อันเยว่ยอดฮูหยิน

    ตอนที่ 30 สามีอะไรนั่นก็มีประโยชน์เช่นกัน

    อันเยว่ไม่เคยคิดจะปล่อยนางไป ไม่ว่านางพูดอะไร อันเยว่ก็จ้องนางอยู่อย่างนั้น มองดูนางร้องไห้น้ำมูกไหล มองดูนางขอร้องอ้อนวอน


    “ใครเป็นคนแจ้งเจ้าหน้าที่?”


    “ข้าเอง”


    อันเยว่โบกมืออย่างสบายใจ คนของฝ่ายราชการเดินมาทางนี้ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็เห็นผู้คนถูกกดลงกับพื้น พวกเขาจึงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย


    “นี่เกิดอะไรขึ้น?”


    “พวกข้าก็สงสัยเหมือนกันว่าอยู่ดี ๆ แม่บ้านใหญ่ตระกูลชุยก็พาคนมาวางเพลิง ไม่ทราบว่าจุดประสงค์ของการลอบวางเพลิงของแม่บ้านใหญ่ตระกูลชุยคืออะไร?”


    “พวกเขาโยนคบไฟเข้าไปในลานกว้างหน้าเรือนจากที่นี่!”


    เหล่าสู่พาคนมาชี้ตัวพวกเขา ทั้งยังเตรียมถังน้ำไว้ล่วงหน้าจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นการจัดการของเซียวสิงเยี่ยนทั้งหมด


    “นึกไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะกล้าวางเพลิงที่ฮวาตู? คุมตัวพวกเขาทั้งหมดกลับไปที่จวนโจว!”


    เมื่อเห็นอีกฝ่ายถูกคนของจวนโจวคุมตัวไป อันเยว่ก็สบายใจขึ้นมาก อย่างน้อยการก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้จะต้องเรียกความสนใจของตระกูลชุยอย่างแน่นอน และคิดว่าชุยต้าเหนียนเองก็คงไม่กล้าผลีผลามในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้


    หลังจากที่อีกฝ่ายถูกคุมตัวไป เหล่าสู่ก็มองเซียวสิงเยี่ยนสลับกับมองอันเยว่ และรีบเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “โชคดีที่นายท่านใหญ่จัดการได้อย่างเหมาะสม จึงช่วยเราให้รอดจากภัยที่ไม่มีเค้ามาก่อน”


    เมื่อเห็นเหล่าสู่กล่าวชมเซียวสิงเยี่ยน ด้วยความจริงใจสามส่วน อีกเจ็ดส่วนเป็นการประจบประแจง ก็ชวนให้ผู้คนรู้สึกปวดศีรษะ


    “ข้ารู้แล้ว เจ้ากลับไปปลอบขวัญคนงานของเราก่อนเถอะ ส่วนพรุ่งนี้ก็ส่งสินค้าตามปกติ”


    หลังจากที่อันเยว่ออกคำสั่งก็เห็นเหล่าสู่พาคนกลับไป เซียวสิงเยี่ยนไม่พูดอะไร เขาเดินนำอยู่ข้างหน้า ซูจือฉือเข็นอันเยว่ตามอยู่ด้านหลังเขาอีกที


    เซียวสิงเยี่ยนร่างกายกำยำ ก้าวย่างของเขาก็ใหญ่เช่นกัน เมื่อก่อนแค่อันเยว่คิดหนีเพราะสร้างเรื่องวุ่นวาย ก็ถูกเขาจับกลับมาตั้งแต่ยังวิ่งไปไม่เกินสองสามหมี่ 


    ครั้งนี้เขามักเดินอยู่ข้างหน้าด้วยระยะห่างคงที่ แม้จะรักษาระยะห่าง แต่ก็ทำให้คนรู้สึกราวกับว่าเขากำลังตั้งใจรอนาง


    อันเยว่รู้สึกตกใจมากเมื่อตระหนักได้ถึงความคิดของตัวเอง จากนั้นนางรีบส่ายศีรษะ


    “ฮูหยินรู้สึกไม่สบายตัวตรงไหนหรือ?”


    กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาเตะจมูก อันเยว่หันกลับไปมองบุรุษข้างกายเล็กน้อย แม้เขาจะผอมบาง กลับมีแสงสว่างโชติช่วงในดวงตาของเขา


    บุรุษผู้นี้เป็นปีศาจร้ายจริง ๆ ทุกครั้งเมื่อเขาเข้าใกล้นางก็มักทำให้หัวใจของนางเต้นรัว


    เดิมทีนางต้องการให้เขาพึ่งพานาง ในขณะเดียวกันก็สามารถมีที่พึ่งพิงที่นี่เช่นกัน 


    แต่นึกไม่ถึงว่านางที่ไม่เคยรู้จักคำว่ารักมาจนถึงตอนนี้ กลับถูกปล้นด้วยความงามของเขาเสียอย่างนั้น 


    อันเยว่รีบกดที่ตำแหน่งของหัวใจ เมื่อแน่ใจว่าหัวใจของนางไม่ได้สั่นขนาดนั้นแล้วถึงค่อยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าสบายดี กลับไปพักผ่อนเถอะ” 


    เมื่อกลับมาถึงบ้านตัวเอง เซียวสิงเยี่ยนยืนอยู่ที่ลานกว้างหน้าเรือน มองอันเยว่เข็นรถเข็นกลับเข้าไปในห้อง จากนั้นถึงจะกลับไปที่ห้องพร้อมกับซูจือฉือ


    ทั้งสองเพิ่งเข้ามาในห้อง จู่ ๆ เซียวสิงเยี่ยนก็ถาม “นางคิดอย่างไรกับเราสี่คน?”


    “พี่ใหญ่?”


    เซียวสิงเยี่ยนผู้ที่ไม่เคยเห็นอันเยว่อยู่ในสายตามาตลอดกลับเอ่ยถามอย่างคาดไม่ถึง ซูจือฉือมองเขาอย่างประหลาดใจ แต่เขากลับรีบโบกมือ “ไม่สำคัญ ไม่สำคัญหรอก”


    คำพูดนี้ฟังเหมือนพูดให้ซูจือฉือฟัง ทว่าเขากำลังเตือนตัวเองต่างหาก


    เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวฟางพาคนมาขนสบู่ จากนั้นก็จ่ายเงินงวดสุดท้าย อันเยว่นั่งนับตั๋วเงินอยู่ในลานกว้างหน้าเรือน ปากของนางฉีกยิ้มจนถึงหู


    “ได้กำไรเยอะหรือ?”


    “ใช่ ต้นทุนของสบู่ชุดนี้ค่อนข้างต่ำ แบบนี้ได้กำไรค่อนข้างมาก เพียงแต่ หากสามารถลดต้นทุนแรงงานได้ก็จะมีกำไรมากขึ้น”


    อันเยว่พูดจบก็หันกลับมา ข้างหลังมีชายสองคนยืนอยู่ คือหยูยวนและกู่หยาง ท่าทีของทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หยูยวนจ้องตั๋วเงินในมือนางตาไม่กะพริบ แต่กู่หยางกลับมองอันเยว่โดยมีรอยยิ้มจาง ๆ ประดับอยู่ที่มุมปากของเขา 


    ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะไม่ใช่คนมีทิฐิสูงเช่นกัน หากต้องการได้รับความโปรดปรานจากสองคนนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ไม่มีอะไรมากไปกว่าการสนองความต้องการของพวกเขา 


    เพียงแต่นางยังไม่สามารถยอมรับบุรุษมากมายรอบตัวนาง การหย่าสามียังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คนเหล่านี้ต้องถูกกำจัดทีละคนถึงจะถูกต้อง 


    “ในเมื่อครั้งนี้ได้กำไรมากขนาดนั้น…” หยูยวนนั่งลงข้างกายนาง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาชวนให้ผู้คนโมโหยิ่งนัก “ก็ควรให้เงินค่าเครื่องหอมกับข้าได้แล้ว” 


    “ใช่ ๆ ไม่มีใครเร่งรัดไปกว่าเจ้าอีกแล้ว ข้าไปติดค้างเงินค่าเครื่องหอมของเจ้าเมื่อไรกัน” 


    อันเยว่พูดพร้อมส่งตั๋วเงินให้หยูยวน ตั้งแต่ใช้น้ำมันละหุ่งก็ยังไม่ได้ให้เงินค่าเครื่องหอมแก่เขา และล่าช้ามาจนถึงตอนนี้ เมื่อหยิบตั๋วเงินจำนวนมากออกมาในคราวเดียว ก็ชวนให้รู้สึกปวดศีรษะ


    แต่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ ต้องยอมรับว่าฝีมือการทำเครื่องหอมของหยูยวนถือว่าไม่เลวเลยในยุคนี้ กล่าวได้ว่าไม่มีใครเทียบได้


    หากมิใช่เพราะไม่มีเครื่องจักรและจำเป็นต้องพึ่งพาหยูยวน ด้วยราคาที่สูงลิบลิ่วของเขา ไม่ว่าอย่างไรนางก็คงไม่ยินยอม


    สิ่งเดียวที่ทำให้นางสบายใจคือ ยามนี้หยูยวนผู้นี้ยังคงเป็นสามีของนาง จึงถือได้ว่าเงินทองไม่รั่วไหลออกไปข้างนอก


    “เจ้าปลูกเฉียงเวยเพื่ออะไร?”


    กู่หยางพูดคุยกับนางอย่างไม่เห็นได้บ่อยนัก เมื่อฟังจากน้ำเสียง ก็รู้แล้วว่าเขาแค่สงสัยในการกระทำของนาง


    “หากใช้เฉียงเวยอย่างถูกต้อง มันจะทำเงินให้เรา”


    อันเยว่ยิ้มน้อย ๆ นางชี้ไปที่เฉียงเวยสองสามต้นที่มุมกำแพง รวมถึงกิ่งที่นางตัดและปักชำเข้าไปใหม่ด้วยตัวเอง ด้วยฝีมือการเพาะปลูกของนางตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางย่อมรู้ว่าต้องใช้วิธีใดถึงจะทำให้ดอกไม้บานอย่างอุดมสมบูรณ์ รู้แม้กระทั่งวิธีทำให้ดอกไม้บานเร็วขึ้นด้วย


    สายตาของนางมองไปยังกล่องด้านข้าง กล่องใบนั้นเต็มไปด้วยเฉียงเวยหลากสีสัน ซึ่งนี่ก็หยิบมาจากตระกูลหลิวเช่นกัน


    เฉียงเวยกล่าวได้ว่ามีอยู่ทั่วฮวาตู และไม่มีใครเห็นความสำคัญของดอกไม้ชนิดนี้ มันถูกปลูกไว้นอกรั้วเพื่อประดับตกแต่งเท่านั้น แต่โชคดีที่มันมีกลิ่นหอม 


    “เจ้าคิดจะใช้มันแทนเครื่องหอมหรือ?”


    กู่หยางเอ่ยขึ้นอย่างสงบ อันเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง โชคดีที่หยูยวนจากไปพร้อมกับตั๋วเงินแล้ว มิเช่นนั้น เกรงว่ายังไม่ทันรอจนเฉียงเวยผลิบาน ก็คงถูกหยูยวนดึงออกไปเสียก่อนแล้ว


    “ไม่ถึงกับมาแทนที่หรอก ของสิ่งนี้เรียกว่าต้นกุหลาบจันทร์ ไม่เพียงมีกลิ่นหอมพิเศษ ยังมีสรรพคุณปกป้องผิวด้วย ข้าคิดจะทำครีมหอมพิเศษบางอย่าง ชนิดที่มีสรรพคุณปกป้องผิว” 


    “ข้าประเมินเจ้าต่ำไปแล้ว”


    กู่หยางแค่เอ่ยเช่นนั้นนิ่ง ๆ จากนั้นลุกขึ้นยืนแล้วจากไปอย่างเฉยเมย


    เมื่อเห็นแผ่นหลังที่จากไปของเขาอันเยว่ก็รู้สึกงุนงง ดูเหมือนว่าเขาจะมีความรู้สึกไวอย่างมากเรื่องเงิน อีกอย่าง สิ่งที่อันเยว่ทำล้วนอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด แต่เขาไม่ได้สงสัย หนำซ้ำยังเผยสีหน้าชื่นชมให้เห็น


    บุรุษผู้นี้ทำให้คนมองเขาไม่ออกมากยิ่งขึ้น อันเยว่รู้แค่ท่าทางสำรวมกิริยาของเขา แต่ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรในใจ 


    “เคลิ้มหรือ?”


    จู่ ๆ มีเสียงดังขึ้นที่ข้างกายทำให้อันเยว่ตกใจมาก นางรีบเงยหน้าและสบเข้ากับสายตาของซูจือฉือพอดี หนำซ้ำในสายตาของเขายังปนความเย้าหยอก ซึ่งทำให้อันเยว่รู้สึกไม่เข้าใจเล็กน้อย  



     

    นิยายแนะนำ

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390