บทที่ 35 เค้กข้าวโพด
ดวงตาเล็กหลุบลงมองอาหารที่อยู่ในตะกร้าของหลิวไป๋ฮวา เท่าที่สังเกตมีอาหารมากมายที่หนิงจินคนนี้คงไม่มีโอกาสได้ทาน
“อีกอย่าง พี่คงทานคนเดียวไม่หมด หนิงจินจะว่าอะไรไหมหากพี่จะขอให้หนิงจินทานอาหารพวกนี้เป็นเพื่อน”
“หนิงจินเหรอ?” หนิงจินเอ่ยถามอีกทั้งยังชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นมันถูกต้องหรือเปล่า “หนิงจินทานได้เหรอ?”
หลิวไป๋ฮวาหยักยิ้ม ก่อนจะดึงมือเรียวเล็กข้างนั้นลงมา พร้อมทั้งหยิบอาหารมากมายในตะกร้ามาวางเอาไว้ต่อหน้า หนิงจินมองอาหารพวกนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ส่วนใหญ่จะทำมาจากข้าวโพดทั้งนั้นเลย หนิงจินทานได้หรือเปล่า” แม้ส่วนใหญ่วัตถุดิบที่ใช้จะเป็นอาหารที่ต้าหนิงจินคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทว่าบางอย่างเธอกลับไม่รู้จักและไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยซ้ำ
“อันนี้เป็นเค้กข้าวโพด พี่เพิ่งหัดทำครั้งแรก หนิงจินลองชิมดูก่อนสิว่าทานได้หรือเปล่า”
“ดะ เดี๋ยวหนิงจินขอไปหยิบตะเกียบก่อนนะ” เอ่ยจบก็รีบวิ่งหายเข้าไปในครัวด้วยความรวดเร็ว
“หากได้มาเป็นน้องสาวก็คงจะดีไม่น้อย” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยพึมพำเสียงเบา การเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องทำให้ทั้งชีวิตนี้ของหญิงสาวไม่ได้สัมผัสถึงความรักจากครอบครัวเลยแม้แต่น้อย เธอเองก็อยากรู้ว่าการมีพี่น้องความรู้สึกมันจะแตกต่างกับการเป็นลูกคนเดียวขนาดไหน
หลิวไป๋ฮวาในตอนนี้กำลังมองต้าหนิงจินที่ถือตะเกียบเอาไว้ในมือ พยายามหาพื้นที่ที่จะตัดเค้กข้าวโพดอย่างไรไม่ให้หน้าเค้กที่สวยงามเช่นนี้เละจนดูไม่น่าทาน
“หนิงจิน จิ้มลงไปได้เลยเหรอ” เมื่อคิดว่าเจอที่ที่เหมาะสมแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นถามอีกฝ่ายราวกับต้องการขอความคิดเห็น ทว่าหลิวไป๋ฮวากลับให้คำตอบด้วยการดึงตะเกียบในมืออีกฝ่ายแล้วตัดแบ่งเค้กโดยไม่สนใจรูปลักษณ์ในทันที
“อ๊ะ พี่ไป๋ฮวาทำแบบนี้คนอื่นจะกล้าทานต่อได้อย่างไร”
“แล้วหนิงจินคิดว่าพี่จะเอาไปให้ใครอีกล่ะ หื้ม”
“พี่ไป๋ฮวาหมายความว่าอย่างไรกัน”
“เค้กก้อนนี้เป็นของหนิงจินคนเดียว” หญิงสาวตอบอย่างอ่อนโยน
ดวงตาสดใสเบิกกว้าง และเต็มไปด้วยประกายพาดผ่าน ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ช้อนตามองหลิวไป๋ฮวา ที่บัดนี้ต้าหนิงจินได้มองว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นนางฟ้านางสวรรค์สำหรับตัวเอง
“สวรรค์มาโปรดเด็กอ้วนอย่างหนิงจินชัด ๆ”
เพียงแค่นั้นหลิวไป๋ฮวาก็หลุดหัวเราะร่าออกมาในทันที ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นลูบศีรษะของต้าหนิงจินไปมาอย่างนึกเอ็นดู
“เช่นนั้น ไว้มีโอกาสหนิงจินไปเที่ยวบ้านพี่สิ พี่จะสอนทำขนมนี้”
“จริงเหรอ พี่ไป๋ฮวาพูดแล้วนะ’
“แน่นอนสิ พี่จะสอนทำทุกอย่างเลย ดีหรือเปล่า?” ต้าหนิงจินพยักหน้าระรัวด้วยความขะมักเขม้น
“ถ้าเช่นนั้นก็ช่วยพี่ชิมก่อน ว่ารสชาติเป็นอย่างไร หากไม่อร่อยพี่จะได้ไปพัฒนาฝีมือเพิ่มก่อนจะสอนหนิงจิน”
ต้าหนิงจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบใช้ตะเกียบตักเค้กขึ้นมาคำโต
อร่อย… ไม่เคยกินเค้กที่นุ่มละมุนลิ้นจนแทบจะละลายในปากแบบนี้มาก่อนเลย
เค้กคำโตที่ถูกยัดเข้าปาก จนแก้มทั้งสองป่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเล็กเปื้อนเค้กจนหลิวไป๋ฮวาอดที่จะยื่นมือมาเช็ดเศษเค้กออกจากริมฝีปากของอีกฝ่ายเสียไม่ได้ จ้องมองต้าหนิงจินที่เคี้ยวเค้กในปากตุ้ย ๆ อยู่เช่นนั้นก่อนจะได้ยินเสียงกลืนเค้กลงคอดังขึ้นอึกใหญ่ พร้อมปากเล็กที่ยิ้มแฉ่งจนดวงตาหรี่เล็กลง
“เป็นอย่างไรบ้าง” หญิงสาวเอ่ยถาม
ต้าหนิงจินไม่ตอบ ขณะที่หลิวไป๋ฮวามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าตรงหางตานั้นมีน้ำตาเม็ดใสไหลกลิ้งลงมาให้เห็น
“ปะ เป็นอะไรไป มันไม่อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ทว่าสิ่งที่เห็นคือต้าหนิงจินที่กำลังส่ายหน้าไปมาระรัว เธอคว้ามือเล็กของหลิวไป๋ฮวาที่พยายามเช็ดหยาดน้ำตาให้มากอบกุมเอาไว้แน่น มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เปล่งประกายวาววับ
“อะ อร่อยมากเลยพี่ไป๋ฮวา หนิงจิน ฮึก ไม่เคยทานขนมอะไรที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย”
“โถ่เอ๊ย! เด็กน้อย ตกใจแทบแย่” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยออกมาด้วยความโล่งใจ ลูบศีรษะของต้าหนิงจินด้วยความเอ็นดู
“เช่นนั้นก็ทานเข้าไปเยอะ ๆ”
“พี่ไป๋ฮวาทานหมั่นโถวได้หรือเปล่า เมื่อครู่ในครัวหนิงจินเจอหมั่นโถวเต็มเลย มีหมั่นโถวฟักทองด้วยนะ แม่ของหนิงจินทำหมั่นโถวอร่อยมาก หนิงจินอยากให้พี่ไป๋ฮวาได้ลองชิม “
“พี่เคยทานหมั่นโถวฟักทองแล้วล่ะ ถ้าเช่นนั้นก็ลองเอามาให้พี่ชิมหน่อยสิว่าอร่อยที่สุดเท่าที่พี่เคยทานมาหรือเปล่า”
“หมั่นโถวที่อร่อยที่สุดเหรอ พี่ไป๋ฮวาไปทานที่ไหนมา บอกหนิงจินหน่อยสิ”
“เป็นความลับน่ะเด็กน้อย” ใบหน้าสวยยับยู่ในทันทีที่เอ่ยเช่นนั้น…
หมั่นโถวที่อร่อยที่สุดสำหรับหลิวไป๋ฮวานั้น คือหมั่นโถวที่แม่ของต้าเหวินโหร่วเป็นคนทำ
“หนิงจินมั่นใจมากว่าหมั่นโถวฝีมือแม่ของหนิงจินจะต้องอร่อยกว่าที่พี่ไป๋ฮวาเคยชิมแน่นอน”
ต้าหนิงจินรีบวิ่งกลับเข้าไปในครัวเลือกหมั่นโถวก้อนที่คิดว่าสวย และเนื้อแป้งนุ่มที่สุดออกมาสามก้อน แล้ววางใส่จานไม้ด้วยความพิถีพิถัน ถึงแม้จะรู้ดีว่าคงไม่ได้ส่งผลต่อรสชาติก็ตาม ก่อนจะเดินออกมาด้วยมือที่พยายามประคับประคองหมั่นโถวให้ดีที่สุด
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหลุบลงมองจานไม้ตรงหน้าที่มีหมั่นโถวก้อนโตวางเอาไว้จนคับจาน สีเหลืองสวย และกลิ่นหอมของฟักทองยิ่งทำให้หลิวไป๋ฮวานึกอยากชิมว่าจะอร่อยจริงตามที่ต้าหนิงจินโอ้อวดหรือเปล่า
“ชิมเลยพี่ไป๋ฮวา”
ดวงตาคู่สวยช้อนมองต้าหนิงจินที่มองมาที่เธออย่างลุ้นระทึก และยิ่งจับจ้องเธออย่างไม่อาจละสายตาในตอนที่หญิงสาวหยิบหมั่นโถวขึ้นมา
“คาดหวังขนาดนั้นเลยเหรอ”
“แน่นอนสิพี่ไป๋ฮวา นี่เป็นสิ่งที่หนิงจินภูมิใจนำเสนอเลยนะ” เมื่อทนต่อสายตากดดัน และลุ้นระทึกจนตัวโก่งไม่ไหว หลิวไป๋ฮวาถึงได้ตัดสินใจหยิบหมั่นโถวขึ้นมากัดไปหนึ่งคำ
เพียงแค่นั้นเรียวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันแน่นในทันที ดวงตาคู่สวยลดสายตาลงมองหมั่นโถ่วฟักทองในมือ เมื่อทั้งรสชาติและสัมผัสช่างเหมือนกับที่ต้าเหวินโหร่วเอามาให้เธอทานนัก
“หนิงจิน…บอกว่ามีพี่ชายสองคนเหรอ?” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ต้าหนิงจินพยักหน้าระรัว
“เป็นอย่างไรบ้างพี่ไป่ฮวา อร่อยหรือเปล่า”
“พี่ชายหนิงจินชื่ออะไรเหรอ…” หลิวไป๋ฮวาไม่ตอบ แต่เลือกที่จะเอ่ยคำถามออกไป
“พี่เหวินฟู่กับพี่…”
“หนิงจินทำอะไรอยู่” คนทั้งสองหันไปมองบุคคลที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างไม่ทันตั้งตัว หลิวไป๋ฮวาเบิกตากว้างในทันทีที่เห็นว่าบุคคลที่เปิดประตูเข้ามาคือต้าเหวินโหร่วที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่น ใบหน้าคมคายชื้นเหงื่อตามกรอบหน้า ในขณะที่ต้าเหวินโหร่วก็มีสีหน้าที่ตื่นตกใจไม่ต่างกัน