จารึกที่ 17 : บันไดลวงตา : ทางรอดที่ต้องซื้อและกับดักเงา
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงบันไดวนหินดำที่ทอดตัวยาวเหยียดไร้จุดสิ้นสุด ความมืดรอบกายดูเหมือนจะบีบอัดเข้ามาทุกขณะ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันนิรันดร์บนผนังวูบไหวคล้ายดวงตาของปีศาจที่กำลังจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความหิวกระหาย
"แฮก... แฮก... ทำไมบันไดบ้านี่มันยาวนักวะ!" อาเจียบ่นกระปอดกระแปด พลางลากขาที่เริ่มหนักอึ้งราวกับผูกติดด้วยตะกั่ว "เราวิ่งมาตั้ง ครึ่งก้านธูป แล้วนะ ยอดหอคอยมันสูงเสียดฟ้าหรือไง?"
หลินชิงเสวี่ยที่กัดฟันวิ่งตามมาติดๆ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ นางชี้ไปที่รอยแตกบนผนังหินข้างตัวด้วยมือที่สั่นเทา "อาเจีย... รอยแตกรูปันั่น... เราวิ่งผ่านมันมาสามรอบแล้ว"
"ห๊ะ!" อาเจีย ยั้งกาย จนตัวโก่งเกือบหน้าคะมำ เขารีบหันไปมองรอยแตกนั้น แล้วหน้าซีดเผือดเป็ไก่ต้ม "วังวนไม่รู้จบ? 'ค่ายกลกำแพงผี' งั้นรึ? บัดซบ! นี่มันหลอกให้เราวิ่งจนหมดแรงตายนี่หว่า!"
[ไม่ใช่กำแพงผีธรรมดา...] มู่เฉิน เอ่ยเสียงเครียดในห้วงจิติญญา [นี่คือ 'ค่ายกลบันไดมายาเก้าโค้ง' ของ สำนักหัตถ์เทวะ มันบิดเบือนทิศทางและระยะทาง... ยิ่งเ้ารีบร้อน มันยิ่งยืดระยะทางออกไปไม่มีที่สิ้นสุด]
"แล้วจะแก้ยังไงเล่า! ไอ้พวกเฟิงอี้หรานมันตามมาติดตูดแล้วเนี่ย!" อาเจียโวยวาย พลางชะโงกหน้ามองลงไปที่ความมืดเบื้องล่าง แสงคบเพลิงสีแดงฉานของกลุ่มผู้ไล่ล่าเริ่มสาดส่องขึ้นมาให้เห็นรำไร พร้อมเสียงะโด่าทอที่ดังใกล้เข้ามาทุกที
"หยุดหนีนะเ้าหัวขโมย! ส่งสมบัติมา!"
อาเจียกัดฟันกรอด สมองอันชาญฉลาด (เื่ผลประโยชน์) ทำงานเร็วรี่ เขารีบล้วง "แผนที่หนังแกะ" ที่เพิ่งได้จาก กุมารศิลาพิทักษ์ ออกมาคลี่ดูใต้แสงตะเกียงสลัว
บนแผนที่นั้น นอกจากโครงสร้างหอคอยแล้ว ยังมีเส้นสีแดงเล็กๆ ขีดเขียนไว้ตรง่บันไดวน พร้อมอักษรคำใบ้เล็กจิ๋วว่า: 『ผู้มีปัญญา ย่อมรู้จักถอยเพื่อก้าวหน้า』
"ถอยเพื่อก้าวหน้า?" อาเจียทวนคำ แล้วดวงตาก็สว่างวาบดุจแสงเทียน "ฮ่าๆๆ! เข้าใจแล้ว! เ้าคนสร้างหอคอยนี่มันกวนประสาทจริงๆ!"
เขาหันขวับไปหาหลินชิงเสวี่ย แล้วฉีกยิ้มการค้าที่นางเริ่มคุ้นเคย "แม่นางหลิน... ข้ารู้วิธีออกจากวงวนนรกนี่แล้ว แต่ เบาะแส นี้เป็ความลับทางการค้า... ค่าบอกทาง 100 ตำลึงทอง! ลงบัญชีไว้รวมกับหนี้เก่า!"
หลินชิงเสวี่ยอ้าปากค้าง "ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เ้ายัง..."
"จะเอาหรือไม่เอา! ไม่เอาก็วิ่งวนรอให้ไอ้เฟิงอี้หรานมันมาสับหัวเ้าไปทำลูกชิ้นปิ้ง!"
"ตกลง! ข้าจ่าย! บอกมาเร็วเข้า!" นางรีบพยักหน้าอย่างจำยอม
"ดีมาก ลูกค้าชั้นเลิศ!" อาเจียหัวเราะร่า ก่อนจะคว้าข้อมือนาง "เคล็ดลับคือ... เดินถอยหลัง!"
ว่าแล้วอาเจียก็หันหลังให้ทางขึ้น แล้วเริ่มก้าวถอยหลังขึ้นบันไดทีละขั้นๆ อย่างทุลักทุเล หลินชิงเสวี่ยทำตามอย่างงงๆ แต่ทันทีที่นางก้าวถอยหลังครบสามก้าว...
วูบ!
ทัศนียภาพรอบตัวบิดเบี้ยว! บันไดที่เคยทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด กลับหดสั้นลงเหลือเพียงไม่กี่สิบขั้นก็จะถึงประตูชั้นสอง!
"สุดยอด..." หลินชิงเสวี่ยพึมพำด้วยความทึ่ง
"อย่าเพิ่งชม! งานยังไม่จบ!" อาเจียแสยะยิ้มเ้าเล่ห์ เขาหยิบ พู่กันนิรันดร์ ออกมา จุ่มหมึก (ที่ผสมน้ำเยอะๆ) แล้ววาด ลูกศรชี้ทาง (→) ขนาดใหญ่ไว้บนพื้นหิน... แต่ชี้ไปในทิศทางที่ "ผิด" (ชี้ให้วิ่งขึ้นไปตรงๆ ตามปกติ)
พร้อมกับเขียนข้อความกำกับด้วยลายมือไก่เขี่ยว่า: 『ทางลัดสู่สมบัติ! รีบตามมาไอ้พวกโง่! - จาก บิดาของเ้า』
"ฮี่ฮี่... การค้าขาย มีความเสี่ยง ผู้ไล่ล่าควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ" อาเจียหัวเราะคิกคัก แล้วลากหลินชิงเสวี่ยเดินถอยหลังผ่านประตูชั้นสองไป
ไม่กี่ อึดใจ ต่อมา เสียงฝีเท้าของกลุ่มเฟิงอี้หรานก็มาถึงจุดที่อาเจียทิ้งร่องรอยไว้
"ดูนั่น! มันทิ้งข้อความท้าทายเรา!" เฟิงอี้หรานะโด้วยความเดือดดาล เมื่อเห็นลูกศรและข้อความ "มันคิดว่าข้าจะหลงกลงั้นรึ? ...หึ! มันต้องคิดว่าเราจะระแวงจนไม่กล้าตามไปแน่ๆ ดังนั้นทางที่มันชี้ต้องเป็ทางจริง! ตามข้ามา!"
(ด้วยความฉลาดที่มากเกินไป เฟิงอี้หรานจึงตลบหลังตัวเองอย่างสมบูรณ์)
เหล่าศิษย์สำนักพู่กันเพลิงวิ่งตะบึงขึ้นบันไดไปตามลูกศร... วิ่งไป... วิ่งไป... และวิ่งไป...
"อ๊ากกก! ทำไมบันไดนี่มันไม่จบไม่สิ้นสักที!"
"ช่วยด้วย! แรงกดดันิญญาเพิ่มขึ้น! ข้าหายใจไม่ออก!"
เสียงกรีดร้องและเสียงสบถด่าทอดังแว่วขึ้นมาจากบันไดวนที่ไม่มีวันสิ้นสุด ขณะที่เบื้องบนหลังประตูชั้นสอง อาเจียกำลังยืนพิงประตูฟังเสียงนั้นอย่างมีความสุขดุจเสียงดนตรี์
"เสียงเหรียญทองหล่นหาย... ช่างไพเราะจริงๆ" เขายักไหล่ "เอาล่ะแม่นางหลิน ยินดีต้อนรับสู่ชั้นสอง... หวังว่าข้างในจะมีของที่ขายได้ราคาดีกว่าบันไดนะ"