เขาได้ยินมาว่าเมื่อคืนฉู่จี้เฟิงถึงกับฆ่าคนเพื่อซูอิ่นเย่ว์ เื่นี้ทำให้เขาต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ
พระชายาหลิงอ๋องรีบฉวยโอกาสยุแยง “อาการป่วยของเฟิงเอ๋อร์ดีขึ้นเกี่ยวอะไรกับเ้า อีกอย่าง เมื่อคืนเฟิงเอ๋อร์ไล่เ้าไปอยู่อีกเรือนหนึ่ง นั่นก็แปลว่าเ้าทำให้เขาไม่พอใจ!”
ซูอิ่นเย่ว์ใจเต้นไม่เป็จังหวะ แน่นอนว่าต้องเป็ฝีมือของหลี่หมัวมัวที่นำเื่นี้มาฟ้อง
นางอาจใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาตัวรอดจากแผนร้ายในเงามืดได้ แต่หากศัตรูโจมตีอย่างเปิดเผย เช่นนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้!
ดังที่คิดไว้ หลิงอ๋องเมื่อได้ยินว่านางไม่เป็ที่โปรดปรานของฉู่จี้เฟิง ก็หมดความกังวลในทันที และสั่งการอย่างเ็า “ใครก็ได้! จับตัวนางไปขังไว้!”
ซูอิ่นเย่ว์กำหมัดแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อ
หากถูกขัง นางไม่มีทางรอดแน่ ทางเดียวที่เหลือคือต้องเสี่ยง!
ก่อนที่ทหารองครักษ์จะขยับตัว เสียงทุ้มต่ำเจือความเกียจคร้านก็ดังขึ้นจากประตูเรือน
“โอ้...อยู่กันพร้อมหน้าเลยหรือ”
ทุกคนพากันตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี ไม่มีใครจำเสียงนี้ไม่ได้
ร่างในชุดยาวสีแดงเข้มค่อยๆ ก้าวเข้ามาในลาน
ฉู่จี้เฟิงถึงกับมาด้วยตัวเองเลยหรือ!
เขาราวกับสายลมพัดผ่าน ร่างสูงโปร่งดูโดดเด่นยิ่งนัก ชุดยาวแขนเสื้อกว้างสีแดงเข้มตัดกับแสงอรุณยามเช้า ยิ่งขับให้เขาดูสูงศักดิ์และแฝงความอันตราย
แม้มุมปากของเขาคล้ายประดับด้วยรอยยิ้ม แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นะเืชวนขนลุก
ไม่มีผู้ใดกล้าสบตากับดวงตาคมปลาบเ็าดุจน้ำแข็งของเขา เว้นเพียงซูอิ่นเย่ว์ ทว่าฉู่จี้เฟิงกลับมองนางราวกับคนแปลกหน้า สีหน้าของเขาไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง
แม้แต่เสิ่นซื่อที่ก่อนหน้านี้ยังแสร้งทำเป็อ่อนแอก็รีบลุกขึ้นยืน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ครั้งนี้นางใจริงๆ
หลิงอ๋องเหงื่อแตกพลั่ก รีบก้าวเข้าไปหา “เฟิงเอ๋อร์ เ้าออกมาเดินได้แล้วหรือนี่ นับเป็เื่ดีจริงๆ!”
“ไม่ใช่ว่าท่านภาวนาให้ข้าตายไวๆ หรือ”
ฉู่จี้เฟิงกล่าวจบ สายลมก็พัดผ่านมาพอดี เขาจึงไอออกมาโดยไม่อาจควบคุมได้
ซูอิ่นเย่ว์รู้สึกผิดอยู่ในใจ
ท้ายที่สุดแล้ว นางเป็ต้นเหตุที่ทำให้พิษกู่ของเขากำเริบขึ้น
หลิงอ๋องแววตาลึกล้ำ ก่อนจะเผยรอยยิ้มเสแสร้งออกมา “คนเป็พ่อที่ไหนจะหวังให้ลูกตายกัน? เ้าฟื้นแล้วพ่อย่อมดีใจยิ่งนัก!”
เขาก้าวเข้าไปนั่งในห้องโถงหลัก ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง ทุกคนต่างเกร็งตัวแน่น ไม่มีใครกล้านั่งตาม
พระชายาหลิงอ๋องอัดอั้นไปทั้งอก นางเป็ถึงสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์ ต้องยอมลดตัวเป็พระชายาคนที่สองยังไม่พอ สามียังอ่อนแอไร้ความสามารถเช่นนี้อีก
มีอย่างที่ไหน ที่มารดายังยืนอยู่ แต่บุตรชายกลับนั่งลงก่อน!
แต่พอฉู่จี้เฟิงเหลือบมองนาง นางกลับนึกถึงสภาพศพของสวีชิงหย่วนเมื่อคืน ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาทันที ไม่กล้าเปล่งเสียงแม้แต่คำเดียว
หลิงอ๋องรู้จักโอนอ่อนผ่อนตาม สั่งให้บ่าวยกน้ำชามา ก่อนจะนั่งลงที่ตำแหน่งหลักด้วยสีหน้าใส่ใจ “อาการป่วยของเ้าเพิ่งจะดีขึ้น เหตุใดถึงลุกออกมาเดินเสียแล้ว เ้าควรพักผ่อนให้มากกว่านี้”
หรือว่าเขาตั้งใจมาเพื่อปกป้องซูอิ่นเย่ว์กันแน่?
พวกเขาเพิ่งแต่งงานกันเพียงคืนเดียว หรือว่าฉู่จี้เฟิงจะชอบนางจริงๆ?
แต่เมื่อฉู่จี้เฟิงนั่งลงแล้ว ก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมองซูอิ่นเย่ว์ ทำราวกับนางเป็อากาศธาตุ
“มีคนพูดให้ร้ายข้า ข้าจึงมาคิดบัญชีเสียหน่อย” ฉู่จี้เฟิงเอ่ยเสียงเรียบ พลางจ้องตรงไปที่สตรีที่ยืนอยู่ด้านข้าง “เ้าบอกว่าข้าเป็บุรุษที่ไม่มีใคร้าอย่างนั้นหรือ”
ซูอิ่นเย่ว์เม้มริมฝีปาก นางคิดไว้แล้วว่า ฉู่จี้เฟิงเป็คนที่ไม่ยอมปล่อยผ่านแม้แต่เื่เล็กๆ น้อยๆ
ฉู่จิ้งเสียนสบตากับฉู่จี้เฟิงที่เ็าและลึกซึ้ง นางใจนหน้าถอดสี ขาสั่นจนทรุดลงคุกเข่าอีกครั้ง
“พี่...พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”
มีทั้งคนที่ยินดีและคนที่หวาดหวั่น
พระชายาหลิงอ๋องกังวลเื่บุตรสาว อีกทั้งยังใที่ทุกคำพูดของพวกนางถูกถ่ายทอดออกไปอย่างแม่นยำ ทั้งที่นี่คือเรือนทิงเส่ว์ของนางแท้ๆ!
เสิ่นซื่อและหลัวซื่อกลับถอนหายใจอย่างโล่งอก ซ้ำยังลอบยินดี
หากพระชายาถูกลากลงมาด้วย ตำแหน่งพวกนางอาจมีโอกาสขึ้นเป็พระชายาหลิงอ๋องแทน!
หลิงอ๋องได้แต่กล่าวอย่างอ้อมแอ้ม “เื่นี้คงมีการเข้าใจผิดกันกระมัง”
“ใช่ๆ ต้องเป็เื่เข้าใจผิดแน่นอน” พระชายาหลิงอ๋องรีบพูดเสริม “เสียนเอ๋อร์แค่พูดเล่นเท่านั้น จะไปหมายความเช่นนั้นได้อย่างไร ซูอิ่นเย่ว์จงใจบิดเบือนความหมายต่างหาก!”
ฉู่จิ้งเสียนรีบพยักหน้า ร้องไห้พลางกล่าว “ข้าเคารพพี่ใหญ่มาโดยตลอด จะกล้าพูดจาดูิ่ได้อย่างไร!”
“เ้าพูดว่า ‘นี่เป็งานสมรสที่พี่สาวแท้ๆ ของซูอิ่นเย่ว์ไม่้า นางถึงได้แต่งแทน’ นั่นไม่เท่ากับบอกว่าข้าเป็บุรุษที่ไม่มีใคร้าหรือ” ฉู่จี้เฟิงกล่าวเรียบๆ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ
หลิงอ๋องโกรธจนตับแทบะเิ เกลียดที่พระชายาหลิงอ๋องกับบุตรสาวไม่รู้จักหนักเบา ถึงกับกล้าพูดเื่ของฉู่จี้เฟิงเช่นนี้
ฉู่จิ้งเสียนเหงื่อแตกพลั่ก เสียงสั่นเครือ “ข้าหมายถึง...คุณหนูใหญ่สกุลซูไม่รู้จักแยกแยะ การแต่งงานที่ดีเช่นนี้กลับปฏิเสธไป ข้าไม่ได้มีเจตนาลบหลู่พี่ใหญ่เลย!”
“เช่นนั้นเมื่อคืนที่งานเลี้ยง เ้ากล่าวว่าข้าเป็คนอายุสั้นเหมาะสมกับบุตรอนุภรรยาจากชนบทไม่ใช่หรือ ยังพูดอีกว่า หากข้าตายเร็วๆ จะได้ไม่ขวางทางให้พี่ชายเ้าขึ้นเป็ซื่อจื่อ” รอยยิ้มของฉู่จี้เฟิงเย็นะเืจนทำให้ผู้คนขนลุก
ฉู่จิ้งเสียนชะงักค้างอยู่กับที่
ประโยคนี้นางเคยพูดต่อหน้าเพียงไม่กี่สหายเท่านั้น เขารู้ได้อย่างไร!
ฉู่จิ้งเสียนไม่กล้าเอ่ยตอบ เมื่อคืนนางพูดจาอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังเพียงเพราะคิดว่าฉู่จี้เฟิงคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ใครจะไปคาดคิดว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาได้!
ฉู่จี้เฟิงไม่พูดอะไร วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงที่ดังขึ้นทำให้ทุกคนในห้องสะดุ้งไปตามกัน
รอยยิ้มของเขาหายไป ความอำมหิตปะทุขึ้นมาแทน
เห็นเช่นนี้ หลิงอ๋องก็ะเิอารมณ์เป็คนแรก เขาสบถว่า “ลูกชั่ว!” ก่อนพุ่งไปฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของฉู่จิ้งเสียนทั้งซ้ายและขวาอย่างรุนแรง
“ข้าจะตบเ้าให้ตาย!” หลิงอ๋องออกแรงสุดตัว เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น
ฉู่จิ้งเสียนร้องไห้โฮ ขอร้องให้ไว้ชีวิต พระชายาหลิงอ๋องรีบเข้ามาขวาง แต่กลับโดนหลิงอ๋องตบเข้าให้ด้วยเช่นกัน ทั้งแม่ลูกถูกตบจนทรงผมหลุดลุ่ย เสื้อผ้าเปรอะเปื้อน ดูอับจนไร้ซึ่งความสง่างามแม้แต่น้อย
เสิ่นซื่อและหลัวซื่อช่วยพูดห้ามอยู่สองสามคำ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความสะใจ
ซูอิ่นเย่ว์มองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ ในใจนางคิดว่าคนในตระกูลนี้ช่างแปลกประหลาดกันเสียจริง
เพียงแต่มองใบหน้าของฉู่จิ้งเสียนที่บวมช้ำจากการถูกตบ ความอึดอัดที่นางได้รับเมื่อครู่ก็พลันมลายหายไป
ฉู่จิ้งเสียนเติบโตมาอย่างถูกประคบประหงม ไม่เคยถูกทำโทษเช่นนี้มาก่อน แต่ฉู่จี้เฟิงไม่ยอมให้จบง่ายๆ นางยังต้องถูกลงโทษต่อไป
“พี่ใหญ่ ข้าสำนึกผิดแล้ว! ต่อไปข้าจะไม่พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว! ขอพี่ใหญ่โปรดเมตตา!” ฉู่จิ้งเสียนร้องไห้โฮ
“แค่พูดอย่างเดียวไม่มีประโยชน์” ฉู่จี้เฟิงขยับริมฝีปากเล็กน้อย “เช่นนั้น...เ้าฆ่าบุตรีภรรยาเอกของตระกูลซูให้ข้าสิ”
ทุกคนชะงักค้าง
ไม่ว่าทางไหน ฉู่จิ้งเสียนก็ต้องตายอยู่ดี เขาช่างใจเหี้ยมโหดเสียจริง!
ซูอิ่นเย่ว์เหลือบมองเขา เห็นใบหน้าด้านข้างของบุรุษที่ดูงดงามไร้ที่ติ ทว่าั์ตากลับเ็าอย่างยิ่ง นี่ไม่เหมือนคำพูดล้อเล่นเลย
สามีของนาง ช่างโเี้และเ้าเล่ห์
เ้าของร่างเดิมมีเพียงความเ็าและความแค้นต่อคนสกุลซู ดังนั้นในใจของนางจึงไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อเื่นี้เลย
“พี่ใหญ่ ข้า...ข้าทำไม่ได้...” ฉู่จิ้งเสียนน้ำมูกน้ำตาไหลปนกัน ฮึดฮัดพลางเช็ดน้ำตาน้ำมูก ใบหน้าของนางเลอะเปรอะเปื้อนไปหมด มือที่ปาดน้ำมูกยังเปื้อนคราบเหนียวเหนอะ
นางคลานเข้าไปข้างหน้า พยายามคว้าชายชุดของฉู่จี้เฟิงเพื่อร้องขอความเมตตา
ฉู่จี้เฟิงขมวดคิ้วทันที สีหน้าฉายแววรังเกียจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะเบือนหน้าหนี ไม่แม้แต่จะมองนาง
“พอเถอะ น่าขยะแขยง”
ทุกคนยังคงตกตะลึง ราวกับอยู่ในความฝัน...จบแล้ว?
ฉู่จี้เฟิงกำลังเดินออกจากลานเรือน ซูอิ่นเย่ว์รีบร้องเรียก “สามี! รอข้าด้วย!”
เวลานี้ ไม่ต้องสนใจเื่ศักดิ์ศรีอะไรแล้ว
ฉู่จี้เฟิงชะงักฝีเท้าลงชั่วขณะ ซูอิ่นเย่ว์ค่อยโล่งอก รีบเร่งฝีเท้าตามไปทันที
ฉู่จิ้งเสียนใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น นางจดจำความอัปยศที่ได้รับเมื่อครู่ทั้งหมดไปลงที่ซูอิ่นเย่ว์
“ท่านพ่อ! ไยจึงปล่อยซูอิ่นเย่ว์ไปง่ายๆ เช่นนี้!”