ตำนานราชันย์สะท้านภพ

    บทที่ 37: หนึ่งจอกสยบหล้า และแววตาของผู้เมามาย

    [สถานที่: ห้องโถงรับรอง จวนเจ้าเมืองชิงเหอ]

    บรรยากาศในห้องโถงหรูหราที่เคยคลุ้งไปด้วยเสียงดนตรีและการพูดคุย บัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับป่าช้า

    เหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากตระกูลต่างๆ ที่เคยยืดอกคุยโว ต่างพากันหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลพราก บางคนถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น หายใจหอบถี่ราวกับปลาขาดน้ำ นี่คือผลกระทบจาก "แรงกดดันวิญญาณ" ระดับขอบเขตปฐพีของ ผู้อาวุโสจิว

    หวังเล่ย ร่างกายสั่นเทิ้ม เส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ เขาพยายามฝืนยืนหยัดด้วยพละกำลังกายที่ภาคภูมิใจ แต่ทว่าจิตวิญญาณกลับถูกบดขยี้จนแทบยืนไม่อยู่

    ทว่า... ตรงกลางความโกลาหลเงียบงันนั้น กลับมีจุดหนึ่งที่ดูผิดปกติ

    กริ๊ก...

    เสียงวางถ้วยชาเบาๆ ดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบ มันชัดเจน บาดลึก และเยือกเย็น

    เย่หวง ในชุดจอมยุทธ์สีขาวสะอาดตา ค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนโต๊ะด้วยท่วงท่าสง่างามดุจภาพวาด ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งเม็ดเหงื่อ แววตายังคงสงบนิ่งราวกับบ่อน้ำลึกที่ไร้ระลอกคลื่น เขาระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    "ชาดี... เสียดายที่เย็นชืดไปเล็กน้อยนะขอรับ ผู้อาวุโสจิว"

    [System Notification]

    [สกิลติดตัวทำงาน: หลุมดำตันเถียน (Void Dantian)]

    ตรวจพบแรงกดดันวิญญาณภายนอก... ...ทำการดูดซับและแปลงเป็นพลังงาน... 

    ได้รับ: ค่าปราณ (QI) +150 

    สถานะผู้เล่น: ปกติ (ไม่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ)

    (เย่หวงคิดในใจ: "หวานหมู! นั่งเฉยๆ ก็ได้ Exp ฟรี ถ้าตาแก่นี่ปล่อยฮาคิใส่อีกสักชั่วโมง เลเวลอัปแหงๆ")


    "ฮ่าๆๆๆๆ!"

    เสียงหัวเราะของชายชราขี้เมาดังก้องกังวาน ทำลายความตึงเครียดจนหมดสิ้น ผู้อาวุโสจิวลดแรงกดดันลงทันที แววตาที่เคยฝ้าฟางเพราะฤทธิ์สุรา กลับสว่างวาบขึ้นด้วยความสนใจอย่างปิดไม่มิด

    "ดี! ดีมาก! เจ้าหนู... ข้ากดดันจนเจ้าเด็กพวกนี้แทบฉี่ราด แต่เจ้ากลับมาบ่นเรื่องชาเย็นชืดงั้นรึ?" 

    ผู้อาวุโสจิวแสยะยิ้มที่ดูอันตรายแต่แฝงความถูกใจ 

    "เจ้าชื่ออะไร?"

    เย่หวงลุกขึ้นประสานมือ ค้อมตัวเล็กน้อยพอเป็นพิธี ไม่มากไม่น้อยเกินไป

    "ผู้น้อย หลงหมิง แห่งสำนักกระบี่เมฆา คารวะผู้อาวุโสจิวขอรับ"

    ปฏิกิริยาคนรอบข้าง:

    หลิวหรูเยียน: นางนั่งอยู่บนบัลลังก์ข้างบิดา (เจ้าเมือง) ริมฝีปากยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พลางคิดในใจ "สมกับเป็นคนที่ข้าเลือก... เจ้าบ้านี่ชอบทำตัวเด่นตลอดจริงๆ"

    มู่ชิงเสวี่ย: ดวงตาคู่สวยหลังกรอบแว่น (จินตนาการ) หรี่ลงอย่างพินิจพิเคราะห์ นางบันทึกข้อมูลในหัวทันที "ระดับพลังแค่ขอบเขตวิญญาณขั้นต้น แต่ต้านทานแรงกดดันระดับปฐพีได้สมบูรณ์? เป็นไปไม่ได้ในทางทฤษฎี... เว้นแต่จะมีสมบัติวิเศษ หรือ... จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์"

    หวังเล่ย: มองเย่หวงด้วยสายตาเคียดแค้นและอับอาย "ทำไม... ทำไมไอ้ขยะตระกูลหลงถึงยืนอยู่ได้ ในขณะที่ข้าแทบจะคุกเข่า!"

    ผู้อาวุโสจิวคว้าไหเหล้าขึ้นมากระดก ก่อนจะเช็ดปากและประกาศเสียงดัง 

    "การทดสอบรอบแรกจบลงแล้ว! คนที่ยังยืนอยู่ได้ ถือว่าผ่าน... ส่วนเจ้าหนูหลงหมิง..."

    ชายชราดีดนิ้ว เปรี้ยง!

    วูบ!

    เสียงแหวกอากาศแหลมเล็กบาดหู วัตถุปริศนาพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของเย่หวงด้วยความเร็วที่ดวงตาของคนธรรมดามองไม่ทัน หากเป็นจอมยุทธ์ทั่วไปคงตกใจจนหน้าถอดสี หรือเผลอปล่อยไก่หลบหนีอย่างทุลักทุเล

    แต่ในสายตาของ เย่หวง…


    [System: Gamer Vision Activated] 

    Object: ป้ายโลหะความหนาแน่นสูง 

    Trajectory: ตรงเข้าสู่ระยะเอื้อมมือ (Hitbox: Right Hand) 

    Speed: 150 km/h (ลดความเร็วลงในโหมด Slow Motion 0.5x)


    ในห้วงเวลาที่เหมือนจะหยุดนิ่ง เย่หวงเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน นิ้วเรียวยาวทั้งห้ากางออกและหุบเข้าหากันในจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง

    หมับ!

    เสียงปะทะหนักแน่นแต่ไร้ซึ่งแรงสะท้อนกลับ ร่างของชายหนุ่มในชุดขาวไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้วเท้า ชายเสื้อเพียงแค่สะบัดไหวเล็กน้อยตามแรงลม พลังปราณที่แฝงมากับวัตถุนั้นถูก "ปราณคุ้มกาย" และเทคนิคการผ่อนแรงสลายทิ้งไปจนหมดสิ้น

    เมื่อเย่หวงแบมือออก แสงไฟในห้องโถงก็ตกกระทบวัตถุในมือจนเกิดประกายสีทองอร่าม

    มันคือ "ป้ายทองคำ" ที่สลักลวดลายมังกรทะยานฟ้า ตรงกลางเขียนคำว่า "หนึ่ง (เอกะ)" ด้วยตัวอักษรสีแดงชาดทรงพลัง

    "ป้ายสอบคัดเลือก... ระดับทอง?" เย่หวงพึมพำเบาๆ

    ทั่วทั้งห้องโถงเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสูดหายใจเฮือกใหญ่ของเหล่าอัจฉริยะตระกูลต่างๆ สายตาที่มองมายังเย่หวงเปลี่ยนจากความดูแคลนเป็นความตื่นตะลึงระคนอิจฉาริษยา

    ผู้อาวุโสจิว หัวเราะลั่นจนพุงกระเพื่อม "ฮ่าๆๆๆ! รับได้นิ่งมาก! ไม่เสียแรงที่ข้าจับตามอง... ฟังไว้ไอ้หนู นั่นคือ 'ป้ายทองคำประกาศิต' เครื่องหมายยืนยันว่าเจ้าคือ อันดับหนึ่ง ของรุ่นเยาว์เมืองชิงเหอในปีนี้!"

    ชายชรายกจอกเหล้าขึ้นจิบก่อนจะขยายความด้วยแววตาเป็นประกาย

    "สิทธิพิเศษของมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ... ในวันสอบ เจ้าไม่ต้องไปเบียดเสียดต่อแถวกับพวกมดปลวกที่หน้าประตูทางเข้า แต่เจ้าจะได้รับอนุญาตให้เดินผ่าน 'ประตูมังกรเหิน' เข้าสู่เขตหวงห้ามชั้นในได้ทันที! แถมยังได้เข้าพักใน 'เรือนรับรองพิเศษ' ของสำนัก เพื่อปรับสมดุลลมปราณก่อนเริ่มการสอบจริง... ถือเป็นแต้มต่อที่ใครๆ ก็อยากได้ จำใส่หัวไว้ซะ!"

    เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้องโถง สิทธิพิเศษในการเข้าพัก 'เรือนรับรอง' ก่อนการสอบถือเป็นความได้เปรียบมหาศาล เพราะสภาพแวดล้อมในนั้นเต็มไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ ต่างจากผู้สอบทั่วไปที่ต้องกางเต็นท์นอนตากน้ำค้างรอเวลาสอบ

    หวังเล่ย กัดฟันกรอดจนได้ยินเสียง เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซิบ ตำแหน่งอันดับหนึ่งที่ควรจะเป็นของเขา กลับตกเป็นของ "ขยะ" หลงหมิงคนนั้น

    [เจ้าเมืองหลิวหยุน ลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์]

    บรรยากาศขี้เล่นของผู้อาวุโสจิวจางหายไป เมื่อ เจ้าเมืองหลิวหยุน ผู้ปกครองนครชิงเหอก้าวออกมาเบื้องหน้า ใบหน้าเคร่งขรึมเปี่ยมด้วยบารมี

    "การทดสอบรอบแรกถือว่าสิ้นสุด! ผู้ที่มีจิตวิญญาณเข้มแข็งพอที่จะยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวินาทีสุดท้าย มีเพียง 6 คน เท่านั้น!"

    เจ้าเมืองหลิวหยุนประกาศด้วยเสียงกังวานก้อง สะกดให้ทั้งห้องโถงเงียบกริบเพื่อรอฟังรายนาม

    "รายชื่อตัวแทนแห่งเมืองชิงเหอ ที่จะเดินทางไปเข้าร่วมการสอบคัดเลือก มีดังนี้..."

    "หลงหมิง... หลิวหรูเยียน... หวังเล่ย... มู่ชิงเสวี่ย... กัวเฉิน... หลินเฟิง..."

    "พวกเจ้าทั้งเจ็ด จงจดจำเวลานี้ไว้ นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น!"

    เจ้าเมืองเว้นจังหวะ สีหน้าจริงจังขึ้นเมื่อเอ่ยถึงเป้าหมายต่อไป

    "ฟังให้ดี! การสอบคัดเลือกปีนี้ จะจัดขึ้น ณ 'หุบเขาหมอกวิญญาณ' ซึ่งเป็นที่ตั้งของ 'สำนักยุทธ์หลวงดาราสวรรค์' อันศักดิ์สิทธิ์!"

    "ส่วนเนื้อหาของการสอบจะเป็นเช่นไร... ข้าเองก็มิอาจรู้ได้ พวกเจ้าจงเตรียมกายและใจให้พร้อม แล้วไปฟังกฎกติกาพร้อมกันที่หน้าสำนักด้วยตนเอง!"

    "เราจะออกเดินทางในอีก 3 วันข้างหน้า ยามรุ่งสาง... จงกลับไปเตรียมอาวุธและทรัพยากรให้พร้อม วันนี้... เลิกงานเลี้ยงได้!"

    [หน้าประตูจวนเจ้าเมือง - ยามราตรี]

    สายลมยามค่ำคืนพัดผ่าน หอบเอากลิ่นหอมของดอกราตรีโชยมาอ่อนๆ แขกเหรื่อเริ่มทยอยกลับ

    เย่หวงเดินออกมาพร้อมกับ มู่ชิงเสวี่ย บัณฑิตสาวผู้เลอโฉม นางขยับแว่นสายตา (ที่ไม่มีเลนส์จริง) เล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความสนใจ

    "วิชารับของเมื่อครู่... น่าสนใจมาก ข้าคำนวณวิถีแรงแล้ว ท่านใช้แรงเพียงสามส่วนในการสลายแรงปะทะเจ็ดส่วน... ผิดหลักฟิสิกส์ทั่วไป แต่สมบูรณ์แบบในทางยุทธ์" นางวิเคราะห์ราวกับกำลังทำวิจัย

    เย่หวงยักไหล่ ยิ้มมุมปาก "ข้าก็แค่... โชคดีมั้งครับ แม่นางมู่"

    "ความโชคดีไม่มีจริงในสมการของข้า หลงหมิง... ท่านมีความลับเยอะจริงๆ" 

    ดวงตาคมสวยจ้องมองเขาอย่างค้นหา

    ทันใดนั้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นอย่างมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

    "คุยอะไรกันอยู่หรือ? ดูสนิทสนมกันจังนะ"

    หลิวหรูเยียน เดินตามออกมาส่ง ใบหน้าสวยสง่าภายใต้แสงจันทร์ดูงดงามจนลืมหายใจ นางปรายตามองมู่ชิงเสวี่ยเล็กน้อย ก่อนจะหันมาโฟกัสที่เย่หวง

    "แม่นางมู่ ข้าขอขโมยตัวคู่หู... เอ้ย สหายของข้าสักครู่นะ"

    มู่ชิงเสวี่ยยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน 

    "ตามสบายเจ้าค่ะ คุณหนูหลิว ข้าเองก็ต้องรีบกลับไปเตรียมตัวเช่นกัน... เจอกันอีก 3 วันนะ หลงหมิง" 

    นางพยักหน้าให้เย่หวงก่อนจะเดินจากไปอย่างสง่างาม

    เมื่อลับหลังคนอื่น หลิวหรูเยียนก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเย่หวง กลิ่นหอมจางๆ ประจำกายของนางทำให้เย่หวงเผลอสูดหายใจลึก

    "นี่... อีก 3 วันต้องเดินทางไกลแล้ว" หลิวหรูเยียนเอ่ยเสียงเบาลง แววตาดุๆ ของนางอ่อนลงเล็กน้อย "ของที่เจ้ามีอยู่... มันพอแล้วเหรอ?"

    "ก็... น่าจะพอนะ" เย่หวงตอบ

    "ไม่พอ!" 

    นางสวนทันควัน 

    "ข้าไม่อยากเห็นตัวแทนเมืองชิงเหอต้องไปตายเปล่าเพราะขาดอาวุธคู่กาย... พรุ่งนี้ยามสาย ข้าจะมารับเจ้า"

    "มารับ? ไปไหน?" เย่หวงเลิกคิ้วสงสัย

    "ไป 'ตลาดประมูลมังกรทอง'!"

    นางกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยมาดคุณหนูผู้มั่งคั่ง

    "พรุ่งนี้จะมี งานประมูลใหญ่ ที่รวบรวมสมบัติจากทั่วสารทิศก่อนการเดินทางสอบคัดเลือก... ข้าได้ข่าวว่ามีของดีหลุดมาเพียบ"

    นางเว้นจังหวะ แก้มเนียนใสขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย ก่อนจะหลบสายตาแล้วพูดต่อเสียงเบาลง

    "ตาของเจ้าแหลมคมนัก... ครั้งก่อนเจ้ายังมองออกทะลุปรุโปร่งจนได้ของวิเศษมา... ดังนั้น... เอ่อ... ไปช่วยข้าเลือกของหน่อย ข้าต้องการอาวุธที่เหมาะมือที่สุด ห้ามปฏิเสธ! นี่คือคำสั่งของหุ้นส่วน เข้าใจไหม?"

    เย่หวงยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำว่า 'ประมูล' ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์

    "งานประมูลรึ? น่าสนุก... ได้เลยคุณหนูหลิว ข้าจะช่วยสแกน... เอ้ย ช่วยดูของให้ท่านเอง รับรองไม่ผิดหวัง"

    "ด... ดี! งั้นพรุ่งนี้เจอกัน!"

    นางสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอาย ก่อนจะรีบหันหลังกลับเข้าจวนไป ทิ้งให้เย่หวงยืนยิ้มกรุ่มกริ่ม

    "ดุจริงๆ... แต่ก็น่ารักดีแฮะ" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันหลังเดินไปยังจุดนัดพบที่รถม้ารออยู่

    [ด้านหน้าสุดของลานจอดรถม้า]

    รถม้าไม้สักสลักลายเมฆาของสำนักกระบี่เมฆาจอดรออยู่อย่างเงียบสงบภายใต้แสงจันทร์

    เสี่ยวลิ่ว บ่าวรับใช้คนสนิทที่นั่งรออยู่ตรงที่นั่งคนขับ เมื่อเห็นนายน้อยเดินออกมาก็รีบกระโดดลงมาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น

    "นายน้อย! งานเลี้ยงเลิกแล้วหรือขอรับ?"

    "อืม เรียบร้อยดี" เย่หวงพยักหน้าตอบรับเรียบง่าย "รอนานไหม?"

    "ไม่นานขอรับ ข้ามารอตามเวลาที่ท่านสั่งเป๊ะๆ" เสี่ยวลิ่วยิ้มแป้น พลางรีบกางบันไดไม้และเลิกม่านประตูรถให้อย่างรู้งาน

    ก่อนหน้านี้ในตอนขามา เย่หวงยืนกรานที่จะ 'เดินเท้า' มายังจวนเจ้าเมืองด้วยตัวเอง เพราะต้องการเดินชมบรรยากาศความคึกคักของเมืองชิงเหอและสำรวจเส้นทางร้านค้าต่างๆ ระหว่างทาง จึงได้สั่งให้เสี่ยวลิ่วนำรถม้ามารอรับแค่เฉพาะขากลับ เพราะยามวิกาลเช่นนี้คงไม่เหมาะที่จะเดินทอดน่องคนเดียว

    "กลับสำนักกันเถอะ วันนี้ข้าอยากกลับไปพักผ่อนเต็มที"

    เย่หวงก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะนุ่มภายในรถม้า เอนกายพิงพนักอย่างผ่อนคลาย พลางหลับตาลงนึกถึงแผนการสำหรับวันพรุ่งนี้

    "ขอรับนายน้อย! ฮึบ!"

    เสี่ยวลิ่วบังคับรถม้าเคลื่อนตัวออกไปอย่างนิ่มนวล ล้อไม้บดไปบนถนนหินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พาเย่หวงมุ่งหน้ากลับสู่สำนักกระบี่เมฆาท่ามกลางความเงียบสงบของราตรี...

    System Notification:

    ได้รับไอเทม: [Key Item] ป้ายทองคำประกาศิต (สิทธิ์สอบรอบพิเศษ)

    ความสัมพันธ์ (Affinity):

    ผู้อาวุโสจิว: สนใจ (+10)

    มู่ชิงเสวี่ย: ประทับใจในสติปัญญา (+15)

    หลิวหรูเยียน: ซึนเดระ (+20) / สถานะ: นัดเดท