***เวลา 9:50 น. ตามเวลาโลกมนุษย์
เด็กน้อยสองคนกำลังวิ่งอยู่บนทางเดินทองคำ
“ระยิบระยับละ! ”
“ระยิบระยับสุด ๆ! ”
เทร่ากับเวลคินตาโตด้วยความประทับใจต่อทางเดินที่ดูหรา
ถึงจะไม่ได้มีเครื่องเรือนหรือลวดลายประดับให้งดงาม แต่เพียงแค่บุผิวด้วยแผ่นทองคำแท้หน้ามากกว่ายี่สิบมิลลิเมตร มันก็มากพอที่จะบอกถึงความร่ำรวยที่ไม่จำเป็นของเจ้าของสถานที่ได้แล้ว
“นี่ ๆ เหมือนจะได้ยินเสียงพี่ตัวเขียววิ่งตามมาด้วยละ”
“แย่ละสิ! ถ้าถูกจับ คงถูกจับตีก้นลายแน่เลย! ”
“รีบวิ่งหนีเร็ว! ”
เด็กทั้งสองเริ่มสับขาอย่างรวดเร็วไปตามทางเดินด้วยรอยยิ้มที่สนุกสนาน
ภายในจิตใจของเด็กทั้งสอง หาได้มีความหวาดกลัวอยู่แม้แต่สักกระเบียดนิ้วเดียว
ในตอนนั้นเองที่พวกเขาได้สังเกตุเห็นบางอย่าง
“นี่ นี่ พี่คิดว่าไอเจ้าแผ่นบาง ๆ ที่พวกเรายื้มมาจากพี่ตัวเขียวคนนั้น จะใช้กับประตูพวกนี้ได้หรือเปล่าอ๊ะ? ”
“ไม่ลองไม่รู้”
ว่าแล้วเวลคินจึงชูมือน้อย ๆ ที่น่ารักขึ้นสูงพร้อมกับบัตรแข็งสีทองคำ
เกิดเสียงดัง “ปิ๊บ” เบา ๆ ในช่วงที่เธอวิ่งผ่านหน้าประตู
ฉับพลันนั้น ประตูทองคำบานโตก็ลอยขึ้นเหนือพื้นหนึ่งมิลลิเมตร ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในผนัง
ภายในนั้น คือห้องขังสีทองคำที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน
“ว๊าว~ เปิดได้ด้วยละ❤”
“สนุกจัง~ พี่! มาเปิดทุกบานกันเลยเถอะ จะได้สำรวจด้วยว่ามีห้องอะไรบ้าง? ”
“เห็นด้วย❤ เห็นด้วย❤”
ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะลืมไปแล้วว่ากำลังวิ่งหนีใครบางคนอยู่…
“พวกเรามาอยู่ต่างโลกกันจริง ๆ ด้วยสินะพี่~❤”
“น่าตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลยละ~❤”
ทั้งสองคนไล่เปิดประตูทุกบานอย่างไม่เกรงใจเจ้าของสถานที่
ไล่เปิดประตูตั้งแต่ต้นทางจนไปถึงสุดปลายทางเดินที่ตัวเองวิ่งมาถึง
เสียงสัญญาณดัง “ปิ๊บ” ดังขึ้นรัวต่อเนื่อง ไปพร้อมกับบานประที่ทยอยเปิดออกไล่ตามมาดั่งคลื่นทะเลที่ซัดเข้าฝั่ง
พวกเขาไม่เกรงกลัวสิ่งใด ไม่หวั่นแม้แต่เจ้าของเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งไล่ตามมา หรือแม้แต่กับสิ่งมีชีวิตแปลกตาซึ่งถูกขังอยู่ข้างในห้องเหล่านั้น
“... #$$? ”
สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ที่มีหูกับหางคล้ายหมาพันธุ์ไซบีเรีย กำลังเดินออกมาข้างนอกห้องด้วยความสับสน
เขามีขนสีดำสลับขาวที่ดูฟูนุ่มตามช่วงแขนกับขา มีความสูง 140 เซนติเมตร และมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์เหมือนเด็ก
“? ”
เขาเดินออกมาสบตากับเหล่าเด็กน้อยทั้งสองคนโดยบังเอิญ
ทันทีที่ดวงตาสีแดงของหนุ่มน้อยเผ่าหมาป่าได้ประสานเข้ากับดวงตาสีฟ้าของเวลคิน เขาก็รู้สึกราวมีสายฟ้าฟาดเข้ามาใจกลางหัวใจ
[รักแรกพบ] นั่นคือความคิดแรกของหนุ่มน้อยหมาป่าที่กำลังเกิดขึ้น
“ห้องนี้มีน้องหมาพันธุ์ไซบีเรียด้วยละ~❤”
เวลคินไม่หวาดกลัวรูปร่างของหนุ่มน้อยหมาป่า แล้ววิ่งเข้าไปนวยขนอย่างสนุกมือ
ใช้มือที่นุ่มนิ่มน่ารักน่าสัมผัสของของตัวเอง ลูบไล้ไปตามหางกับร่างกายหนุ่มน้อยหมาป่า จนเขาหน้าแดง มีไอน้ำลอยขึ้นเหนือหัวก่อตัวทึบหนา ก่อนจะสลบทั้งยืนไปในเวลาต่อมา...
“กี๊? ”
สิ่งมีชีวิตคล้ายลูกอ๊อดสีเงินกำลังคลานออกมาจากห้องด้วยขาน้อย ๆ ทั้งสี่ข้างของมัน
มันไม่เข้าใจว่าทำไมประตูถึงเปิดออก
แต่ที่มันรู้อย่างหนึ่ง คือมันกำลังได้รับอิสระภาพ---
“พี่! ตรงนี้มีลูกอ๊อดสีน้ำเงินตัวหยาย~ ด้วยละ! ”
---หรืออาจจะไม่ใช่…
เจ้าลูกอ๊อดขนาดสามสิบเซนติเมตรกำลังถูกเด็กหนุ่มเทร่าอุ้มขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง
“ตัวเย็นสุด ๆ! แถมยังนิ่มด้วย~❤”
เข้าเอาแก้มตัวเองถูกบนผิวที่นุ่มลื่นราวกับใบบัวของมัน
“กิ… กี้! ”
เจ้าลูกอ๊อดพยายามดิ้นอย่างหนักเพื่อหนี
แต่แรงของมันไม่มากพอจะเอาชนะเทร่าได้
คมฟันกับกรงเล็บเองก็ยังไม่มี
“ใจเย็น ๆ น้า~❤”
แต่เพราะถูกลูบหัวอย่างอ่อนโยน สุดท้ายมันจึงยอมรับความพ่ายแพ้ และยอมอยู่นิ่งในอ้อมกอดของเทร่าไป
ในเวลาเดียวกัน
“ตรงนั้นมีภูติตัวจริงเสียงจริงด้วยพี่! ”
“ว้าว~ น่ารักเหมือนในนิยายเลย~❤”
“ว่าแต่… หน้าตาเหมือน ฮันสึเนะ มิกุ มากเลย ว่าไหมพี่? ”
“แค่คล้ายมากกว่า พี่คิดว่าคุณภูติตรงนั้นหน้าตาออกจะดูโง่กว่า ฮันสึเนะ มิกุ อยู่นะ”
สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่สูงเพียง 150 เซนติเมตร มีดวงตาสีเขียวมรกต ผมสีเขียวมรกตทรงทวินเทล สวมชุดกลีบดอกลิลลี่ขาว กำลังเคลื่อนตัวออกมาจากห้องเป็นรายที่สาม
เธอหันรีซ้ายหันรีขวา แล้วไปหยุดตรงที่กลุ่มของเด็กน้อยที่อยู่ตรงทางเดินทองคำ
“&^??? ”
ภูติตัวน้อยใช้ปีกโปรงแสงกลางหลัง บินเลียบพื้นเข้ามาใกล้เด็กน้อยสองคน แล้วพูดอะไรบางอย่างออกมาด้วยภาษาที่เด็กน้อยทั้งสองคนไม่รู้จัก
“$%?? ”
แต่ทว่ากลับเป็นฝ่ายหนุ่มน้อยหมาป่า ที่กลับสามารถเดินเข้าไปคุยกับคุณภูติด้วยภาษาเดียวกัน
ดูท่าว่าสองเผ่าพันธุ์นี้จะรู้จักกันมาก่อน
“^^&&&$? ”
ภูติน้อยพยายามสื่อสารกับกลุ่มของเด็กมนุษย์อีกครั้ง
“ฟังไม่รู้เรื่องงะคุณมิกุ? ”
“ใช่ ๆ ฟังไม่รู้เรื่องเลยคุณมิกุ~”
“#$#? #$&&? &^#$$%%%? ”
ภูติน้อยเปลียนภาษาพูด รวมไปถึงสำเนียงการพูด
เธอพยายามอย่างหนักจนกระทั้ง---
“งั้นภาษานี้ละฟังออกไหม? ภาษาของ [เผ่ามนุษย์รุ่นแรก] เนี่ยดอง? ”
“อ๊ะ? ”
“ฟังออกแล้ว!? ”
---พวกเขาสามารถสื่อสารกันได้สำเร็จราวกับมีปาฏิหาริย์จากพระเจ้าเช่นนี้
***เวลา 10:00 น. ตามเวลาโลกมนุษย์
ห้องขังสัตว์ทดลองถูกเปิดออก
“นะ… นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมากันเนี่ย? ”
ประตูทุกบานที่ควรปิดกลับถูกเปิดออกกว้าง
เหล่าเอเลี่ยนที่ควรนั่งอยู่ในห้องขัง กลับออกมาเดินเพ่นพ่านอย่างมีอิสระด้วยรอยยิ้ม
แถมเกิดตอนไหนไม่เกิด ดันมาเกิดในช่วงเวลาที่เขากำลังออกเวรให้อาหารอีก
“เกิดเรื่องขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีเสียงเตือนภัยดัง!? ไอพวกที่อยู่ในห้องสังเกตุการณ์มันทำเชี่ยอะไรกันอยู่ฟะ! ”
เขาบ่นอุบด้วยความไม่พอใจต่อคววามหละหลวมของพวกนักวิจัย
ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น---
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องสังเกตุการณ์ที่ว่า
“ก๊าก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ! พวกเราโดนแม่งด่าแล้ววะ”
“ปล่อยมันไป~ ปล่อยมันไป~ ยังไงก็ต้องทดสอบความสามารถพื้นฐานของพวกเอเลี่ยนอยู่แล้ว ให้คนไร้ค่าอย่างมันเป็นหนูทดสอบความสามารถไปนั่นละดี”
“เห็นด้วยอย่างยิ่ง ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ! ”
เหล่านักวิจัยกับยาม พวกเขาไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานเลยสักนิด
ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
“แว๊ก! พี่เขียวตามมาทันแล้ว! เอาไว้คุยกันทีหลังนะคุณภูติมิกุ ตอนนี้ต้องหนีก่อน! ”
“หนีเร็ว~ หนีเร็ว~”
“เหวออออ!?! ตัวอะไรกันละนั่น! ดอง? รอ--- รอฉันด้วยดอง! ”
“!!! ”
กลุ่มเด็กน้อยทั้งสี่คนวิ่งหนีด้วยความเร็วสูงสุด โดยมีเจ้าหนุ่มหมาป่าวิ่งปิดท้ายเอาไว้
ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเขาวิ่งช้า แต่เป็นเพราะเขาอยากแสดงความเป็นลูกผู้ชายให้เวลคินเห็นด้วยการยืนอยู่ในจุดที่เสี่ยงตายที่สุด
“คุณหมาวิ่งช้าจัง~? ”
แต่โชคร้ายที่ความรู้สึกนั้นส่งไปไม่ถึงเธอ
เวลคินที่เห็นหนุ่มน้อยหมาป่าวิ่งช้า เลยลดความเร็วของตัวเองมาอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าหนุ่มหมาป่า
ใช้หางตาที่น่ารัก ชำเลืองมองอย่างเป็นห่วง พร้อมกับใช้มือข้างซ้ายลูบหลังด้วยความรู้สึกราวกับเจ้าของที่กำลังลูบหัวลูกหมาตัวน้อย
“!!! ”
ซึ่ง... มันไม่ดีต่อหัวใจของเจ้าหนุ่มน้อยหมาป่าเลยแม้แต่น้อย
“อย่าหนีนะเฟ้ย! ”
เสียงของหนุ่มลิชาร์ดแมนดังไล่ตามมาข้างหลัง
ถึงจะฟังไม่เข้าใจภาษา แต่พวกเขาก็พอจะทราบได้ถึงความต้องการของฝ่ายผู้ไล่ล่า
ว่าเขากำลังหัวเสียแบบสุด ๆ!
“วิ่งเร็วสุด ๆ!? แบบนี้โดนตามทันแน่พี่! ”
“งั้นใช้แผนสอง! ”
“ได้เลยพี่! ”
สองพี่น้องฝาแฝดผุดรอยยิ้มที่ชั่วร้ายขึ้นมาบนใบหน้า
คนน้องโยนลูกอ๊อดสีเงินในมือให้กับหนุ่มน้อยหมาป่าโดยไม่ถามความสมัครใจของเขา แล้วแกล้งสะดุดหกล้มหน้าคว่ำพื้น
“แว๊ก! ”
“จับได้แล้ว! ”
“ยะ--- อย่าทำร้ายผม! ”
“!?! ”
คนน้องทำเป็น [แกล้ง] บีบน้ำตาออกมาจากเป้าตาทั้งสองข้าง
น้ำตาของเด็กน้อยได้กระตุ้นต่อมหมี (?) ของนายลิชาร์ดแมน ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด
เทร่ารู้อยู่แล้ว
เขารู้อยู่แล้วว่าพี่ลิชาร์ดแมนเป็นคนที่ใจดี
เทร่ารู้ตัวตั้งแต่ตอนที่พี่ลิชาร์ดแมนจับแขนของเขาอย่างอ่อนโยน
ถ้าไม่ใช่คนที่อ่อนโยน คงจับแขนของเขาเต็มแรงจนหักครึ่งไปอย่างไม่ใยดี
แต่พี่ลิชาร์ดสีเขียวไม่ทำเช่นนั้น
นี่คือสาเหตุที่ทำให้นายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวคนนี้ ไม่ถูกรับเลือกให้เป็นหนึ่งในกองทัพของเผ่าพวกเขา
เพราะว่าเขาคือชายที่อ่อนโยนเกินไป
อ่อนโยนจนไม่ฆ่าแม้แต่กับแมลงตัวเล็กที่เดินตัดหน้าของเขา
ซึ่งนั่นนับว่าเป็นนิสัยที่เป็นปัญหาสำหรับกองทัพของเผ่าลิชาร์ดแมน
ในตอนนี้ หัวใจของนายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวกำลังต่อสู้กันเอง ระหว่างความโกรธกับความอ่อนโยน
ถึงจะเป็นตัวอย่างเอเลี่ยนทดลอง แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งชีวิตที่ยังเป็นแค่ตัวอ่อน
เขาไม่สามารถ---
“วิชานินจา -- [ทะลวงรูดาก] ! ”
“เจี๊ยกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก! ”
เวลคิน หรือคนพี่ ได้ใช้ช่วงเวลาที่ศัตรูประมาท บุกลอบเข้าไปทางด้านหลัง ประกบมือทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วยันนิ้วชี้ แทงเข้าไปในสิ่งที่คล้ายกับ [รูตูด] ของนายลิชาร์ดแมน
ขอย้ำว่าเวลคินคือเด็กผู้หญิง
สองพี่เริ่มประสานงานโจมตีอย่างสามัคคี
คนพี่จิ้มทะลวงรูดากของนายลิชาร์ดแมน
คนน้องใช้มือทั้งสองจับเจ้าน้องชาย แล้วบิดเป็นเกลียวเหมือนบิดพวงองุ่นออกจากต้น
ลิชาร์ดแมนเริ่มหน้าดำคล้ำซีดเผือก
คนพี่ถอดนิ้วออกมา
คนน้องรีบย่อตัว ให้คนพี่ปีนขึ้นหลัง
คนพี่ใช้มือที่เปื้อน [***] นำไปเช็ดบนปลายจมูกของนายลิชาร์ดแมน
หลังเช็ดถูกจนมือสะอาดเอี่ยมเป็นที่น่าพอใจ ทั้งคู่ก็รีบสละเรือ วิ่งหนีออกมาในทันใด
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น
ขอย้ำอีกครั้งว่าเวลคินคือเด็กผู้หญิง
ภูติน้อยยืนอึ้ง
หนุ่มหมาป่ายืนอึ้ง
ผู้เฝ้าสังเกตุการณ์ยืนอึ้ง
ทุกคนยืนอึ้งพร้อมกันมิได้นัดหมาย
"นั่น… ไม่เล่นแรงไปหน่อยหรือดอง…? "
"ไม่หรอกค่ะคุณพี่มิกุ"
"ยังไม่ได้ทำให้สูญพันธุ์ถาวรเสียหน่อย อีกอย่าง พ่อสอนเอาไว้ว่า ถ้าถูกคนแปลกหน้ามาพยายามจับตัว ให้เล่นสวนกลับแรง ๆ ไปเลย เพราะไม่รู้ว่าจะถูกทำอะไรบ้างนะพี่มิกุ"
"พ่อสอนมาดีจริงนะดอง... ว่าแต่มิกุนี่ใครกัน? ฉันมีชื่อว่า [ลิลลี่] --- [ลิลลี่ ออฟซิเดียน] ยินดีที่ได้รู้จักนะดอง"
" ผมเทร่าครับ"
" ส่วนฉันเวลคินค่า~"
เด็กน้อยทั้งสองคนเริ่มแนะนำตัวเองไปพร้อมกับวิ่งหนี
ส่วนนายหมาป่า---
"...? "
---กำลังไม่เข้าใจว่าเจ้าพวกนี้กำลังคุยอะไรกันอยู่
เขาไม่เข้าใจภาษาของ [มนุษย์โลก] ผิดกับภูติน้อยลิลลี่
"ว่าแต่พวกเธอเป็นเผ่ามนุษย์จากเมืองไหนกันเนี่ยดอง? ทำไมถึงใช้ภาษาโบราณอย่าง [มนุษย์รุ่นแรก] กันละดอง? "
"เผ่ามนุษย์จากเมืองไหน? หมายความว่าดาวดวงนี้มีเผ่ามนุษย์ด้วยหรือครับพี่มิกุ"
"ก็บอกว่าชื่อลิลลี่! …หมายความว่ายังไงที่ว่า [ดาวดวงนี้] นะดอง? "
"??? "
“??? ”
เป็นอีกครั้งที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงสิ่งใด
"... ช่างเถอะ ตอนนี้รีบหาทางออกกันก่อนดีกว่าดอง จากความฉลาดหลักแหลมของฉัน คิดว่าพวกเราคงถูกสิ่งมีชีวิตต่างดาวจับตัวมาแน่ ๆ เลยนะดอง"
"เห็นด้วยค่า~ พี่มิกุ~"
“ฉลาดจังเลย~ พี่มิกุ~”
“ก็บอกว่าไม่ใช่มิกุไงดอง! นี่พวกเธอจงใจจะล้อเลียนฉันใช่ไหมดอง? ใช่ไหม!? ”
กลุ่มวัยเยาว์กับผู้ใหญ่สมองเด็กยังคงวิ่งต่อไป
พวกเขามุดไปตามเส้นทางเขาวงกตทองคำ โดยมีหนุ่มลิชาร์ดแมนเล็ดเขียวหน้าย่นวิ่งกุมไข่ด้วยความเจ็บปวดตามหลังมาติด ๆ
"หว่า… ยังตามมาอีก! "
"งั้นมากวนตีนพี่แกกันหน่อยดีไหมเทร่า? "
"เอาสิพี่! "
ว่าแล้วเด็กน้อยทั้งสองคนก็เริ่มแผงฤทธิ์อีกครั้ง
"แน่จริงก็จับให้ได้จิ! "
คนพี่ทำเสียงเย้ยหยันกวนตีน
"ทางนี้ อยู่ทางนี้~"
คนหน้าส่งรอยยิ้มที่เพียงแค่เห็นก็คันฝ่าเท้าไปให้เขา
"ตีก้นสวย ๆ ให้นะดอง แปะ ๆ ~"
และมีผู้ใหญ่สมองเด็กร่วมวงเข้าไปอีกคน
“โว๊ยยยยยย! ไอพวกนี้! ”
ต่อให้โง่แค่ไหน ก็ย่อมเข้าใจได้ว่ากำลังถูกเยาะเย้ยอยู่
เมื่ออารมณ์โกรธพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ความคับแค้นทะลุหลอดจนปริแตก
พลังก้นบึ้งของเผ่าลิชาร์ดแมนของเขาจึงตื่นขึ้น
เผ่าลิชาร์ดแมน มีรูปกายที่คล้ายกับตัวซาลาแมนเดอร์ของโลกมนุษย์
แต่เป็นซาลาแมนเดอร์ที่ใช้ชีวิตยืนสองขา กับใช้มือสองข้างหยิบจับอุปกรณ์จนคุ้นชิน
มวลกล้ามเนื้อและพลังกายของพวกเขา นับว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าของมนุษย์โลก แต่กลับเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ
หากให้ลิชาร์ดแมนธรรมดาที่ไม่ได้รับการฝึกมาแข่งขันกับชาวมนุษย์โลก มนุษย์โลกจะไม่สามารถเอาชนะพวกเขาด้วยมือเปล่าได้เลย
ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าสองเมตร
มือกับเท้าที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคม
หางที่ทรงพลัง
และยังมีเกล็ดทั่วตัวที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับชุดเกราะเหล็กของอัศวิน
ถ้าหากนายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวผู้นี้เอาจริงแล้วละก็---
“ฮะ ฮะ ฮะ--- …”
*...ตึง ตึง ตึง*
---เหล่าเด็กน้อย---
“...เออ”
*ตึง ตึง ตึง*
---จะไม่มีวัน---
“ดูเหมือนว่า…”
---เอาชนะเขาได้เลย---
“...พี่ตัวเขียวจะวิ่งเร็วขึ้นอยู่นะพี่? ”
ระยะห่างสามร้อยเมตร ถูกร่นเข้ามาใกล้เหลือหนึ่งร้อยเมตรภายใน 15 วินาทีเท่านั้น
“วิ่งเร็วโฮก!?! นั่นทำลายสถิติโลกได้เลยนะ! ”
สถิติโลกมนุษย์ที่เคยบันทึกได้นั้น อยู่ที่ 100 เมตรต่อ 9.69 วินาที ณ ปี 2008
“เผ่นเร็วพี่! ”
เป็นครั้งแรกที่พวกเด็กน้อยรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างแท้จริง
“หยุด! หยุดให้ข้าจับตีตูดซะดี ๆ ไอพวกเด็กเวร! ”
““แว๊กกกกกกกกกกกกกก! ””
“กิ--- กี๊! ”
ลิชาร์แมนเปลื่อยเปล่าวิ่งไล่หลังด้วยความเร็วสูง
กลุ่มเด็กน้อยวิ่งหนีนำหน้าด้วยความเร็วที่ไม่แพ้กัน
ฝุ่นควันลอยตลบเหนือพื้นทองคำ
วิ่งคดเคี้ยวบนเส้นทางวงกตอย่างไร้ที่สิ้นสุด
จนกระทั้งไปถึงจุดทางแยกสี่แพร่งชวนอลหม่าน
กลุ่มเด็กน้อยวิ่งแยกกัน ณ ทางแยกนั้น
หนุ่มลิชาร์ดแมนหยุดชะงัก แล้วมองเหยื่อที่ควรวิ่งไล่ตาม
ดวงตาของเขา จับจ้องไปที่ร่างของเด็กสาว ผู้ทะลวงรูตูดของตน
หนุ่มลิชาร์ดแมนก้าวขาออก หมายจะวิ่งไล่ตามเด็กสาว
ห่อร่างกายให้ลู่ไปตามกระแสลมที่สวนทางร่างกาย ปล่อยให้ความเย็นกรีดผิวเกล็ดสีเขียว วิ่งทะยานแหวกม่านอากาศตรงออกไป
“เหวอ!? ”
ในตอนนั้นเองที่เขาต้องหยุดวิ่งอีกครั้งหนึ่ง
ตรงทางแยกสี่แพร่ง มีเงาของเด็กน้อยที่กำลังวิ่งกลับมาหาเขา
คนน้องวิ่งฝุ่นตลบตัดขวาไปซ้ายผ่านด้านหลัง
คนพี่วิ่งฝุ่นตลบตัดหน้าลิชาร์ดแมนจากซ้ายไปขวาตามมา
ภูติตัวน้อยวิ่งฝุ่นตลบจากหน้ามาหลังสวนทางกลับมา
ลูกอ๊อดสีเงินวิ่งฝุ่นตลบจากข้างหลังมาหน้า
“ทำไมพวกแม่งถึงมาวิ่งวนอยู่รอบตัวตรูกันได้ฟะ? ... หืม? ”
หนุ่มหมาป่าวิ่งมาหยุดตรงหน้า
เขาจ้องตากับปริบ ๆ ใส่หนุ่มลิชาร์ดแมนราวหนึ่งวินาที ก่อนจะรู้ตัวว่าวิ่งมาผิดเส้นทาง แล้วเริ่มกลับหลังหันวิ่งหนี
“ยะ--- อย่าหนีซิฟะ! ”
หนุ่มลิชาร์ดแมนรีบวิ่งไล่ตามไปทันที
การวิ่งไล่จับอันไร้สาระเช่นนี้ เกิดขึ้นอย่างยาวนานนับหนึ่งชั่วโมงเต็ม
จนกระทั้ง---
“ขะ… ข้ายอมแพ้… แล้ว...”
เขาหมดแรงที่จะก้าวขาอีกต่อไป
ไม่ใช่ว่าวิ่งไล่ไม่ทัน แต่เขาถูกเด็กน้อยทั้งกลุ่มปั่นหัวจนวุ่นไปหมด
สองขาหมดแรงล้มตัวนอนแนบพื้นทางเดิน
ความเย็นจับขั้วหัวใจส่งผ่านทางเกล็ดสู่ภายในร่างจนทุกข์ทรมาน
สมองของเขากำลังกรีดร้องเรียกประท้วงหาเตียงนุ่มสบายที่อบอุ่น
แต่เขาไม่ไหวแล้ว
ไม่มีแรงพอจะลุกขึ้นมาได้อีก
ขอล้มตัวนอนเช่นนี้ดีกว่า---
ขอหลับ… ละนะ…
***เวลา 11:10 น. ตามเวลาโลกมนุษย์
นักวิจัยเริ่มวิเคราะห์ความสามารถของเอเลี่ยน
“น่าสงสารเจ้านั่นจริง พวกเรามายืนไว้อาลัย มาขอบคุณความเสียสละของนาย… เออ… มีใครรู้จักชื่อมันบ้าง? ”
“ [เวิ่นเฮอ] ครับ”
“โอเค--- พวกเราขอขอบคุณนาย [เวิ่นเฮอ] ที่ยอมสละชีวิตทำให้พวกเราได้ข้อมูลล้ำค่ากลับมา ขอเจ้าจงนอนหลับอย่างสงบได้อย่างสบายใจ ขอ ขอบคุณ---”
เหล่าลิชาร์ดแมนลุกขึ้นยืนทำความเคารพกันอย่างพร้อมเพรียง
หลังจากยืนสงบนิ่งผ่านมาได้หนึ่งวินาที
“เอาละ ยืนไว้อาลัยให้แค่นี้พอแล้ว รีบส่งคนเข้าไปคุมสถานการณ์ แล้วก็ช่วยเจ้าบ้านั่นออกมาด้วย ถ้ามันยังไม่ตายอะนะ”
ทีมสังเกตการณ์กำลังรู้สึกพอใจต่อข้อมูลอันล้ำค่าที่เก็บกลับมาได้
ทุกการเคลื่อนไหวของเหล่าเด็กน้อย ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยกล้องกับระบบสแกนโครงสร้างร่างกายของพวกเขาที่ติดเอาไว้ตามทางเดิน
ใช้คอมพิวเตอร์ล้ำสมัย ถอดข้อมูลจากภาพโครงบันทึก ออกมาเป็นตัวเลข เป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ทำให้ทราบถึงพลังกายของสิ่งมีชีวิตทดลอง
ใช้คลื่นรังสีที่ปล่อยออกไป มาวิเคราะห์การเคลื่อนไหวในเชิงข้อมูลสามมิติ วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงทางชีวะเคมี เพื่อดูการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การไหลเวียนของเลือด รวมไปถึงระบบการทำงานสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนที่จับมาได้
"เออใช่ อย่าลืมระวังป้องกันเชื้อโรคด้วยละ"
นายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวไม่เคยรู้ความจริงเรื่องนี้
พวกเขาไม่เคยบอกว่าเอเลี่ยนที่ถูกจับมา จะปลอดภัยจากโรคร้าย
เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามันจะมีโรคร้ายนั้นจริงหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงหลอกใช้ ส่งคนที่ถูกมองว่า [ไร้ค่า] ให้มาส่งมอบอาหาร ดูแลส่วนพื้นที่คุมขังเพียงคนเดียว
เวรส่งมอบอาหาร ทำความสะอาด เช้า-เย็นไม่เคยมีอยู่จริง
เขาถูกหลอกให้เสี่ยงชีวิตมาหนึ่งเดือนเต็ม เพื่อดูอาการว่าเอเลี่ยนที่จับมา มันจะมีโรคร้ายที่เป็นภัยหรือไม่เท่านั้น
และนี่คือโอกาส ที่พวกเขาจะได้เก็บตัวอย่างเลือดกลับมา เพราะทั้งสองฝ่ายมีการถูกเนื้อต้องตัวกันเต็มที่ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“รีบส่งข้อมูลทั้งหมดนี้ไปให้แนวหน้า ได้ยินว่าอยากไปยึดดาวเคราะห์ของเจ้าพวก [ลิงไร้ขน] กับดาวของพวก [เผ่าทั้งหก] จะแย่แล้วไม่ใช่หรือยังไง? ”
ลิชาร์ดแมนเกล็ดสีเทาสวมชุดคลุมสีน้ำตาลพูดด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง
เขาถูกหน่วยทหารกดดันขอข้อมูลของชาวดาว [ลิงไร้ขน] มาเกือบเดือน จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกอารมณ์ดีขนาดนี้
ดาวของ [ลิงไร้ขน] หรือก็คือ [ดาวโลก]
ส่วนดาวของ [เผ่าทั้งหก] ก็คือดาวบ้านเกิดของคุณภูติตัวน้อยกับหนุ่มน้อยหมาป่า
“ได้ครับ”
ลูกน้องของเขาตอบรับด้วยสีหน้าที่ชื่นบาน ไปพร้อมกับเร่งทำสรุปข้อมูลเพื่อส่งไปให้แนวหน้า
“อย่าลืมแปลเป็นภาษาของชาวดาว [ลิงไร้ขนตัวเล็ก] กับชาวดาว [นิมป์] ด้วยละ เพราะถือว่าเป็นพันธมิตรของพวกเรา”
“แล้วต้องแปลเป็นภาษาของชาวดาว [หูยาว] ด้วยไหมครับ? ”
“ไม่จำเป็น ไอพวกนั้นไม่รู้ว่าจะกลับมาแยกเขี้ยวใส่พวกเราอีกเมื่อไหร ให้มันไปสู้กับพวกเอเลี่ยนจนต่ายห่านไปนั่นละดี”
“ครับ งั้น----”
*บรึ๊มมมมมมมมมมมมม!?! *
เกิดเสียงระเบิดรุนแรงดังขึ้นมาจากทางโซนห้องขัง
“เกิดอะไรขึ้น? รีบเอาภาพขึ้นจอด่วน! ”
ที่ตรงนั้น มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น
เส้นทางเดินสีทองที่เคยตระการตา กำลังถูกบดบังด้วยกลุ่มควันจำนวนมาก
กลุ่มควันเหล่านั้นค่อย ๆ จางหายจากกระแสลมที่กำลังถูกดูดออกไปผ่านรูกว้างบนพื้นที่ถูกเจาะ
“... เฮ้ย? ”
สัตว์เอเลียนที่ถูกจับมาทั้งห้าตัวของพวกเขา ได้หายตัวไปจากโซนห้องขังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...