จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 193 สหายย้ายเข้าบ้าน Re

        กริ่งหน้าบ้านของไป่ฉีถูกกด  ไป่ฉีกดรีโมตเพื่อเปิดประตูรั้วบ้าน  ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนของเขา 2 คนเดินเข้ามาที่ตัวบ้าน  ตามมาด้วยรถของบริษัทขนย้าย  ค่อย ๆ ขับเข้ามา  ไป่ฉีเดินออกมาหาเพื่อนทั้ง 2 คน


        “บ้านหลังนี้เล็กไปหน่อยนะพี่ฉี” ไป๋หู่กล่าว


        “นายไม่ใช่คนทำความสะอาดนี่  ช่างกล้าพูดนะ” ไป่ฉีกล่าว


        “แหะ ๆ” ไป๋หู่หัวเราะ


        “รู้สึกตื่นเต้นยังไงไม่รู้แฮะ” หลี่ซีหยานกล่าว


        “พวกนายเข้ามาสิ  เดี๋ยวฉันจะพาไปดูห้อง” ไป่ฉีเดินนำทั้ง 2 คนเข้ามาในบ้าน


        “สวัสดีครับคุณน้า” ไป๋หู่กล่าวทักทายไป่เหลียนฮวากับไป่ชิงหยุน


        “สวัสดีครับคุณน้า” หลี่ซีหยานกล่าวทักทายเช่นกัน


        “ตามสบายเลยนะจ๊ะ” ไป่เหลียนฮวากล่าว


        “นี่ไอ้ลูกชาย 2 คนนี้ไม่ใช่พวกเล่นเพื่อนใช่ไหม” ไป่ชิงหยุนถาม


        “ไม่ใช่หรอกพ่อ  2 คนนี้ผู้ชายทั้งแท่ง  ใช่ไหม ไป๋กงกง  หลี่กงกง” ไป่ฉีแซว


        “เอ่อ  พี่ฉี  ผมไม่เอาคำว่า  กงกง  ได้ไหม  ฟังแล้วมันเสียว ๆ ช่วงล่างแปลก ๆ” ไป่หู่กล่าว


        “นั่นสิ  อย่าไปเรียกชื่อนี้ข้างนอกนะ” หลี่ซีหยานกล่าว


        “ได้ ๆ ไม่เล่นแล้ว  พวกนายตามมา  ห้องพวกนายอยู่ชั้น 2” ไป่ฉีเดินนำทั้ง 2 คนมาที่ห้องนอนชั้น 2 อีกห้องหนึ่ง  ซึ่งทั้ง 2 คนก็ยกกระเป๋าสัมภาระตามขึ้นมา


        “ว้าว  ห้องกว้างใช้ได้เลย  แต่ทำไมมีเตียงเดียวอ่ะ” ไป๋หู่ถาม


        “แต่เตียงก็ใหญ่ดี  นายกับฉันนอนกันได้อยู่แล้ว  ว่าแต่นายนอนดิ้นรึเปล่า” หลี่ซีหยานถาม


        “ก็ดิ้นอยู่  ถ้าทำให้นายนอนไม่หลับก็ขอโทษด้วยละกัน” ไป๋หู่กล่าว


        “พวกนาย 2 คนจัดการข้าวของกันเองนะ  มีอะไรก็เรียกใช้ไป่ชิกับไป่เชอะได้” ไป่ฉีกล่าว  ไป๋หู่มองไปที่ด้านหลังของไป่ฉี  เขาพบว่ามีชาย 2 คนยืนอยู่


        “ไม่ต้องห่วงครับ  เชิญใช้มาได้เลย” ไป่ชิกล่าว


        “ใช่ครับ  เพื่อนของท่านฉี  พวกเราจะดูแลเป็นอย่างดี” ไป่เชอะกล่าว


        เมื่อพนักงานของบริษัทขนย้ายขนของมาวางไว้ในห้องของหลี่ซีหยานกับไป๋หู่แล้ว  ไป่ชิกับไป่เชอะก็ช่วยกันเปิดกล่องออกมาให้  หลี่ซีหยานเริ่มจากจัดเสื้อผ้าของตัวเองเข้าตู้ก่อน  ซึ่งในห้องนี้มีตู้เสื้อผ้าแค่ตู้เดียว  ดังนั้นทั้ง 2 คนจึงต้องแบ่งกัน


        “อ๊ะ  ซีหยาน  นายกินเนื้อที่เก็บกางเกงในฉันนะ” ไป๋หู่กล่าว


        “เกินที่ไหน  กางเกงในนายทำไมมันเยอะอย่างงี้ฟะ  จะเอาไปถมที่รึไง” หลี่ซีหยานถาม


        “ก็ฉันต้องฝึกทุกวัน  นายจะให้ฉันใส่กางเกงในชุ่มเหงื่อนอนรึไง” ไป๋หู่กล่าว


        “ไม่ใช่แบบนั้น  แต่มันเยอะเกินไป  ตู้มีแค่ตู้เดียว  เกรงใจกันบ้างสิ” หลี่ซีหยานกล่าวพร้อมกับคว้าเอากางเกงในของไป๋หู่ออกจากลิ้นชักตู้


        “ไม่เอา  ฉันจะใส่มันในนี้ทั้งหมด  ไม่เอาออกไปไว้ที่อื่น” ไป๋หู่ดึงกลับมา  แต่หลี่ซีหยานก็ดึงกลับเช่นกัน และเป็นไป๋หู่ที่ออกแรงดึงเต็มที่  ทำให้กางเกงในของเขาขาด


        “หวา” ไป๋หู่ล้มลงกับพื้น  เขาหลับตาปี๋  ขาของเขายกขึ้นเหวี่ยงไปทางหลี่ซีหยานโดยไม่ได้ตั้งใจ  ทำให้หลี่ซีหยานรีบก้มหลบกะทันหันแล้วเสียหลักหน้าเกือบทิ่ม  ดีที่เขาใช้แขนสองข้างยันไว้ทัน  ดวงตาของเขาปิดสนิทเพราะกลัวจะหน้ากระแทกพื้น


        “เอ๋  ซีหยานเป็นฝ่ายรุกงั้นเหรอ หึหึ” เสียงของไป่ฉีดังขึ้น  ทำให้ทั้ง 2 คนสำรวจมองสำรวจท่าทางของตนเอง  ตอนนี้ไป๋หู่นอนราบไปกับพื้นโดยมีร่างของหลี่ซีหยานคร่อมไว้  ขาที่ชี้ขึ้นของเขาเมื่อครู่กำลังวางล็อกอยู่บนสะโพกของหลี่ซีหยานเหมือนพร้อมจะกระชับสำหรับการทำบางสิ่ง  ส่วนแขนที่ยันพื้นของหลี่ซีหยานที่กำลังยันพื้นอยู่ทั้ง 2 ข้างของหน้าไป๋หู่ ราวกับกำลังกักขังคนที่อยู่ใต้ร่างของตนไม่ให้หนีไปไหน


        หลังจากสำรวจท่าทางของตัวเองแล้วทั้งสองสบตากัน  ใบหน้าทั้งคู่บิดเบี้ยว และแดงก่ำจนถึงใบหู  ก่อนจะรีบผละออกจากกันทันที


        “อ้าว  ไม่ทำต่อแล้วเหรอ  ฉันกำลังจะไปแล้ว  เชิญพวกนายตามสบายเลย” ไป่ฉียกยิ้มชั่วร้าย


        “มะ...ไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ” หลี่ซีหยานกล่าว  เขาโบกไม้โบกมือไปมาเพราะทำตัวไม่ถูก


        “ใช่ ๆ ไม่มีอะไรจริง ๆ ผมไม่ชอบผู้ชายด้วยกันหรอกนะพี่ฉี” ไป๋หู่ที่เพิ่งยันตัวเองขึ้นมากล่าวปฏิเสธเช่นกัน


        “แล้วไอ้เศษกางเกงในที่อยู่มือนั่นมันอะไรเหรอ” ไป่ฉียังคงแกล้งเพื่อนของเขาต่อ


        “คือฉันกับไป๋หู่ยังตกลงกันไม่ได้เรื่องแบ่งพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าน่ะ” หลี่ซีหยานอธิบาย


        “งี้นี่เอง  ฉันเชื่อก็ได้  แต่พวกนายเหมาะสมกันดีเหมือนกันนะ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ไป่ฉีแกล้งทั้ง 2 จนพอใจแล้วก็หันหลังเดินลงไปข้างล่างทันที


        “โอ๊ย  เพราะนายเลย  ดูซิ  พี่ฉีเข้าใจผิดเลยเนี่ย” ไป๋หู่กล่าว


        “ไม่ต้องเลย  เย็นนี้เจอกันหน่อยไหม  ใครชนะจะได้สิทธิ์เลือกพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าก่อน” หลี่ซีหยานเสนอ


        “ได้เสมอ  เรื่องประลองท้าตีท้าต่อยเนี่ยขอให้บอก  ไป๋หู่ผู้นี้พร้อมลุยเสมอ” ไป๋หู่ตกลงทันที


        ด้านล่างไป่เหลียนฮวาดูทีวีอยู่  แต่ก็ไม่ได้ดูเฉย ๆ เพราะเธอกำลังฝึกกระบวนท่าออกกำลังกายที่ไป่ฉีสอนเมื่อวาน  หลังจากทดลองทำดูก็พบว่าร่างกายรู้สึกเบาขึ้น  เหมือนกับกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง  ด้านข้างก็มีไป่ชิงหยุนกำลังทำท่าแบบเดียวกันอยู่


        “เพื่อน ๆ กำลังเล่นกันอยู่เหรอลูก” ไป่เหลียนฮวาถาม


        “ครับ  กำลังเล่นเพื่อน  เอ๊ย  กำลังแย่งพื้นที่ในตู้เสื้อผ้ากันอยู่ครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “ไปซื้อตู้ใหม่ดีไหมลูก  จะได้ไม่ต้องแย่งกัน” ไป่เหลียนฮวาถาม


        “ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวพอปรับตัวเข้าหากันได้  ก็คุยตกลงกันได้เองแหละ” ไป่ฉีกล่าว


        “ไป่ฉี  ช่วงนี้นายหยุดว่าง ๆ ตั้งหลายวันทำไมเหรอ  ไม่เห็นนายจะทำอะไรเลย” เมิ่งชิงชิงถาม


        “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมต้องไปทำธุระน่ะ  อาจจะไปสัก 2-3 วันนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “ไปไหนล่ะไอ้ลูกชาย” ไป่ชิงหยุนถาม


        “ความลับครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “อย่าให้รู้นะว่านายแอบนัดสาวที่ไหนไว้น่ะ” เมิ่งชิงชิงทำเสียงดุ


        “ใครจะกล้ากับที่รักล่ะครับ  ลูกก็ว่าอย่างนั้นใช่ไหม” ไป่ฉีใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวเมิ่งชิงชิง  อีกข้างก็ลูบท้องของเธอ  แล้วก้มหน้ามองท้องเธอทำเหมือนคุยกับเด็กในท้อง  ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว


        “ใครลูกนาย  นี่น่ะมีแต่..... ในไส้ทั้งนั้นเลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว (ขอไม่เขียนถึงนะเดี๋ยวกินข้าวกันไม่ลง)


        เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงบ่าย  หลี่ซีหยานกับไป๋หู่เดินลงมาในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มและรองเท้าผ้าใบ  แน่นอนว่าไป่ฉีก็เช่นกัน


        “นี่จะไปไหนกันเหรอ” เมิ่งชิงชิงถาม


        “ไปออกแรงนิดหน่อยน่ะ  ผมจะได้ซ้อมฝีมือด้วย” ไป่ฉีกล่าว


        ทั้ง 3 คนเดินไปที่ห้องเก็บของ  ซึ่งไป่ฉีได้ลงอักขระลมปราณเอาไว้  ซึ่งมันจะพาพวกเขาไปยังมิติที่ไป่ฉีเลี้ยงหมาป่าหิมะเอาไว้ และเพื่อไม่ให้เมิ่งชิงชิงสงสัย   เขาทำห้องฝึกซ้อมใต้ดินเอาไว้ด้วย


        หลังผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง  ทั้งหมดก็เดินออกมาจากห้องนั้น  สภาพของทุกคนล้วนแต่มีเหงื่อเต็มตัว  ไป่ชิกับไป่เชอะที่เห็นไป่ฉีกับเพื่อนเดินออกมาจากห้องฝึก  ก็รีบนำผ้าขนหนูกับน้ำมาให้


        “เป็นอันว่าฉันชนะ  ฉันจะขอเลือกพื้นที่ในตู้เสื้อผ้าของฉันก่อนล่ะนะ” หลี่ซีหยานยิ้มอย่างผู้มีชัย


        “ชิ  ฝากไว้ก่อนเถอะ  แพ้ก็คือแพ้  แต่นายเล่นโกงนี่  เล่นเรียกชื่อพี่ฉีจนทำให้ฉันเสียสมาธิ” ไป๋หู่บ่นอุบอิบ


        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในสนามรบไม่เลือกวิธีการ  จำไว้  ถ้าไม่ใช่คนโง่คงฟังที่ฉันพูดเข้าใจนะ” หลี่ซีหยานหัวเราะ


        “ว่าใครโง่ห๊ะ  ไอ้หัวสีน้ำยาล้างห้องน้ำ” ปิงหู่กล่าว


        “ว่าแกนั่นแหละ  ไอ้ลูกแมวจรจัด  บ้านก็ใหญ่โต  ยังมาอาศัยเขาอยู่อีก” หลี่ซีหยานกล่าว


        จากนั้นทั้ง 2 ก็ปะทะกันอีกเล็กน้อย  ก่อนจะแยกกัน  ไป๋หู่นั้นเข้าครัวไปหานมขนาดแกลลอนมาดื่ม  ส่วนไป่ชิกับไป่เชอะก็ยืนเชียร์ไป๋หู่ให้กระดกดื่มนมรวดเดียวหมดแกลลอน  ทางด้านหลี่ซีหยานนั้นขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อน


        “ร้อนชะมัดเลย” ไป๋หู่ถอดเสื้อยืดของเขาออก  ไป่โม่ลี่ที่เห็นก็รีบปิดหน้าปิดตาวิ่งเข้าห้องครัวไป  ตอนอยู่ในตระกูลเธอเห็นผู้ชายถอดเสื้อมาก็มาก  แต่เครื่องหน้าของคนในตระกูลไม่ได้หล่อเหลาเหมือนกับเพื่อนของนายน้อยสักนิด  เห็นทีว่าจากนี้ไปเธอคงต้องปรับตัวให้ชินซะแล้ว


        “ไป๋หู่  นายจะทำอะไรที่นี่เกรงใจพี่ชิงชิงกับโม่ลี่บ้าง” ไป่ฉีเตือน


        “แหะ ๆ ขอโทษครับพี่ฉี  ปกติอยู่บ้านกะโรงเรียนผมทำแบบนี้ตลอดเลย” ไป๋หู่กล่าว


        “ไปอาบน้ำเถอะ” ไป่ฉีไล่ไป๋หู่ไปอาบน้ำ  เขาพอเข้าใจแล้วว่าทำไมไป๋กุ้ยอิงถึงไม่ชอบไป๋หู่ที่เพิ่งซ้อมเสร็จ  หมอนี่กลิ่นตัวแรงมากนั่นเอง  เห็นทีหลังจากเสร็จจากการทะลวงขั้นลมปราณแล้ว  เขาคงต้องจัดการกับเจ้าปลาเค็มเคลื่อนที่ตัวนี้ซะแล้ว


        พวกไป่ฉีแยกย้ายกันไปอาบน้ำ  ก่อนจะลงมากินข้าวในช่วงเย็น  ไป่เหลียนฮวาดูมีความสุขมาก  เพราะไป๋หู่กับหลี่ซีหยานที่ทะเลาะกันทำให้บ้านครึกครื้น  ดูน่ารักสำหรับเธอ  เธอรู้สึกเหมือนได้ลูกชายมาเพิ่มมาอีก 2 คน  เธอจึงเรียกชื่อ 2 คนนี้เอาเองว่า ไป่ไป๋ กับไป่หลี่  ซึ่งทั้ง 2 คนก็ยินดีให้ไป่เหลียนฮวาเรียกพวกตนแบบนั้นเช่นกัน


        เช้าวันถัดมาไป่ฉีออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า  นอกจากหลี่ซีหยานกับไป๋หู่แล้ว  ไม่มีใครคิดจะถามไป่ฉีว่าเขาจะไปไหนตั้ง 2-3 วัน


        “ทำไมไม่มีใครถามเลยล่ะครับ  แถมพี่ฉีก็ไม่บอกด้วยว่าจะไปไหน” ไป๋หู่ถาม


        “นั่นสิครับ  ปกติเป็นแบบนี้บ่อยเหรอครับ” หลี่ซีหยานถาม


        “มันชอบออกไปแบบนี้ประจำนั่นแหละ  สมัยก่อนมันทำงานแทบไม่ได้ไปไหนเลย  ฉันกับภรรยาก็เลยไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก” ไป่ชิงหยุนตอบ


        “งี้นี่เอง  งั้นพี่ฉีคงไปคลายเครียดสินะ  ช่วงนี้ยิ่งงานเยอะ ๆ อยู่ด้วย” ไป๋หู่พยักหน้าเข้าใจ


        “ไว้เขากลับมาแล้วพวกเราลองถามดูก็ได้” หลี่ซีหยานกล่าว


        ไป่ฉีออกมาจากบ้านแต่เช้า  เขาแปลงเป็นอวี้กงและเปิดประตูมิติไปหาเฟิงเทียน  ซึ่งตอนนี้เฟิงเทียนไม่อยู่ที่ห้อง  เขาจึงลองตรวจสอบดูก็พบว่า  เฟิงเทียนกำลังฝึกวิชาให้กับไท่หยางกับเต๋อเทียนอยู่  ด้วยการฝึกที่เข้มงวดพอ ๆ กับเขาเป็นคนลงมือฝึกเอง  ทำให้ทั้งไท่หยางและเต๋อเทียนมีฝีมือรุดหน้าขึ้น  จากที่ไป่ฉีลองตรวจสอบความทรงจำทั้งคู่พบว่า  พวกเขากลายเป็นที่คาดหวังของผู้อาวุโสในสายตระกูลของพวกเขาไปแล้ว  ยิ่งพวกเขาได้รับการดูแลจากประมุขน้อยเฟิงเทียน  ยิ่งทำให้สายตระกูลของพวกเขายิ่งมีอำนาจมากขึ้น  แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าทั้งสายตระกูลของทั้ง 2 จะมีแต่คนดี  คนไม่ดีก็มี  ซึ่งไป่ฉีวางแผนจะกำจัดพวกนั้นออกไปให้หมดก่อน  จึงค่อยเริ่มแผนต่อไป


        ‘เจ้าศิษย์โรคจิต  กลับมาที่ห้อง  เดี๋ยวนี้  วันนี้เจ้ากับข้าต้องเตรียมทะลวงชั้นลมปราณ’ ไป่ฉีส่งปราณสื่อสารกับเฟิงเทียน


        “พวกนาย 2 คนซ้อมกันไปล่ะ  ฉันจะกลับห้องก่อน  ฝากบอกท่านพ่อด้วยว่าอาจจะไม่อยู่สัก 2-3 วัน” เฟิงเทียนกล่าว


        “ครับ ประมุขน้อย” ไท่หยางกล่าว  เขาไม่คิดจะถามว่าเฟิงเทียนจะไปไหน  เพราะคิดว่าเฟิงเทียนน่าจะไปฝึกวิชาอีกตามเคย  ครั้งก่อนที่หายไปร่วมสัปดาห์แล้วกลับมา  ฝึมือของเฟิงเทียนก็รุดหน้าแบบก้าวกระโดด  ที่จริงเขาอยากขอตามไปด้วย  แต่ก็เกรงว่าจะไปรบกวนการฝึกของเฟิงเทียน


        “ต้องการให้พวกผมไปด้วยไหมครับ  อย่างน้อยก็ไปคุ้มกัน” เต๋อเทียนถาม


        “ไม่ต้อง   พวกนายฝึกซ้อมต่อเถอะ  ถ้าเห็นว่าพวกนายฝีมือถึงระดับแล้ว  จะพาไปกวาดล้างพวกพรรคตะวันดับด้วยกัน  จะได้หาประสบการณ์ต่อสู้จริงไปด้วยเลย  ส่วนสถานที่ที่ฉันจะไปไม่มีอันตรายอะไร  ไม่ต้องห่วง” เฟิงเทียนกล่าว


        “ได้ครับ” เต๋อเทียนก้มตัวทำความเคารพเฟิงเทียนที่ตอนนี้เดินกลับเรือนพักของเขาไปแล้ว


        เมื่อเปิดประตูเข้ามา  เฟิงเทียนพบกับอาจารย์ของเขา  เขาทำความเคารพอวี้กง  ยังไม่ได้ทันพูดอะไร  อวี้กงก็ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวตัวเขาก็มาที่ถ้ำฝึกฝนซะแล้ว  แต่ครั้งนี้สถานที่นั้นต่างออกไป  ตรงกลางห้องมีศิลาเปล่งแสงสีรุ้งก้อนใหญ่  สูงถึง 2 เมตร  เส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 2 เมตรเช่นกัน  โดยรอบมีประตูห้อง 3 ห้อง  มีเส้นสายที่ทำจากศิลาดังกล่าวลากยาวเข้าไปยังห้องแต่ละห้องด้วย  เฟิงเทียนมองความใหญ่โตของศิลาตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น


        “อ้าว  ประมุขน้อยเฟิงเทียน  ท่านก็มาด้วยหรือ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งทักเฟิงเทียน


        “ประมุขจาง  ท่านมาทำอะไรที่นี่” เฟิงเทียนหันไปมอง และก็ต้องตกใจเมื่อประมุขสมาคมการค้าตะวันจันทราอย่างจางหนี่หวังมาอยู่ที่ถ้ำฝึกฝนนี้ด้วย


        “วัตถุประสงค์เดียวกับท่านนั่นแหละ  เพื่อทะลวงชั้นลมปราณสู่ราชันย์ทรราช” จางหนี่หวังกล่าว


        “จากนี้จะอธิบายวิธีทะลวงชั้นลมปราณสู่ราชันย์ทรราชตั้งใจฟังกันด้วย” คำพูดของไป่ฉีทำให้ทั้ง 2 คนหยุดพูดคุยกันและหันมาตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด

_________________________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน