กริ่งหน้าบ้านของไป่ฉีถูกกด ไป่ฉีกดรีโมตเพื่อเปิดประตูรั้วบ้าน ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนของเขา 2 คนเดินเข้ามาที่ตัวบ้าน ตามมาด้วยรถของบริษัทขนย้าย ค่อย ๆ ขับเข้ามา ไป่ฉีเดินออกมาหาเพื่อนทั้ง 2 คน
“บ้านหลังนี้เล็กไปหน่อยนะพี่ฉี” ไป๋หู่กล่าว
“นายไม่ใช่คนทำความสะอาดนี่ ช่างกล้าพูดนะ” ไป่ฉีกล่าว
“แหะ ๆ” ไป๋หู่หัวเราะ
“รู้สึกตื่นเต้นยังไงไม่รู้แฮะ” หลี่ซีหยานกล่าว
“พวกนายเข้ามาสิ เดี๋ยวฉันจะพาไปดูห้อง” ไป่ฉีเดินนำทั้ง 2 คนเข้ามาในบ้าน
“สวัสดีครับคุณน้า” ไป๋หู่กล่าวทักทายไป่เหลียนฮวากับไป่ชิงหยุน
“สวัสดีครับคุณน้า” หลี่ซีหยานกล่าวทักทายเช่นกัน
“ตามสบายเลยนะจ๊ะ” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“นี่ไอ้ลูกชาย 2 คนนี้ไม่ใช่พวกเล่นเพื่อนใช่ไหม” ไป่ชิงหยุนถาม
“ไม่ใช่หรอกพ่อ 2 คนนี้ผู้ชายทั้งแท่ง ใช่ไหม ไป๋กงกง หลี่กงกง” ไป่ฉีแซว
“เอ่อ พี่ฉี ผมไม่เอาคำว่า กงกง ได้ไหม ฟังแล้วมันเสียว ๆ ช่วงล่างแปลก ๆ” ไป่หู่กล่าว
“นั่นสิ อย่าไปเรียกชื่อนี้ข้างนอกนะ” หลี่ซีหยานกล่าว
“ได้ ๆ ไม่เล่นแล้ว พวกนายตามมา ห้องพวกนายอยู่ชั้น 2” ไป่ฉีเดินนำทั้ง 2 คนมาที่ห้องนอนชั้น 2 อีกห้องหนึ่ง ซึ่งทั้ง 2 คนก็ยกกระเป๋าสัมภาระตามขึ้นมา
“ว้าว ห้องกว้างใช้ได้เลย แต่ทำไมมีเตียงเดียวอ่ะ” ไป๋หู่ถาม
“แต่เตียงก็ใหญ่ดี นายกับฉันนอนกันได้อยู่แล้ว ว่าแต่นายนอนดิ้นรึเปล่า” หลี่ซีหยานถาม
“ก็ดิ้นอยู่ ถ้าทำให้นายนอนไม่หลับก็ขอโทษด้วยละกัน” ไป๋หู่กล่าว
“พวกนาย 2 คนจัดการข้าวของกันเองนะ มีอะไรก็เรียกใช้ไป่ชิกับไป่เชอะได้” ไป่ฉีกล่าว ไป๋หู่มองไปที่ด้านหลังของไป่ฉี เขาพบว่ามีชาย 2 คนยืนอยู่
“ไม่ต้องห่วงครับ เชิญใช้มาได้เลย” ไป่ชิกล่าว
“ใช่ครับ เพื่อนของท่านฉี พวกเราจะดูแลเป็นอย่างดี” ไป่เชอะกล่าว
เมื่อพนักงานของบริษัทขนย้ายขนของมาวางไว้ในห้องของหลี่ซีหยานกับไป๋หู่แล้ว ไป่ชิกับไป่เชอะก็ช่วยกันเปิดกล่องออกมาให้ หลี่ซีหยานเริ่มจากจัดเสื้อผ้าของตัวเองเข้าตู้ก่อน ซึ่งในห้องนี้มีตู้เสื้อผ้าแค่ตู้เดียว ดังนั้นทั้ง 2 คนจึงต้องแบ่งกัน
“อ๊ะ ซีหยาน นายกินเนื้อที่เก็บกางเกงในฉันนะ” ไป๋หู่กล่าว
“เกินที่ไหน กางเกงในนายทำไมมันเยอะอย่างงี้ฟะ จะเอาไปถมที่รึไง” หลี่ซีหยานถาม
“ก็ฉันต้องฝึกทุกวัน นายจะให้ฉันใส่กางเกงในชุ่มเหงื่อนอนรึไง” ไป๋หู่กล่าว
“ไม่ใช่แบบนั้น แต่มันเยอะเกินไป ตู้มีแค่ตู้เดียว เกรงใจกันบ้างสิ” หลี่ซีหยานกล่าวพร้อมกับคว้าเอากางเกงในของไป๋หู่ออกจากลิ้นชักตู้
“ไม่เอา ฉันจะใส่มันในนี้ทั้งหมด ไม่เอาออกไปไว้ที่อื่น” ไป๋หู่ดึงกลับมา แต่หลี่ซีหยานก็ดึงกลับเช่นกัน และเป็นไป๋หู่ที่ออกแรงดึงเต็มที่ ทำให้กางเกงในของเขาขาด
“หวา” ไป๋หู่ล้มลงกับพื้น เขาหลับตาปี๋ ขาของเขายกขึ้นเหวี่ยงไปทางหลี่ซีหยานโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้หลี่ซีหยานรีบก้มหลบกะทันหันแล้วเสียหลักหน้าเกือบทิ่ม ดีที่เขาใช้แขนสองข้างยันไว้ทัน ดวงตาของเขาปิดสนิทเพราะกลัวจะหน้ากระแทกพื้น
“เอ๋ ซีหยานเป็นฝ่ายรุกงั้นเหรอ หึหึ” เสียงของไป่ฉีดังขึ้น ทำให้ทั้ง 2 คนสำรวจมองสำรวจท่าทางของตนเอง ตอนนี้ไป๋หู่นอนราบไปกับพื้นโดยมีร่างของหลี่ซีหยานคร่อมไว้ ขาที่ชี้ขึ้นของเขาเมื่อครู่กำลังวางล็อกอยู่บนสะโพกของหลี่ซีหยานเหมือนพร้อมจะกระชับสำหรับการทำบางสิ่ง ส่วนแขนที่ยันพื้นของหลี่ซีหยานที่กำลังยันพื้นอยู่ทั้ง 2 ข้างของหน้าไป๋หู่ ราวกับกำลังกักขังคนที่อยู่ใต้ร่างของตนไม่ให้หนีไปไหน
หลังจากสำรวจท่าทางของตัวเองแล้วทั้งสองสบตากัน ใบหน้าทั้งคู่บิดเบี้ยว และแดงก่ำจนถึงใบหู ก่อนจะรีบผละออกจากกันทันที
“อ้าว ไม่ทำต่อแล้วเหรอ ฉันกำลังจะไปแล้ว เชิญพวกนายตามสบายเลย” ไป่ฉียกยิ้มชั่วร้าย
“มะ...ไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ” หลี่ซีหยานกล่าว เขาโบกไม้โบกมือไปมาเพราะทำตัวไม่ถูก
“ใช่ ๆ ไม่มีอะไรจริง ๆ ผมไม่ชอบผู้ชายด้วยกันหรอกนะพี่ฉี” ไป๋หู่ที่เพิ่งยันตัวเองขึ้นมากล่าวปฏิเสธเช่นกัน
“แล้วไอ้เศษกางเกงในที่อยู่มือนั่นมันอะไรเหรอ” ไป่ฉียังคงแกล้งเพื่อนของเขาต่อ
“คือฉันกับไป๋หู่ยังตกลงกันไม่ได้เรื่องแบ่งพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าน่ะ” หลี่ซีหยานอธิบาย
“งี้นี่เอง ฉันเชื่อก็ได้ แต่พวกนายเหมาะสมกันดีเหมือนกันนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไป่ฉีแกล้งทั้ง 2 จนพอใจแล้วก็หันหลังเดินลงไปข้างล่างทันที
“โอ๊ย เพราะนายเลย ดูซิ พี่ฉีเข้าใจผิดเลยเนี่ย” ไป๋หู่กล่าว
“ไม่ต้องเลย เย็นนี้เจอกันหน่อยไหม ใครชนะจะได้สิทธิ์เลือกพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าก่อน” หลี่ซีหยานเสนอ
“ได้เสมอ เรื่องประลองท้าตีท้าต่อยเนี่ยขอให้บอก ไป๋หู่ผู้นี้พร้อมลุยเสมอ” ไป๋หู่ตกลงทันที
ด้านล่างไป่เหลียนฮวาดูทีวีอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดูเฉย ๆ เพราะเธอกำลังฝึกกระบวนท่าออกกำลังกายที่ไป่ฉีสอนเมื่อวาน หลังจากทดลองทำดูก็พบว่าร่างกายรู้สึกเบาขึ้น เหมือนกับกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง ด้านข้างก็มีไป่ชิงหยุนกำลังทำท่าแบบเดียวกันอยู่
“เพื่อน ๆ กำลังเล่นกันอยู่เหรอลูก” ไป่เหลียนฮวาถาม
“ครับ กำลังเล่นเพื่อน เอ๊ย กำลังแย่งพื้นที่ในตู้เสื้อผ้ากันอยู่ครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ไปซื้อตู้ใหม่ดีไหมลูก จะได้ไม่ต้องแย่งกัน” ไป่เหลียนฮวาถาม
“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวพอปรับตัวเข้าหากันได้ ก็คุยตกลงกันได้เองแหละ” ไป่ฉีกล่าว
“ไป่ฉี ช่วงนี้นายหยุดว่าง ๆ ตั้งหลายวันทำไมเหรอ ไม่เห็นนายจะทำอะไรเลย” เมิ่งชิงชิงถาม
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมต้องไปทำธุระน่ะ อาจจะไปสัก 2-3 วันนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“ไปไหนล่ะไอ้ลูกชาย” ไป่ชิงหยุนถาม
“ความลับครับ” ไป่ฉีกล่าว
“อย่าให้รู้นะว่านายแอบนัดสาวที่ไหนไว้น่ะ” เมิ่งชิงชิงทำเสียงดุ
“ใครจะกล้ากับที่รักล่ะครับ ลูกก็ว่าอย่างนั้นใช่ไหม” ไป่ฉีใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวเมิ่งชิงชิง อีกข้างก็ลูบท้องของเธอ แล้วก้มหน้ามองท้องเธอทำเหมือนคุยกับเด็กในท้อง ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว
“ใครลูกนาย นี่น่ะมีแต่..... ในไส้ทั้งนั้นเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว (ขอไม่เขียนถึงนะเดี๋ยวกินข้าวกันไม่ลง)
เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงบ่าย หลี่ซีหยานกับไป๋หู่เดินลงมาในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มและรองเท้าผ้าใบ แน่นอนว่าไป่ฉีก็เช่นกัน
“นี่จะไปไหนกันเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ไปออกแรงนิดหน่อยน่ะ ผมจะได้ซ้อมฝีมือด้วย” ไป่ฉีกล่าว
ทั้ง 3 คนเดินไปที่ห้องเก็บของ ซึ่งไป่ฉีได้ลงอักขระลมปราณเอาไว้ ซึ่งมันจะพาพวกเขาไปยังมิติที่ไป่ฉีเลี้ยงหมาป่าหิมะเอาไว้ และเพื่อไม่ให้เมิ่งชิงชิงสงสัย เขาทำห้องฝึกซ้อมใต้ดินเอาไว้ด้วย
หลังผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ทั้งหมดก็เดินออกมาจากห้องนั้น สภาพของทุกคนล้วนแต่มีเหงื่อเต็มตัว ไป่ชิกับไป่เชอะที่เห็นไป่ฉีกับเพื่อนเดินออกมาจากห้องฝึก ก็รีบนำผ้าขนหนูกับน้ำมาให้
“เป็นอันว่าฉันชนะ ฉันจะขอเลือกพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าของฉันก่อนล่ะนะ” หลี่ซีหยานยิ้มอย่างผู้มีชัย
“ชิ ฝากไว้ก่อนเถอะ แพ้ก็คือแพ้ แต่นายเล่นโกงนี่ เล่นเรียกชื่อพี่ฉีจนทำให้ฉันเสียสมาธิ” ไป๋หู่บ่นอุบอิบ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในสนามรบไม่เลือกวิธีการ จำไว้ ถ้าไม่ใช่คนโง่คงฟังที่ฉันพูดเข้าใจนะ” หลี่ซีหยานหัวเราะ
“ว่าใครโง่ห๊ะ ไอ้หัวสีน้ำยาล้างห้องน้ำ” ปิงหู่กล่าว
“ว่าแกนั่นแหละ ไอ้ลูกแมวจรจัด บ้านก็ใหญ่โต ยังมาอาศัยเขาอยู่อีก” หลี่ซีหยานกล่าว
จากนั้นทั้ง 2 ก็ปะทะกันอีกเล็กน้อย ก่อนจะแยกกัน ไป๋หู่นั้นเข้าครัวไปหานมขนาดแกลลอนมาดื่ม ส่วนไป่ชิกับไป่เชอะก็ยืนเชียร์ไป๋หู่ให้กระดกดื่มนมรวดเดียวหมดแกลลอน ทางด้านหลี่ซีหยานนั้นขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อน
“ร้อนชะมัดเลย” ไป๋หู่ถอดเสื้อยืดของเขาออก ไป่โม่ลี่ที่เห็นก็รีบปิดหน้าปิดตาวิ่งเข้าห้องครัวไป ตอนอยู่ในตระกูลเธอเห็นผู้ชายถอดเสื้อมาก็มาก แต่เครื่องหน้าของคนในตระกูลไม่ได้หล่อเหลาเหมือนกับเพื่อนของนายน้อยสักนิด เห็นทีว่าจากนี้ไปเธอคงต้องปรับตัวให้ชินซะแล้ว
“ไป๋หู่ นายจะทำอะไรที่นี่เกรงใจพี่ชิงชิงกับโม่ลี่บ้าง” ไป่ฉีเตือน
“แหะ ๆ ขอโทษครับพี่ฉี ปกติอยู่บ้านกะโรงเรียนผมทำแบบนี้ตลอดเลย” ไป๋หู่กล่าว
“ไปอาบน้ำเถอะ” ไป่ฉีไล่ไป๋หู่ไปอาบน้ำ เขาพอเข้าใจแล้วว่าทำไมไป๋กุ้ยอิงถึงไม่ชอบไป๋หู่ที่เพิ่งซ้อมเสร็จ หมอนี่กลิ่นตัวแรงมากนั่นเอง เห็นทีหลังจากเสร็จจากการทะลวงขั้นลมปราณแล้ว เขาคงต้องจัดการกับเจ้าปลาเค็มเคลื่อนที่ตัวนี้ซะแล้ว
พวกไป่ฉีแยกย้ายกันไปอาบน้ำ ก่อนจะลงมากินข้าวในช่วงเย็น ไป่เหลียนฮวาดูมีความสุขมาก เพราะไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่ทะเลาะกันทำให้บ้านครึกครื้น ดูน่ารักสำหรับเธอ เธอรู้สึกเหมือนได้ลูกชายมาเพิ่มมาอีก 2 คน เธอจึงเรียกชื่อ 2 คนนี้เอาเองว่า ไป่ไป๋ กับไป่หลี่ ซึ่งทั้ง 2 คนก็ยินดีให้ไป่เหลียนฮวาเรียกพวกตนแบบนั้นเช่นกัน
เช้าวันถัดมาไป่ฉีออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า นอกจากหลี่ซีหยานกับไป๋หู่แล้ว ไม่มีใครคิดจะถามไป่ฉีว่าเขาจะไปไหนตั้ง 2-3 วัน
“ทำไมไม่มีใครถามเลยล่ะครับ แถมพี่ฉีก็ไม่บอกด้วยว่าจะไปไหน” ไป๋หู่ถาม
“นั่นสิครับ ปกติเป็นแบบนี้บ่อยเหรอครับ” หลี่ซีหยานถาม
“มันชอบออกไปแบบนี้ประจำนั่นแหละ สมัยก่อนมันทำงานแทบไม่ได้ไปไหนเลย ฉันกับภรรยาก็เลยไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก” ไป่ชิงหยุนตอบ
“งี้นี่เอง งั้นพี่ฉีคงไปคลายเครียดสินะ ช่วงนี้ยิ่งงานเยอะ ๆ อยู่ด้วย” ไป๋หู่พยักหน้าเข้าใจ
“ไว้เขากลับมาแล้วพวกเราลองถามดูก็ได้” หลี่ซีหยานกล่าว
ไป่ฉีออกมาจากบ้านแต่เช้า เขาแปลงเป็นอวี้กงและเปิดประตูมิติไปหาเฟิงเทียน ซึ่งตอนนี้เฟิงเทียนไม่อยู่ที่ห้อง เขาจึงลองตรวจสอบดูก็พบว่า เฟิงเทียนกำลังฝึกวิชาให้กับไท่หยางกับเต๋อเทียนอยู่ ด้วยการฝึกที่เข้มงวดพอ ๆ กับเขาเป็นคนลงมือฝึกเอง ทำให้ทั้งไท่หยางและเต๋อเทียนมีฝีมือรุดหน้าขึ้น จากที่ไป่ฉีลองตรวจสอบความทรงจำทั้งคู่พบว่า พวกเขากลายเป็นที่คาดหวังของผู้อาวุโสในสายตระกูลของพวกเขาไปแล้ว ยิ่งพวกเขาได้รับการดูแลจากประมุขน้อยเฟิงเทียน ยิ่งทำให้สายตระกูลของพวกเขายิ่งมีอำนาจมากขึ้น แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าทั้งสายตระกูลของทั้ง 2 จะมีแต่คนดี คนไม่ดีก็มี ซึ่งไป่ฉีวางแผนจะกำจัดพวกนั้นออกไปให้หมดก่อน จึงค่อยเริ่มแผนต่อไป
‘เจ้าศิษย์โรคจิต กลับมาที่ห้อง เดี๋ยวนี้ วันนี้เจ้ากับข้าต้องเตรียมทะลวงชั้นลมปราณ’ ไป่ฉีส่งปราณสื่อสารกับเฟิงเทียน
“พวกนาย 2 คนซ้อมกันไปล่ะ ฉันจะกลับห้องก่อน ฝากบอกท่านพ่อด้วยว่าอาจจะไม่อยู่สัก 2-3 วัน” เฟิงเทียนกล่าว
“ครับ ประมุขน้อย” ไท่หยางกล่าว เขาไม่คิดจะถามว่าเฟิงเทียนจะไปไหน เพราะคิดว่าเฟิงเทียนน่าจะไปฝึกวิชาอีกตามเคย ครั้งก่อนที่หายไปร่วมสัปดาห์แล้วกลับมา ฝึมือของเฟิงเทียนก็รุดหน้าแบบก้าวกระโดด ที่จริงเขาอยากขอตามไปด้วย แต่ก็เกรงว่าจะไปรบกวนการฝึกของเฟิงเทียน
“ต้องการให้พวกผมไปด้วยไหมครับ อย่างน้อยก็ไปคุ้มกัน” เต๋อเทียนถาม
“ไม่ต้อง พวกนายฝึกซ้อมต่อเถอะ ถ้าเห็นว่าพวกนายฝีมือถึงระดับแล้ว จะพาไปกวาดล้างพวกพรรคตะวันดับด้วยกัน จะได้หาประสบการณ์ต่อสู้จริงไปด้วยเลย ส่วนสถานที่ที่ฉันจะไปไม่มีอันตรายอะไร ไม่ต้องห่วง” เฟิงเทียนกล่าว
“ได้ครับ” เต๋อเทียนก้มตัวทำความเคารพเฟิงเทียนที่ตอนนี้เดินกลับเรือนพักของเขาไปแล้ว
เมื่อเปิดประตูเข้ามา เฟิงเทียนพบกับอาจารย์ของเขา เขาทำความเคารพอวี้กง ยังไม่ได้ทันพูดอะไร อวี้กงก็ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวตัวเขาก็มาที่ถ้ำฝึกฝนซะแล้ว แต่ครั้งนี้สถานที่นั้นต่างออกไป ตรงกลางห้องมีศิลาเปล่งแสงสีรุ้งก้อนใหญ่ สูงถึง 2 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 2 เมตรเช่นกัน โดยรอบมีประตูห้อง 3 ห้อง มีเส้นสายที่ทำจากศิลาดังกล่าวลากยาวเข้าไปยังห้องแต่ละห้องด้วย เฟิงเทียนมองความใหญ่โตของศิลาตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
“อ้าว ประมุขน้อยเฟิงเทียน ท่านก็มาด้วยหรือ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งทักเฟิงเทียน
“ประมุขจาง ท่านมาทำอะไรที่นี่” เฟิงเทียนหันไปมอง และก็ต้องตกใจเมื่อประมุขสมาคมการค้าตะวันจันทราอย่างจางหนี่หวังมาอยู่ที่ถ้ำฝึกฝนนี้ด้วย
“วัตถุประสงค์เดียวกับท่านนั่นแหละ เพื่อทะลวงชั้นลมปราณสู่ราชันย์ทรราช” จางหนี่หวังกล่าว
“จากนี้จะอธิบายวิธีทะลวงชั้นลมปราณสู่ราชันย์ทรราชตั้งใจฟังกันด้วย” คำพูดของไป่ฉีทำให้ทั้ง 2 คนหยุดพูดคุยกันและหันมาตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด
_________________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
