หลี่หยวนหยวนจ้องหน้าชิวต้าซานคล้ายจะขอร้องอยู่ในที “ท่านผีใต้ หากว่าจับสิงชางได้แล้ว ข้าจะขอให้ท่านช่วยดูแลเราสองแม่ลูกจนกว่าจะเดินทางถึงเมืองหลวงได้หรือไม่”
สายตาขององครักษ์ร่างโปร่งเหลือบมองหน้าท้องของนางอย่างไม่ตั้งใจ “อืม ข้ารับปาก แต่ตอนนี้ข้าดูแลเจ้าคนเดียวคงไม่ได้แล้ว ความปลอดภัยของเด็กในครรภ์เจ้าสำคัญมาก หากคนร้ายบุกเข้ามาโจมตีเจ้าที่อยู่ในสภาพนี้ ข้ายากจะวางใจ”
“ท่านกล่าวเช่นนี้ คิดจะทำเช่นไรหรือ”
“ข้าจะเรียกคนมีฝีมือมาช่วยดูแลเจ้าเพิ่มอีกสองคน”
หลี่หยวนหยวนสีหน้าไม่สู้ดี “พวกเขาไว้ใจได้หรือไม่”
“ไม่ต้องห่วง คนของข้า ไว้ใจได้แน่นอน”
“ดีเหมือนกัน ข้าคงไม่อาจเอาบ่าวรับใช้จากเรือน เหอผิงออกมาไว้ที่นี่ได้ทั้งหมด เพราะหากไม่เหลือคนอยู่ที่นั่นเลย เกรงว่าจะดูผิดปกติ”
ซิวต้าซานเป็นคนออกไปว่าจ้างบ่าวรับใช้และสาวใช้มาใหม่สี่คน ซุนมามาอบรมพวกเขาเรื่องมารยาทในการรับใช้คุณหนูอย่างเคร่งครัด จากนั้นก็กำกับคนทั้งหมดทำความสะอาดเรือนใหญ่ เรือนรอง และเรือนครัว
“ข้าว่าเรือนนี้คงต้องปรับปรุงอีกหน่อยให้เหมาะกับการเลี้ยงดูเด็ก เดี๋ยวข้าจะหาคนรับผิดชอบเรื่องนี้ให้เจ้าเอง”
หลี่หยวนหยวนพยักหน้าเห็นด้วย นางรู้สึกว่าท่านผีใต้ผู้นี้แม้จะทำเพื่อเงินแต่ก็มิได้เอาเปรียบนาง
“ท่านรู้จักผู้ที่เก่งในการสร้างเรือนด้วยหรือ”
ยังพูดไม่ทันขาดคำ บุรุษรูปงามผู้หนึ่งก็ปรากฎตัวขึ้นหน้าซุ้มประตู ซิวต้าซานหันไปมองแล้วยิ้มน้อยๆ
“นั่นอย่างไรล่ะ ช่างมือหนึ่งของข้า”
“ท่านผีกลาง! เขาน่ะหรือ”
สาวใช้เห็นบุรุษรูปงามก็พากันชะเง้อแล้วก้มหน้ายิ้มขวยเขิน ท่านผีกลางเดินยืดอกเข้ามาหาหลี่หยวนหยวน
“ความจริง ข้าเคยเป็นช่างหลวงมาก่อน เจ้าอย่าดูถูกฝีมือข้าทีเดียว รออีกสักสองเดือน เจ้ากลับมาอีกครั้ง ข้าจะเนรมิตเรือนนี้ให้สวยงามไม่แพ้จวนอ๋องหยาง”
“แต่ข้าใช้เงินปรับปรุงเรือนมากไม่ได้หรอกนะ ต้องเหลือเงินไว้สำหรับเลี้ยงดูบุตรด้วย หวังว่าท่านจะเข้าใจความลำบากของสตรีที่ต้องเลี้ยงดูบุตรลำพังอย่างข้า”
ผีกลางมองดูหญิงสาวที่งดงามตรงหน้า “เจ้าเป็นบุตรสาวของท่านป๋อหลี่ ไม่คิดจะกลับจวนสกุลหลี่หรือ”
หลี่หยวนหยวนส่ายศีรษะ “บอกตามตรง ข้าไม่ต้องการกลับอีกแล้ว บิดาของข้ามิใช่บุรุษที่เข้มแข็ง เขาปกป้องข้ามิได้ ยามนี้สิ้นท่านย่าไปแล้ว ในจวนแห่งนั้น ไม่มีสิ่งเหนี่ยวรั้งข้า ข้าคิดจะเป็นเจ้าบ้านสตรีและทำกิจการค้าหาเลี้ยงบุตรในครรภ์ด้วยตนเอง”
ผีกลางและผีใต้พากันตะลึง พวกเขาไม่เคยเห็นสตรีที่มีความคิดเช่นนี้มาก่อน
“ข้านับถือใจเจ้าจริงๆ คุณหนูหลี่ สตรีในห้องหออย่างเจ้า คิดจะอยู่โดยมิได้หวังให้บุรุษปกปักษ์ช่างหากได้ยากยิ่ง” ผีกลางประสานมือค้อมศีรษะ
หลี่หยวนหยวนหัวเราะเบาๆ หากว่าคนทั้งสองได้ไปเยือนยุคปัจจุบันสักครั้งคงจะแตกตื่นที่ได้เห็นสตรีทำงานเลี้ยงดูตนเอง และมีคนที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่มากมาย
“ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีล้วนมีคุณค่าในตนเอง หากว่าทำมาหากิน
“คุณหนูหลี่ กำไรจากโรงน้ำชาจาเรอและโรงเตี๊ยมเจี๋ยเชิ่งสองเดือนก็พอแล้ว เงินทองที่เจ้าได้มาจากจวนขุนนางสองแห่งก็น่าจะพอเหลือมิใช่หรือ”
หลี่หยวนหยวนหัวเราะร่วน “ได้ๆ เช่นนั้นก็ฝากท่านด้วยก็แล้วกัน ข้าจะเข้าตำบลไปหาเงินเอาไว้เลี้ยงลูกต่อ”
หลี่หยวนหยวนกลับเข้าไปตำบลเฟิ่งฝู นางแอบติดต่อกับเจ้าของร้านขายเครื่องจักสานเพื่อขอซื้อร้านค้าในราคาที่เหมาะสม เถ้าแก่ผู้นั้นล้มป่วยกระเสาะกระแสะต้องการขายกิจการอยู่พอดี ครั้นไป๋เยว่เข้าไปสอบถามจึงพยักรับโดยเร็ว
“เถ้าแก่ต้องการไปรักษาตัวที่บ้านนอกกับครอบครัวเจ้าค่ะ บุตรชายมาเร่งเร้าหลายคราแล้ว แต่ยังไม่มีคนให้ราคาที่น่าพอใจเสียที”
“ถ้าอย่างนั้น เราก็รีบทำสัญญาซื้อขายเถอะ”
หลังทำสัญญาซื้อขายเสร็จ หลี่หยวนหยวนก็มอบเงินให้เถ้าแก่เพิ่มอีกสิบตำลึงเพื่อช่วยยารักษาโรค เถ้าแก่ร้านจักสานจึงค้อมศีรษะและกล่าวขอบคุณนางซ้ำๆ อยู่หลายครั้ง
ซิวต้าซานรับหน้าที่ไปตามช่างที่เคยตกแต่งโรงน้ำชาจาเรอให้มาปรับปรุงร้านจักสานให้กลายเป็นโรงนำชาแห่งใหม่
“โรงน้ำชาจาเรอขยายสาขาแล้ว” หลี่หยวนหยวนยิ้มอย่างพอใจ
ไป๋เยว่มองตามสายตาของนายหญิง “ระยะนี้คุณหนูซื้อร้านและซื้อบ้านหมดเงินไปตั้งเยอะ หวังว่ารายได้จะเข้าเร็วๆ นะเจ้าคะ”
“อืม ดีที่เงินทุนของเรายังมีเหลือ จากนี้คงต้องเพลาๆ การใช้เงินลงไปหน่อย รอให้ทั้งสามกิจการอยู่ตัวเสียก่อน”
ไป๋เยว่กับไป๋ซวงหันไปสบตากันแล้วยิ้ม ก่อนหน้านี้พวกนางยังกังวลเรื่องที่คุณหนูหย่าร้างกับท่านอ๋อง แต่ตอนนี้คุณหนูกลับกลายเป็นเถ้าแก่หญิงที่เก่งกาจ คงไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นอยู่แล้ว
การตกแต่งโรงน้ำชาจาเรอสาขาที่สองใช้เวลาอยู่ราวครึ่งเดือน ช่วงนั้นหลี่หยวนหยวนออกมาดูเป็นครั้งคราว นางมักจะออกมาในช่วงค่ำเพื่อมิให้ผู้คนได้เห็นหน้าบ่อยนัก
เถ้าแก่จงที่ดูแลโรงน้ำชาจาเรอในเมืองเฉินม่ายส่งลูกน้องที่ฝึกฝนอย่างดีมาช่วยดูแลโรงน้ำชาสาขาสอง
“โรงเตี๊ยมของเจ้ามีคนพักเต็มทุกวัน ท่าทางเจ้าจะกลายเป็นคหบดีในอีกไม่ช้าแล้วคุณหนูหลี่”
หลี่หยวนหยวนอมยิ้ม “ข้าเพิ่งมีสามร้านค้าเองนะ เอาไว้ให้ข้ามีโรงเตี๊ยมเจี๋ยเชิ่งในเมืองเฉินม่ายได้ก่อนเถิด”
“นับว่าเจ้าสายตากว้างไกล เงินจ้างหย่าพวกนั้นนำมาสร้างทรัพย์สินเพิ่มพูนได้อีกมาก”
“นี่ท่านชมหรือกำลังหลอกด่าข้ากันแน่” หลี่หยวนหยวนหรี่ตามองชิวต้าซาน
อ๋องหยางกลับถึงเมืองเฉินม่ายก็เข้าไปสอบสวนคนร้ายในคุก ทว่าคนพวกนั้นส่วนหนึ่งถูกวางยาในชามข้าวต้มจนจบชีวิต เหลือเพียงบุรุษร่างใหญ่และเด็กหนุ่มร่างบางที่สวมชุดเสี่ยวเอ้อร์
ทัณฑ์ทรมานถูกงัดออกมาใช้ หยางหลีเหว่ยที่กรำศึกมานานมองดูการนาบแผ่นเหล็กร้อนๆ ลงบนหน้าอกของคนร้ายที่เชื่อว่ามาจากเผ่าหมาป่าด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“ท่านอ๋องขอรับ นี่คือทหารแนวหน้าของเผ่าหมาป่า ดูจากรอยสักที่ข้อเท้าขวาของเขา น่าจะอยู่ในระดับหัวหน้าหน่วย” องครักษ์เจิ้งเข้ามากระซิบ
หยางหลีเหว่ยพยักหน้าน้อยๆ เขานึกถึงองครักษ์สวมหน้ากากของอดีตภรรยา คนผู้นั้นวรยุทธ์ล้ำเลิศ น่าจะเป็นคนในยุทธภพ แต่เหตุใดจึงได้ยอมมารับจ้างเป็นองครักษ์ให้กับหลี่หยวนหยวนด้วยเล่า
เจิ้งตู้เห็นนายของตนสีหน้าเคร่งเครียดก็รีบเอ่ยต่อ “การทรมานเขา ไม่น่าจะได้คำตอบนะขอรับ คนผู้นี้น่าจะยอมตายมากกว่าจะคายความลับ”
“อืม...” อ๋องหนุ่มวางถ้วยน้ำชาลง “ถ้าอย่างนั้น คงต้องหันไปทรมานผู้ติดตามของเขาแทน”
“ขอรับ” เจิ้งตู้ค้อมศีรษะ
หยางหลีเหว่ยเดินนำหน้าองครักษ์ไปยังห้องขังที่อยู่อีกฟากหนึ่ง เป็นจริงดั่งทีเขาคาดไว้ เพียงใช้เหล็กที่เผาไฟจนแดงยื่นไปตรงหน้า
บุรุษร่างบางในชุดเสี่ยวเอ้อร์ก็ถึงกับปัสสาวะราด เอ่ยละล่ำละลักออกมา “ข้า ข้าพูดแล้ว”
“ดี! ในเมื่อเจ้าเลือกจะพูดข้าก็จะไม่ทำร้ายเจ้า และยังจะปล่อยเจ้ากลับด้วย”
“ท่านไม่โกหกแน่นะ”
“ข้าเป็นถึงอ๋อง จะฆ่าเจ้าในยามนี้ก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องสัญญาว่าจะปล่อยเจ้าเลยด้วยซ้ำ”
“ได้ๆ ข้าจะพูด ข้าจะพูดทุกสิ่งที่ข้ารู้” ร่างผอมใบหน้าซีดเซียว ร่างกายมีรอยแตกยับจากการถูกเฆี่ยน
*****************

