หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนก็สำรวจทุกห้องภายในอาคารแห่งนี้จนครบและได้พบเจอกับสมบัติล้ำค่ามากมาย
ยกตัวอย่างเช่นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งที่เป็นอาวุธเวทระดับที่สูงมากกระบี่ประเภทนี้มีค่าอย่างมากในฐานจงไห่
มันถูกเรียกว่าศาสตราวุธเทวะ
ตามการคาดเดาของเย่เทียน กระบี่เล่มนี้น่าจะอยู่ในขั้นของศาสตราวุธระดับเทวะสูงสุดในยุคอารยธรรมโบราณแต่ตอนนี้มันลดระดับกลายเป็นศาสตราวุธเทวะระดับต่ำเท่านั้น
น่าเสียดายที่กระบี่เล่มนี้ไม่มีประโยชน์ต่อเย่เทียนมากนัก
แต่สุดท้ายเย่เทียนก็เลือกศาสตราวุธเทวะระดับต่ำและถูกส่งออกไป
ถึงแม้มันจะเป็นดาบเวทระดับต่ำแต่ดาบเล่มนี้ก็เหมาะสมกับเขา เย่เทียนจึงตัดสินใจเลือกมัน
เมื่อหล่อเลี้ยงมันด้วยพลังปราณของเขาโดยทั่วไปแล้วระดับของมันจะไม่ลดลงอีก
การได้ศาสตราวุธเทวะระดับต่ำมาก็นับว่าเขาได้กำไรไม่น้อยเลย
จากนั้นเย่เทียนยังคงมองหาอาคารแห่งอื่นต่อไป
ผ่านไปไม่นาน เย่เทียนก็ออกค้นภายในสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งแต่เขาก็ไม่พบทักษะดาบระดับทอง หรือสมบัติที่ช่วยปรับแต่งพลังจิตได้เลยแม้แต่น้อย
สมบัติที่เขาพบค่อนข้างธรรมดาส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธ เทคนิคการบ่มเพาะระดับสูงสุด หรือไม่ก็โอสถที่สามารถช่วยทะลวงจุดชีพจร
โอสถเหล่านั้นถูกคุ้มครองด้วยค่ายกลพิเศษประสิทธิภาพทางยาของมันจึงไม่ได้ลดลงมากนัก มันยังคงมีมูลค่าสูงอยู่
สมบัติเหล่านี้เป็นกำไรสำหรับเย่เทียนแต่ตอนนี้เขาไม่สนใจพวกมัน
ในวันที่สิบ
ทันใดนั้นเย่เทียนก็มองเห็นแสงที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากระยะไกลเขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นานเย่เทียนก็มองเห็นพระราชวังขนาดใหญ่ซึ่งมันยิ่งใหญ่โอ่อ่ากว่าอาคารที่เขาเคยพบมาทั้งหมด
ที่นั่นมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาอยู่หลายคน
เย่เทียนคาดว่าในพระราชวังแห่งนี้จะต้องมีสมบัติล้ำค่าอยู่อย่างแน่นอนไม่แน่ว่าเมื่อเขาไปถึงที่นั่นอาจจะเกิดการต่อสู้ขึ้นได้
“ดูเหมือนว่าถึงเวลาแล้วที่จะใช้พรสวรรค์การปลอมตัว!”
เย่เทียนใช้พรสวรรค์ในการปลอมตัวเปลี่ยนรูปร่างและรูปลักษณ์ของเขาและในไม่ช้ารูปลักษณ์ของเขาก็เปลี่ยนเป็นชายหนุ่มที่หน้าซีดอย่างรวดเร็ว
จากนั้นเย่เทียนก็บินต่อไป
เมื่อเข้าไปใกล้ๆ เย่เทียนเทียนก็พบว่าพระราชวังแห่งนี้มีรอยแยกนับไม่ถ้วนค่ายกลที่อยู่ที่นี่ดูไม่สมบูรณ์
ในขณะเดียวกัน
เขาก็เห็นยอดฝีมือระดับราชาจำนวนไม่น้อยกำลังร่วมมือกันโจมตีค่ายกลของพระราชวังแห่งนี้และแสงที่เขาเห็นเมื่อครู่คือการทำลายจุดเชื่อมต่อของค่ายกล ทำให้พลังของค่ายกลรั่วไหลออกมาด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดแสงที่ดึงดูดความสนใจของผู้คน
“คนของฐานแม่น้ำแยงซี!”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
ในเวลานี้คนของฐานแม่น้ำแยงซีก็เห็นเย่เทียนเช่นกันสีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที
พวกเขารู้ว่าแสงก่อนหน้านี้ดึงดูดเย่เทียนมายังที่นี่
“รีบฆ่ามันซะ!”
ยอดฝีมือระดับราชาสองคนพุ่งเข้าใส่เย่เทียน
พวกเขาปลดปล่อยการโจมตีทันทีกระบวนท่าล้วนเต็มไปด้วยจิตสังหาร คนหนึ่งใช้ทักษะหอก หนึ่งหอกของเขาราวกับฉีกกระชากอากาศโดยรอบส่วนอีกคนใช้พรสวรรค์มังกรเพลิง
ทั้งหอกและมังกรเพลิงยักษ์พุ่งเข้าหาเย่เทียน
ในแง่ของความแข็งแกร่ง สองคนนี้ควรจะเป็นราชา4 ดารา
“พวกมดปลวก!”
เย่เทียนเคลื่อนไหวและหายวับไปในพริบตาพร้อมกันนั้นดาบของเขาก็ฟาดฟันออกไป
วินาทีต่อมา ร่างของคนทั้งสองก็ร่วงหล่นลงสู่พื้น
เพียงกระบวนท่าเดียวสังหารคนสองคนได้ในทันที!
ภายใต้การปลอมตัว เย่เทียนไม่กลัวจะเปิดเผยตัวตนของตัวเองทั้งสองคนกล้าลงมือกับเขาก่อน ถ้าเขาไม่ฆ่าอีกฝ่ายแล้วเขาต้องรอให้ถูกฆ่าหรอกหรือ?
“แกฆ่าพวกเขาแกรู้หรือไม่ว่าพวกเขาเป็นใคร? พวกเขาเป็นอัจฉริยะของป้อมปราการเหล็กมังกรแห่งฐานแม่น้ำแยงซีของเรา!”
ชายหนุ่มตะโกนใส่เย่เทียนด้วยความโกรธ
เย่เทียนจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย“ถ้าไม่พอใจก็ก้าวออกมา!”
สีหน้าของชายหนุ่มชะงักไปเขาไม่กล้าพูดอะไรอีก
ในขณะเดียวกัน
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำก็เดินออกมาและกล่าวว่า“สหายจากฐานทัพจงไห่ ทำไมเราต้องต่อสู้กันด้วย? นายได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของนายแล้ว ทำไมพวกเราไม่ร่วมมือกันทำลายค่ายกลนี้ล่ะ?พระราชวังแห่งนี้คาดว่าน่าจะมีสมบัติอยู่มากมาย ฐานทัพแม่น้ำแยงซีของเราค้นพบพระราชวังแห่งนี้มานานแล้วอีกทั้งค่ายกลยังถูกทำลายไปแล้วเกือบหมดแล้ว เมื่อทำลายค่ายกลแล้ว ที่แห่งนี้สามารถนำสมบัติทุกชิ้นออกไปได้นายคิดว่าอย่างไร”
“ร่วมมือเหรอ?ตกลง!”
เย่เทียนพยักหน้าเห็นด้วย
ดังนั้นเย่เทียนจึงเริ่มโจมตีค่ายกล
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ตรวจสอบพรสวรรค์ของฝ่ายตรงข้ามชายหนุ่มที่เป็นผู้นำชื่อ ซุนซิงเหอ เขามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราและพรสวรรค์อื่นๆเอง ก็ไม่เลวเลย เขามีพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมถึง 3 อย่าง
พลังการต่อสู้ของเขาน่าจะอยู่ในระดับราชา7 ดารา และเขาก็น่าจะเป็นหนึ่งในอัจฉริยะอันดับต้นๆของฐานทัพแม่น้ำแยงซี
อีกด้านหนึ่ง
ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบกล่าวด้วยเสียงเบา“พี่ซุน ทำไมพี่ถึงไม่ลงมือล่ะ? ความแข็งแกร่งของพี่เป็นระดับราชา 7 ดารา พี่ต้องสามารถฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน”
ซุนซิงเหอกล่าวอย่างจริงจังว่า“ฉันรู้สึกว่าหมอนั้นมีความแข็งแกร่งไม่ได้ด้อยไปกว่าฉันมากนัก อีกอย่างทำไมฉันต้องสนใจสวะ2 คน ที่เพิ่งตายไปด้วยยิ่งไปกว่านั้น แทนที่จะสนใจแต่จะต่อสู้กัน เราให้หมอนั่นช่วยทำลายค่ายกลไม่ดีกว่าหรือ?ถ้าค่ายกลถูกทำลายแล้วพบว่าด้านในมีสมบัติล้ำค่า เราค่อยร่วมมือสังหารมันก็ยังไม่สาย…”
“พี่ซุนช่างรอบคอบนักพวกเราร้อนใจเกินไป!”
ชายหนุ่มรีบกล่าวประจบสอพลอ
แม้ว่าเย่เทียนจะไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดแต่มันต้องไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
พวกมันต้องการใช้ประโยชน์จากเขาแล้วทำไมเขาถึงไม่ใช้ประโยชน์จากพวกมันด้วยล่ะ?
หากสามารถทำลายค่ายกลด้วยความช่วยเหลือของคนเหล่านี้ได้เขาก็จะไม่ต้องเสียเวลาและเหนื่อยมากนัก
ตูม!!!
ทุกๆ คนต่างระเบิดพลังโจมตีออกมาทั้งวันทั้งคืนในที่สุดจุดเชื่อมต่อค่ายกลอีกจุดหนึ่งก็ถูกทำลาย
ในเวลานี้ค่ายกลกำลังเริ่มสั่นคลอนคาดว่าหากทำลายอีกจุดเดียว ค่ายกลทั้งหมดก็จะถูกทำลาย
เมื่อเห็นว่าค่ายกลกำลังจะถูกทำลายทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมา
นี่เป็นพระราชวังขนาดใหญ่ไม่รู้ข้างในจะมีสมบัติมากมายขนาดไหน?
อย่างไรก็ตามเย่เทียนกลับขมวดคิ้วเล็กน้อยเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ?
ผ่านไปอีกวัน
ในที่สุดเย่เทียนและคนอื่นๆก็ทำลายจุดเชื่อมต่อของค่ายกลได้อีกครั้ง
ตูม!
ค่ายกลทั้งหมดพลันสูญเสียกำลังไปเกิดแสงสว่างวาบขึ้นครู่หนึ่งก่อนแสงนั้นจะค่อยๆ สลัวเลือนราง
ค่ายกลนี้ไม่ได้ถูกทำลาย เพียงแต่หยุดทำงานแต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เมื่อค่ายกลหยุดทำงาน พวกเขาก็สามารถกวาดสมบัติทั้งหมดออกมาได้
“ฮ่าๆ สมบัติจ๋าฉันมาแล้วววว!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนหนึ่งพุ่งเข้าไปทันที
คนอื่นๆ ก็อดใจรอไม่ไหวจึงบุกเข้าไปเช่นกันในตอนนี้พวกเขาต่างคิดว่าใครไปถึงก่อนย่อมได้รับสมบัติล้ำค่าก่อน!
เย่เทียนลังเลเล็กน้อย แต่ก็รีบพุ่งเข้าไปในพระราชวังเช่นกัน
ทันใดนั้น
เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้น
“อ๊ากกก”
มันเป็นเสียงกรีดร้องของผู้ฝึกยุทธ์คนแรกที่พุ่งเข้าไป
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนอื่นๆรีบหลบหนีออกมาด้วยความเร็วสูงสุด
ตูม!!!!
อากาศโดยรอบพลันสั่นสะเทือนหุ่นเชิดศพเกราะทองจำนวนมากบินออกมาจากพระราชวัง ฉีกกระชากร่างของผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาเป็นชิ้นๆร่างกายกลายเป็นหมอกโลหิตในพริบตา
“หุ่นเชิดบัดซบตายซะ!”
ซุนซิงเหอที่มีพลังการต่อสู้ระดับราชา7 ดารากลายเป็นเทพสงครามโบราณ เขาใช้ทักษะหมัดที่น่าสะพรึงกลัวต่อยออกไป หมัดของเขาปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าเกรงขามออกมา
อย่างไรก็ตาม
หุ่นเชิดเกราะทองที่ถือดาบทำลายหมัดของเขาในกระบวนท่าเดียวพลังอันน่าเกรงขามของซุนซิงเหอสลายไปในทันที เมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าของเขาก็เผยความหวาดกลัวออกมาและวิ่งหนีไปทันที
ในตอนนี้เขาไม่สนใจศักดิ์ศรีหรือสมบัติใดๆทั้งสิ้นแล้ว
หากยังอยู่ต่อ เขาจะต้องถูกหุ่นเชิดเกราะทองจำนวนมากรุมโจมตีจนตายอย่างแน่นอน!