ปัง!
กู่เฟิงััได้ถึงการข่มขวัญของเต๋า์ เขาซัดหมัดเข้าใส่ผนังูเาด้วยความโกรธเกรี้ยว ซัดจนเกิดรอยแยกลึกบนพื้นดินที่น่าตกตะลึงนับไม่ถ้วน ราวกับงูที่พุ่งออกจากโพรง ลุกลามออกไปทั่วทุกสารทิศ
"เ้ามีวิธีการอันใดก็งัดออกมาให้หมดเถิด ข้าไม่ได้โตมาเพราะถูกทำให้หวาดกลัวหรอกนะ!"
กู่เฟิงทั้งอ่อนเยาว์และโอหัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับโทสะแห่งเต๋า์ที่แม้แต่ราชันเซียนยังต้องหวาดผวา เขากลับไม่ยอมจำนน มิหนำซ้ำยังปลุกเร้าเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้นออกมา
แน่นอนว่า นอกเหนือจากความโกรธเกรี้ยวแล้ว เขายังเพิ่มความระแวดระวังตัวขึ้นมาด้วย
นับั้แ่ที่เต๋า์ได้ทิ้งคำสาปแห่งเต๋า์ลงบนกายาศักดิ์สิทธิ์า ก็มีผู้กายาศักดิ์สิทธิ์าแปดคนต้องตกตายด้วยคำสาปแห่งเต๋า์
เก้าคือจุดสูงสุด ในฐานะที่เขาเป็ผู้กายาศักดิ์สิทธิ์าคนที่เก้าที่ถูกเต๋า์สาปแช่ง เขาจึงแบกรับความหวังสุดท้ายในการผงาดขึ้นของกายาศักดิ์สิทธิ์าเอาไว้
หากเขาถูกคำสาปแห่งเต๋า์ลบเลือนไปอีกคน เช่นนั้นบนโลกใบนี้ก็คงจะไม่มีกายาศักดิ์สิทธิ์าอีกต่อไป กายาอันแข็งแกร่งที่สุดที่เคยความเป็ใหญ่ในสรวง์ยุคา จะต้องกลายเป็เพียงหน้าประวัติศาสตร์
จากนั้นกู่เฟิงก็เดินออกจากถ้ำ และมุ่งหน้าเดินทางไปยังทิศทางของเส้นทางิญญาต่อไป
ณ ป่าปีศาจ์ เสียงสัตว์ร้ายคำรามกึกก้องไปทั่วขุนเขา สั่นะเืจนแม่น้ำและเทือกเขาสั่นไหวไม่หยุดหย่อน
สัตว์ิญญาที่แข็งแกร่งซึ่งอาศัยอยู่ที่นี่ ค่อย ๆ ได้สติกลับมาจากความหวาดกลัวต่อโทสะแห่งเต๋า์ เสียงการเข่นฆ่าสังหารเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นอายอันป่าเถื่อนและดุร้ายได้กลับมาเติมเต็มในทุกซอกทุกมุมของป่าปีศาจ์อีกครั้ง
เป้าหมายของกู่เฟิงคือการไปเข้าร่วมเส้นทางิญญา ไม่ใช่การมาฝึกฝนในเขตหวงห้ามแห่งความตายอย่างป่าปีศาจ์แห่งนี้ ตลอดทางเขาซ่อนเร้นกลิ่นอาย เดินทางไปข้างหน้าอย่างไร้ร่องรอย ยิ่งก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวรบกวนน้อยเพียงใด เขาก็จะยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น
กู่เฟิงไม่รู้เลยว่า การเผชิญหน้าของตนเองกับเต๋า์ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อทั่วทั้งทวีปชิงซานมากเพียงใด
และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่า ผู้นำตระกูลกู่เมืองไป๋หลงกำลังเร่งรุดเข้ามาใกล้เขาอย่างรวดเร็ว
กู่ตงมีความคิดที่ละเอียดรอบคอบ เมื่อดูจากทิศทางที่กู่ต้าซานชี้ไป เขาก็สามารถคาดเดาได้อย่างรวดเร็วว่ากู่เฟิง้าจะเดินทางตัดผ่านป่าปีศาจ์เพื่อไปเข้าร่วมเส้นทางิญญา
เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนี้ การไล่ล่าสังหารกู่เฟิงของเขาก็ง่ายดายขึ้นมาก เพียงแค่ไล่ตามทิศทางของเส้นทางิญญาไปเรื่อย ๆ เขาจะต้องตามกู่เฟิงทันอย่างแน่นอน
"นี่น่าจะเป็กลิ่นอายของเขาแล้วล่ะ"
จิตสำนึกของกู่ตงสามารถดักจับกลิ่นอายอันแปลกหน้าของผู้ฝึกตนในอากาศได้ ดวงตาอันแหลมคมสาดประกายแสงเย็นเยียบออกมา
ตูม!
เขาเหยียบฝ่าเท้าลงบนพื้นดินอย่างแรง ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พุ่งทะยานออกไป โถมตัวเข้าสังหารกู่เฟิงด้วยความเร็วที่เพิ่มสูงขึ้น
ฟุ่บ ฟุ่บ...
ที่ด้านหลังของเขา กู่ต้าซานและคนอื่น ๆ กำลังเร่งฝีเท้าไล่ตามผู้นำตระกูลไปอย่างสุดกำลัง
กู่อวิ๋นที่ถูกทำร้ายจนาเ็ ก็เดินตามอยู่ในขบวนด้วยเช่นกัน ตลอดทางเขาเอาแต่นิ่งเงียบไม่ปริปากสีหน้ามืดครึ้ม ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าภายในใจของเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่
เพียงแต่สายตาดุร้ายที่เขาเหลือบมองไปยังกู่ต้าซานเป็ครั้งคราว ได้เปิดเผยให้เห็นถึงจิตสังหารอันเข้มข้นที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ภายในใจ เขาได้มองว่ากู่ต้าซานเป็ศัตรูที่ต้องสังหารให้จงได้ไปแล้ว
กู่ต้าซานไม่เพียงแต่ลงมือทำร้ายเขาต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่ยังเนรคุณตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น นำภัยพิบัติถึงชีวิตมาสู่ผู้มีพระคุณของตน ขอเพียงแค่มีโอกาส เขาจะต้องลงมือสังหารกู่ต้าซานเพื่อระบายความแค้นที่สุมอยู่ในอกให้จงได้!
"ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าเด็กเหลือขอ ข้าอยากจะรู้ยิ่งนักว่าเ้าจะหนีไปที่ใด!"
ทันใดนั้น ที่ด้านหน้าของกู่อวิ๋นก็มีเสียงหัวเราะด้วยความตื่นเต้นของกู่ตงดังขึ้น ทำให้ร่างกายอันกำยำของเขาสั่นสะท้าน ความรู้สึกตึงเครียดและกระวนกระวายใจพลุ่งพล่านขึ้นมาในพริบตา
"ผู้นำตระกูลไล่ตามเ้ากู่เฟิงทันแล้ว พวกเราก็รีบตามไปเร็วเข้า จะได้ไม่พลาดชมฉากเด็ด!"
กู่ต้าซานร้องะโด้วยความตื่นเต้น ราวกับได้เห็นภาพอันสวยหรูที่ผู้นำตระกูลสังหารกู่เฟิงและตนเองได้รับส่วนแบ่งรางวัลนำจับจากกู่เว่ยไปแล้ว
ส่วนเื่ที่กู่เฟิงสังหารกิ้งก่าั์มารและช่วยคลี่คลายวิกฤตความเป็ความตายให้กับพวกเขานั้น กู่ต้าซานได้โยนทิ้งไปไกลถึง์ชั้นเก้าตั้งนานแล้ว
ก่อนหน้านี้ หากไม่ใช่เพราะกู่เฟิงสังหารกิ้งก่าั์มาร รอจนกู่อวิ๋นถูกกิ้งก่าั์มารสังหารตาย กู่ต้าซานและคนอื่น ๆ ก็มีความเป็ไปได้ที่จะถูกกิ้งก่าั์มารไล่ตามทัน และต้องตายกันหมด
ทว่าน่าเสียดาย นอกจากกู่อวิ๋นที่ยังคงระลึกถึงบุญคุณของกู่เฟิงแล้ว คนอื่น ๆ ดูเหมือนจะลืมเลือนเื่นี้กันไปจนหมดสิ้น
ฟุ่บ ฟุ่บ!
ผู้ฝึกตนกลุ่มนี้ต่างพากันเร่งรุดไปยังสถานที่ที่กู่ตงและกู่เฟิงะเิศึกการต่อสู้ขึ้น ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป
ตูม!
ในตอนที่พวกเขาเดินทางมาถึง ก็เห็นกู่เฟิงรับหมัดของกู่ตงไปเต็ม ๆ จนถูกซัดกระเด็นถอยร่นกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า สภาพดูทุลักทุเลเป็อย่างมาก
ความแข็งแกร่งของกู่เฟิงนั้นด้อยกว่ากู่ตงอยู่มาก ต่อให้มีกระบี่ไท่เหอระดับห้าคอยช่วยเหลือ แต่การปะทะกันซึ่ง ๆ หน้านั้น กู่เฟิงก็ยังไม่ใช่คู่มือของกู่ตงอยู่ดี
"บัดซบ! เขาหาข้าพบได้อย่างไร?"
กู่เฟิงบ้วนฟองเืออกมาคำหนึ่ง คิดไม่ตกว่ากู่ตงจะค้นพบตำแหน่งของตนเอง
"กู่เฟิง วันนี้เ้าได้มาพบกับข้าผู้เป็ผู้นำตระกูล นับว่าถึงคราวเคราะห์ที่ยากจะหลบหนีพ้น หากยอมให้จับกุมแต่โดยดี ข้าอาจจะพิจารณาให้เ้าตายอย่างสงบสุขก็ได้!"
กู่ตงที่สวมชุดคลุมสีดำปลิวไสวไปตามแรงลม ปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังที่กดดันจนความว่างเปล่าปริแตก นำพาความหวาดหวั่นอย่างรุนแรงมาสู่กู่เฟิง
ทว่ากู่ตงที่ดูเหมือนจะไร้เทียมทานผู้นี้ ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง เขาใกับพลังการต่อสู้และพลังป้องกันอันน่าทึ่งของกู่เฟิง
เมื่อครู่นี้เขาปล่อยการโจมตีออกไปทั้งหมดสามครั้ง ครั้งแรกที่ลอบโจมตีถูกกู่เฟิง เดิมทีคิดว่าการโจมตีอันทรงพลังนี้จะสามารถสังหารผู้ฝึกตนในขอบเขตแก่นทองคำคนใดก็ได้อย่างง่ายดายในพริบตา แต่กลับทำให้กู่เฟิงได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
การโจมตีครั้งที่สองและครั้งที่สาม ดูเหมือนว่าเขาจะเป็ฝ่ายได้เปรียบอย่างสมบูรณ์แบบ แต่กู่เฟิงกลับสามารถรับมันเอาไว้ได้ทั้งหมด!
ต้องรู้ก่อนว่า เขาคือยอดฝีมือในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดเชียวนะ ตบะบารมีสูงกว่ากู่เฟิงที่อยู่ในขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลางถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่กว่า ๆ เหตุใดจึงไม่สามารถบดขยี้กู่เฟิงได้?
เขาถึงขั้นเกิดภาพลวงตาขึ้นมาว่า ตนเองไม่ได้กำลังบดขยี้มดปลวกในขอบเขตแก่นทองคำแต่กำลังต่อสู้ห้ำหั่นกับศัตรูที่แข็งแกร่งในขอบเขติญญาก่อกำเนิดระดับเดียวกันอยู่
"มิน่าเล่า ถึงสามารถควบแน่นกระดูกราชันเซียนในตำนานได้ อีกทั้งถูกทำลายตันเถียนไปแล้วก็ยังสามารถฟื้นฟูตบะบารมีกลับมาได้ ไม่ธรรมดาจนไม่อาจประเมินด้วยสายตาของคนทั่วไปได้จริง ๆ " กู่ตงเก็บความดูถูกเหยียดหยามไป และเริ่มเอาจริงเอาจังขึ้นมา
"ท่านผู้นำตระกูล เ้านี่มีพลังการต่อสู้ที่น่าทึ่งมาก มันเพิ่งจะสังหารกิ้งก่าั์มารตัวเต็มวัยไปได้อย่างง่ายดาย ท่านอย่าได้ประมาทเป็อันขาด!" ในเวลานั้นเอง กู่ต้าซานที่เร่งตามมาถึงก็ร้องะโบอกกู่ตง
เมื่อกู่ตงได้ยินเช่นนั้น เขาก็พยักหน้าเงียบ ๆ
พอกู่เฟิงเห็นกู่ต้าซานที่เร่งรุดตามมา เขาก็เข้าใจเื่ราวทั้งหมดในทันที ดวงตาเผยจิตสังหารอันดุร้ายออกมา
"ที่แท้ก็เป็เ้าสุนัขรับใช้นี่เอง หากรู้เช่นนี้ข้าคงสังหารเ้าทิ้งไปเสียั้แ่แรกแล้ว!"
ตอนที่กู่เฟิงแยกตัวออกมาจากกู่อวิ๋นและคนอื่น ๆ เขาได้ยินคำพูดของกู่ต้าซานที่คิดจะจัดการกับตนเอง ตอนนั้นเขาเห็นแก่ที่กู่อวิ๋นตบหน้ากู่ต้าซานไปหนึ่งฉาด จึงยอมละเว้นชีวิตของกู่ต้าซานไป
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ความเมตตาของตนเอง กลับกลายเป็การชักนำภัยพิบัติถึงชีวิตมาสู่ตน
"หึ เ้าล่วงเกินนายน้อยกู่เว่ย พวกข้าสังหารเ้าก็ถือเป็เื่ที่สมควรแล้ว!" กู่ต้าซานแค่นเสียงเ็า
คนหนึ่งคือผู้ที่จะได้เป็นายน้อยของตระกูลกู่ ส่วนอีกคนคือผู้ฝึกตนในขอบเขตแก่นทองคำที่ถูกไล่ออกจากตระกูลกู่สาขาเมืองชิงหลง ตราบใดที่เขาไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมรู้ดีว่าควรจะเลือกยืนอยู่ข้างใด
"พวกเ้าจงฟังคำสั่ง ปิดล้อมสถานที่แห่งนี้เอาไว้ อย่าปล่อยให้มันหนีรอดไปได้!"
ตูม!
เมื่อกู่ตงพูดจบ เขาก็พุ่งเข้าสังหารกู่เฟิงพร้อมกับพลังิญญาอันน่าสะพรึงกลัวที่ม้วนตัวราวกับเกลียวคลื่นลูกั์
เมื่อกู่เฟิงเห็นศัตรูที่แข็งแกร่งพุ่งเข้ามาสังหาร เขาก็ดึงสายตาอันเย็นเยียบที่จับจ้องกู่ต้าซานกลับมา มือกระชับกระบี่ไท่เหอแน่น ปลดปล่อยประกายกระบี่อันคมกริบห้าสี อันได้แก่ สีม่วง สีคราม สีแดง สีน้ำเงิน และสีดำออกมา กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างพุ่งทะยานขึ้นด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นได้
เพียงไม่นาน กลิ่นอายที่เขาแผ่ซ่านออกมาก็บรรลุถึงขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลาย และกลิ่นอายทางร่างกายก็เพียงพอที่จะเทียบชั้นกับขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นต้นได้แล้ว!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีของศัตรูตัวฉกาจที่หมายจะเอาชีวิต กู่เฟิงจึงไม่สนใจที่จะปิดบังความแข็งแกร่งอีกต่อไป
ครืน!
เมื่อทุกคนเห็นว่ากู่เฟิงที่มีความแข็งแกร่งฝืนลิขิตฟ้า กลับยังคงซ่อนเร้นฝีมือเอาไว้ พวกเขาต่างก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้าใส่ สมองสั่นะเืจนเกิดเสียงดังกึกก้องไปหมด!