ใครในกระจกคือฉันใช่หรือเปล่า

    ตอนที่ 1 ภาพสะท้อน (1/2)

             

             

     

            มีนา วางกล่องกระดาษไว้บนพื้นทางเดิน มืออีกข้างถือพวงกุญแจที่เ๯้าของตึกให้มาเมื่อเช้า บันไดคอนกรีตขึ้นมาสี่ชั้นที่ไม่มีลิฟต์ กลิ่นฝุ่นกับกลิ่นน้ำมันเครื่องจากโรงซ่อมรถข้างล่างลอยขึ้นมาผสมกันในอากาศ เธอหยุดหอบหยาดเหงื่อไหลจากขมับลงคาง เสียงรถยนต์จากถนนใหญ่ดังลอดเข้ามาเป็๞ระยะ เสียงคนเดินผ่านหน้าอาคารเงียบไปทีละน้อย เธอยืนอยู่หน้าห้องสี่ศูนย์สี่ หมายเลขถูกขีดไว้ครึ่งหนึ่งด้วยปากกาเมจิกสีดำ เปิดประตูเข้าไปกลิ่นอับตีขึ้นทันที

            มีนาอายุยี่สิบเจ็ดปี ทำงานฝ่ายเอกสารในบริษัทขนส่งย่านรัชดา ห้องนี้เป็๲ที่อยู่ใหม่หลังจากเลิกกับแฟนที่คบกันห้าปี เขาเป็๲คนพูดน้อย สุภาพ แต่ค่อย ๆ ห่างออกจนเธอไม่รู้จะรั้งยังไง คืนสุดท้ายเขาบอกเพียง “อยากอยู่คนเดียว” แล้วก็หายไปจากชีวิต

            เธอไม่อยากกลับบ้านต่างจังหวัด ไม่อยากเจอคำถามจากใคร เลยตัดสินใจเช่าห้องนี้ เพราะราคาถูกและใกล้รถไฟฟ้า เธอบอกตัวเองว่าจะเริ่มใหม่ อยู่เงียบ ๆ ทำงาน เก็บเงินแล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้ได้อยู่เงียบจริง ๆ เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดในอก

            เธอขนของเพียงไม่กี่กล่องเข้ามาในห้อง เตียงไม้เก่า ผนังลอก และหน้าต่างบานเดียวที่มองเห็นกำแพงตึกตรงข้าม พื้นปูนเย็นเท้า เสียงฝีเท้าเธอก้องในห้องโล่ง มีนาวางของลงข้างเตียง เสียงไม้ใต้พื้นลั่นเบา ๆ เธอเปิดพัดลมตั้งพื้นตัวเก่าที่ซื้อมือสองจากตลาด เครื่องทำงานทันที เสียงดังครืดคราด พัดลมหมุนช้าแรงลมแทบไม่ถึงตัว เธอขยับหน้าพัดลมทีละนิดให้โดนตัว

            กลิ่นในห้องแรงขึ้นเหมือนเหล็กเปียกน้ำกับผ้าชื้นที่ตากไม่แห้ง เธอเดินไปเปิดหน้าต่าง อากาศจากช่องแคบระหว่างตึกพัดเข้ามาเพียงเล็กน้อย ฝุ่นปลิวเข้าหน้า เสียงเครื่องยนต์จากถนนยังดังอยู่ แต่ในห้องเงียบผิดปกติ เงียบจนได้ยินเสียงสายไฟสั่นเบา ๆ จากพัดลม มีนาเดินสำรวจรอบห้อง มือแตะโต๊ะ ตู้ เตียง ทุกอย่างเย็นและหยาบเหมือนถูกทิ้งมานาน เธอมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ผนังซีดน้ำซึมตรงมุม หน้าต่างขึ้นคราบขาวเหมือนมีคนเคยพยายามล้างแต่ไม่สะอาด มันไม่ใช่ห้องน่าอยู่แต่ดีกว่าไม่มีที่ให้ไป

            เธอเดินไปที่ห้องน้ำ ประตูไม้ผุด้านล่าง เสียงบานพับดังเอี๊ยด ข้างในแคบ มีอ่างล้างหน้าเล็ก ๆ กับกระจกบานใหญ่เหนืออ่าง กลิ่นชื้นแรงกว่าข้างนอก มีคราบสนิมตามรอยต่อของกระเบื้อง หลอดไฟกะพริบสองครั้งก่อนติดค้างเป็๲สีเหลืองอ่อน เธอยืนตรงหน้ากระจก มองใบหน้าตัวเองที่ซีดจากแดดและความอ่อนเพลีย ผมเธอเปียกเหงื่อเสื้อยืดสีเทาแนบตัว เธอยกมือปัดผมข้างแก้ม ภาพสะท้อนขยับตามแต่ช้ากว่าหนึ่งจังหวะ

            เธอชะงักกะพริบตาแล้วลองขยับอีกทีภาพในกระจกหน่วงครู่หนึ่ง ก่อนเคลื่อนไหวตามเหมือนเฟรมภาพสะดุด มีนาเพ่งมองเหงื่อซึมฝ่ามือ เธอคิดในใจว่าแสงจากหลอดอาจสะท้อนช้า หรือสายตาเพลียไปเอง สายตาเลื่อนไปเห็นรอยขีดบาง ๆ บนกระจก เส้นเฉียงคล้ายรอยเล็บเก่าปลายรอยมีฝุ่นจับ เธอยื่นนิ้วแตะ ผิวเย็นจัดจนชาที่ปลายนิ้ว

            เสียงน้ำหยดจากก๊อกดังติ๋ง ๆ สองครั้งแล้วเงียบ เธอมองตัวเองอีกครั้ง ในกระจกภาพสะท้อนยิ้ม ช้ากว่าครึ่งจังหวะ เหมือนใครบางคน “คิดจะยิ้ม” ทีหลัง

            เธอหัวเราะเบา ๆ “ตาฝาดมั้ง…”

            ไม่นานก็เบือนหน้าออกจากกระจก เดินกลับไปที่ห้อง พัดลมยังหมุนเสียงดังเป็๲จังหวะ เธอทิ้งตัวลงบนเตียงเหม่อมองเพดาน

            เสียงพัดลมหยุดหมุนชั่วครู่ก่อนเริ่มอีกครั้ง ครืด... ครืด... มีนาหลับตาไม่นานก่อนจมเข้าสู่ห้วงนิทรา

             

             

             

            แสงเช้าจากช่องระบายอากาศส่องเข้ามาเป็๞เส้นบางบนพื้นปูน เสียงรถข้างถนนเริ่มดัง๻ั้๫แ๻่ตีห้า ตอนนี้เจ็ดโมงแล้ว มีนาตื่นช้า ตายังหนักจากการเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม ใบพัดของพัดลมหมุนช้าเสียงครืดเบา ๆ เป็๞จังหวะเหมือนเดิม เธอหยุดมองสักพักก่อนเดินไปปิดสวิตช์ก่อนห้องจะเงียบสนิท

            กลิ่นชื้นยังอยู่เหมือนเดิม เธอเดินเข้าห้องน้ำ ปิดประตูไว้ครึ่งหนึ่ง หลอดไฟบนเพดานกะพริบหนึ่งครั้งก่อนติดนิ่ง น้ำในก๊อกไหลอ่อน เธอวักขึ้นล้างหน้า น้ำเย็นจัดจนรู้สึกปวดตา เธอเช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนูสีขาวที่เปียกครึ่งผืน

            แสงส่องจากช่องระบายอากาศเหนือกระจกพอดี ภาพสะท้อนในกระจกชัดทุกส่วน ผมที่ยุ่ง ตาแดง ร่องใต้ตาเป็๞เงาดำ เธอขยับมือเช็ดแก้มอีกที ภาพในกระจกขยับช้ากว่าเสี้ยววินาที เธอชะงักมองนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ขยับอีกครั้งคราวนี้จงใจ ยกมือช้า ๆ กระจกยังนิ่ง แล้วถึงจะยกตาม เสี้ยวเวลานั้นสั้นมากแต่เธอเห็นมันแน่ หัวใจเต้นแรง จังหวะผิดไปจากปกติ

            มีนาเอียงหัวมอง กระจกไม่มีรอยใหม่ รอยขีดเฉียงเดิมอยู่ที่มุมล่างขวา เธอลองยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเห็นรูขุมขนของตัวเองในภาพสะท้อน ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวผิดเวลาอีก เธอถอนหายใจ พยายามยิ้มให้ตัวเอง

            “กระจกเก่ามันอาจสะท้อนแสงแปลก ๆ ก็ได้...” เสียงพูดในห้องน้ำสะท้อนกลับเบา ๆ เหมือนมีคนพูดซ้ำช้า ๆ ตามหลัง ...ได้...

            มีนาหยุดพูดทันที สายตาขยับตามเสียงนั้นแต่ไม่มีใครอยู่ตรงไหนนอกจากเธอ

            เธอเปิดน้ำอีกครั้ง เสียงก๊อกดังแป๊ก น้ำไหลแรงขึ้นแต่เป็๞สีเหลืองขุ่น เธอบิดปิดทันที กลิ่นเหล็กเปียกขึ้นแรงกว่าเดิม เธอคว้าผ้าขนหนูเช็ดมือแล้วหันหลังจะออก เสียง “กึก” ดังขึ้นข้างหลัง เหมือนของแข็งกระทบพื้นเบา ๆ เธอหันกลับ ทุกอย่างอยู่ที่เดิม อ่างล้างหน้าสะอาด ไม่มีอะไรตก กระจกนิ่งสะท้อนภาพเธอในท่ายืนหันกลับมอง ในภาพสะท้อน แขนเธอยังไม่ขยับลง

            มีนาขมวดคิ้ว ยกมือแตะผนังข้างอ่าง ความเย็นจากกระเบื้องซึมเข้าฝ่ามือ เธอมองกระจกอีกครั้ง จ้องนานจนรู้สึกแสบตา ภาพสะท้อนขยับได้ถูกจังหวะเหมือนเดิม ‘คงตาฝาด...’ เธอคิดในใจ แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้อง

            ขณะมือแตะลูกบิด เสียงบางอย่างดังขึ้นข้างหลัง เหมือนเสียงเท้าคนลากเบา ๆ ผ่านพื้นกระเบื้อง เธอหยุด หูจับทิศทางไม่ได้ เสียงนั้นเงียบไปในเสี้ยววินาที เธอค่อย ๆ หันกลับ ห้องน้ำยังเหมือนเดิม ไม่มีเงา ไม่มีการเคลื่อนไหว หลอดไฟกะพริบหนึ่งครั้ง ภาพในกระจกนิ่งสนิท แต่ใน๰่๭๫วินาทีนั้น เธอเหมือนเห็นมุมปากของภาพสะท้อน “ยกขึ้น” ก่อนจะกลับเป็๞ปกติ

             

             

            มีนาเปิดประตูออก เสียงบานพับดังเอี๊ยด อากาศในห้องหลักอุ่นกว่าในห้องน้ำ เธอเดินไปหยิบกระเป๋าเตรียมออกไปทำงาน ระหว่างใส่รองเท้า เธอได้ยินเสียงคล้ายการ “ขยับตัว” ดังจากในห้องน้ำอีกครั้ง เสียงไม่ดังมากแค่เหมือนคนเลื่อนเท้าไปมาบนพื้น เธอหยุดก้มมองช่องประตูที่เปิดไว้แคบ ๆ เงาในนั้นไม่ขยับ แต่หลอดไฟข้างในสว่างขึ้นเล็กน้อย เหมือนมีใครเพิ่งเดินเข้าไปใต้แสง

            เธอยืนอยู่อย่างนั้นเกือบสิบวินาที นิ้วแตะลูกบิด หัวใจเต้นแรงในอก ตรงนั้นไม่มีเสียงอีก เธอปิดประตูห้องน้ำให้สนิทแล้วเดินออกจากห้อง เสียงพัดลมตั้งพื้นเริ่มหมุนเองอีกครั้งทั้งที่ปลั๊กยังถูกถอด เสียงหมุนนั้นเบาและสม่ำเสมอ

     

            ฝนเพิ่งหยุดตก น้ำยังขังอยู่ตรงระเบียงเล็กหน้าห้อง มีนาเปิดประตูเข้ามาหลังเลิกงาน รองเท้าเปียกจนเสียงแฉะทุกก้าว ไฟในห้องสลัว หลอดบนเพดานกะพริบช้า ๆ ก่อนนิ่ง เธอวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ถอดเสื้อคลุมพาดเก้าอี้ กลิ่นชื้นในห้องเหมือนแรงกว่าเมื่อวาน กลิ่นเหล็กกับกลิ่นฝุ่นรวมกันจนขมคอ

            เธอเดินไปเปิดพัดลมตั้งพื้น เสียงเครื่องครืด… ครืด…เหมือนเดิม ลมนั้นเบาแทบไม่ถึงตัว มีนาไม่สนใจนักเหนื่อยเกินจะคิด เธอหยิบโทรศัพท์ดูเวลา สองทุ่มสิบห้า มือเย็นเฉียบทั้งที่อากาศในห้องร้อน เธอพยายามลากเท้าไปห้องน้ำเพื่อเปิดไฟส่องเข้าไปข้างใน

            แสงเหลืองจากหลอดไฟกะพริบสองครั้งก่อนติดนิ่ง เงาเธอสะท้อนเต็มบานในกระจกเหนืออ่างล้างหน้า ผมเธอเปียกเล็กน้อยจากฝนที่ตกระหน่ำตอน๰่๭๫เย็น เสื้อเชิ้ตสีขาวมีคราบน้ำตรงบ่า มีนาวางโทรศัพท์ไว้ข้างอ่าง พร้อมเปิดน้ำล้างหน้าเสียงน้ำไหลคงที่ เธอก้มหน้าวักน้ำสองครั้ง ความเย็นซึมผ่านผิวจนชาเมื่อเงยขึ้นเงาในกระจก “ขยับก่อน” มันยกมือแตะผมด้านขวาก่อนที่เธอจะยกจริง ๆ

            เธอหยุดนิ่ง น้ำหยดจากปลายคางลงพื้นเสียงเบา ตาจ้องตรงไปข้างหน้าไม่กะพริบ แสงจากหลอดไฟสะท้อนในตากระจก ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวชัดทุกเสี้ยววินาที มีนาขยับตัวช้า ๆ ถอยหลังครึ่งก้าว ในกระจกภาพนั้น “ไม่ถอยตาม” มันยังยืนอยู่ที่เดิม ร่างตรงนั้นจึงดูเหมือนเข้าใกล้เธอมากขึ้น หัวใจเต้นแรงเสียงดังในอก เธอไม่รู้ว่าควรมองต่อหรือหลบสายตา ภาพสะท้อนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ปากขยับช้า ๆ แล้ว “ยกยิ้ม”

            รอยยิ้มนั้นนิ่งอยู่นานกว่าปกติเหมือนรอยยิ้มที่ตั้งใจให้เห็น เธอหายใจไม่ทั่วท้อง นิ้วมือเย็นจนรู้สึกไม่ถึงปลาย

            มีนาเผลอพูดเสียงเบา “เธอคือใคร...”

            ไม่มีเสียงตอบกลับ แต่รอยยิ้มนั้นยังอยู่และดูเหมือนจะกว้างขึ้นทีละเล็กทีละน้อย

     

     

    ตอนที่ 1 (1/2)