วันแห่งกลียุคที่แท้จริงก็มาถึง เขตแดนกฎเกณฑ์ขวางกั้น ของทั้งสองฟ้าดินเริ่มพังทลาย เสียงท้องฟ้าแตกร้าวเป็นทางยาวดังออกไปไกล แม้แต่ประชาชนที่อยู่ห่างไกลหลายร้อยลี้ยังได้ยินเสียงกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่แตกสลาย ก่อนที่ทั้ง2ดินแดนจะผสานรวมกันเป็นหนึ่ง รอบๆ สวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาลที่อยู่ทางเหนือสุด ที่เป็นรอยต่อเขตแดนถึงกับสั่นไหวอย่างรุนแรงฟ้าดินล่มสลายพังทลายไม่มีชิ้นดี ทั้งสองดินแดนไร้กฎเกณฑ์ขวางกั้นอีกต่อไป
ทันที ที่สวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาลถูกผสานรวมกันเป็นหนึ่งกับดินแดนจันทราทมิฬ สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็มาเยือน ฝูงชนที่มองดูบนท้องฟ้าจดจำได้ทันที มันเคยมีข่าวลือเรื่องนี้มาก่อนเคยมีคนพบเจอมังกรโกลาหลในสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาล เมื่อ2ปีก่อน แต่บัดนี้มันกลับบินทะยานมาเยือนยัง ดินแดนร้อยแคว้นพุ่งตรงไปยังใจกลาง ดินแดนร้อยแคว้นอย่างรวดเร็ว
ตัวของมังกรโกลาหล ใหญ่เป็นอย่างมากเพียงมันบินผ่านก็บดบังแสงจันทร์จนมืดมิด ที่หลังของมันแบกโลงศพไว้ ความยาวของตัวมันยาวถึงหนึ่งลี้ ลำตัวเต็มไปด้วยหมอกควันแห่งความตาย คล้ายกับมังกรแห่งหายนะ ที่ที่มันบินผ่านรอบด้านไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต รอบๆ แห้งเหี่ยวทันที ประชาชนนับหมื่นร่างแตกสลายหายไปทันทีที่มันบินผ่าน ฝูงชนต่างใจสั่นสะท้านนั้นมันขั้นพลังอะไรกันแน่ แม้แต่ขั้นพลังเทวะที่มีอยู่อันน้อยนิด เข้ามาขัดขวาง ยังร่างแตกดับในพริบตา
ฝูงชนที่เห็นต่างใจสั่นสะท้านราวกับวันสิ้นโลกมาเยือนไม่มีใครคาดคิดจะมี อสูรร้ายเฉกเช่นนี้อยู่บนโลกแห่งนี้ด้วย ทุกทุกที่ที่มันบินผ่านเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายลอยคลุ้ง ประชาชนนับหมื่นร่างแตกสลายหายไปในพริบตา ไม่มีแม้แต่โอกาสได้หลบหนี
มังกรโกลาหลพุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่งเสียงมังกรคำรามดังก้องฟ้า แผ่นดินรอบด้านสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับโลกจะแตกสลาย รอบทิศพังพินาศผู้คนล้มตายเป็นผักปลา เพียงแค่สบตากับมังกรโกลาหล ร่างก็ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดในทันที
มังกรโกลาหลพุ่งเข้าไปใจกลางดินแดนร้อยแคว้นอย่างบ้าคลั่งเหมือนมันค้นหาบางอย่างอยู่ ทันที ที่มังกรโกลาหลเห็นประตูสีทองที่รอยเด่นอยู่เหนือแคว้นพยัคฆ์ มันพุ่งทะยานเข้าไปหาประตูสีทองนั้นทันที
แต่มังกรโกลาหลก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นท้องฟ้ารอบๆ บิดเบี้ยว ก่อนจะมีชายชราเดินออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่า เฝ้าอยู่หน้าประตูสีทอง ถ้าอี้เฉินอยู่ที่นี่ต้องจดจำชายชราผู้นี้ได้เป็นแน่เขาคือชายชราที่อี้เฉินเจอภายในป่าไร้สิ้นสุด ถึงชายชราจะดูแก่ชราเป็นอย่างมากแต่ไม่สามารถคาดเดา ขั้นพลังได้แม้แต่น้อย ชายชราผู้นี้เหมือนอยู่มาหลายยุคสมัย เป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้อย่างแท้จริง
จอมยุทธ์ที่อยู่รอบๆ รีบอพยพถอยหนีไปโดยไวพวกเขาต่างรู้ดีอีกไม่นานทั้งสองจะต้องปะทะกันครั้งใหญ่อย่างแน่นอน หลายคนต่างคาดเดาชายชราคนนี้ น่าจะเป็นผู้ปกป้องดินแดนร้อยแคว้นที่เหล่าผู้อาวุโสชราเคยพูดถึง พวกเขาเองก็ไม่อาจคาดเดาชายชราผู้นี้จะหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่
ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่ดังออกไปทั่วฟ้าดิน "เจ้ากลับไปเสีย ตราบใดที่ข้ายังอยู่คุ้มกันประตูสีทอง เจ้าไม่มีทางได้เข้าไป"
มังกรโกลาหลคำรามออกมา ก้องฟ้าด้วยความเดือดดาล ปฐพีรอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง "เจ้าก็เป็นแค่เพียงหยดเลือดเพียงไม่กี่หยดของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นจะทนกักขังข้า ได้นานอีกกี่ปีกันเชียว"
ก่อนที่มังกรโกลาหลจะ ปลดปล่อยปราณพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง สร้างดาบใหญ่นับสิบเล่มพุ่งตกลงมาใส่ชายชราในทันที ดาบที่ถูกสร้างจากปราณพลังขึ้นมาไม่ใช้แค่ปราณพลังอีกต่อไปมันสมจริงเป็นอย่างมาก แม้แต่ท้องฟ้ายังถูกผ่าแยกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะมีดาบขนาดใหญ่บดบังฟ้าดิน พุ่งตกลงมา รอบๆ พังพินาศ ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตรอดอีกต่อไป แคว้นพยัคฆ์กว่าครึ่งถูกทำลายในพริบตา ประชาชนที่หนีไม่พ้น ล้วนตายตกไปนับหมื่นในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ชายชราไม่แม้แต่จะบาดเจ็บ เขาสงบนิ่งไร้ซึ่งโทสะแต่อย่างใด ด้านหลังของเขาถูกปกป้องไว้ไร้ซึ่งการถูกทำลาย ก่อนชายชราจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "จักรพรรดิแห่งความตาย เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับข้า เป็นเพียงจักรพรรดิที่ร่วงหล่น ถึงเจ้าจะไม่ตายแต่ก็สูญเสียขั้นพลังของจักรพรรดิไป หากเจ้าไม่ สังสารวัฏ (เกิดใหม่) ตัวเจ้าคงตายตกไปแล้วเช่นกัน"
มังกรโกลาหลได้ยิน ตัวมันถึงกับเดือดดาลบ้าคลั่ง ถึงตัวมันจะสังสารวัฏเกิดใหม่ แต่ก็สูญเสียพลังทั้งหมดไปกว่ามันจะนั่งบำเพ็ญเพียรจนกลับขึ้นมาอยู่ขั้นราชันสวรรค์ได้ใช้เวลาร่วม5000ปี มันไม่เคยคิดจักรพรรดิแห่งความตายอย่างมันจะมาตกต่ำยังดินแดนหลบซ่อนแห่งนี้
"เจ้าก็เป็นแค่หยดเลือดของเหล่า จักรพรรดิที่ร่วงหล่นสร้างขึ้นเพื่อกักขังข้าเท่านั้น ข้าเองก็อยากรู้เจ้าจะปกป้องดินแดนแห่งนี้ได้ซักกี่ปีกันเชียว"
ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เจ้าก็ลองดู ข้าเป็นผู้คุมกฎของดินแดนแห่งนี้ ถึงตัวข้าจะเป็นเพียงหยดเลือดของเหล่าจักรพรรดิไม่กี่หยดก็ตาม แต่เจ้าก็ไม่อาจต่อต้านข้าได้ในเวลานี้"
ชายชราตะโกนก้อง "กักขัง" โซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดินนับหมื่นนับแสนพุ่งตรึงร่างจักรพรรดิแห่งความตายไว้ทันที
ร่างมังกรโกลาหลที่โดนโซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดินบีบรัดร่างอย่างรุนแรง มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะมีเสียงโซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดินฉีกขาดไปบางส่วน เนื่องจากถูกปราณพลังความตายกัดกินจนเสื่อมสลาย
มังกรโกลาหลที่ดิ้นหลุดจากโซ่กฎเกณฑ์ฟ้าดิน ออกไปได้มันคำรามก้องอย่างบ้าคลั่ง ร่างของมันฉีกขาดไปหลายส่วน กลิ่นอายความตายลอยคละคลุ้ง ก่อนที่โลงศพที่หลังของมันแบกมาจะเปิดออกสู่สายตาผู้คน ร่างซากศพภายในโลงศพ ค่อยๆ ยันร่างขึ้นมา ก่อนเดินออกมายืนประจันหน้ากับชายชราตรงๆ
"เจ้ายังไม่ยอมถอยอีกงั้นหรือ จักรพรรดิแห่งความตาย"
ร่างซากศพยิ้มเยาะ ก่อนจะดูดกลืนมังกรโกลาหลเข้าไปในร่างของมัน ร่างซากศพค่อยๆ กลับมามีเนื้อหนังอีกครั้ง กลับกลายเป็นชายวัยกลางคนผอมแห้งเหมือนซากศพ ปลดปล่อยกลิ่นอายอำมหิตความตายออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสีดำสนิทดุจดั่ง รัตติกาล กายาปลดปล่อยเต๋าแห่งความตายสีดำรอยคละคลุ้ง
ก่อนที่จักรพรรดิแห่งความตายจะเอ่ยพูด "เจ้าจะขวางข้าได้อีกซักกี่ปีกันเชียว เหมือนว่าเลือดจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นที่สร้างเจ้าขึ้นมา จะถึงขีดจำกัดในอีกไม่กี่ปี ข้าไม่จำเป็นต้องลงมือตัวเจ้าก็จะสูญสลายหายไปไม่สามารถกักขังข้าได้อีกต่อไป แล้วนางแพศยาชิงหรั่งละนางตายแล้วงั้นหรือ ถึงกับกล้าสร้างดินแดนแห่งนี้เพื่อกักขังข้าไว้ ทำลายยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของข้าไว้ที่นี่"
ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ข้าเป็นเพียงผู้คุมกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่นี่ ไม่นึกเสียดายหากข้าต้องสูญสลาย เจ้าไปเสียหากไม่มีเลือดของชิงหรั่งประตูสีทองก็ไม่อาจเปิดได้"
"งั้นมาดูกันดินแดนที่เจ้าปกป้องจะยังคงอยู่หรือไม่ ข้าจะไม่ลงมือเพียงเฝ้าดูสงครามที่จะเกิดขึ้นจะเป็นเช่นไร" ก่อนที่จักรพรรดิแห่งความตายจะพุ่งหายออกไปดั่งควันสีดำ ตอนนี้เขาสังสารวัฏเกิดใหม่ จึงทำให้ขั้นพลังไม่ใช่จักรพรรดิอีกต่อไปต้องใช้เวลาอีกหลายพันปี กว่าเขาจะกลับมาสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ไม่คิดเพียงตัวเขาไล่ล่า นางแพศยาชิงหรั่งที่ขึ้นไปป่วนยังดินแดนจักรพรรดิจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของเขา หากตัวเขาไม่หลงในความงดงามของนางก็คงไม่มีจุดจบเช่นนี้ ตัวเขาแค้นเคืองชิงหรั่ง อย่างมากนางมาจากดินแดนเทพ ถึงตัวเขาจะสังหารจักรพรรดิดินแดนเบื้องล่างลงไปมากมาย ก็ไม่อาจกลบฝังความแค้นไปได้ เขามีแต่ต้อง กล้ำกลืนฝืนทนรับชะตากรรมนี้ไปให้ได้ หากเขาหลุดพ้นออกไปได้เขาสาบานดินแดนเทพจะถูกเขากวาดล้างในสักวันหนึ่ง
ชายชราเองก็ส่ายหัว ไม่ได้เอ่ยพูดคำใดอีกต่อไป ตัวเขาเดินเข้าไปในรอยแยกมิติทันทีก่อนจะสลายหายไปจากที่แห่งนี้ ตัวเขารู้ดีดินแดนหลบซ่อนแห่งนี้อีกไม่นานก็จะเสื่อมสลาย ปราณพลังฟ้าดินจะค่อยๆ สูญสลายไม่ใช่ดินแดนแห่งการบ่มเพาะอีกต่อไป จะกลายเป็นเพียงดินแดนรกร้างไร้ซึ่งปราณพลัง เหล่าเทพสวรรค์เบื้องบนดินแดนเทพ เองก็คงลงมาสำรวจมรดก ของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นเป็นแน่ หายนะที่แท้จริงก็จะมาเยือนยังทุกดินแดนที่อยู่ในโลกหลบซ่อน เหมือนกับปลาที่อยู่ในสระน้ำเล็กๆ รอคนมาเก็บเกี่ยว
ฝูงชนต่างโหร้องยินดีไม่คิดชายชราผู้ปกป้องดินแดนร้อยแคว้นจะสามารถหยุด มังกรโกลาหลไว้ได้
หลายคนดีใจไม่เท่าไหร่ก็ได้รับข่าวร้าย ดินแดนทางเหนือถูกต่างดินแดนกวาดล้างจนสิ้น หลายสิบแคว้นถูกจอมยุทธ์ต่างดินแดนรุกรานอย่างบ้าคลั่ง ประชาชนล้มตายไปเป็นแสนๆ สงครามใหญ่ได้ถูกจุดขึ้นในทันที ไม่มีใครคาดคิดต่างดินแดนจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้เพียงเวลาไม่นานก็กวาดล้างไปหลาย10แคว้นใหญ่ ทำให้หลายคนเสียขวัญไม่น้อย