รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 30

    หลายวันผ่านไปไวอย่างกับตาเห็น อาร์ทยังคงทำหน้าที่รองประธานได้เป็นอย่างดี ระหว่างสามวันที่ผ่านมานี้ บริษัทไลท์ได้เปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบ ทั้งการบริหารที่มีประสิทธิภาพ และทั้งยอดขายสินค้าที่พุ่งสูงทะลุเพดานกว่าที่เคยเป็น ทั้งหมดนี้จุดเริ่มต้นก็มาจากอาร์ท และแอมที่ได้เป็นผู้จัดการแผนกการเงินอย่างเต็มตัว แน่นอนว่าอาร์ทเป็นคนที่ให้การสนับสนุนเธอในด้านนี้ ส่วนพ่อของเธอเองในเช้าวันนี้ก็มีข่าวดีพิเศษ ที่มาจากสหประชาชาติว่าสามารถผลิตยาแอนตี้ไวรัสได้แล้ว และหมอกฤษณ์จะเดินทางกลับมาพร้อมกับยาตัวดังกล่าวเพื่อรักษาพ่อของแอมโดยเฉพาะ หลังจากที่แอมนั้นรู้ข่าวจากผู้ช่วยปาร์ค แน่นอนว่าเธอก็ดีใจจนออกนอกหน้า น้ำทิพย์เองก็สมปราถณาของตัวเองที่สามารถฝากน้องสาวขี้แยของเธอเข้าทำงานกับบริษัทไลท์ได้ แต่มันก็ต้องผ่านการสัมภาษณ์งานในบ่ายวันนี้เสียก่อน ริสาก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เธอยังคงทำงานเป็นหมอ และทำหน้าที่ของเธอต่อไป คนไข้บางรายของหมอกฤษณ์เธอก็รับมาทำซะเป็นส่วนใหญ่ ในสามวันที่ผ่านมาถึงจะไม่ได้ติดต่อกับแฟนหนุ่มเลย แต่เธอก็ยังเป็นสุขสงบปกติดี และรอคอยที่เขาจะกลับมาในเย็นวันนี้ ไวรัสเคมีที่แพร่ไปสู่คนเกาหลีนั้นได้ถูกเร่งส่งด้วยเครื่องบินทหาร ยาแอนตี้ไวรัสจำนวนนับแสนได้เคลื่อนตัวออกจากสนามบินที่องค์กรยา และอาหารตั้งอยู่ในหลายประเทศเพื่อช่วยกันผลิต และเครื่องบินลำแรกก็ได้ถึงเกาหลีแล้วในตอนนี้ จากการคาดการณ์ไม่เกินวันพรุ่งนี้เช้าประชาชนคนเกาหลีที่ติดเชื้อนี้จะได้รับการรักษา และเป็นเรื่องที่มีแต่ผู้คนชื่นชมนั้นอาจจะเป็นเพราะหมอกฤษณ์ ที่สามารถวิจัย และค้นพบยารักษาตัวนี้ได้ สื่อหลายสำนักต่างก็เล่นข่าวนี้กันทั้งนั้น ‘หมอหนุ่มอัจฉริยะ’ ที่สามารถช่วยเหลือชีวิตของเพื่อนมนุษย์ชาวเกาหลีใต้นับแสน นายกของประเทศไทย และเกาหลีเองก็อยากจะมอบเกียรติบัตร พร้อมทั้งอภิสิทธิ์อะไรต่างๆกับกับหมอคนนี้ นอกจากนี้ยังมีองค์กรการแพทย์ของประเทศไทยยกให้กฤษณ์มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นถึง ‘ศาสตราจารย์’ แบบพิเศษอีกด้วย นับว่าเป็นศาสตราจารย์ที่หนุ่มที่สุดเลยก็ว่าได้ ทางโรงพยาบาลเซนต์มาตินที่เป็นต้นสังกัดของหมอกฤษณ์เองก็ได้หน้าตามไปด้วย ผู้ป่วยให้ความสนใจกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงเสมอๆ ถึงตัวของผู้อำนวยการจะไม่ค่อยอยากจะยอมรับ แต่ก็ได้ยอมเปิดใจให้ลูกสาวลองคบกับหมอคนนี้ได้ แต่ก็มีเงื่อนไขตามมาอีกหลายข้อ อาทิเช่น จะต้องทำงานให้กับทางโรงพยาบาลเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปีเลยทีเดียว ช่วงนี้ภารกิจนั้นไม่มีอะไรให้อาร์ทได้ทำเลย ถึงมันจะสบายๆ แต่ก็ทำให้คนทั้งหน่วยเกิดอาการที่เรียกว่า เบื่อ แต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี ตอนนี้หลังจากเลิกงานแล้วมันเป็นเวลาว่าง ส่วนใหญ่พวกเขาก็เดินเที่ยวตามสถานที่แปลกๆที่ไม่เคยได้ไปเท่านั้น ยิ่งถ้าตามตลาดนัดก็ยิ่งแล้วใหญ่ จะมีหนึ่งหญิงที่วิ่งไปหาร้านขนมหวาน สองชายนั่งตอกเบียร์เย็นๆที่ร้านข้างทาง ส่วนอีกสองคนก็มึนๆอึ้งๆเดินมั่วๆไป แต่วันนี้เขามีนัดกับแอมที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพราะหลังจากเรื่องในวันนั้น ทั้งสองก็ไม่ได้เจอหน้ากันเลย ต่างคนก็ต่างยุ่งวุ่นวายกับงานของตัวเองจนไม่มีเวลาหรือโอกาสได้พบกันเลย วันนี้จึงเป็นวันที่เหมาะสมที่สุดที่จะได้คุยกัน แอมขอเลิกงานก่อนเวลาเพื่อที่จะได้ไปดูการฉีดแอนตี้ไวรัสของพ่อเธอในตอนเย็น หลังจากนั้นถึงจะเดินทางไปยังร้านอาหารที่นัดกันกับอาร์ทไว้ แต่อาร์ทก็บอกว่าจะขับรถไปรับเธอด้วยตัวเอง ให้เธอรออยู่ที่หน้าโรงพยาบาลตอน 18.00 น. ซึ่งแอมก็กล่าวตกลง หมอกฤษณ์เดินทางมาถึงประเทศไทยตามเวลาท้องถิ่นประมาณ 14.45 น. แน่นอนว่าริสาต้องเป็นคนออกไปรับแฟนหนุ่มของเธอ และสนามบินในตอนนี้แถบจะลุกเป็นไฟ ผู้คนมากหน้าหลายตากำลังยืนรอกฤษณ์เพื่อที่จะได้กล่าวขอบคุณ ที่หมอกฤษณ์ได้ช่วยเหลือโอปป้าคนสำคัญของพวกเหล่าแฟนคลับเอาไว้ได้ เสียงเชียร์พร้อมกับดอกไม้ที่ยื่นมาให้กฤษณ์ทำให้เขางงอยู่พักหนึ่งเลยทีเดียว “สาว่ากฤษณ์ดังมากเลยนะช่วงนี้ มีสาวๆหลายคนมองตากันเป็นมันเลย” ริสาเอ่ยออกมาเหมือนนอยๆไป กฤษณ์ที่ยินอย่างนั้นก็รีบกุมมือของริสาในขณะขับรถในทันที“โถ๋! สาก็ ที่กฤษณ์ทำทุกอย่างนี้ก็เพื่อตัวของสาคนเดียวเลยนะ... กฤษณ์ไม่มองคนอื่นหรอก” กฤษณ์กล่าวออกมาอย่างหวานๆ หากมีใครอยู่ภายในรถด้วยพร้อมกับบรรยากาศสีชมพูอย่างนี้ พวกเขาเหล่านั้นคงอยากจะอ้วกออกมาในทันที“งั้นเหรอๆ... งั้นวันนี้กฤษณ์จะต้องไปทานข้าวกับครอบครัวของสานะ” เมื่อได้โอกาสแล้ว ริสาไม่ยอมให้มันผ่านไปโดยง่าย เธอรีบกล่าวในขณะที่กำลังเป็นไปด้วยสวย ยิ่งตอนนี้กฤษณ์นั้นโด่งดังจากการคิดค้นวาง และช่วยเหลือผู้คนได้นับแสนยิ่งแล้วใหญ่ ที่ผ่านมากฤษณ์ไม่ยอมที่จะไป เพราะด้วยฐานะของตัวเองที่ยังไม่พร้อม แต่ตอนนี้มันกลับไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว“ได้ซิ มันก็ถึงเวลาที่เราสองคนจะเปิดตัวกับพวกท่านทั้งสองอย่างเป็นทางการแล้ว” กฤษณ์กล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา จากนั้นทั้งสองก็มุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลเพื่อรักษาพ่อของแอมต่อ แต่ในตอนที่สนามบินนั้นวุ่นวาย กลับไม่มีใครเลยสักคนที่สนใจนางเอกชื่อดังจากภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องเดินออกจากประตูทางออกของสนามบินเลย“เชอะ!! ทำไมถึงได้เงียบหายไปเลยนะ ต้องให้ฉันมาตามหาด้วยตัวเองอย่างนี้ เจอแม่จะตีเข้าให้..... หรือว่านายจะมีคนใหม่แล้วกัน หวังว่าจะไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ” หญิงผมสีทองสวยงาม หน้าตาที่ได้ชื่อเรียกขานว่า ‘เทพีวีนัส’ แห่งโลกมนุษย์ เธอมีนามว่า ‘เจนนิเฟอร์ เลสฟิวส์’ เธอกล่าวออกมาก่อนจะออกเดินทางไปยังบริษัทไลท์ ตามข้อมูลที่นักสืบของเธอสืบค้นมา“รอสักครู่ครับคุณหนู... เราติดขบวนของมวลชน รู้สึกว่าจะเป็นของหมอกฤษณ์คนที่สามารถคิดค้นแอนตี้ไวรัสได้ครับ..” คนขับรถของเธอกล่าวออกมา แต่ถึงเป็นอย่างนั้นเธอก็เข้าใจดีจึงกล่าวออกมาเล็กน้อย“ไม่เป็นไร เราสามารถรออีกนิดหน่อยได้ ยังไงหมอคนนั้นก็ทำความดีกับมวลมนุษย์ไว้ เรารออีกสักหน่อย ยังไง ‘อาร์ท’ก็หนีเราไม่พ้นอยู่ดี...” เธอมองออกไปยังนอกกระจกรถ เห็นผู้คนมากมายกำลังไล่ตามตะโกนเชียร์คุณหมอกันใหญ่ แต่มันก็ไม่นานมากนัก เธอก็สามารถออกเดินทางได้ ถึงมันจะช้า และรถติด เจนนิเฟอร์ก็มาถึงบริษัทไลท์สาขาใหญ่ได้ก่อนที่อาร์ทแฟนหนุ่มของเธอจะเลิกงาน“ไหนดูซิ.. ว่าบ้านของนายอยู่ที่ไหน.. ฉันจะแอบเข้าไปเซอร์ไพรส์เสียหน่อย..” ไม่นานคนที่เธอคุ้นเคยก็เดินออกมาจากทางเข้าของบริษัท และก็สั่งให้คนขับรถของเธอตามไปเงียบๆ แต่ดูเหมือนว่าทางที่พวกเขากำลังเดินทางไปนั้นมันเป็นโรงพยาบาลที่ฮิตที่สุดในตอนนี้อย่างเซนต์มาติน และสิ่งต่อมาที่เธอได้เห็นนั้นมันยิ่งทำให้เธอรู้สึกของขึ้นทันที“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน!! ...ไปสืบมาให้ฉันเดี๋ยวนี้” เจนนิเฟอร์กดเสียงของตัวตามอารมณ์ ก่อนที่จะเอ่ยสั่งการในทันที ในเวลาเดียวกันนั้นเอง อาร์ทที่เดินลงมาจากรถยนต์ของตัวเองแล้วนั้น จู่ๆก็มีหญิงสาวคนหนึ่งกระโดดเข้ามากอดกับอาร์ทอย่างดีใจ แต่เขาก็ได้แต่ทำหน้าเอือมๆเพียงเท่านั้น ไม่ได้กอดตอบแต่อย่างใด “ยัยสา จู่ๆเธอมากอดฉันทำไมกัน.. เดี๋ยวแฟนเธอก็ได้ฆ่าฉันตายกันพอดี” อาร์ทกล่าวพร้อมกับดึงตัวของริสาออก“เพราะนายทำได้ดีเยี่ยมเลยต่างหากหรอกยะ ไม่เสียแรงที่ฉันเชื่อนายในตอนนั้น.. นี่ๆรู้ไหม พ่อของฉันยอมให้กฤษณ์คบหาดูใจกับฉันอย่างเปิดเผยแล้วนะ... ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะนาย ฉันเลยอยากขอบคุณนาย แต่ดันดีใจมากเกินไปหน่อยเท่านั้นเอง...” ริสากล่าวถึงเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นกับเธอในวันนี้ และแน่นอนว่ามันทำให้เธอนั้นยิ้มไม่ยอมหุบเลยทีเดียว“เห้อ.. ทำตัวเป็นเด็กเป็นเล็กไปได้ ... แต่ก็ดีใจด้วยนะ เธอน่ะยังดี ทางนี้ไม่รู้จะโดนจับแต่งกับใครอีกก็ไม่รู้...” อาร์ทถอนหายใจออกมา ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับชมการฉีดยารักษาอาการป่วยของพ่อแอม แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินเข้าไปภายในโรงพยาบาล หญิงสาวคนที่เห็นทั้งสองมีความสุขก็ได้แต่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่ภายในรถ“ได้ข้อมูลแล้วครับคุณหนู... ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคู่หมั้นของคุณชายอาร์ทที่พ่อของเขาจัดหามาให้นะครับ...เออ...” คนขับรถที่เป็นเหมือนทุกอย่างให้กับดาราสาวคนนี้ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังกลัวกับรัศมีที่เธอนั้นกำลังปล่อยออกมา ถ้ามองเห็นมันด้วยตาเปล่าได้มันก็คงเป็นออร่าสีม่วงๆที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ....