Tower Defense War Era

    ตอนที่ 6 ปะทะ (?) ลิชาร์ดแมน

    ***เวลา 9:50 น. ตามเวลาโลกมนุษย์

    เด็กน้อยสองคนกำลังวิ่งอยู่บนทางเดินทองคำ

    “ระยิบระยับละ! ”

    “ระยิบระยับสุด ๆ! ”

    เทร่ากับเวลคินตาโตด้วยความประทับใจต่อทางเดินที่ดูหรา

    ถึงจะไม่ได้มีเครื่องเรือนหรือลวดลายประดับให้งดงาม แต่เพียงแค่บุผิวด้วยแผ่นทองคำแท้หน้ามากกว่ายี่สิบมิลลิเมตร มันก็มากพอที่จะบอกถึงความร่ำรวยที่ไม่จำเป็นของเจ้าของสถานที่ได้แล้ว



    “นี่ ๆ เหมือนจะได้ยินเสียงพี่ตัวเขียววิ่งตามมาด้วยละ”

    “แย่ละสิ! ถ้าถูกจับ คงถูกจับตีก้นลายแน่เลย! ”

    “รีบวิ่งหนีเร็ว! ”

    เด็กทั้งสองเริ่มสับขาอย่างรวดเร็วไปตามทางเดินด้วยรอยยิ้มที่สนุกสนาน

    ภายในจิตใจของเด็กทั้งสอง หาได้มีความหวาดกลัวอยู่แม้แต่สักกระเบียดนิ้วเดียว



    ในตอนนั้นเองที่พวกเขาได้สังเกตุเห็นบางอย่าง

    “นี่ นี่ พี่คิดว่าไอเจ้าแผ่นบาง ๆ ที่พวกเรายื้มมาจากพี่ตัวเขียวคนนั้น จะใช้กับประตูพวกนี้ได้หรือเปล่าอ๊ะ? ”

    “ไม่ลองไม่รู้”

    ว่าแล้วเวลคินจึงชูมือน้อย ๆ ที่น่ารักขึ้นสูงพร้อมกับบัตรแข็งสีทองคำ

    เกิดเสียงดัง “ปิ๊บ” เบา ๆ ในช่วงที่เธอวิ่งผ่านหน้าประตู

    ฉับพลันนั้น ประตูทองคำบานโตก็ลอยขึ้นเหนือพื้นหนึ่งมิลลิเมตร ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในผนัง

    ภายในนั้น คือห้องขังสีทองคำที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน



    “ว๊าว~ เปิดได้ด้วยละ❤”

    “สนุกจัง~ พี่! มาเปิดทุกบานกันเลยเถอะ จะได้สำรวจด้วยว่ามีห้องอะไรบ้าง? ”

    “เห็นด้วย❤ เห็นด้วย❤”

    ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะลืมไปแล้วว่ากำลังวิ่งหนีใครบางคนอยู่…



    “พวกเรามาอยู่ต่างโลกกันจริง ๆ ด้วยสินะพี่~❤”

    “น่าตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลยละ~❤”

    ทั้งสองคนไล่เปิดประตูทุกบานอย่างไม่เกรงใจเจ้าของสถานที่

    ไล่เปิดประตูตั้งแต่ต้นทางจนไปถึงสุดปลายทางเดินที่ตัวเองวิ่งมาถึง

    เสียงสัญญาณดัง “ปิ๊บ” ดังขึ้นรัวต่อเนื่อง ไปพร้อมกับบานประที่ทยอยเปิดออกไล่ตามมาดั่งคลื่นทะเลที่ซัดเข้าฝั่ง

    พวกเขาไม่เกรงกลัวสิ่งใด ไม่หวั่นแม้แต่เจ้าของเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งไล่ตามมา หรือแม้แต่กับสิ่งมีชีวิตแปลกตาซึ่งถูกขังอยู่ข้างในห้องเหล่านั้น



    “... #$$? ”

    สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ที่มีหูกับหางคล้ายหมาพันธุ์ไซบีเรีย กำลังเดินออกมาข้างนอกห้องด้วยความสับสน

    เขามีขนสีดำสลับขาวที่ดูฟูนุ่มตามช่วงแขนกับขา มีความสูง 140 เซนติเมตร และมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์เหมือนเด็ก

    “? ”

    เขาเดินออกมาสบตากับเหล่าเด็กน้อยทั้งสองคนโดยบังเอิญ

    ทันทีที่ดวงตาสีแดงของหนุ่มน้อยเผ่าหมาป่าได้ประสานเข้ากับดวงตาสีฟ้าของเวลคิน เขาก็รู้สึกราวมีสายฟ้าฟาดเข้ามาใจกลางหัวใจ

    [รักแรกพบ] นั่นคือความคิดแรกของหนุ่มน้อยหมาป่าที่กำลังเกิดขึ้น



    “ห้องนี้มีน้องหมาพันธุ์ไซบีเรียด้วยละ~❤”

    เวลคินไม่หวาดกลัวรูปร่างของหนุ่มน้อยหมาป่า แล้ววิ่งเข้าไปนวยขนอย่างสนุกมือ

    ใช้มือที่นุ่มนิ่มน่ารักน่าสัมผัสของของตัวเอง ลูบไล้ไปตามหางกับร่างกายหนุ่มน้อยหมาป่า จนเขาหน้าแดง มีไอน้ำลอยขึ้นเหนือหัวก่อตัวทึบหนา ก่อนจะสลบทั้งยืนไปในเวลาต่อมา...



    “กี๊? ”

    สิ่งมีชีวิตคล้ายลูกอ๊อดสีเงินกำลังคลานออกมาจากห้องด้วยขาน้อย ๆ ทั้งสี่ข้างของมัน

    มันไม่เข้าใจว่าทำไมประตูถึงเปิดออก

    แต่ที่มันรู้อย่างหนึ่ง คือมันกำลังได้รับอิสระภาพ---

    “พี่! ตรงนี้มีลูกอ๊อดสีน้ำเงินตัวหยาย~ ด้วยละ! ”

    ---หรืออาจจะไม่ใช่…



    เจ้าลูกอ๊อดขนาดสามสิบเซนติเมตรกำลังถูกเด็กหนุ่มเทร่าอุ้มขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง

    “ตัวเย็นสุด ๆ! แถมยังนิ่มด้วย~❤”

    เข้าเอาแก้มตัวเองถูกบนผิวที่นุ่มลื่นราวกับใบบัวของมัน

    “กิ… กี้! ”

    เจ้าลูกอ๊อดพยายามดิ้นอย่างหนักเพื่อหนี

    แต่แรงของมันไม่มากพอจะเอาชนะเทร่าได้

    คมฟันกับกรงเล็บเองก็ยังไม่มี

    “ใจเย็น ๆ น้า~❤”

    แต่เพราะถูกลูบหัวอย่างอ่อนโยน สุดท้ายมันจึงยอมรับความพ่ายแพ้ และยอมอยู่นิ่งในอ้อมกอดของเทร่าไป



    ในเวลาเดียวกัน

    “ตรงนั้นมีภูติตัวจริงเสียงจริงด้วยพี่! ”

    “ว้าว~ น่ารักเหมือนในนิยายเลย~❤”

    “ว่าแต่… หน้าตาเหมือน ฮันสึเนะ มิกุ มากเลย ว่าไหมพี่? ”

    “แค่คล้ายมากกว่า พี่คิดว่าคุณภูติตรงนั้นหน้าตาออกจะดูโง่กว่า ฮันสึเนะ มิกุ อยู่นะ”

    สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่สูงเพียง 150 เซนติเมตร มีดวงตาสีเขียวมรกต ผมสีเขียวมรกตทรงทวินเทล สวมชุดกลีบดอกลิลลี่ขาว กำลังเคลื่อนตัวออกมาจากห้องเป็นรายที่สาม

    เธอหันรีซ้ายหันรีขวา แล้วไปหยุดตรงที่กลุ่มของเด็กน้อยที่อยู่ตรงทางเดินทองคำ



    “&^??? ”

    ภูติตัวน้อยใช้ปีกโปรงแสงกลางหลัง บินเลียบพื้นเข้ามาใกล้เด็กน้อยสองคน แล้วพูดอะไรบางอย่างออกมาด้วยภาษาที่เด็กน้อยทั้งสองคนไม่รู้จัก

    “$%?? ”

    แต่ทว่ากลับเป็นฝ่ายหนุ่มน้อยหมาป่า ที่กลับสามารถเดินเข้าไปคุยกับคุณภูติด้วยภาษาเดียวกัน

    ดูท่าว่าสองเผ่าพันธุ์นี้จะรู้จักกันมาก่อน



    “^^&&&$? ”

    ภูติน้อยพยายามสื่อสารกับกลุ่มของเด็กมนุษย์อีกครั้ง

    “ฟังไม่รู้เรื่องงะคุณมิกุ? ”

    “ใช่ ๆ ฟังไม่รู้เรื่องเลยคุณมิกุ~”



    “#$#? #$&&? &^#$$%%%? ”

    ภูติน้อยเปลียนภาษาพูด รวมไปถึงสำเนียงการพูด

    เธอพยายามอย่างหนักจนกระทั้ง---

    “งั้นภาษานี้ละฟังออกไหม? ภาษาของ [เผ่ามนุษย์รุ่นแรก] เนี่ยดอง? ”

    “อ๊ะ? ”

    “ฟังออกแล้ว!? ”

    ---พวกเขาสามารถสื่อสารกันได้สำเร็จราวกับมีปาฏิหาริย์จากพระเจ้าเช่นนี้



    ***เวลา 10:00 น. ตามเวลาโลกมนุษย์

    ห้องขังสัตว์ทดลองถูกเปิดออก



    “นะ… นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมากันเนี่ย? ”

    ประตูทุกบานที่ควรปิดกลับถูกเปิดออกกว้าง

    เหล่าเอเลี่ยนที่ควรนั่งอยู่ในห้องขัง กลับออกมาเดินเพ่นพ่านอย่างมีอิสระด้วยรอยยิ้ม

    แถมเกิดตอนไหนไม่เกิด ดันมาเกิดในช่วงเวลาที่เขากำลังออกเวรให้อาหารอีก

    “เกิดเรื่องขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีเสียงเตือนภัยดัง!? ไอพวกที่อยู่ในห้องสังเกตุการณ์มันทำเชี่ยอะไรกันอยู่ฟะ! ”

    เขาบ่นอุบด้วยความไม่พอใจต่อคววามหละหลวมของพวกนักวิจัย

    ทั้งที่ความเป็นจริงนั้น---



    ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องสังเกตุการณ์ที่ว่า

    “ก๊าก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ! พวกเราโดนแม่งด่าแล้ววะ”

    “ปล่อยมันไป~ ปล่อยมันไป~ ยังไงก็ต้องทดสอบความสามารถพื้นฐานของพวกเอเลี่ยนอยู่แล้ว ให้คนไร้ค่าอย่างมันเป็นหนูทดสอบความสามารถไปนั่นละดี”

    “เห็นด้วยอย่างยิ่ง ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ! ”

    เหล่านักวิจัยกับยาม พวกเขาไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานเลยสักนิด

    ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย



    “แว๊ก! พี่เขียวตามมาทันแล้ว! เอาไว้คุยกันทีหลังนะคุณภูติมิกุ ตอนนี้ต้องหนีก่อน! ”

    “หนีเร็ว~ หนีเร็ว~”

    “เหวออออ!?! ตัวอะไรกันละนั่น! ดอง? รอ--- รอฉันด้วยดอง! ”

    “!!! ”

    กลุ่มเด็กน้อยทั้งสี่คนวิ่งหนีด้วยความเร็วสูงสุด โดยมีเจ้าหนุ่มหมาป่าวิ่งปิดท้ายเอาไว้

    ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเขาวิ่งช้า แต่เป็นเพราะเขาอยากแสดงความเป็นลูกผู้ชายให้เวลคินเห็นด้วยการยืนอยู่ในจุดที่เสี่ยงตายที่สุด



    “คุณหมาวิ่งช้าจัง~? ”

    แต่โชคร้ายที่ความรู้สึกนั้นส่งไปไม่ถึงเธอ

    เวลคินที่เห็นหนุ่มน้อยหมาป่าวิ่งช้า เลยลดความเร็วของตัวเองมาอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าหนุ่มหมาป่า

    ใช้หางตาที่น่ารัก ชำเลืองมองอย่างเป็นห่วง พร้อมกับใช้มือข้างซ้ายลูบหลังด้วยความรู้สึกราวกับเจ้าของที่กำลังลูบหัวลูกหมาตัวน้อย

    “!!! ”

    ซึ่ง... มันไม่ดีต่อหัวใจของเจ้าหนุ่มน้อยหมาป่าเลยแม้แต่น้อย



    “อย่าหนีนะเฟ้ย! ”

    เสียงของหนุ่มลิชาร์ดแมนดังไล่ตามมาข้างหลัง

    ถึงจะฟังไม่เข้าใจภาษา แต่พวกเขาก็พอจะทราบได้ถึงความต้องการของฝ่ายผู้ไล่ล่า

    ว่าเขากำลังหัวเสียแบบสุด ๆ!

    “วิ่งเร็วสุด ๆ!? แบบนี้โดนตามทันแน่พี่! ”

    “งั้นใช้แผนสอง! ”

    “ได้เลยพี่! ”

    สองพี่น้องฝาแฝดผุดรอยยิ้มที่ชั่วร้ายขึ้นมาบนใบหน้า



    คนน้องโยนลูกอ๊อดสีเงินในมือให้กับหนุ่มน้อยหมาป่าโดยไม่ถามความสมัครใจของเขา แล้วแกล้งสะดุดหกล้มหน้าคว่ำพื้น

    “แว๊ก! ”

    “จับได้แล้ว! ”

    “ยะ--- อย่าทำร้ายผม! ”

    “!?! ”



    คนน้องทำเป็น [แกล้ง] บีบน้ำตาออกมาจากเป้าตาทั้งสองข้าง

    น้ำตาของเด็กน้อยได้กระตุ้นต่อมหมี (?) ของนายลิชาร์ดแมน ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด

    เทร่ารู้อยู่แล้ว

    เขารู้อยู่แล้วว่าพี่ลิชาร์ดแมนเป็นคนที่ใจดี



    เทร่ารู้ตัวตั้งแต่ตอนที่พี่ลิชาร์ดแมนจับแขนของเขาอย่างอ่อนโยน

    ถ้าไม่ใช่คนที่อ่อนโยน คงจับแขนของเขาเต็มแรงจนหักครึ่งไปอย่างไม่ใยดี

    แต่พี่ลิชาร์ดสีเขียวไม่ทำเช่นนั้น



    นี่คือสาเหตุที่ทำให้นายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวคนนี้ ไม่ถูกรับเลือกให้เป็นหนึ่งในกองทัพของเผ่าพวกเขา

    เพราะว่าเขาคือชายที่อ่อนโยนเกินไป

    อ่อนโยนจนไม่ฆ่าแม้แต่กับแมลงตัวเล็กที่เดินตัดหน้าของเขา

    ซึ่งนั่นนับว่าเป็นนิสัยที่เป็นปัญหาสำหรับกองทัพของเผ่าลิชาร์ดแมน



    ในตอนนี้ หัวใจของนายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวกำลังต่อสู้กันเอง ระหว่างความโกรธกับความอ่อนโยน

    ถึงจะเป็นตัวอย่างเอเลี่ยนทดลอง แต่ก็ถือว่าเป็นหนึ่งชีวิตที่ยังเป็นแค่ตัวอ่อน

    เขาไม่สามารถ---

    “วิชานินจา -- [ทะลวงรูดาก] ! ”

    “เจี๊ยกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก! ”



    เวลคิน หรือคนพี่ ได้ใช้ช่วงเวลาที่ศัตรูประมาท บุกลอบเข้าไปทางด้านหลัง ประกบมือทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วยันนิ้วชี้ แทงเข้าไปในสิ่งที่คล้ายกับ [รูตูด] ของนายลิชาร์ดแมน

    ขอย้ำว่าเวลคินคือเด็กผู้หญิง



    สองพี่เริ่มประสานงานโจมตีอย่างสามัคคี

    คนพี่จิ้มทะลวงรูดากของนายลิชาร์ดแมน

    คนน้องใช้มือทั้งสองจับเจ้าน้องชาย แล้วบิดเป็นเกลียวเหมือนบิดพวงองุ่นออกจากต้น

    ลิชาร์ดแมนเริ่มหน้าดำคล้ำซีดเผือก

    คนพี่ถอดนิ้วออกมา

    คนน้องรีบย่อตัว ให้คนพี่ปีนขึ้นหลัง

    คนพี่ใช้มือที่เปื้อน [***] นำไปเช็ดบนปลายจมูกของนายลิชาร์ดแมน

    หลังเช็ดถูกจนมือสะอาดเอี่ยมเป็นที่น่าพอใจ ทั้งคู่ก็รีบสละเรือ วิ่งหนีออกมาในทันใด

    ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น

    ขอย้ำอีกครั้งว่าเวลคินคือเด็กผู้หญิง



    ภูติน้อยยืนอึ้ง

    หนุ่มหมาป่ายืนอึ้ง

    ผู้เฝ้าสังเกตุการณ์ยืนอึ้ง

    ทุกคนยืนอึ้งพร้อมกันมิได้นัดหมาย



    "นั่น… ไม่เล่นแรงไปหน่อยหรือดอง…? "

    "ไม่หรอกค่ะคุณพี่มิกุ"

    "ยังไม่ได้ทำให้สูญพันธุ์ถาวรเสียหน่อย อีกอย่าง พ่อสอนเอาไว้ว่า ถ้าถูกคนแปลกหน้ามาพยายามจับตัว ให้เล่นสวนกลับแรง ๆ ไปเลย เพราะไม่รู้ว่าจะถูกทำอะไรบ้างนะพี่มิกุ"

    "พ่อสอนมาดีจริงนะดอง... ว่าแต่มิกุนี่ใครกัน? ฉันมีชื่อว่า [ลิลลี่] --- [ลิลลี่ ออฟซิเดียน] ยินดีที่ได้รู้จักนะดอง"

    " ผมเทร่าครับ"

    " ส่วนฉันเวลคินค่า~"

    เด็กน้อยทั้งสองคนเริ่มแนะนำตัวเองไปพร้อมกับวิ่งหนี



    ส่วนนายหมาป่า---

    "...? "

    ---กำลังไม่เข้าใจว่าเจ้าพวกนี้กำลังคุยอะไรกันอยู่

    เขาไม่เข้าใจภาษาของ [มนุษย์โลก] ผิดกับภูติน้อยลิลลี่



    "ว่าแต่พวกเธอเป็นเผ่ามนุษย์จากเมืองไหนกันเนี่ยดอง? ทำไมถึงใช้ภาษาโบราณอย่าง [มนุษย์รุ่นแรก] กันละดอง? "

    "เผ่ามนุษย์จากเมืองไหน? หมายความว่าดาวดวงนี้มีเผ่ามนุษย์ด้วยหรือครับพี่มิกุ"

    "ก็บอกว่าชื่อลิลลี่! …หมายความว่ายังไงที่ว่า [ดาวดวงนี้] นะดอง? "

    "??? "

    “??? ”

    เป็นอีกครั้งที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังหมายถึงสิ่งใด



    "... ช่างเถอะ ตอนนี้รีบหาทางออกกันก่อนดีกว่าดอง จากความฉลาดหลักแหลมของฉัน คิดว่าพวกเราคงถูกสิ่งมีชีวิตต่างดาวจับตัวมาแน่ ๆ เลยนะดอง"

    "เห็นด้วยค่า~ พี่มิกุ~"

    “ฉลาดจังเลย~ พี่มิกุ~”

    “ก็บอกว่าไม่ใช่มิกุไงดอง! นี่พวกเธอจงใจจะล้อเลียนฉันใช่ไหมดอง? ใช่ไหม!? ”



    กลุ่มวัยเยาว์กับผู้ใหญ่สมองเด็กยังคงวิ่งต่อไป

    พวกเขามุดไปตามเส้นทางเขาวงกตทองคำ โดยมีหนุ่มลิชาร์ดแมนเล็ดเขียวหน้าย่นวิ่งกุมไข่ด้วยความเจ็บปวดตามหลังมาติด ๆ

    "หว่า… ยังตามมาอีก! "

    "งั้นมากวนตีนพี่แกกันหน่อยดีไหมเทร่า? "

    "เอาสิพี่! "

    ว่าแล้วเด็กน้อยทั้งสองคนก็เริ่มแผงฤทธิ์อีกครั้ง



    "แน่จริงก็จับให้ได้จิ! "

    คนพี่ทำเสียงเย้ยหยันกวนตีน

    "ทางนี้ อยู่ทางนี้~"

    คนหน้าส่งรอยยิ้มที่เพียงแค่เห็นก็คันฝ่าเท้าไปให้เขา

    "ตีก้นสวย ๆ ให้นะดอง แปะ ๆ ~"

    และมีผู้ใหญ่สมองเด็กร่วมวงเข้าไปอีกคน

    “โว๊ยยยยยย! ไอพวกนี้! ”

    ต่อให้โง่แค่ไหน ก็ย่อมเข้าใจได้ว่ากำลังถูกเยาะเย้ยอยู่



    เมื่ออารมณ์โกรธพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ความคับแค้นทะลุหลอดจนปริแตก

    พลังก้นบึ้งของเผ่าลิชาร์ดแมนของเขาจึงตื่นขึ้น

    เผ่าลิชาร์ดแมน มีรูปกายที่คล้ายกับตัวซาลาแมนเดอร์ของโลกมนุษย์

    แต่เป็นซาลาแมนเดอร์ที่ใช้ชีวิตยืนสองขา กับใช้มือสองข้างหยิบจับอุปกรณ์จนคุ้นชิน

    มวลกล้ามเนื้อและพลังกายของพวกเขา นับว่าไม่ได้ด้อยไปกว่าของมนุษย์โลก แต่กลับเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ



    หากให้ลิชาร์ดแมนธรรมดาที่ไม่ได้รับการฝึกมาแข่งขันกับชาวมนุษย์โลก มนุษย์โลกจะไม่สามารถเอาชนะพวกเขาด้วยมือเปล่าได้เลย

    ร่างกายที่สูงใหญ่กว่าสองเมตร

    มือกับเท้าที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคม

    หางที่ทรงพลัง

    และยังมีเกล็ดทั่วตัวที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับชุดเกราะเหล็กของอัศวิน



    ถ้าหากนายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวผู้นี้เอาจริงแล้วละก็---

    “ฮะ ฮะ ฮะ--- …”

    *...ตึง ตึง ตึง*

    ---เหล่าเด็กน้อย---

    “...เออ”

    *ตึง ตึง ตึง*

    ---จะไม่มีวัน---

    “ดูเหมือนว่า…”

    ---เอาชนะเขาได้เลย---

    “...พี่ตัวเขียวจะวิ่งเร็วขึ้นอยู่นะพี่? ”

    ระยะห่างสามร้อยเมตร ถูกร่นเข้ามาใกล้เหลือหนึ่งร้อยเมตรภายใน 15 วินาทีเท่านั้น



    “วิ่งเร็วโฮก!?! นั่นทำลายสถิติโลกได้เลยนะ! ”

    สถิติโลกมนุษย์ที่เคยบันทึกได้นั้น อยู่ที่ 100 เมตรต่อ 9.69 วินาที ณ ปี 2008

    “เผ่นเร็วพี่! ”

    เป็นครั้งแรกที่พวกเด็กน้อยรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างแท้จริง

    “หยุด! หยุดให้ข้าจับตีตูดซะดี ๆ ไอพวกเด็กเวร! ”

    ““แว๊กกกกกกกกกกกกกก! ””

    “กิ--- กี๊! ”



    ลิชาร์แมนเปลื่อยเปล่าวิ่งไล่หลังด้วยความเร็วสูง

    กลุ่มเด็กน้อยวิ่งหนีนำหน้าด้วยความเร็วที่ไม่แพ้กัน

    ฝุ่นควันลอยตลบเหนือพื้นทองคำ

    วิ่งคดเคี้ยวบนเส้นทางวงกตอย่างไร้ที่สิ้นสุด

    จนกระทั้งไปถึงจุดทางแยกสี่แพร่งชวนอลหม่าน



    กลุ่มเด็กน้อยวิ่งแยกกัน ณ ทางแยกนั้น

    หนุ่มลิชาร์ดแมนหยุดชะงัก แล้วมองเหยื่อที่ควรวิ่งไล่ตาม

    ดวงตาของเขา จับจ้องไปที่ร่างของเด็กสาว ผู้ทะลวงรูตูดของตน

    หนุ่มลิชาร์ดแมนก้าวขาออก หมายจะวิ่งไล่ตามเด็กสาว

    ห่อร่างกายให้ลู่ไปตามกระแสลมที่สวนทางร่างกาย ปล่อยให้ความเย็นกรีดผิวเกล็ดสีเขียว วิ่งทะยานแหวกม่านอากาศตรงออกไป



    “เหวอ!? ”

    ในตอนนั้นเองที่เขาต้องหยุดวิ่งอีกครั้งหนึ่ง

    ตรงทางแยกสี่แพร่ง มีเงาของเด็กน้อยที่กำลังวิ่งกลับมาหาเขา



    คนน้องวิ่งฝุ่นตลบตัดขวาไปซ้ายผ่านด้านหลัง

    คนพี่วิ่งฝุ่นตลบตัดหน้าลิชาร์ดแมนจากซ้ายไปขวาตามมา

    ภูติตัวน้อยวิ่งฝุ่นตลบจากหน้ามาหลังสวนทางกลับมา

    ลูกอ๊อดสีเงินวิ่งฝุ่นตลบจากข้างหลังมาหน้า



    “ทำไมพวกแม่งถึงมาวิ่งวนอยู่รอบตัวตรูกันได้ฟะ? ... หืม? ”

    หนุ่มหมาป่าวิ่งมาหยุดตรงหน้า

    เขาจ้องตากับปริบ ๆ ใส่หนุ่มลิชาร์ดแมนราวหนึ่งวินาที ก่อนจะรู้ตัวว่าวิ่งมาผิดเส้นทาง แล้วเริ่มกลับหลังหันวิ่งหนี



    “ยะ--- อย่าหนีซิฟะ! ”

    หนุ่มลิชาร์ดแมนรีบวิ่งไล่ตามไปทันที

    การวิ่งไล่จับอันไร้สาระเช่นนี้ เกิดขึ้นอย่างยาวนานนับหนึ่งชั่วโมงเต็ม

    จนกระทั้ง---



    “ขะ… ข้ายอมแพ้… แล้ว...”

    เขาหมดแรงที่จะก้าวขาอีกต่อไป

    ไม่ใช่ว่าวิ่งไล่ไม่ทัน แต่เขาถูกเด็กน้อยทั้งกลุ่มปั่นหัวจนวุ่นไปหมด



    สองขาหมดแรงล้มตัวนอนแนบพื้นทางเดิน

    ความเย็นจับขั้วหัวใจส่งผ่านทางเกล็ดสู่ภายในร่างจนทุกข์ทรมาน

    สมองของเขากำลังกรีดร้องเรียกประท้วงหาเตียงนุ่มสบายที่อบอุ่น

    แต่เขาไม่ไหวแล้ว

    ไม่มีแรงพอจะลุกขึ้นมาได้อีก

    ขอล้มตัวนอนเช่นนี้ดีกว่า---

    ขอหลับ… ละนะ…



    ***เวลา 11:10 น. ตามเวลาโลกมนุษย์

    นักวิจัยเริ่มวิเคราะห์ความสามารถของเอเลี่ยน



    “น่าสงสารเจ้านั่นจริง พวกเรามายืนไว้อาลัย มาขอบคุณความเสียสละของนาย… เออ… มีใครรู้จักชื่อมันบ้าง? ”

    “ [เวิ่นเฮอ] ครับ”

    “โอเค--- พวกเราขอขอบคุณนาย [เวิ่นเฮอ] ที่ยอมสละชีวิตทำให้พวกเราได้ข้อมูลล้ำค่ากลับมา ขอเจ้าจงนอนหลับอย่างสงบได้อย่างสบายใจ ขอ ขอบคุณ---”

    เหล่าลิชาร์ดแมนลุกขึ้นยืนทำความเคารพกันอย่างพร้อมเพรียง



    หลังจากยืนสงบนิ่งผ่านมาได้หนึ่งวินาที

    “เอาละ ยืนไว้อาลัยให้แค่นี้พอแล้ว รีบส่งคนเข้าไปคุมสถานการณ์ แล้วก็ช่วยเจ้าบ้านั่นออกมาด้วย ถ้ามันยังไม่ตายอะนะ”

    ทีมสังเกตการณ์กำลังรู้สึกพอใจต่อข้อมูลอันล้ำค่าที่เก็บกลับมาได้

    ทุกการเคลื่อนไหวของเหล่าเด็กน้อย ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยกล้องกับระบบสแกนโครงสร้างร่างกายของพวกเขาที่ติดเอาไว้ตามทางเดิน



    ใช้คอมพิวเตอร์ล้ำสมัย ถอดข้อมูลจากภาพโครงบันทึก ออกมาเป็นตัวเลข เป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ทำให้ทราบถึงพลังกายของสิ่งมีชีวิตทดลอง

    ใช้คลื่นรังสีที่ปล่อยออกไป มาวิเคราะห์การเคลื่อนไหวในเชิงข้อมูลสามมิติ วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงทางชีวะเคมี เพื่อดูการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ การไหลเวียนของเลือด รวมไปถึงระบบการทำงานสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนที่จับมาได้



    "เออใช่ อย่าลืมระวังป้องกันเชื้อโรคด้วยละ"

    นายลิชาร์ดแมนเกล็ดเขียวไม่เคยรู้ความจริงเรื่องนี้

    พวกเขาไม่เคยบอกว่าเอเลี่ยนที่ถูกจับมา จะปลอดภัยจากโรคร้าย

    เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามันจะมีโรคร้ายนั้นจริงหรือไม่

    ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงหลอกใช้ ส่งคนที่ถูกมองว่า [ไร้ค่า] ให้มาส่งมอบอาหาร ดูแลส่วนพื้นที่คุมขังเพียงคนเดียว

    เวรส่งมอบอาหาร ทำความสะอาด เช้า-เย็นไม่เคยมีอยู่จริง

    เขาถูกหลอกให้เสี่ยงชีวิตมาหนึ่งเดือนเต็ม เพื่อดูอาการว่าเอเลี่ยนที่จับมา มันจะมีโรคร้ายที่เป็นภัยหรือไม่เท่านั้น

    และนี่คือโอกาส ที่พวกเขาจะได้เก็บตัวอย่างเลือดกลับมา เพราะทั้งสองฝ่ายมีการถูกเนื้อต้องตัวกันเต็มที่ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน



    “รีบส่งข้อมูลทั้งหมดนี้ไปให้แนวหน้า ได้ยินว่าอยากไปยึดดาวเคราะห์ของเจ้าพวก [ลิงไร้ขน] กับดาวของพวก [เผ่าทั้งหก] จะแย่แล้วไม่ใช่หรือยังไง? ”

    ลิชาร์ดแมนเกล็ดสีเทาสวมชุดคลุมสีน้ำตาลพูดด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง

    เขาถูกหน่วยทหารกดดันขอข้อมูลของชาวดาว [ลิงไร้ขน] มาเกือบเดือน จึงไม่แปลกที่จะรู้สึกอารมณ์ดีขนาดนี้

    ดาวของ [ลิงไร้ขน] หรือก็คือ [ดาวโลก]

    ส่วนดาวของ [เผ่าทั้งหก] ก็คือดาวบ้านเกิดของคุณภูติตัวน้อยกับหนุ่มน้อยหมาป่า


    “ได้ครับ”

    ลูกน้องของเขาตอบรับด้วยสีหน้าที่ชื่นบาน ไปพร้อมกับเร่งทำสรุปข้อมูลเพื่อส่งไปให้แนวหน้า

    “อย่าลืมแปลเป็นภาษาของชาวดาว [ลิงไร้ขนตัวเล็ก] กับชาวดาว [นิมป์] ด้วยละ เพราะถือว่าเป็นพันธมิตรของพวกเรา”

    “แล้วต้องแปลเป็นภาษาของชาวดาว [หูยาว] ด้วยไหมครับ? ”

    “ไม่จำเป็น ไอพวกนั้นไม่รู้ว่าจะกลับมาแยกเขี้ยวใส่พวกเราอีกเมื่อไหร ให้มันไปสู้กับพวกเอเลี่ยนจนต่ายห่านไปนั่นละดี”

    “ครับ งั้น----”



    *บรึ๊มมมมมมมมมมมมม!?! *



    เกิดเสียงระเบิดรุนแรงดังขึ้นมาจากทางโซนห้องขัง

    “เกิดอะไรขึ้น? รีบเอาภาพขึ้นจอด่วน! ”

    ที่ตรงนั้น มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น

    เส้นทางเดินสีทองที่เคยตระการตา กำลังถูกบดบังด้วยกลุ่มควันจำนวนมาก

    กลุ่มควันเหล่านั้นค่อย ๆ จางหายจากกระแสลมที่กำลังถูกดูดออกไปผ่านรูกว้างบนพื้นที่ถูกเจาะ

    “... เฮ้ย? ”

    สัตว์เอเลียนที่ถูกจับมาทั้งห้าตัวของพวกเขา ได้หายตัวไปจากโซนห้องขังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... 

    คล้ายกับเรื่องTower Defense War Era ที่คุณอ่าน

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258