พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นว่าสองแฝดได้ตื่นแล้วแต่พวกเขานั้นไม่ได้ส่งเสียงร้องไห้เมื่อเธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้พวกเขาก็ยกมือขึ้นเพื่อ้าให้เธออุ้มขึ้นมาจากที่นอน
หญิงสาวสำรวจดูผ้าอ้อมก็เห็นว่ายังแห้งไม่มีร่องรอยของการเปรอะเปื้อนก็ถึงกับเลิกคิ้วในใจอดจะคิดไม่ได้ว่าลูกแฝดของเธอมีหลายอย่างที่แปลกและแตกต่างจากเด็กทั่วๆไป“ไปกันจ้ะเด็กๆแม่จะพาพวกเธอไปจัดการธุระ”เธอหันไปฉวยเอาตะกร้าไม้ไผ่ที่คล้ายเปลนอนขนาดเล็กมาแล้วก็อุ้มลูกชายลูกสาววางลงไปในเปลสานทั้งสองอย่างเบามือจากนั้นก็ยกเปลทั้งสองออกไปด้านนอก
“ตื่นได้แล้วเหรอย่ะฉันยังคิดว่าเธอจะตื่นพรุ่งนี้เสียอีก” สะใภ้สามเอ่ยประชดออกมาอย่างคนที่อารมณ์คุกรุ่นเป็เพราะหลิวซือซือเธอถึงได้ถูกแม่สามีดุด่า ยังดีที่อีกฝ่ายไม่ได้ทุบตีเธอไม่อย่างนั้นเธอคงต้องคิดทบทวนเื่แยกบ้านอีกครั้ง แต่เธอคิดเอาไว้แล้วว่าไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องแยกบ้านกันให้เร็วที่สุด
“พี่สะใภ้สามยังไม่ไปทำงานในแปลงนาอีกเหรอคะไปเถอะค่ะ งานในบ้านฉันจะทำเอง” ไม่รู้ทำไมทั้งที่ไม่ได้กินข้าวเที่ยงเหมือนคนอื่นแต่เธอกลับมีเรี่ยวแรงกว่าเมื่อตอนตื่นขึ้นมาในตอนสายเสียอีก
ตอนที่หลับไปนั้นเธอฝันว่าได้กินอาหารมากมายและก็มีแต่ของอร่อยที่เธอชอบทั้งนั้นและเมื่อตื่นขึ้นมาหลิวซือซือก็รู้สึกอิ่มราวกับว่าได้กินอาหารแสนอร่อยเ่าั้จนอิ่มจริงๆ
“อย่าคิดว่าเธอทำงานบ้านแค่นี้ฉันจะให้อภัยเธอนะเสี่ยวซือซือตราบใดที่เธอยังอยู่ที่นี่และเป็ภาระของทุกคนในบ้าน ฉันก็จะไม่ยอมอ่อนข้อให้เธอ”
หลิวซือซือที่กำลังจะอุ้มลูกชายออกมาเพื่อให้เขาถ่ายเบากับกระโถนเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่วาววับ“พูดแบบนี้คิดจะผลักไสฉันกับสองแฝดออกจากบ้านหลังนี้เหรอคะพี่สะใภ้สาม”
สะใภ้สามของบ้านหลิวไหนเลยจะเคยเห็นท่าทีน่ากลัวของหลิวซือซือปกติก็ปากไวกันทั้งสองอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วที่ทำท่าทางทีเช่นนี้มันคืออะไรกันคงไม่ใช่ว่าตกน้ำไปแล้วถูกผีเข้าสิงหรอกนะ
“นะ นี่ เธอมองฉันแบบนี้หมายความว่ายังไงเดิมทีเธอแต่งงานแล้วก็ควรจะแยกออกไปอยู่ต่างหากไม่ใช่เหรอนี่อะไรไม่เพียงไม่ไปยังผลาญเงินของบ้านหลิวไปจนหมดปลายปีนี้จะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมแซมบ้าน มีสมองก็คิดดูสักหน่อยสิ”
“ฉันก็เอามาคืนพ่อกับแม่หนึ่งร้อยหยวนแล้วไม่ใช่เหรอคะส่วนที่เหลือฉันจะทยอยคืนให้พวกท่านเอง”
“ฮึ! แค่ลมปากจะพูดอย่างไรก็ได้แต่น้ำหน้าอย่างเธอนี่นะจะมีปัญญาหาเงินมาคืน หรือคิดจะหาผัวใหม่อย่างนั้นเหรอคงได้มากถึงร้อยหยวนอยู่หรอกนะแม้แต่สาวๆในหมู่บ้านที่ดีกว่าเธอยังได้แค่ยี่สิบหยวนเอง”
คิ้วของหลิวซือซือขมวดมุ่นผู้หญิงคนนี้นี่ยังไงกันเธอเริ่มจะรำคาญจริงๆแล้วนะ เมื่อลูกชายถ่ายเบาเสร็จเธอจึงได้อุ้มเขาไปวางในเปลสานแล้วก็อุ้มลูกสาวมาจัดการธุระต่อ
“เื่นี้ฉันจะคุยกับพ่อแม่เองค่ะส่วนพี่สะใภ้สามถ้าอยากได้เงินร้อยหยวนนั่นก็ไปคุยกับพวกท่านเองเถอะค่ะ”
“ฮึ! ทำเป็พูดดีหาเงินมาคืนให้ได้เสียก่อนเถอะ”ว่าแล้วพี่สะใภ้สามก็เดินกระแทกส้นเท้าออกไปทางหลังบ้านแม่สามีไม่ให้เธอไปเกี่ยวข้าวในแปลงนาแต่กลับบอกให้เธอซักผ้าของคนทั้งบ้านให้แล้วเสร็จและก็ต้องตากให้แห้งก่อนที่พวกเขากลับมาด้วย เธอคงต้องเร่งมือแล้วเหมือนกัน
เมื่อไม่มีคนคอยพูดกระทบกระเทียบหลิวซือซือก็พาลูกชายลูกสาวกับพื้นที่ของตัวเอง
เธอให้พวกเขาสลับกันกินนมครู่ใหญ่ผ่านไปสองแฝดก็กินอิ่มคราวนี้พวกเขาไม่นอนดังนั้นคนที่ได้เป็คุณแม่หมาดๆจึงต้องงัดวิธีการมากมายออกมา
แม้จะไม่เคยมีลูกแต่ก็เคยเลี้ยงน้องชายน้องสาวที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาบ้างเธอเลือกที่จะร้องเพลงให้พวกเขาฟัง และก็ดูเหมือนว่าสองแฝดจะให้ความสนใจไม่น้อยไม่นานพวกเขาก็ปรบมือตามจังหวะที่สนุกสนานนั้น
ถึงจะรู้สึกแปลกใจแต่เธอที่ได้เห็นสายตาพราวระยับพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆของสองแฝดไม่อาจหยุดร้องเพลงกลางคันได้ดังนั้นกว่าจะรู้ตัวว่าคอแห้งเธอก็ร้องเพลงสำหรับเด็กไปเกือบสิบเพลงแล้ว
“ไม่ไหวแล้วๆแม่ขอดื่มน้ำก่อนนะจ๊ะเด็กๆ” ว่าแล้วเธอก็เดินออกไปที่ห้องครัวตักน้ำต้มอุ่นขึ้นมาดื่มแล้วถึงเดินกลับมาหาสองแฝด “อ้าว!หลับไปเสียแล้ว” เธอได้แต่หัวเราะเอ็นดูสองแฝดคงจะเหนื่อยหลังจากออกแรงปรบมืออย่างต่อเนื่องหลายเพลงใช้ผ้าผืนบางห่มให้พวกเขาแล้วเธอก็เดินออกไปเตรียมอาหารเย็นสำหรับทุกคน
ครอบครัวพี่ใหญ่มีทั้งหมดห้าคนครอบครัวพี่รองมีหกคน ครอบครัวพี่สามมีสี่คนส่วนครอบครัวพี่สี่นั้นมีแค่สองคนเพราะพี่สะใภ้สี่ยังไม่มีลูก รวมเธอกับลูกเข้าไปบ้านสกุลหลิวภายใต้การดูแลของสองผู้เฒ่าก็มีคนมากถึงยี่สิบกว่าคน
ไม่แปลกที่เธอจะได้ยินเื่อย่างการที่พวกเขา้าอยากจะแยกบ้านออกไปอยู่ต่างหากเป็ครอบครัวเล็กเพราะบ้านหลังนี้มันแออัดจนเกินไปนั่นเอง แต่ด้วยสภาพความเป็อยู่และสถานะทางการเงินที่กำลังประสบถึงแยกบ้านออกไปก็คงไม่ได้รับการแบ่งเงินมากมายอันใด ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงข้าวของเครื่องใช้อื่นๆแม้แต่หม้อหรือกระทะที่เธอกำลังใช้อยู่ตอนนี้ก็มีรอยรั่วหลายแห่ง
คิดพลางมือของเธอก็ล้วงเอาผลไม้ป่าลูกเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกงเธอเช็ดมันกับชายเสื้อตัวเก่าอีกครั้งแล้วก็ส่งมันเข้าปากอย่างพึงใจ แม้จะติดฝาดอยู่บ้างแต่ความหวานที่มีก็ทำให้เธอกระฉับกระเฉงขึ้นมา
ตอนเย็นหลังจากกินข้าวเสร็จพี่สะใภ้สามก็ดึงพี่สามของบ้านหลิวไปคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่งของรั้วบ้านไม่นานพี่สามก็เดินหน้าตึงกลับเข้ามาในบ้านหลังเล็ก
เขาไปกระซิบพี่ชายน้องชายอยู่สักพักหนึ่งจากนั้นสามคนก็เดินไปหาผู้เป็พ่อแม่ที่เตียงเตาจะมีแค่พี่สี่ของเธอเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่กับพี่สะใภ้สี่ด้วยสีหน้าเฉื่อยชาไม่เข้าร่วมกับพี่ชายอีกสามคน
หลิวซือซือที่กำลังกล่อมสองแฝดนอนอยู่ก็คอยเงี่ยหูฟังว่าพวกเขากำลังจะทำอะไรกัน
ไม่นานก็ได้ยินเสียงของผู้เป็แม่แผดร้องออกมาอย่างเดือดดาล“ฉันกับพ่อของพวกแกยังไม่ตาย ใครกล้าแยกบ้าน!”
“แม่คะบ้านเราคนเยอะถึงเพียงนี้ทุกคนล้วนทำงานหนักแม้แต่เด็กๆของบ้านก็ทำงานแลกแต้มทุกคนแต่น้องเล็กเธอไม่ได้ทำอะไรเลย อีกอย่างเธอก็ถือได้ว่าเป็ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วไม่ควรอยู่ที่บ้านเดิมไม่ใช่เหรอคะ”เสียงนี้เป็เสียงของพี่สะใภ้รองที่เฝ้ามองสถานการณ์มานานได้เอ่ยขึ้น
“ใครให้คุณพูด กลับไปนอนที่เดิมเลยไป!” พี่รองบ้านหลิวเอ่ยดุภรรยาเสียงขรึมแม้เขาจะเอนเอียงไปกับข้อเสนอของน้องสามแต่เขาก็ไม่้าให้ภรรยามาพูดหักหน้าพ่อแม่ของเขาเช่นนี้
“คุณก็เป็เสียอย่างนี้”สะใภ้รองเมื่อถูกสามีปรามเอาไว้ก็ไม่คิดจะพูดอะไรไปมากกว่านี้เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้มีความอดทนกับเธอมากมายขนาดนั้น
“พ่อกับแม่อย่าได้ถือสาเธอเลยนะครับ”
“ฮึ!พูดหรือไม่พูดก็เหมือนกันนั่นแหละ เพราะพวกแกทุกคนล้วนเห็นว่าเสี่ยวซือซือเป็ภาระของบ้านหลังนี้กันทั้งนั้น”แม่หลิวพูดเสียงขึ้นจมูกอย่างเหลืออด
กลับเป็พ่อหลิวที่ใจเย็น “เอาล่ะๆถ้าอยากจะแยกบ้านฉันก็จะให้พวกแกแยกบ้าน”
“ตาแก!ไม่ได้นะแยกบ้านไม่ได้เด็ดขาด!” แม่หลิวถึงกับเต้นผางเพราะไม่คิดว่าสามีจะยอมรับข้อเรียกร้องของเหล่าลูกชายตัวเหม็นทั้งสี่คน
พ่อหลิวโบกมือให้ภรรยาอย่างเหนื่อยล้า“ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตของพวกเขาเถอะพวกเราแก่แล้วอยากรั้งคนไว้ก็คงต้านไม่ไหวแล้วล่ะ”
“พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับแยกบ้านแล้วผมจะดูแลพ่อกับแม่เอง” พี่ใหญ่หลิวเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบที่ลูกชายคนโตของบ้านต้องดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าแต่เขานั้นตั้งใจเอาไว้นานแล้วว่าจะดูแลพ่อกับแม่ให้ดีที่สุดเพื่อจะได้อยู่ที่บ้านหลังนี้ไปนานๆ
“พี่ใหญ่พูดแบบนี้ไม่ได้นะครับผมเองก็คิดจะดูแลพ่อกับแม่เหมือนกัน”พี่รองบ้านหลิวเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอมให้พี่ชายได้หน้าไปเพียงคนเดียว
หลิวซือซือนั่งฟังทุกคนตอบโต้กันไปมามุมปากของหญิงสาวได้แต่เหยียดยิ้มเย้ยหยันเมื่อก่อนตอนที่เ้าของร่างนี้ยังเป็เด็กล้วนได้รับความรักความเอาใจใส่จากทุกคนในบ้าน
แต่ดูตอนนี้สิหลังจากที่เธอถูกสามีสารเลวคนนั้นสลัดทิ้งเพราะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป โฉมหน้าที่แท้จริงของพวกเขาก็เผยออกมา
รอดูต่อไปสักหน่อยก็แล้วกันว่าจะมีใครบ้างที่จริงใจและหวังดีต่อเธออย่างแท้จริง
“เื่เงินฉันกับพ่อของพวกแกจะแบ่งเอาไว้ยี่สิบหยวนที่เหลืออีกแปดสิบหยวนก็แบ่งให้พวกแกครอบครัวล่ะยี่สิบหยวนอย่างเท่าเทียมใครมีปัญหาอะไรไหม”
“แล้วเงินอีกหนึ่งร้อยหยวนที่น้องเล็กค้างเอาไว้ล่ะคะคุณแม่เธอพูดกับฉันว่าจะหามาคืนนี่คะ จะคิดคำนวนเงินจำนวนนี้เข้าไปด้วยหรือเปล่าคะ”สะใภ้สามของบ้านหลิวรีบโพล่งขึ้นมาเพราะกลัวว่าถ้าช้าไปกว่านี้เธอจะไม่มีสิทธิ์พูดมันอีกแล้ว
พ่อหลิวมองหน้าลูกสะใภ้สามด้วยสายตาดุๆ“เสี่ยวซือซือบ้านหลิวเก็บชีวิตกลับมาได้ก็นับว่าเป็เื่โชคดีแค่ไหนแล้วเธอยังคิดจะบีบคั้นคนให้ไปะโน้ำฆ่าตัวตายอีกอย่างนั้นเหรอสะใภ้สามลองเปลี่ยนเป็เธอดูบ้างไหม!”
เมื่อเื่แยกบ้านตกลงกันได้แล้วพี่สามของบ้านก็เริ่มเอนเอียงไปทางภรรยาของเขาอย่างเห็นได้ชัดยามนี้เมื่อภรรยาถูกผู้เป็พ่อตักเตือนจึงได้ออกหน้าปกป้องคนในครอบครัว
“พ่อพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะครับเงินร้อยหยวนไหนเลยจะจัดการอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ได้ บอกว่าไม่เอาก็คือไม่เอาอย่างนั้นเหรอครับเงินส่วนนี้ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเราเหมือนกันนะครับซือซือต้องชดใช้มันก็ถูกแล้ว”
“เ้าสาม!แก!”
“เฮอะ!ถ้าเช่นนั้นก็เอาเงินยี่สิบหยวนนี่ไปแบ่งกันก่อนอีกแปดสิบหยวนที่เหลือพวกเราจะทยอยใช้คืนให้พวกแกก็แล้วกัน”แม่หลิวเอ่ยกับลูกชายทั้งสี่คนอย่างเหลืออด เมื่อครู่นี้ก็แย่งชิงกันอยากจะดูแลพ่อแม่เพราะไม่มีที่ซุกหัวนอนถ้าใครดูแลพ่อแม่ก็จะได้บ้านดินหลังเล็กนี้ไปด้วย น่าอดสูใจจริงๆ
“ไม่ได้นะครับแม่เงินส่วนนี้ให้พ่อกับแม่เก็บไว้ ส่วนเงินที่น้องเล็กติดค้างพวกเราก็ให้เธอหาเงินมาชดใช้ในภายหลังก็ได้ แม้จะนานหลายปีก็ไม่เป็ไรครับ”พี่ใหญ่บ้านหลิวเอ่ยไกล่เกลี่ยได้ในที่สุด
หลิวซือซือเห็นว่าลูกชายลูกสาวหลับไปแล้วจึงได้เดินออกมาพร้อมกับพูดว่า “เอาตามที่พี่ใหญ่พูดเถอะค่ะฉันจะพยายามหาเงินมาคืนพวกพี่ๆเองค่ะ พ่อกับแม่ก็เก็บเงินยี่สิบหยวนนั้นเอาไว้นะคะต่อไปถ้าฉันหาเงินได้แล้วฉันจะกตัญญูกับพ่อแม่ให้มากกว่านี้”
“ทำเป็พูดดีไป ตอนนี้ยังเอาตัวไม่รอดเลย”สะใภ้สามเอ่ยงึมงำออกมาแต่ทุกคนล้วนได้ยินมันอย่างชัดเจน
“สะใภ้สาม!เธอหุบปากให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
สะใภ้สามสะบัดหน้าเดินกลับไปยังพื้นที่เล็กๆหลังผ้าม่านกั้นของเธอทันที
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ตกลงกันได้แล้วเ้าสี่แกไปตามเลขาหลิวกับหัวหน้าหมู่บ้านมา จะได้จัดการเอกสารให้มันเรียบร้อยต่อไปใครจะย้ายออกก็จะได้ไม่มีปัญหา”
“ได้ครับพ่อ”ก่อนจะเดินออกไปพี่สี่หลิวก็หยิบเอาเงินสองหยวนส่งให้น้องสาว “น้องเล็กพี่สี่รู้ว่าเธอลำบากแต่พี่สี่ก็มีเงินไม่มาก ให้เธอเก็บเอาไว้ใช้นะ”ส่วนเงินที่เหลือเขาก็ส่งมอบมันให้กับภรรยาของเขา
“ขอบคุณค่ะพี่สี่ฉันจะรีบหาเงินมาคืนพี่นะคะ”
“ไม่รีบๆพี่กับพี่สะใภ้ของเธอมีกันแค่สองคนไม่ค่อยได้ใช้เงินหรอก”ว่าแล้วเขาก็ตบบ่าน้องสาวคนเล็กอย่างจนใจ จากนั้นก็เดินออกจากบ้านไป
สะใภ้สี่มองเงินในมือน้องสามีแล้วก็ทอดถอนใจออกมาก่อนจะหยิบธนบัตรอีกสามหยวนส่งให้หลิวซือซือ“เธอต้องเลี้ยงสองแฝดต้องบำรุงร่างกายมากๆนะ ไม่อย่างนั้นร่างกายจะทนไม่ไหว”
หลิวซือซือั์ตาแดงก่ำมองพี่สะใภ้สี่อย่างซาบซึ้งใจแต่เธอก็ผลักเงินสามหยวนกลับคืนไป“แค่สองหยวนนี้ก็พอแล้วค่ะพี่สะใภ้สี่ ฉันตัวเล็กแค่นี้กินไม่เยอะหรอกค่ะ”
“ไม่ได้ๆเอาไปเถอะหน้าหนาวนี้สองแฝดยัง้าชุดผ้านวมอุ่นๆนะหรือเธอจะปล่อยให้พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าบางๆ” ว่าแล้วก็ยัดเงินสามหยวนใส่มือน้องสาวสามี
“ขอบคุณนะคะพี่สะใภ้สี่”
“คนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องขอบคุณหรอก”สะใภ้สี่ว่าแล้วก็ตบหลังมือของหลิวซือซือเบาๆ
การกระทำของลูกชายคนที่สี่และลูกสะใภ้สี่นั้นอยู่ในสายตาของสองผู้เฒ่าพวกเขาพยักหน้าอย่างพอใจ แม้จะดูเหมือนว่าพวกเขาหัวอ่อนเชื่อคนง่ายแต่แท้จริงแล้วนิสัยของพวกเขาไม่ได้อ่อนแอเลยทั้งยังกล้าที่จะตัดสินใจในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นๆ
พี่สี่ของบ้านหลิวใช้เวลาไม่นานก็พาคนกลับมาก็เพราะว่าหมู่บ้านสกุลหลิวบนเขาแห่งนี้มีประชากรไม่ได้มากมายอะไร พวกเขามีกันเพียงแค่ยี่สิบห้าหลังคาเรือนเท่านั้น
อีกอย่างบ้านดินของพวกเขาก็ตั้งอยู่ใกล้บ้านของเหล่าเ้าหน้าที่ในหมู่บ้านด้วย
“ทำไม้าจะแยกบ้านตอนนี้ล่ะหลังการเก็บเกี่ยวประจำฤดูร้อนก็จะมีการแจกจ่ายอาหารกันแล้วนะปีนี้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ไม่ดีเลยถ้าแยกบ้านกันอาหารที่ได้รับก็จะน้อยลงไปด้วยนะ”เลขาหมู่บ้านเอ่ยเตือนสองผู้เฒ่าบ้านหลิวอีกครั้ง
“ไม่แยกก็จะวุ่นวายไม่จบไม่สิ้นแยกตอนนี้แหละดีแล้ว” พ่อหลิวเอ่ยออกมาอย่างปลงๆ ถ้าปล่อยให้เนิ่นนานกว่านี้ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาก็คงจะมากกว่านี้
“บ้านไหนบ้างที่ไม่มีปัญหาแต่เอาเถอะถ้านายคิดจะให้เด็กๆมันแยกบ้านกันฉันกับหัวหน้าหมู่บ้านก็จะจัดการเื่เอกสารให้”
“ดีๆ จัดการให้เรียบร้อยั้แ่ตอนนี้เลย”พ่อหลิวเอ่ยออกมาอย่างยินดี เพราะเขาเบื่อที่จะต้องมาฟังเสียงของลูกชายและลูกสะใภ้พูดแต่เื่เดิมๆเต็มทีแล้ว
“แต่พวกเราไม่ขออยู่กับลูกชายคนไหนนะตอนนี้ยังมีแรงทำงานอยากจะอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น” แม่หลิวเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาด
เลขาหมู่บ้านมองสหายอยู่อึดใจก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ“อืม ได้สิ”
สีหน้าของเหล่าลูกชายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสะใภ้ใหญ่ สะใภ้รองและสะใภ้สามที่พวกหล่อน้าอยากให้สองผู้เฒ่าไปอยู่ด้วย เนื่องจากอยากจะได้บ้านดินหลังนี้รวมถึงเงินและอาหารที่เป็ส่วนแบ่งของพ่อแม่สามีด้วยนั่นเอง