนที่มุ่งจะทำร้ายข้าเจ้าก็คือเจ้านางสายบัวทิพย์!”โหรหลวงหนานเมืองอินทร์ยิ้มละไมแต่แฝงด้วยเลศนัยเพราะโหรหลวงหนานเมืองอินทร์พอจะสัมผัสได้ระแคะระคายบ้างแล้ว

                    “อาจจะไม่ใช่เจ้านางสายบัวทิพย์โดยตรงก็ได้”องครักษ์หนุ่มนามว่าอวยชัยขมวดคิ้วสงสัยในคำพูดของโหรหลวงซึ่งโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ก็รู้ว่าอีกฝ่ายสงสัยคำพูดตนจึงได้ขยายความต่อ

                    “เมื่อช่วงกลางวันไม่ได้มีแค่เจ้านางสายบัวทิพย์ที่สนใจตะกรุดในคอเจ้ามิใช่รึ?” คราวนี้อวยชัยหันพรึ่บทันที รีบพูดทันควัน

                    “เจ้าหลวงอดิศักดิ์!!!”  เจ้าหลวงอดิศักดิ์มาเมืองเชียงภูแสนด้วยเหตุอันใดคิดจะทำอะไรกันแน่..

                     ในขณะที่อดีตภพกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลและข้อสงสัยของผู้ที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับปีศาจอสูรกายดำณ เวลาเดียวกันแต่คนละห้วงกาล เมืองใต้บาดาลอันลึกลับและเย็นเฉียบอลินตาก็กำลังปะติดปะต่อเรื่องราวที่จะนำไปสู่การกำจัดปีศาจอสูรกายดำ แต่ทว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังหาวิธีเพื่อกำจัดมันปีศาจอสูรกายดำก็กำลังรุดหน้ารวมร่างคืนเช่นกัน!

                    กลางดึกคืนเดียวกันนั้นปลายนภาที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเนื่องจากปีศาจอสูรกายดำใช้ร่างของเธอบริกรรมคาถาเพื่อติดต่อกับร่างของมันอีกภาคหนึ่งในภพอดีตด้วยความคร่ำเคร่งและงวดใกล้ร่างอีกร่างหนึ่งของมันเข้ามาทุกทีจังหวะนั้น เจ้าปีศาจอสูรกายดำก็ลืมตาขึ้น ดวงตาแดงเถือก ราวถ่านไฟมันเงยหน้าทำจมูกฟุดฟิดเหมือนสูดกลิ่นอะไรบางอย่างก่อนจะพึมพำออกมา

                    “ข้าได้กลิ่นอายของข้าอีกครึ่งหนึ่งแล้ว มันอยู่ในภพที่ไม่ไกล อะไรกัน แค่ร้อยกว่าปีนี้เองรึที่แบ่งภาคไปซ่อนไว้”จากนั้นปีศาจร้ายตนนี้ก็หลับตาลงอีกครั้งเพื่อเร่งติดต่อกับร่างที่อยู่ในภพอดีตซึ่งร่างนั้นแฝงเร้นอยู่ในเมืองเชียงภูแสน

                    แต่ก่อนที่มันจะได้บริกรรมคาถาอะไรไปมากกว่านั้นพลันร่างของปลายนภาก็หงายผึ่งเป็นลมไปเสียก่อนเนื่องจากว่าปีศาจอสูรกายดำ ใช้ร่างกายหยาบนี้คร่ำเคร่งอยู่กับการตามหาตัวเองอีกครึ่งหนึ่งทำให้ปลายนภาไม่ได้กิน ไม่ได้นอนมาเกือบสองวันแล้ว ร่างกายจึงได้ร่อแร่เต็มทนปีศาจอสูรกายดำเห็นดังนั้นก็ขัดใจและจำต้องออกจากร่างมายืนเด่นอยู่หน้าประตูห้องนอน ก่อนสบถกับตัวเอง

                    “เฮอะ! พวกมนุษย์ ช่างอ่อนแอซะจริง”พูดแล้วก็เดินออกจากห้องพร้อมกันนั้นร่างของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นร่างของเจ้าของบ้านคือปลายนภามันลงเดินไปหยิบขวดนมในตู้เย็นก่อนจะเดินกลับเข้าห้องแล้วกลายร่างเป็นปีศาจร้ายดังเดิมก่อนจะพุ่งพรวดเข้าร่างของปลายนภาแล้วดื่มนมในขวดนั้นจนหมด จากนั้นก็เดินไปยังเตียงขนาดใหญ่แล้วเอนตัวลงนอน เมื่อปลายนภานอนบนเตียงแล้วปีศาจร้ายตนนั้นก็ลุกพรวดจากร่างของปลายนภา ลอยพุ่งออกทางหน้าต่างไปยืนอยู่หน้าเฮือนทอผ้านิ่งนานมันเพ่งสายตาฝ่าความมืดเข้าไป แต่ไม่พบกลิ่นอายแห่งความผิดปกติใดๆ

                    “ตระกูลของนังดารารายจะเก่งกว่าข้าไปได้อย่างไร ข้าจะกินมันให้สิ้นซากโดยเฉพาะนังอลินตา!” ทางด้านอลินตาที่ถูกศัตรูตัวฉกาจพูดพาดพิงเมื่อครู่นี้ก็ถึงกับจามออกมาปู่นาคเห็นก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงทันที

                    “เป็นหวัดรึไงข้าบอกเจ้าแล้วว่าไม่ควรมาดึกๆ ความชื้นและความเย็นมันเยอะกว่าตอนกลางวันนัก”น้ำเสียงดูเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด อลินตารีบยกมือห้ามพลางส่ายศีรษะ

                    “สงสัยว่าจะมีคนนินทาอลินมากกว่าค่ะปู่”อลินตาพูดอย่างไม่ยี่หระ เจ้าตัวไม่ได้สนใจสักนิดว่าใครจะนินทาเพราะการนินทากาเลก็เหมือนเทน้ำทิ้งอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อลินตาสนใจมันมีประโยชน์กว่านั้นเยอะ

                    “เมื่อกี้ที่เจ้าถามข้าว่าทำไมปราถะหลานชายของข้าถึงได้ไปสถิตอยู่ในร่างของเจ้าภูแสน ข้าจะอธิบายก่อนว่าที่เจ้าถามมาแบบนั้น แสดงว่าเจ้ากำลังเข้าใจผิด!” อลินตาได้ยินก็โครงศีรษะอย่างใช้ความคิดพร้อมกันนั้นก็ยกสองเท้าขึ้นนั่งพับเพียบเรียบร้อยบนตั่ง เพราะถ้านั่งห้อยขานานๆหญิงสาวกลัวว่าจะเผลอนั่งไขว่ห้างเอาได้ นั่นคงจะไม่เหมาะสมทีเดียวที่จะนั่งแบบนั้นต่อหน้าพญานาคราชผู้เป็นใหญ่ในน่านน้ำทางภาคเหนือ

                     “ถ้าอลินเข้าใจผิดได้โปรดอธิบายให้เข้าใจได้ไหมคะว่าทำไมปราถะนาคราชจะต้องเข้าไปแฝงร่างเป็นเจ้าภูแสน” ปู่นาคยิ้มใจเย็นก่อนจะอธิบาย

                    “เจ้าภูแสนตายลงด้วยกรรมเก่าตัดรอนทั้งที่ตัวเองยังไม่หมดอายุขัย วิญญาณก็ต้องเร่ร่อน แต่เจ้าภูแสนคงไม่อยากเร่ร่อนอย่างไม่มีจุดมุ่งหมายจึงต้องหลบซ่อนอยู่กับร่างเก่าของตนหรือไม่ก็คงมีจุดประสงค์อื่นทำให้ไม่สามารถไปจากร่างดิมได้และการที่ปราถะนาคราชเข้าไปอยู่ในร่างเจ้าภูแสนนั้น ไม่ได้เรียกว่าสิงหรือยึดครองร่างผู้อื่นและไม่ได้เรียกว่าร่างแปลง หรือเรียกว่าแฝงร่าง แต่เรียกว่า...” พูดลากเสียงยาว เพราะปู่นาครู้ดีว่าอลินตากำลังตั้งใจฟัง

                    “เกิดใหม่... เกิดใหม่ในร่างของผู้อื่น!”อลินตาตาลุกวาวทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้ ปู่นาคยังคงอธิบายต่อเนื่อง

                    “พญานาคอย่างเราสามารถผุดเกิดได้อย่างรวดเร็วตามอำนาจบารมีที่มีการตายของปราถะนาคราชเป็นการตายแบบหมดอายุขัยแต่ด้วยบุญบารมีที่ปราถะนาคราชได้บำเพ็ญเอาไว้จึงทำให้เขาไปเกิดได้อย่างรวดเร็วในร่างที่มีความพร้อมทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องผ่านครรภ์มารดา และผ่านวัยเยาว์แต่การผุดเกิดแบบนี้ก็ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน ต้องเป็นร่างที่หมดอายุขัยพร้อมกัน และเคยมีบุญกรรมที่ทำร่วมกันมาและบุญกรรมที่ว่านั่นคือทั้งเจ้าภูแสนและปราถะนาคราชเคยเป็นพี่น้องกันมานับชาติไม่ถ้วน...” อลินตานั่งนิ่งหลังจากที่ได้คำตอบ...

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน