แตะ แตะ…
เสียงเท้าเหยียบย่ำลงไปบนพื้นหินส่งเสียงดังสะท้อนไปทั่วทางเดินของถ้ำ แอนเดอร์สันที่เข้ามาภายในพื้นที่ที่มีจิตวิญญาณแห่งมีดอาศัยอยู่นั้นเขาได้กวาดตามองไปรอบตัวพลางแสดงความรู้สึกเสียวสันหลังออกมา เนื่องจากว่าตอนนี้ตามผนังถ้ำที่เขาเดินลึกเข้ามามีใบมีดโผล่ออกมาเต็มไปหมด หากเขาสะดุดล้มคงหนีไม่พ้นล้มทับใบมีดเหล่านี้
“มันจะมีการทดสอบอะไรกัน หวังว่าจะไม่โหดเกินไปนะ”
แอนเดอร์หยุดเท้าแล้วมองจ้องเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ด้านในมีดแสงสีเหลืองจากการสะท้อนของคมมีดรอบห้องทำให้เกิดแสงสว่าง ใจกลางหน้ามีหุ่นไล่กาตั้งอยู่หนึ่งตัว เขาจึงก้าวเดินเข้าไปเพราะคิดว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่ใช้ปลุกวิญญาณมีดอย่างแน่นอน
“มีใครอยู่ไหม”
พรึ่บ!
ระหว่างเดินเข้าไปใจกลางห้องโถงประโยคแรกได้เอ่ยออกจากปากแอนเดอร์สัน ทันใดนั้นหุ่นไล่กาที่ยืนอยู่ใจกลางห้องมันก็ได้หายไปจนเขาเบิกตากว้างพยายามกวาดหา หากว่ามันสามารถเคลื่อนไหวได้ตัวของเขาคงหนีไม่พ้นถูกมันฆ่าตาย
“อะไรกัน เวทมนตร์ถูกปิดกั้น”
ความวิตกปรากฎบนรอยย่นกลางหน้าผากแอนเดอร์สัน เวทมนตร์สายลมเสริมความเร็วหรือเวทย์สายลมเสริมกำลังหายไป เหลือเพียงแค่ตัวของเขาเปล่าๆ ต่อให้จะลองใช้งานเวทมนตร์อีกครั้งเขาก็ทำไม่ได้ แอนเดอร์สันจึงชักมีดระดับ 3 ออกมาถือในมือทั้งสองเล่มเพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต่อสู้ได้ในสถานการณ์แบบนี้ ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงวัตถุตกกระแทกพื้นจากทางด้านขวาจึงหันมองไปดูปรากฎว่าหุ่นไม้ที่หายไปนำมีดออกมาถือในมือของมันเช่นเดียวกัน
“อะไร ฉันต้องทำอะไร เอาชนะเหรอ หรือว่ายังไง”
แอนเดอร์สันพยายามถามสิ่งที่ควบคุมพื้นที่แห่งนี้ เขาอยากรู้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้การปลุกพลังสำเร็จ ทันใดนั้นหุ่นไล่กาก็ได้พุ่งมาหาเขาด้วยมีดคู่ เขาจึงตอบรับมันด้วยการพุ่งเข้าหาด้วยมีดคู่เช่นเดียวกัน
เปล้ง!
“นี่มัน ทักษะของพวกมือปราบ”
เปล้ง เปล้งเปล้ง!
มีดในมือซ้ายจ้วงแทงบริเวณหัวไหล่ของหุ่นไล่กา มันกลับโยกตัวหลบแล้วจ้วงแทงกลับคืนมาที่บริเวณท้องน้อย แอนเดอร์สันจึงใช้มือข้างที่ว่างตวัดมีดเข้าไปแทงข้อมือของอีกฝ่ายให้มันยอมถอย ทำให้มีดที่ควรจะแทงท้องน้อยถูกชักกลับไป
“เฮ่ย ฉันต้องทำอะไร”
แอนเดอร์สันร้องตะโกนใส่หุ่นไล่กา เขาอยากรู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรพลางพยายามจัดการหุ่นไล่กาให้ได้ มันกลับใช้ทักษะมีดเหมือนกันกับเขา มันเป็นทักษะที่เน้นไปในการพุ่งเข้าประชิดตัว ถึงแม้ว่าทักษะนี้ภายในชีวิตนี้ของแอนเดอร์สันจะเป็นทักษะธรรมดาทั่วไปแทบจะเป็นพื้นฐานเลยก็ได้หากเปรียบเทียบกับนักเวทย์ที่ไล่ล่าเขา แต่มันก็เป็นทักษะที่พอจะฆ่าได้หากเป้าหมายไม่ระวังตัว
เปล้ง!
เหงื่อเริ่มไหลออกมาจากหน้าผากแอนเดอร์สันสองชั่วโมงที่เขาผลัดกันรุกและรับกับหุ่นไล่กาเหมือนกับเขากำลังต่อสู้กับตัวเอง ทุกองศาของการแทงมีด ทุกการก้าวเท้าสเต็ปต่อสเต็ป มันทำเหมือนกับเขาทุกอย่าง ถึงอย่างนั้นเขากลับยังไม่ได้เหนื่อยอะไรมากเพราะแหล่งพลังงานในโลกใบนี้คือมานา หากมานาของเขาไม่หมดอาการเหนื่อยหอบจากการออกกำลังหรือใช้พละกำลังจะไม่เกิดขึ้นเลย
เปล้ง!เปล้ง!เปล้ง!
ฉัวะ!
เลือดสีแดงไหลออกมาจากแขนของแอนเดอร์สันเขาจึงกระโดดถอยห่างออกมาใช้ผ้าพันแผลเอาไว้เพราะไม่อย่างนั้นมันจะมีเลือดไหลออกมามากกว่าเดิมจนเขาเสียเลือดจนตาย ภายในสถานที่แห่งนี้ห้ามไม่ให้ใช้เวทย์เขาจึงจำเป็นต้องประหยัดยา ถ้าไม่เกิดบาดแผลที่ถึงแก่ชีวิตการใช้ยาจะนับว่าเป็นการเสียเปล่า
ฉัวะ!
“แกกำลังเรียนรู้อย่างนั้นเหรอ”
แอนเดอร์สันกัดฟันเล็กน้อย พละกำลังของเขาไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ความเร็วของเขายังคงเทียบเท่านักเวทย์ 300 ปี ทุกกระบวนท่าที่เขาใช้มีดล้วนคงเดิม แต่อีกฝ่ายกลับเพิ่มบาดแผลบนร่างของเขาได้ แอนเดอร์สันจึงรู้ได้ในทันทีเลยว่ามันกำลังนำทักษะของเขาไปต่อยอดเพื่อเรียนรู้วิธีเอาชนะเขา ทางเดียวที่เขาจะเอาชนะมันได้คือสังเกตและเรียนรู้จากมัน ไม่เพียงเท่านั้นเขาต้องเรียนรู้และพลิกแพลงให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาจะเป็นฝ่ายที่ต้องตาย
—---------------------
“หัวหน้า เขายังไม่ออกมา ไม่ใช่ว่าตายอยู่ข้างในหรอกนะ”
กลุ่มคนที่กำลังนอนหมอบรออยู่ด้านนอกเฝ้ารอให้แอนเดอร์สันออกมา ตอนนี้เวลาผ่านไป 5 ชั่วโมงแล้วพวกเขายังไม่เห็นหัวแอนเดอร์สัน บางคนที่รอมาเป็นเวลานานจึงรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาถูกหลอกให้รอ ส่วนแอนเดอร์สันหนีไปแล้ว
“เป็นไปไม่ได้ที่มันจะหนี และเป็นไปไม่ได้ที่มันจะตาย จากข้อมูลที่ฉันซื้อมา จิตวิญญาณมีดจะทดสอบผู้ที่เข้าไปด้วยการปะทะกันด้วยมีดจนกว่าผู้ที่เข้าไปจะเอาชนะสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นได้”
“แล้วมันจำกัดเวลาไหมหัวหน้า”
“ไม่เลย เร็วสุด 1 นาทีก็ปลุกจิตวิญญาณได้แล้ว นานสุดก็เป็นวัน”
“โห เป็นวันเลยเหรอ แล้วมันใช้หลักเกณฑ์อะไรวัดทำไมแต่ละคนจึงใช้เวลาไม่เหมือนกัน”
“พร สิ่งที่ทำให้การปลุกจิตวิญญาณช้าเร็วมีพรเป็นตัวชี้วัด ถ้าพรที่ได้มันอ่อนแอ แค่ควงมีดก็ฆ่าสิ่งที่อยู่ด้านในนั้นได้แล้ว แต่ถ้าหากว่าพรของเขาแข็งแกร่ง สิ่งที่อยู่ด้านในก็จะแข็งแกร่งจนต้องใช้เวลานาน”
“ถ้าหัวหน้าบอกว่าการเข้าไปปลุกจิตวิญญาณมีดไม่มีใครตาย แล้วการต่อสู้ที่เกิดขึ้นมีบาดแผลไหม ”
“มีสิ แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นมันไม่ทำให้ถึงตาย มีอะไรที่แกอยากจะถามอีกไหม”
“ไม่ล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว”
“งั้นก็เฝ้าต่อไปเผื่อมันจะออกมาเร็วๆนี้”
“เดี๋ยวก่อนนะหัวหน้า การที่มันเข้าไป 5 ชั่วโมงแล้วยังไม่ออกมา แสดงว่าพรของมันจะต้องแข็งแกร่งอย่างนั้นสิ”
นักฆ่าที่ได้ยินการสันนิษฐานเรื่องพรของแอนเดอร์สัน พวกมันก็เริ่มย่นคิ้วเพราะพรที่ใช้เวลา 5 ชั่วโมงและยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมา คงจะเป็นพรที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก
“ช่างเถอะ จะแข็งแกร่งหรือไม่แข็งแกร่ง วันนี้ยังไงมันก็ต้องตาย”
“อืม ลืมไปเลยว่าเรามาล่านักเวทย์ 300 ปี เผลอตกใจกลัวซะได้ ฮ่าๆๆๆ”
การซ่อนตัวเกิดขึ้นต่อไป หากหิวก็นำอาหารออกมาทาน ภายใต้เวลาที่ค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆกระทั่งพระอาทิตย์ส่องสว่างในตอนเช้าเป็นจำนวน 2 รอบแล้วนั้น กลุ่มคนที่เฝ้าจับตามองถึงกับอึ้งไปตามๆกันเพราะแอนเดอร์สันยังไม่ออกมา
“พรของเขาจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
“ ใช่ 36 ชั่วโมงแล้วเขายังไม่ออกมา อีก 12 ชั่วโมงหากเขายังอยู่ข้างในนี่ก็หมายความว่าเขาอยู่ด้านใน 2 วันเต็มๆ”
กลุ่มคนที่เฝ้ารอล้วนแล้วถอนหายใจกับการเสียบุคคลน่าสะพรึงกลัวไปในการแย่งชิงอำนาจระหว่างตระกูล อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องเฝ้าต่อจนกว่าอีกฝ่ายจะออกมา หน้าที่ของพวกมันจะต้องสำเร็จ แอนเดอร์สัจจะไม่สามารถหนีได้ ครั้งนี้พวกมันจะต้องนำหัวของแอนเดอร์สันกลับไป
“หัวหน้า ห้าวันแล้วนะ!”
นักฆ่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก การปลุกจิตวิญญาณมีดของแอนเดอร์สันทำลายสถิติของผู้ที่อยู่ด้านในมากที่สุดไปแล้ว ด้วยระยะเวลา 5 วันเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากจนพวกมันต้องส่งคนกลับไปรายงานต้นสังกัด เพื่อให้เตรียมคนเอาไว้เพิ่มเติม กลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ครอบครองสิ่งที่น่ากลัวภายในการปลุกจิตวิญญาณ
—----------------
ฉัวะ!
เลือดสีแดงปรากฎบริเวณคอจากการตัดของมีดที่หุ่นไล่กาจ้วงแทงมา แอนเดอร์สันที่ยอมให้มีดพุ่งผ่านคอทิ้งรอยลึกเอาไว้ 2 มิลลิเมตรเขาก็ได้พุ่งตัวเต็มกำลังเข้ากอดมัน การจะเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ใช้ทุกอย่างได้เหมือนกันและมีทั้งความสามารถในการปรับตัวเพื่อจะเอาชนะนั้น ทางเดียวที่จะชนะมันได้คือเข้าไปล็อกตัวแล้วฆ่า
ทันทีที่แอนเดอร์สันพุ่งเข้าไปกอดหุ่นไล่กาจากด้านหน้ามันก็พยายามใช้มือทั้งสองข้างแทงมีดใส่ด้านหลังแอนเดอร์สันที่เข้ามาล็อกตัวของมัน
หลังจากที่อีกฝ่ายกอดอีกฝ่ายย้ำแทงด้านหลังจนเต็มไปด้วยรอยแผลขนาดใหญ่นี้เองนั้นแอนเดอร์สันก็ได้เคลื่อนมือของเขาขึ้นไปตัดคอของมันก่อนจะกลิ้งไปนอนด้านข้างพร้อมกับนำยารักษาขึ้นมาฉีดเข้าที่คอ จนบาดแผลมากมายที่เกิดขึ้นค่อยๆหายไป
“ 5 วันเลยเหรอ ให้ตายสิ”
แอนเดอร์สันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก การต่อสู้ตลอด 5 วันที่ผ่านมาเขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยทางจิตใจเป็นอย่างมาก ต้องเพ่งสมาธิตลอดทั้งวันทั้งคือ มันไม่เหมือนกับตอนที่ใช้การ์ดเร่งการเรียนรู้ ภายในผลการทำงานของการ์ดแอนเดอร์สันไม่จำเป็นต้องเค้นสมองเพื่อทำความเข้าใจอะไรเลย การ์ดจะทำการเร่งการทำงานของสมองให้ถึงจุดสูงสุดและลบผลเสียที่เกิดจากอาการล้าออกไป
แต่การต่อสู้ 5 วันที่ผ่านมา สิ่งที่แอนเดอร์สันต้องทำนอกจากเค้นสมาธิให้อยู่ในระดับสูงที่สุด เขาต้องคิดหาวิธีจะฆ่าหุ่นไล่กาที่พยายามหาวิธีฆ่าเขาเช่นกัน ถึงแม้บาดแผลที่หุ่นไล่กาสร้างตลอดหลายวันที่ผ่านมาจะไม่ทำให้เขาถึงแก่ชีวิตก็ตาม เขากลับกลัวว่ามันจะแทงเขาจนเกิดบาดแผลที่ทำให้ถึงชีวิตสักครั้ง จึงไม่กล้าไว้ใจพยายามเค้นสมาธิหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายจนรอดมาได้ถึง 5 วัน
“แอนเดอร์สัน เฟียร์ ไม่สิ ข้าต้องเรียกเจ้าว่าแอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์ เจ้าทำให้ข้าตกตะลึงเป็นอย่างมากกับเวลา 5 วันที่ผ่านมา นับว่าเจ้าเป็นคนที่ 2 ที่ทำให้ข้าได้มองดูการต่อสู้ที่นานขนาดนี้”
แอนเดอร์สันลุกขึ้นนั่งหลังจากบาดแผลหายไป เขาไม่คิดที่จะกวาดตามองหาต้นเสียงเลยเพราะรู้ว่าสิ่งนี้ ไม่คิดจะปรากฎตัวให้ใครเห็น
“คนแรกเป็นใคร”
“ข้าบอกไม่ได้ แต่มันก็เป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว อาจจะยาวนานถึงหนึ่งร้อยปี เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าเอาชนะหุ่นไล่กาได้ ข้าจะปลุกจิตวิญญาณให้เจ้าก็แล้วกัน”
แอนเดอร์สันมองดูแสงสีเหลืองลอยเข้ามาในตัวของเขา มันเป็นแสงที่ปลดปล่อยออกมาจากคมมีดหลายหมื่นเล่มรอบๆห้องนี้ อย่างไรก็ตามเขาก็เกิดความสงสัยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ว่าทำไมนักเวทย์ถึงต้องมีพรและต้องมาปลุกจิตวิญญาณให้มัน
“ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”
“ข้าตอบเจ้าได้ แต่ไม่ใช่ทุกคำถาม”
“ผมอยากรู้ว่าทำไมนักเวทย์ถึงต้องมีพรและทำไมถึงต้องปลุกจิตวิญญาณ”
“นั่นเพราะมนุษย์อ่อนแอ ไม่สามารถแข็งแกร่งได้มากกว่านี้หากไม่รับพร พวกเขาจึงจำเป็นต้องยืมพลังของเราไปใช้ในรูปแบบของพรเพื่อให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก”
“ยืม แล้วมันจะมีการเอาคืนไหมครับ” แอนเดอร์สันรู้สึกตกใจ จากที่เขาคิดหมายความว่าเขามีสิทธิถูกดึงพลังกลับคืนไปได้ตลอดเวลา
“การคืนจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าตาย เอาล่ะ การปลุกจิตวิญญาณจบลงไปแล้ว ข้าจะส่งเจ้าออกไปด้านนอก”
แอนเดอร์สันถอนหายใจเล็กน้อย หลังจากรู้ว่าเขาตายทุกอย่างถึงจะถูกส่งคืน อย่างไรก็ตามเขากลับต้องรีบเตรียมตัวเพราะความจริงอันน่ากลัวรอฆ่าเขาอยู่ด้านนอกถ้ำ