"เร็วๆ พี่ขุน เด้งรับข้าหน่อย ข้าจะถึงแล้ว"
"เออ มาเลย เข้าเด้งสุดแรงแล้ว" ขุนไกร กล่าวพลางเด้งตูดรับการกระแทกจากนางทองประศรีเป็พัลวัน
"เร็วอีกพี่ขุน อีก อีกกกก" นางทองประศรีกระแทกหีใส่ควยของขุนไกรเป็ครั้งสุดท้าย แล้วตัวสั่นนอนฟุบไปกับตัวของขุนไกร
เด็กชายช้างแอบดูถึงตอนนี้ก็รีบถอยออกมาจากรู แล้วย่องอย่างเงียบกริบลงลงไปจากเรือนของขุนไกร แล้วก็เดินไปที่ดงไม้ เห็นพลายแก้วนอนหลับอยู่ ส่วนพิมพิลาไลย ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน จึงเดินหา แล้วก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ มาจากดงไม้ด้านข้าง เด็กชายช้างจึงแอบย่องเข้าไปด้วยหวังว่าจะได้ดูหนังสดอีก แต่ภาพที่ได้เห็นก็คือ พิมพิลาไลย นอนแก้ผ้าล่อนจ้อนตัวขาวโพลน ผิวเนียน กำลังเอานิ้วแหย่ไปในรูหีตัวเอง พลางร้องครางออกมา นิ้วก็สอดเข้าไปในรูหีที่คับแคบได้เพียงนิ้วเดียวนั้นเป็มันเยี้ม พิมพิลาไลยเด้งตูดสู้นิ้วตัวเองอย่างไม่คิดชีวิต ทำให้เด็กชายช้างที่แอบดูอยู่ รู้สึกเสียวๆ ที่ไอ้ช้างน้อยตัวเอง มันเริ่มพองก๋าสู้ออกมา สักพัก พิมพิลาไลยก็ถึงจุด นอนนิ่งไป
เด็กชายช้างแอบดูอยู่สักพัก รู้สึกไม่มีอะไรแล้วก็เดินกลับบ้านของตนเองไป ทิ้งให้พิมพิลาไลย นอนแก้ผ้าอยู่ตรงนั้น
ในที่สุด วันที่สมเด็จพระพันวษาจะเสด็จมาประพาสล่าควายป่าก็มาถึง สมเด็จท่านมีพระพักตร์สี่เหลี่ยม คิ้วดกหนา จมูกโด่งตั้งตรง ริมฝีปากบาง แสดงให้เห็นถึงลักษณะของคนที่มีอารมณ์ร้อน แต่เป็คนตรงและมีความจริงใจเป็ที่ตั้ง ท่านเสด็จมาประพาสยังเมืองสุพรรณบุรีนี้แห่งนี้ ก็เพราะว่าท่านอยากจะได้เจอกับขุนไกรพลพ่าย ซึ่งเคยเป็ทหารที่ตามรับใช้ท่านมาั้แ่สมัยที่ท่านยังเป็เพียงรัชทายาท เท่านั้น ขุนไกรเป็นายทหารที่มีความเก่งกาจ คาถาอาคมก็ขมังนัก นิสัยก็เป็คนซื่อสัตย์ไม่โลเล ดังนั้นท่านจึงเลือกที่จะเสด็จมายังที่แห่งนี้ เพื่อมาพบกับขุนไกรโดยเฉพาะ
วันนั้น ขณะที่ขุนไกรได้ล่ำลาเมียรักจนฉ่ำเยิ้มเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมาอาบน้ำแต่งตัว เพื่อจะไปรับเสด็จสมเด็จพระพันวษา ทิ้งให้นางทองประศรีนอนอยู่เพียงคนเดียวในห้อง ซี่งขณะที่ขุนไกรกำลังจะเดินออกจากบ้านนั้น ก็ปรากฏลางร้ายเกิดขึ้นคือ จิ้งจกตัวหนึ่ง ได้ตกลงมาตายต่อหน้าขุนไกร ทำให้ขุนไกรซึ่งรอบรู้ในเื่ไสยเวทย์ต่างๆ ต้องหยุดชะงักและต้องมาทำนายทายทักตัวเอง โดยหยิบเอากระดานชนวนขึ้นมา
แล้วเริ่มทำนายตามหลักโหราศาสตร์ที่ได้ศึกษามาเป็อย่างดี แต่ต่อให้ขุนไกรขีดเขียนและทำนายตนเองอย่างไร ก็ไม่ปรากฏผล เหมือนดังกับมันไม่มีอะไรให้ทำนาย สร้างความหงุดหงิดใจให้แก่ขุนไกรอย่างยิ่ง
ดังนั้นขุนไกรจึงลุกขึ้นยืนและลงจากเรือนไป ซึ่งขณะนั้นนางทองประศรีได้ลุกขึ้นมาส่งสามีที่หน้าต่าง แต่นางทองประศรีก็พบว่า สามีไม่มีเงาหัว เหมือนดังกับมีใครตัดศรีษะของสามีไปฉะนั้น นางขยี้ตาอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดศรีษะของขุนไกรก็กลับมาอีกครั้ง นางศรีประจันรู้สึกไม่สบายใจ และไม่อยากจะให้สามีของนางจากไปเลย รู้สึกอ้างว้างไม่อยากให้สามีจากไปเลย
ณ ที่ประทับของสมเด็จพระพันวษา ขุนไกรได้เดินทางมาถึงพร้อมกับทหารในสังกัด เมื่อมาถึงแท่นที่ประทับขุนไกรและทหารติดตามก็ลงจากหลังมา และคลานมาเข้าเฝ้าพระเ้าแผ่นดิน
"เออ ว่าไงวะ ไอ้ขุนไกร ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีนะ ฮ่ะ ฮ่ะ ข้าละดีใจที่ได้เจอเอ็ง เป็ไงได้ข่าวว่าได้ลูกชายใช่มั้ย เอ็งมันโชคดีจริงๆ เลยว่ะ ข้าเองยังไม่มีซักคน มีแต่อีสาวๆ ทั้งนั้น" สมเด็จพระพันวษาตรัสทักทายขุนไกร
"ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า ข้าพระพุทธเ้า มีบุตรชายคนหนึ่ง ชื่อพลายแก้วพระเ้าข้า เนื่องจากตอนที่ภรรยาของข้าพระพุทธเ้าตั้งท้องนั้น ฝันว่ามีช้างพลายเผือกวิ่งมาเข้าในท้องพระเ้าข้า เลยตั้งชื่อตามนั้น" ขุนไกรถวายบังคับตอบ
"เรอะ งั้นลูกเอ็งก็มีบุญไม่เบา วันหลังเอ็งพามาเข้าเฝ้าข้าซิ แล้วข้าจะตั้งให้มันเป็มหาดเล็ก จะได้รู้จักเข้าเ้า เข้านายได้ ดีมั้ย ไอ้ขุนไกร" สมเด็จพระพันวษาตรัส พลางมองลงมาที่ตัวขุนไกรที่กำลังหมอบอยู่ด้านล่าง พลางเสด็จลงจากแท่นที่ประทับ แล้วเสด็จดำเนินไปขึ้นม้าพระที่นั่ง พลางพยักพระพักตร์ให้ขุนไกรแล้วตรัสอีกว่า
"มา เอ็งไปต้อนควายป่ามาให้ข้าล่าได้เล้ว เดี๋ยวเสร็จแล้วไปกินข้าวกะข้า"
ขุนไกรรับคำ แล้วลุกขึ้นเรียกบรรดาทหารคนสนิทให้ขึ้นม้า แล้วกระตุ้นม้าควบนำหน้าหายเข้าไปในป่า สักพักเดียวก็ได้ยินเสียงป่าแตกครืนครันมาแต่ไกล บัดดลก็ปรากฏฝูงควายป่าวิ่งแตกตื่นมายังด้านหน้าของที่ประทับของสมเด็จพระพันวษา แต่ไม่มีสักตัวเดียวที่ยอมวิ่งมาเข้าในคอก เหมือนกับรู้ว่าถ้ามันเข้ามาอยู่ในคอกนั้น มันจะไม่มีโอกาสที่จะได้กลับมาสู่ป่าอีกเลย เมื่อฝูงควายป่าตัวหน้าๆ ไม่ยอมเข้าคอกแต่แตกตื่นหนีออกมาด้านข้างนั้น ก็ทำให้บรรดาทหารของขุนไกร ระส่ำระสาย เนื่องจากจะฆ่ามันก็กลัวพระอาญา แต่ถ้าไม่ฆ่ามันก็จะโดนมันฆ่า สุดท้ายก็เลยแตกฮือ เป็ฝึ้งแตกรัง ปล่อยให้ฝูงควายป่าวิ่งหนีออกไปจากวงล้อม สร้างความพิโรธแก่สมเด็จพระพันวษาเป็ยิ่งนัก จึงะโด้วยความโกรธว่า
"ไอ้ขุนไกร มึงทำงานกันยังไง หา ฝูงความป่ามันแตกหนีไปหมดแล้ว ถ้ากูไม่ได้ล่ามัน มึงต้องโดนกูลงโทษแน่ รีบๆ ไปต้อนมันกลับมาเดี๋ยวนี้"
ขุนไกรได้ฟังรับสั่งดังนั้น ก็ใตัวสั่น รีบชักม้าเข้าไปต้อนความป่าเ่าั้กลับมา แต่บรรดาควายป่าเ่าั้ไม่ยอมกลับมา แถมยังพยายามจะขวิดขุนไกรด้วย แต่ไม่เข้า ด้วยขุนไกรมีอาคมขลัง ขุนไกรจึงเอาหอกแทง แต่ด้วยความซวยมาถึง ทำให้แทงไปทีไรโดนจุดตายทุกตัว ควายป่าล้มตายไปหลายตัว ที่เหลือก็แตกฮือหนีเข้าป่าไป สร้างความพิโรธให้แก่สมเด็จพระพันวษาเป็อย่างยิ่งขุนไกรเมื่อไม่สามารถปฏิบัติงานได้สำเร็จ จึงขี่ม้าอย่างเหงาหงอย กลับมายังหน้าพระที่นั่ง แล้วคลานเข้ามากราบทูลว่า
"ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า ความป่าเ่าั้มันไม่ยอมจะเข้ามาในคอกพระเ้าข้า ข้าพระพุทธเ้าจึงต้องฆ่ามันพระเ้าข้า"
"เออ กูเห็นแล้ว มึงฆ่าควายป่าของกูตายเกลี้ยงไม่เหลือให้กูฆ่าเลย มึงเป็บ้าไปแล้วใช่มั้ย หา ไอ้ขุนไกร เอา เอา ถ้ามึง้าฆ่า กูก็จะสงเคราะห์มึง เฮ้ย ทหาร เอาตัวไอ้ขุนไกรไปตัดหัวซะ" สมเด็จพระพันวษาตรัสด้วยความโกรธกริ้วอย่างแรง จึงทรงรับสั่งไปโดยไม่ยั้งคิด
ขุนไกรตัวสั่นด้วยกลัวพระอาญา ใจหนึ่งก็รู้สึกเป็ห่วงลูกเมียอย่างเหลือแสน บรรดาทหารก็ฉุดกระชากลากถูให้ขุนไกรมายังลานกว้าง แล้วให้นั่งรอ ขณะนั้นเพชฌฆาตก็ออกมาพร้อมกับดาบเล่มใหญ่ ขุนไกรก็นั่งลงน้อมรับอาญาอย่างไม่ส่งเสียงอันใด ขณะนั้นเองสมเด็จพระพันวษาก็ทรงตรัสกับขุนไกรว่า
"มึงมีอะไรจะขอกูเป็ครั้งสุดท้ายมั้ยวะ ไอ้ขุนไกร"ขุนไกรเงยหน้าขึ้นแล้วทูลสมเด็จพระพันวษาว่า
"ขอเดชะ ข้าพระพุทธเ้าขอสั่งเสียกับทหารคนสนิทสักหน่อยเถิดพระเ้าข้า"
สมเด็จพระพันวษาก็พยักพระพักตร์ ให้ทหารคนสนิทของขุนไกรเข้าไปรับฟังคำสั่งเสียของขุนไกร เมื่อทหารคนสนิทเดินมาถึง ขุนไกรก็กระซิบกับทหารคนสนิทเบาๆ แล้วทหารคนสนิทก็เดินออกมา แล้วะโขึ้นควบมาจากไปทันที
"ขอเดชะ ข้าพระพุทธเ้าสั่งเสียเรียบร้อยแล้วพระเ้าข้า" ขุนไกรทูลตอบแล้วก้มหน้าลงรอรับคมดาบ ซึ่งขณะเดียวกันนั้น ขุนไกรก็พนมมือบริกรรมอาคม แล้วลูบไปยังที่คอของตนแล้วนั่งนิ่งอยู่ เพชฌฆาตก็เงื้อดาบขึ้นสุดมือ แล้วฟันลงสุดกำลัง !!!เฮือก นางทองประศรีสะดุ้งตื่นจากความฝัน มันช่างเป็ความฝันที่เหมือนจริงเสียนี่กระไร นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงเรือนมา พร้อมกับเรียกหาบุตรชายของนางพลายแก้ว ขณะนั้นเอง นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นมา นางจึงหันไปดู เห็นนายทวนทหารคนสนิทของขุนไกรควบม้าเข้ามาที่บ้านของนาง แล้วลงจากม้า พร้อมกับบอกกับนางว่า
"เรียนนายหญิง ข้านำข่าวจากพี่ขุนไกรมา พี่ขุนไกรทำความผิดต้องพระอาญาของพระเ้าอยู่หัว ต้องโดนตัดหัว แต่พี่ขุนไกรได้สั่งข้าให้พานายหญิง กับนายน้อย เดินทางหนีไปอยู่ที่อื่น เพื่อหนีพระอาญา ไม่ต้องโดนนำตัวไปเป็ทาสขอรับ"