[25] น้องสาว
สี่โมงเย็นหลังเลิกเรียนเซ็ทได้รับคำตอบจากอาจารย์ศิริเพ็ญว่าอาจารย์ประจำวิชาอื่นอนุญาตให้เซ็ททำงานเป็นไฟล์ส่งได้ แต่ต้องมาตามสอบย่อยพร้อมสอบใหญ่ เซ็ทก็ตอบตกลงโดยไม่มีปัญหา“เจ๊เจสซี่ครับ ถึงไหนแล้วครับ?”[ใกล้แล้วจ้า เตรียมรอหน้าโรงเรียนได้เลย]เซ็ทที่ได้ฟังก็กลับไปคว้ากระเป๋าที่ห้องแล้วเดินออกจากตึกเรียน เซ็ทรู้สึกถึงสายตาของมิ้วที่มองตามมาอยู่เสมอๆ ก็มองเมินทำเป็นไม่เห็น แต่เจ้าหล่อนดูจะไม่ยอม“อ๊ะ! ขะ- ขอโทษจ้ะ”“ไม่เป็นไร เดี๋ยวช่วยเก็บนะ”มิ้วเดินสะดุดหลังเซ็ท กองหนังสือที่อยู่ในมือกระจายเต็มพื้น เซ็ทก้มตัวลงช่วยมิ้วเก็บหนังสือและชีทที่กระจัดกระจาย แน่นอนว่าเซ็ทเห็นว่ากระเป๋าสะพายของมิ้วนั้นอย่างแบน แปลว่าหนังสือในกระเป๋ามาอยู่ในมือหมดแน่ๆ...กระดาษรายงานนี่ฉีกออกมาหมดปึกเลยมั้ง กระดาษเปล่าเลยเยอะขนาดนี้“...อุ้ย”มิ้วดึงมือที่บังเอิญไปหยิบกระดาษแผ่นเดียวกับเซ็ทจนปลายนิ้วมือสัมผัสกัน ใบหน้าขาวๆ ของเธอขึ้นสีแดงสั่งได้ เซ็ทแค่ยิ้มบางๆ เคาะกระดาษที่หยิบมาให้เข้าที่ แล้วส่งให้เธอ“เอ้านี่ คราวหลังก็อย่าลืมมองทางนะ เจออุบัติเหตุเข้าจะไม่ดี”“...จ้ะ เอ้อเซ็ท ฉันขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?”มิ้วที่หน้าเจื่อนไม่รู้ว่าโดนตำหนิหรือได้รับความเป็นห่วงรีบเปลี่ยนสีหน้า เธอทำท่ากลัวๆ แล้วว่าช้าๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใยพร้อมเอาดีเข้าตัว“เมื่อกลางวัน...ที่บูมเข้าไปหาเรื่องเธอ ฉันขอโทษนะที่เข้าไปห้ามไม่ทัน ตะ...แต่ฉันก็ไปตามอาจารย์ทันทีนะ!”“ไม่เป็นไร ยังไงก็ต้องขอบคุณเธอด้วย”“ละ...แล้วก็ เธอรู้มั้ยว่าใครทำร้ายบูม?”“ไม่รู้หรอก ขาใหญ่ในโรงเรียนไม่ได้มีบูมคนเดียว ก็คงเป็นใครซักคนนั่นแหละ ส่วนบูมเขาแค่เรียกฉันไปคุยว่าต้องการให้ไสหัวไปให้พ้นหน้าเธอ แล้วฉันก็ตอบไปแน่นอนแล้วว่าคงจะไม่ได้” เซ็ทเห็นมิ้วทำท่าเขินอาย แล้วเขาก็ดับฝันเธออย่างว่องไว “ก็เธอเป็นเพื่อนร่วมห้องนี่นา”“งะ...งั้นเหรอจ้ะ ยังไงเธอก็ไม่ต้องไปฟังบูมหรอก เขาน่ะขี้หึงเกินไป เซ็ทเป็นเพื่อนร่วมห้องกันจะไม่ให้คุยกันเลยได้ยังไงจริงมั้ย?”มิ้วที่หน้าเจื่อนรีบตอบกลับ ดวงตากลมโตแฝงแววเว้าวอนคล้ายกำลังคาดหวัง“อืม ถ้ายังไงฉันขอตัวก่อน เธอที่เป็นแฟนบูมก็ระวังๆ ด้วยล่ะ ขืนบูมหาเรื่องเขาไปทั่วอย่างนี้เธอเองก็จะไม่ปลอดภัย ดูแลตัวเองด้วยนะ”เซ็ทยกมือขึ้นทำท่าเหมือนจะลูบหัวมิ้วที่ตัวเตี้ยกว่า แต่ก็ชะงักไปเล็กน้อย เปลี่ยนทิศทางมือเป็นเกาแก้มเบาๆ แล้วเดินลงจากตึกเรียน สายตาที่แสดงความไม่มั่นใจนั้นมีเพียงมิ้วที่ได้เห็นนักเรียนที่ยังเหลืออยู่บนตึกบางคนเห็นเหตุการณ์ที่ทั้งสองคนคุยกัน สำหรับนักเรียนชายที่เริ่มเกลียดขี้หน้าเซ็ทเดาไปว่าเซ็ทจะเป็นมือที่สามระหว่างมิ้วกับบูม “เฮ้ พวกเธอหลงหมอนั่นไปได้ไง เห็นๆ กันอยู่ว่าเซ็ทพยายามแทรกกลางมิ้วกับบูม”“หมอนั่นก็แค่หล่อขึ้นนิดหน่อยก็หลงกันจนโงหัวไม่ขึ้นเลยรึไง?”ส่วนนักเรียนหญิงที่กำลังหลงและรู้แกวมิ้วดีบางคนก็อยากเป็นคนที่เซ็ทเป็นห่วงบ้าง เริ่มคิดแผนเล่นเล่ห์ตามมิ้วไปตามๆ กัน ไม่วายใช้เสียงดังจิกกัดมิ้วเบาๆ“ตาบอดเหรอพวกนาย มิ้วเดินไปชนเซ็ทนะ จะให้เขาเมินแล้วปล่อยมิ้วที่ทิ้งข้าวของกระจายเต็มพื้นไว้อย่างนั้นก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษแล้ว”“แถมถ้าพวกนายแหกตาดู เซ็ทไม่เคยเข้าไปยุ่งกับมิ้วก่อนเลย วันนี้ทั้งวันก็ไม่ได้เข้าไปคุยกับมิ้วซักนิดมั้ย เอาส่วนไหนคิดว่าเซ็ทจะไปแทรกกลางมิ้วกับบูมฮะ”“ใช่ๆ คนธรรมดาที่มีเจ้าของแล้ว ว่าที่สตาร์อย่างเซ็ทจะไปสนใจทำไม มีแต่ทำให้ชื่อเสียงตัวเองตกต่ำเท่านั้นแหละ”“คนโสดอย่างพวกฉันสิถึงจะมีสิทธิ์ ฮิๆ”สองสาวคุยกันเสียงดังจนมิ้วต้องจิกเล็บเข้าไปในมือระงับอารมณ์ สวมบทบาทนางฟ้าเดินกลับไปหาพวกกลุ่มผู้ชายที่กำลังจะไปเตะบอล รอยยิ้มน่ารักประดับบนใบหน้าหวาน“เซ็ทเป็นเพื่อนร่วมห้องก็แค่คุยกันตามปกติ อย่าคิดมากไปเลยจ้ะ”“ใช่ๆ ก็แค่เพื่อนร่วมห้องไง คิๆ”นักเรียนหญิงหัวเราะทิ้งท้าย โบกมือบ๊ายบายเพื่อนผู้ชายหน้าโง่ที่หลงกลมิ้วเต็มเปาแล้วกลับบ้าน ถึงแม้จริงๆ จะอยากแดกดันอีกสักหน่อย แต่เดี๋ยวถ้าพวกเธอกลายเป็นนางร้ายจริงๆ ก็เข้าทางมิ้วหมดพอดี...“ลงมาช้ากว่าที่คิดนะเซ็ท”“พอดีมีเพื่อนร่วมห้องเขาเข้ามาคุยด้วยนิดหน่อยน่ะครับ”เซ็ทที่ปิดประตูขึ้นรถเรียบร้อยเจ๊เจสซี่ก็ขับออกไปทันที สาวประเภทสองร่างใหญ่มองเซ็ทผ่านกระจกมองหลังแล้วเตือนด้วยความหวังดี“ระวังเพื่อนร่วมห้องไว้ด้วยก็ดีนะ โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิง เธอกำลังเริ่มมีชื่อเสียง ถ้ามีข่าวฉาวขึ้นมาอาจจะดับเอาได้ง่ายๆ ถ้าจะมีความรักก็รอโตกว่านี้หน่อยนะ”“ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะครับ ผมจะระวัง แต่ผมไม่สนใจพวกผู้หญิงพรรค์นั้นหรอกครับ”“ต๊าย พึ่งเคยเห็นเซ็ทแบดๆ นะเนี่ย กร๊าวใจดีจังค่า~!”เจ๊เจสซี่ที่เห็นเซ็ทเท้าคางมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างทำสีหน้าเหยียดๆ เป็นลุคแบดๆ แบบที่เจ๊เจสซี่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วมันก็หล่อมากจนต้องเผลอหวีดศิลปินในความดูแลของตัวเอง!“ขอโทษด้วยครับที่ไม่สุภาพ แบบว่าผมมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับพวกเพื่อนร่วมห้องน่ะครับ”“ไม่เป็นไรจ้า ศิลปินก็เป็นคนนี่นะ อย่าทำออกสื่อหรือให้ใครเห็นจนเอาไปเล่นข่าวได้ก็พอจ้ะ”เจ๊เจสซี่เข้าใจเซ็ทได้ในระดับหนึ่งเพราะเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน สมัยเรียนเธอเองก็เคยโดนล้อเลียนว่าเป็นกระเทยควายอยู่บ่อยๆ บางครั้งก็กลั่นแกล้งเล็กๆ ไปจนถึงแรงๆ จนกระทั่งเธอทนไม่ไหวตัดเพื่อนไม่ยุ่งกับใครอีก คนพวกนั้นก็แบนเธอกันหมดแต่เมื่อเธอเริ่มมีชื่อเสียงในวงการช่างแต่งหน้า พวกเพื่อนเก่าพวกนั้นก็พากันใช้ฐานะอดีตเพื่อนร่วมห้องมาขอให้ช่วยงานฟรีๆ โดยทำลืมไปว่าเคยพูด เคยทำอะไรไว้กับเธอบ้าง...ดังนั้นต่อให้เซ็ทไม่เล่า ต่อให้คนละประเด็นกัน ความรู้สึกมันก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก“ถ้าเหนื่อยๆ เบื่อๆ มาระบายกับเจ๊ได้นะ เจ๊เก็บความลับเก่ง”“ขอบคุณครับเจ๊”เซ็ทยิ้มให้ผู้จัดการส่วนตัวบางๆ อย่างจริงใจ เจ๊เจสซี่ก็ยิ้มตอบแต่ไม่วายพูดเสริมเสียงเข้ม“แต่ถ้ารับมือไม่ไหวหรือดูท่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ต้องมาปรึกษาเจ๊ไม่ก็ตาโชครู้มั้ย เด็กสมัยนี้ร้ายจะตายไปนะ คนเราน่ะรู้หน้าไม่รู้ใจ”“ถ้าเพื่อนในห้องผมเห็นยันรากเหง้าแล้วล่ะครับไม่ต้องกังวล แต่ถ้ามีปัญหาจะขอความช่วยเหลือแน่นอน อีกอย่าง...ก็ขอไปแล้วเรื่องหนึ่งนั่นแหละครับ”เซ็ทพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะแสยะยิ้มยามมองโทรศัพท์มือถือในมือ เมื่อเห็นว่าผู้จัดการส่วนตัวทำท่าไม่เข้าใจก็หัวเราะน้อยๆ แล้วกระซิบตอบเสียงแหบพร่าอย่างมีเสน่ห์ จนเจ๊เจสซี่หน้าแดงแทบกำเดาไหล...โอ๊ย! โดนเด็กตก!“เดี๋ยวก็รู้ครับ เจ๊เจสซี่รอดูได้เลย”
“เอ็งกำลังทำห่าอะไรอยู่!”ประธานโชคชัยเดินมาองค์ลงที่ห้องฝึกของบรรดาเด็กฝึก ใบหน้าดำทมึนมาแต่ไกล มาถึงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงตะโกนใส่หน้าแล้วโยนกระดาษลงพื้นตรงหน้าอิฐที่นั่งพักอยู่ทันที เด็กฝึกในห้องต่างพากันสะดุ้งสุดตัว“อะ...อะไรครับท่านประธาน?”“เอ็งดูแล้วเอ็งจะเข้าใจ”โชคชัยสะบัดหน้าหนีเพราะเกรงว่าหากมองหน้าอิฐต่อไปจะเผลอลงไม้ลงมือกับเด็ก อิฐที่ขมวดคิ้วยิ้มแหยหยิบกระดาษขึ้นมาดูแล้วก็เป็นอันต้องตาโต มือสองข้างสั่นเทา รีบเงยหน้ามองประธานโชค“ท่านประธานครับนี่มันไม่จริงนะครับ-!”“หนวกหู! หลักฐานครบขนาดนี้ยังมีหน้ามาแก้ตัวอีกนะ!”หลักฐานการกลั่นแกล้งรุ่นน้องหลายต่อหลายคน ทั้งยังทำมานาน มีทั้งเรื่องเล็กๆ ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย และที่หนักที่สุดคือเอกสารว่าจ้างพวกนักเลงไปจัดการกับรุ่นน้องของตัวเองหลายคน ซึ่งชิ้นล่าสุดก็คือว่าจ้างให้จัดการเซ็ท อย่างน้อยที่สุดต้องถึงขั้นเสียโฉม“ผมไม่ได้-!!”“คนที่เอ็งจ้างไว้ถูกตำรวจจับไปแล้ว พยายานหลักฐาน พยานบุคคลพร้อม คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อแล้วยอมปล่อยให้รอดไปได้!”“แต่ผมไม่ได้ทำ ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ นะครับ”“ฉันไม่ใช่พวกหูเบา หลักฐานพวกนี้ตรวจสอบแล้วถึงได้มาเอาผิดเอ็ง เพราะงั้นแก้ตัวไปก็ไร้ความหมาย”“ประธาน...อึก!”ลุงโชคสะบัดขาที่อิฐมาเกาะทิ้งอย่างไม่แยแสจนร่างของอิฐกระเด็นไปกระแทกกำแพง แล้วจึงหันกลับไปสั่งงานเลขาที่อยู่ด้านหลัง“ไล่อิฐออกจากการเป็นเด็กฝึก ติดแบล็คลิสต์ไว้ กระจายข่าวสารไปยังค่ายอื่นๆ ตามความเป็นจริงทั้งหมด แล้วก็ให้ตำรวจเข้ามาลากคอมันออกไปดำเนินคดีตามกฏหมาย”อิฐที่ทรุดตัวนั่งพิงกำแพงน้ำตาไหลพราก ความฝันที่วาดหวังไว้พังทลายอย่างไม่เหลือชิ้นดี“ฉันให้โอกาสเอ็งปรับปรุงตัวมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่ายิ่งนานไปยิ่งชั่วช้า ศิลปินที่ติดเหล้าติดหญิงชอบเที่ยวกลางคืน ฉันไม่เอามาปั้นให้เสียชื่อบริษัทหรอกนะอิฐ แล้วยิ่งพฤติกรรมทรามๆ แบบนี้อีก...”“ท่านประธาน...”“เอ็งทำตัวเอง ถ้าเอ็งปรับปรุงตัวแต่ต้น เอ็งอาจได้เดบิวต์ไปนานแล้วก็ได้”“...ถ้าไม่ใช่เพราะท่านไม่ส่งเสริมผม!!”อิฐที่สติแตกทำท่าจะพุ่งเข้าใส่โชคชัย ลุงโชคมองด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะตั้งท่ายันอีกฝ่ายให้พ้นตัว อิฐที่โดนขาถีบเกร็งตัวไว้แล้วดึงขาโชคชัยจนจุดศูนย์ถ่วงเอนหงายหลังล้ม คุณเลขาที่อยู่ไม่ไกลจะเอาตัวเข้าไปรองรับ หากแต่มีสายลมหอบหนึ่งวิ่งผ่านร่างเขาไป“ประธาน!!”“ฮู่ว หวุดหวิดนะลุง”เซ็ทที่ไปให้ปากคำกับตำรวจพึ่งขึ้นมาถึงก็ต้องรีบพุ่งตัวมารับลุงโชค คงเหมือนภาพเจ้าชายอุ้มเจ้าหญิง (?) ถ้าไม่ติดว่าอิฐยังคงจับขาลุงโชคแน่นเหมือนปลิงดูดเลือด ภาพตรงหน้าจึงเป็นภาพที่ยิ่งแปลกประหลาด“ปล่อยได้แล้วมั้ง”ผัวะ!!เซ็ทว่าพลางใช้ขาข้างหนึ่งเป็นแกน จากนั้นจึงยกขาอีกข้างขึ้นถีบเข้าที่ปลายคางของอิฐ อิฐที่สมองเบลอไปชั่วขณะล้มลงกับพื้นเสียงดัง ส่วนเซ็ทก็พยุงให้ลุงโชคลุกขึ้นยืนดีๆ“ฝากจับเขาด้วยนะครับคุณตำรวจ”นายตำรวจที่อยู่นอกห้องพยักหน้าเข้ามาใส่กุญแจมือแล้วควบคุมตัวอิฐออกไป “ไม่เป็นไรใช่มั้ยลุง?”“ไม่เป็นไร ไม่คิดว่ามันจะบ้าดีเดือดขนาดนั้นเลยไม่ทันระวัง”“แก่แล้วระวังตัวหน่อยลุง”เซ็ทกับโชคชัยยืนเถียงกันไม่ต่างจากตาหลาน ราวกับเหตุการณ์น่าหวาดเสียวเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น คุณเลขากับเจ๊เจสซี่ถึงได้ลอบยิ้มแล้วผ่อนลมหายใจ“รอดูเรื่องนี้ หัวใจเจ๊จะวายตายเอา”เสียงอิฐที่ร้องโวยวายไร้ซึ่งความสำคัญ เหล่าเด็กฝึกที่รู้เห็นเป็นใจล้วนถูกคาดโทษ งดซ้อมและพักงานทุกอย่าง หากช่วยลงมือก่อเหตุก็จะถูกลงโทษด้วยมาตรการเดียวกัน พวกหัวรุนแรงหน่อยจะถูกแยกฝึก เด็กฝึกที่เหลืออยู่จึงเหลือแต่พวกที่ค่อนข้างรู้ความ{ไม่เล่นตามเกมส์แต่เล่นให้เหนือกว่าสินะ}‘ก็นะ...จะไปหาเรื่องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ทำไม ฝากเอาข้อมูลวันนี้ทั้งหมดลงเน็ต เอาให้ไม่มีที่ยืนในวงการอีกเลย แต่อย่าให้เสียชื่อถึงค่ายล่ะโร’{รับทราบ}
เซ็ทเคลียร์เรื่องอิฐเสร็จก็ไปเอาบทละครที่ทางกองถ่ายส่งมาให้ นั่งถกเรื่องคาแร็กเตอร์ตัวละครกับลุงโชคสักพักก็กลับบ้านในเวลาทุ่มกว่าๆ ถือว่าไม่เย็นมากนัก“งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะจ้ะ”เจ๊เจสซี่ส่งจูบก่อนจะขับรถออกไป แต่แล้วเซ็ทที่เดินขึ้นบ้านก็ต้องขมวดคิ้ว“...เด็ก?”“อ้าวเซ็ทกลับมาแล้วเหรอ ยินดีต้อนรับกลับ นั่นน้องสาวลูก อลิซไงล่ะ”อดัมทักทายเสียงดัง แล้วก็แอบมากระซิบข้างหูเซ็ท เด็กหญิงตัวเล็กที่เจอคนแปลกหน้าขยับถอยหนีไปหลบหลังโซฟา เซ็ทแค่เลิกคิ้วแปลกใจนิดๆ ที่อดัมล่ออลิซเข้าบ้านได้เร็วขนาดนี้“อลิซจะมาพักที่นี่แล้วเหรอ?”“แค่มาดูก่อนน่ะ อรเขาช่วยพูดให้ เดี๋ยวพ่อก็พาอลิซกลับไปส่งที่สถานเลี้ยงเด็กแล้วล่ะ”“อ่อ ตามสบายนะ ผมไปอาบน้ำก่อนล่ะ”เซ็ทว่าแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปสนใจอลิซอีก อดัมทำท่าหนักใจกลัวว่าลูกชายกับลูกสาวจะไม่ถูกกัน แม้ว่าเซ็ทจะมีความคิดที่โตเป็นผู้ใหญ่ยังไง แต่เขาก็ยังเป็นแค่เด็กอายุสิบหก อดัมไม่อยากให้เซ็ทตั้งแง่กับอลิซนัก เพราะจริงๆ แล้วอลิซเป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง“...พี่...ชาย?”อลิซที่หลบอยู่หลังโซฟามองประตูห้องที่ปิดสนิทแล้วกระพริบตาปริบๆ เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรออกมา แต่อดัมนั้นได้ยินเต็มสองหูดูเหมือนเขาน่าจะยังมีความหวังว่าพี่น้องจะกลับมาดีกันได้!“อลิซกินขนมมั้ย?”“...ขนม...กินค่ะ”อลิซที่อุ้มตุ๊กตาหมูสีชมพูรับจานขนมมากินแก้มตุ่ย เธอเหลือขนมสองชิ้นไว้แล้วยื่นกลับไปให้อดัม“ขนมอร่อย...ให้พี่ชายคนเมื่อกี้ค่ะ”อดัมปลื้มปริ่มจนน้ำตาแทบไหล ดูเหมือนอลิซที่ไม่มีความทรงจำช่วงก่อนประสบอุบัติเหตุจะคุ้นเคยกับเซ็ทที่พึ่งเจอมากกว่าเขาเสียอีก ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเมื่อก่อนเขารู้สึกแปลกแยกกับอลิซเลยไม่ค่อยได้เล่นกับเธอบ่อยนัก แต่เซ็ทที่อยู่บ้านกับอรจะช่วยอรเลี้ยงน้องเสมออดัมก้มลงรับจานขนมแล้วลูบเส้นผมสีดำนุ่มมือบนศีรษะของลูกสาวเบาๆ อลิซยิ้มรับคำชมแก้มปริ“อลิซเป็นเด็กดีจริงๆ ค่ะ พี่ชายต้องดีใจมากแน่ๆ”“...พี่ชายดีใจ ...อื้อ”...หลังจากที่อดัมกลับไปส่งอลิซที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จานขนมที่มีขนมเหลืออยู่เพียงสองชิ้นก็ถูกส่งมาที่ห้องของเซ็ท เซ็ทรับมันมาแบบอึนๆ“อลิซให้ลูกน่ะ”“อา...”“ลูกอาจจะไม่สนิทใจกับน้องเท่าเมื่อก่อน แต่ช่วยเป็นพี่ชายให้เด็กคนนั้นเถอะนะ” อดัมก้มหัวลง เขารู้ดีว่ากำลังเห็นแก่ตัว “กลับไปเป็นพี่น้องกับเด็กคนนั้นเถอะนะ”“...”“อลิซน่ะตอนเจอพ่อครั้งแรกเธอไม่มีท่าทีอะไรเลย ถึงคุยกันมาตั้งหลายวันก็ไม่มีท่าทีจะจำอะไรได้ ทั้งยังเว้นระยะด้วยซ้ำไป ...แต่กับลูก น้องเรียกลูกว่าพี่ชายแล้วก็ยิ้มตอนที่พ่อบอกว่าลูกจะดีใจที่น้องแบ่งขนมให้ ตอนที่พ่อบอกให้มาอีกเพราะอาจจะได้เจอลูก น้องก็รีบตกลงทันทีเลย”เซ็ทฟังอดัมที่อธิบายยืดยาวแล้วเกาหัวแกรกๆ จกยกมือห้ามอดัมก็ยังพูดต่อ “พ่อเชื่อว่าเซ็ทเป็นคนพิเศษสำหรับอลิซนะ”“ผมไม่ได้เกลียดอะไรน้องหรอก แค่รู้สึกเข้าหน้าไม่ติดเฉยๆ ผมเองก็ไม่ได้เล่นกับน้องมาสามปีแล้วนะอดัม”เซ็ทคนก่อนกับอลิซสนิทกันมาก เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันสุดๆ แต่ความรู้สึกของเซ็ทคนเก่าก็แปรเปลี่ยนไปยามได้รู้ว่าที่พ่อแม่ต้องแยกทางกันเป็นเพราะอลิซ ช่วงเวลานั้นและสามปีต่อมาเซ็ทคนก่อนเลยไม่ได้รู้สึกเอ็นดูอะไรอลิซอีก ทั้งยังแอบเกลียดชังด้วยซ้ำไปซึ่งมันก็ไม่แปลกที่เด็กคนหนึ่งจะโทษตัวต้นเหตุของเรื่อง แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นน้องสาวที่เคยรักมากก็ตาม“สำหรับผมเมื่อก่อนอลิซคือคนที่ทำให้ครอบครัวแตกแยก ทำให้อดัมกับแม่อรเลิกกัน ทำให้อดัมเปลี่ยนไป เริ่มทุบตีทำร้ายผม ทั้งหมดเริ่มจากอลิซคนเดียว อดัมคิดว่าผมจะกลับไปสนิทกับอลิซเหมือนเดิมได้เหรอ?”“...เซ็ท...พ่อ” อดัมหน้าซีด ดวงตาเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ เห็นแบบนั้นเซ็ทก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วรับคำ“เฮ้อ มันก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้หรอกนะ แค่แบบ...วันนี้ขอปรับอารมณ์ก่อน พรุ่งนี้อดัมก็พาเธอมาอีกทีก็แล้วกัน”“ได้สิ ได้เลย”อดัมที่มีสีหน้าแจ่มใสขึ้นรีบกระตือรือร้นตอบกลับ ส่วนเซ็ทนั้นทำหน้ายุ่งๆ เดินกลับเข้าไปในห้อง ทิ้งตัวนอนลงบนเตียง เจ้าอเล็กซ์รีบปีนป่ายขึ้นมาออดอ้อน แต่เมื่อเซ็ทไม่ได้สนใจมัน มันก็นอนนิ่งๆ อยู่บนแผ่นอกกว้างของเซ็ท{คิดหนักอะไรอยู่ล่ะ คุณก็รู้ว่าอลิซไม่ได้ผิดอะไรจะไปเมินเธอทำไมกัน?}“ก็รู้ แค่มีความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาตอนเห็นหน้าเด็กคนนั้น”{ความรู้สึกของเซ็ทคนเก่าที่หลงเหลืออยู่น่ะเหรอ?}“ก็ใช่...แล้วก็ไม่ใช่”{งั้นก็ใช้ความรู้สึกตัวเองหาคำตอบไปสิ แต่คุณนี่ยังไงก็แพ้น้อง}เซ็ทขมวดคิ้วไม่เข้าใจ แต่โรไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่านั้น การบ้านในรูปแบบไฟล์ที่ได้รับมามีโรเติมคำตอบให้อย่างรวดเร็วและมั่นใจได้ว่าถูกหมดแน่ๆ ไม่นานการบ้านทั้งหมดในวันนี้ก็เสร็จ โดยที่เซ็ทไม่จำเป็นต้องแตะมันเลย“พรุ่งนี้ค่อยหาคำตอบก็แล้วกัน”...เย็นวันต่อมา อดัมก็พาอลิซมาที่บ้านอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เซ็ทกลับมาที่บ้านตั้งแต่หัววัน ดังนั้นเมื่ออลิซมาถึงเธอจึงเห็นเซ็ทนั่งเล่นอยู่บนโซฟาอลิซยิ้มร่า มองซ้ายมองขวาหาที่หลบ ดูเหมือนอยากจะเข้าใกล้แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ คล้ายกับจะรู้ว่าเซ็ทนั้นยังมีส่วนที่ไม่ชอบใจในตัวเองอยู่ ดังนั้นอลิซจึงไปหลบหลังเคาท์เตอร์แล้วแอบมองเซ็ทจากไกลๆ แทน มือเล็กดึงขากางเกงอดัมเบาๆ“ขนมเมื่อวาน...พี่ชายดีใจมั้ยคะ?”“เรื่องนั้น...อลิซไปถามพี่ชายเองเลยดีมั้ยคะ เอานี่ไปนั่งกินกับพี่ชายนะ”อดัมพูดไม่ถูก ได้แต่ลองเสี่ยงให้เซ็ทได้เผชิญหน้ากับอลิซดู อลิซนิ่งคิดไปเล็กน้อยก็หยิบจานขนมเดินไปหาเซ็ทแบบกล้าๆ กลัวๆ เธอวางจานขนมลงบนโต๊ะ แล้วนั่งอยู่บนพื้นพรมไม่ไกลจากเซ็ท“พี่...ชาย...”เซ็ทลุกขึ้นทันทีที่อลิซเรียกจนอลิซสะดุ้งโหยง เมื่อคิดว่าเซ็ทเดินหนีเธอ เด็กสาวก็ทำหน้าหงอยๆ แต่แล้วร่างของเธอก็ถูกมือแกร่งอุ้มขึ้นไปนั่งบนโซฟา อลิซทำตาโต“ไปนั่งอะไรตรงนั้น ที่นั่งดีๆ มีไม่นั่งล่ะ?”เมื่อเซ็ทจะวางร่างอลิซไว้ข้างๆ กัน อลิซก็กุมเสื้อนักเรียนเซ็ทแน่น ช้อนตามองเซ็ทแล้วถามด้วยเสียงสั่นๆ จนเซ็ทได้แต่ยอมตกลง วางอลิซนั่งบนตักของตัวเอง“...นั่งตัก...ได้มั้ยคะ?”“อา...ก็ได้”“พี่ชาย...อลิซหยิบขนมไม่ถึง”แล้วเซ็ทก็ต้องเอื้อมมือไปหยิบขนมใส่ปากช่างเจื้อยแจ้วของอลิซทีละชิ้นๆ อดัมที่แอบดูอยู่แทบร้องไห้รีบกลั้นเสียงสะอื้นแทบไม่ทัน ดูผ่านๆ ช่างไม่ต่างจากพี่ชายกับน้องสาวที่รักใคร่สนิทสนมกลมเกลียว“กินเลอะหมดแล้ว เช็ดปากก่อน” เซ็ทหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดเศษขนมออกจากปากอลิซอย่างเบามือ อลิซเอียงหน้าให้เซ็ทเช็ดปากให้โดยไม่ขัดขืน“ขอบคุณค่ะพี่ชาย!”อลิซที่เห็นเซ็ทใจดีด้วยเริ่มไม่กลัวแล้ว เธอฉีกยิ้มกว้างแล้วส่งเสียงสดใส จนเซ็ทที่มองอยู่หัวใจกระตุกไปหนึ่งจังหวะ เขาก้มหน้าลงแล้วยิ้มบางๆ พึมพำประโยคหนึ่งออกมาโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว ถึงอย่างนั้นก็มากพอแล้วที่จะโดนโรขยี้“...พี่จะปกป้องน้องเอง”{ผมบอกแล้วว่าคุณเป็นพวกแพ้น้อง}‘...’
‘เพราะความผูกพันธ์มันตัดกันไม่ขาด’