ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 62 ปรากฏกายาศักดิ์สิทธิ์ โกลาหลกำเนิดบัวสีเขียว!

            แววตาของมู่เสินฉวนเย็นชาไร้อารมณ์เขาไม่เอ่ยคำใด ฝ่ามือใหญ่ที่บีบรัดลำคอของอีกฝ่ายค่อยๆแผ่พวยพุ่งปราณโกลาหลอันเร้นลับออกมารัดร่างของสวีหยวนเอาไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อนได้

            "นี่... นี่มันอะไรกัน?"

            สวีหยวนพลันรู้สึกขวัญหนีดีฝ่อริมฝีปากซีดเผือด เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่ยากจะหยั่งถึงซึ่งอบอวลอยู่ในพลังอันเร้นลับที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ เพียงขยับเล็กน้อยเขาก็อาจดับสิ้นไปพร้อมกับรากฐานแห่งเต๋า

            จากนั้น มู่เสินฉวนก็ก้าวเท้ายาวๆตรงเข้าไปในโถงใหญ่

            "ที่แท้ก็คือเจ้า!"

            "เป็นข้าเองที่ตาบอดมองไม่เห็น"

            เจียงหวนอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อยเผยรอยยิ้มเปี่ยมเลศนัย เมื่อครู่จังหวะที่มู่เสินฉวนลงมือเขาก็เห็นทุกกระบวนท่าอย่างกระจ่างชัดเดิมทีเขาคิดว่าบุคคลข้างกายของจักรพรรดิของแคว้นอันกระจ้อยร่อยนั้นเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญไม่คาดคิดว่าจะมีพลังฝีมือถึงขั้นสามารถสะกดข่มสวีหยวนผู้ฝึกตนระดับธรรมกายขั้นห้าได้อย่างง่ายดาย

            "แต่ในเมื่อเจ้ากล้าลงมือเช่นนั้นคงเตรียมใจที่จะเป็นตั๊กแตนจับจั๊กจั่นกระมัง"

            "น่าสนใจไม่เลว"

            เจียงหวนอวี่มองมู่เสินฉวนด้วยความสนใจอยากรู้ยิ่งนักว่าเขามีสิ่งใดเป็นที่พึ่งพากันถึงได้มีความกล้าหาญเช่นนี้

            "จะสังหารเจ้า…ไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้"

            มู่เสินฉวนยิ้มเล็กน้อย ใบหน้ายังคงสงบนิ่งที่เขาลอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเพียงเพื่อต้องการใช้นิกายบูชาจันทร์เบี่ยงเบนความสนใจ ทว่าน่าเสียดายที่เหล่าผู้ฝึกตนแห่งนิกายบูชาจันทร์ถูกสังหารจนสิ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปจึงทำให้เขาไม่สามารถได้ตามที่วางแผนไว้ได้

            "ฮ่าๆ…ก็แค่กบในกะลาจากราชวงศ์อันกระจ้อยร่อยเท่านั้น"

            "ยังกล้าปากดีมาโอ้อวดต่อหน้าข้า!"

            สีหน้าของเจียงหวนอวี่พลันเย็นชาร่างกายพุ่งทะยานเข้าหาในชั่วพริบตาเขางอนิ้วทั้งห้าเป็นกรงเล็บห่อหุ้มด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์อันแหลมคมพุ่งเข้าใส่มู่เสินฉวน

            ฉัวะ!

            มู่เสินฉวนยืนนิ่งไม่ไหวติงเพียงยกมือขึ้นชกออกไปหนึ่งหมัด

            ตูม!

            ตูม!

            พลังกายที่น่าสะพรึงกลัวบดขยี้แสงศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นจนแหลกละเอียดพร้อมด้วยเสียงกระดูกลั่นดังระงม ใบหน้าอันงดงามของเจียงหวนอวี่บิดเบี้ยวทันทีเขาแผดเสียงกรีดร้องออกมา ก่อนจะถูกซัดกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้ง เลือดสีแดงฉานค่อยๆไหลซึมออกจากมุมปาก

            "เป็นไปได้อย่างไร?"

            "บุตรสวรรค์แห่งผู้สืบทอดถูกซัดกระเด็นด้วยหมัดเดียว!"

            "คนผู้นี้มีพลังฝึกตนระดับใดกันทำไมพลังจิตจึงไม่อาจหยั่งถึงได้ ราวกับมองเข้าไปในความโกลาหลว่างเปล่า!!"

            เหล่าผู้ฝึกตนของตระกูลเจียงจำนวนไม่น้อยล้วนตกตะลึงจนสีหน้าแปรเปลี่ยนพวกเขาไม่อาจเชื่อสายตาตนเองได้เจียงหวนอวี่นั้นคือบุตรสวรรค์ผู้สืบทอดแห่งตระกูลเจียงในสายตาของพวกเขาคือเทพเจ้าแห่งชัยชนะที่ไม่มีวันพ่ายแพ้แม้แต่การต่อสู้กับเหล่าบุตรธิดาศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์มากมายหรือสายเลือดโดยตรงของราชวงศ์โบราณ เขาก็ไม่เคยพ่ายแพ้อย่างน้อยที่สุดก็แค่เสมอกันเท่านั้นทว่าการปะทะกับบุคคลเบื้องหน้าไม่ถึงหนึ่งกระบวนท่าเขากลับถูกทำร้ายและพ่ายแพ้ง่ายดายเช่นนี้ นี่จะไม่ทำให้พวกเขาตกตะลึงได้อย่างไร?

            "ดีมาก!"

            "ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครแต่เจ้าได้ทำให้ข้าโกรจริงๆ แล้ว!"

            แววตาของเจียงหวนอวี่เยือกเย็นถึงขีดสุดหมัดเมื่อครู่สามารถทำให้กระดูกนิ้วมือของเขาแตกหักได้หลายส่วนจนได้รับบาดเจ็บสำหรับเขาผู้หยิ่งผยองแล้วนั้นการบาดเจ็บเช่นนี้ย่อมนับเป็นความอัปยศอย่างใหญ่หลวง

            ในชั่วพริบตาถัดมาเจียงหวนอวี่ก็คำรามด้วยความเกรี้ยวโกรธ พลังกายทะยานพุ่งสูงขึ้นเขาเลือกใช้กายาอิทธิฤทธิ์เทพธรรมกายอีกครั้ง พลัน!เงาร่างเทพเซียนก็ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ดูแน่นหนาขึ้นกว่าครั้งก่อนหลายส่วนพร้อมด้วยพลังอำนาจอันไร้เทียมทาน ในชั่วพริบตาแสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจรัสจำนวนนับไม่ถ้วนก็พวยพุ่งออกมา ปกคลุมฟ้าดินพุ่งเข้าโจมตีมู่เสินฉวน

            ฉัวะ!

            ฉัวะ!

            มู่เสินฉวนหรี่ตาลงเล็กน้อยย่อมรับรู้ได้ถึงพลังอำนาจอันไม่ธรรมดาที่แฝงอยู่ในนั้นพลังแห่งกายธรรมเยี่ยงนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งราวกับเป็นวิถีอมตะโบราณที่หยั่งรู้ได้จากการท่องจำคัมภีร์เซียนและก้าวสู่เส้นทางสู่สวรรค์ คนธรรมดาไม่อาจครอบครอง ไม่อาจหยั่งถึงเมื่อใดที่แปรเปลี่ยนเป็นวิถีอมตะอันสมบูรณ์ จะสามารถปราบปรามวิชาเต๋าไร้สิ้นสุดทว่ายามนี้...ยังไม่อาจเทียบได้!

            พลัน! อาภรณ์ของมู่เสินฉวนพลิ้วไหวเขาก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว และรวบรวมไอพลังขนาดมหึมาในทันทีท้องทะเลแห่งความโกลาหลสีดำสนิทลึกล้ำราวห้วงจักรวาลร่วงหล่นลงมาจากเก้าชั้นฟ้าพร้อมกับบัวเขียวสีมรกตที่ลอยขึ้นลงอยู่กลางเกลียวคลื่นอย่างน่าอัศจรรย์แผ่พวยพุ่งพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวไร้เทียมทานเข้าบดขยี้ธรรมกายแห่งเทพเซียน

            ตูม!

            ตูม!

            เสียงปะทะอันกึกก้องระเบิดขึ้นในความว่างเปล่าคลื่นพลังงอันรุนแรงกระจายออกกระทั่งเหล่าผู้ฝึกตนตระกูลเจียงระดับถ้ำสวรรค์ที่อยู่รายรอบบางส่วนต่างก็กระอักเลือดถอยร่นไปธรรมกายเทพเซียนนั้นยังไม่ทันต้านทานได้ถึงสองลมหายใจก็แหลกสลายกลายเป็นดวงแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วน ระเบิดหายไปในอากาศ

            "พรู๊ด!"

            อาภรณ์สีขาวของเจียงหวนอวี่เปรอะเปื้อนโลหิตเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกครั้ง เขาจ้องมองปรากฏการณ์เหนือฟากฟ้าด้วยสีหน้าตกตะลึงกล่าวออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            "บัวเขียวผลิบานกลางความโกลาหล!"

            "เจ้า…เจ้าเป็นกายาศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ!"

            เหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ทุกคนล้วนคาดไม่ถึงกายาศักดิ์สิทธิ์คือหนึ่งในกายกำเนิดขั้นสูงสุดของแคว้นตงฮวง มีพลังไร้เทียมทานเข้มแข็งดุจมังกรที่แท้จริง ยามบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์สามารถเทียบเคียงกับจักรพรรดิโบราณได้เลยทีเดียวล่วงเลยมาหลายพันปีแล้วที่ไม่เคยปรากฏสู่สายตาของผู้คน ไม่คาดคิดว่าวันนี้ ณดินแดนอันรกร้างแห่งนี้พวกเขาจะได้ประจักษ์แก่สายตาตนเองกับกายาศักดิ์สิทธิ์อันเป็นตำนาน!

            ผู้ฝึกตนตระกูลเจียงจำนวนไม่น้อยลุกขึ้นยืนสีหน้าของพวกเขากลับกลายเป็นเคร่งขรึมอกายาศักดิ์สิทธิ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้ไร้เทียมทานในระดับเดียวกันมีพลังการต่อสู้ระดับสูงสุดบัดนี้พวกเขาถือว่ามู่เสินฉวนเป็นคู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกับท่านบุตรสวรรค์แล้ว!

            "กายาศักดิ์สิทธิ์ระดับธรรมกายขั้นสาม!"

            "เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจนัก!"

            "รอให้ข้าสังหารเจ้าแล้วอาบโลหิตศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าในครั้งก่อนก่อนเถอะ!"

            เจียงหวนอวี่สงบจิตใจอย่างรวดเร็วเจตจำนงในการต่อสู้ของเขายังคงน่าทึ่ง ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏเลยแม้แต่น้อยเขาร่ายอาคมซับซ้อนด้วยสองมือ พลังกายพลันพุ่งทะยานขึ้นไม่หยุดหวังจะใช้คัมภีร์โบราณแห่งอิทธิฤทธิ์!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน