ฉันไม่ได้ (ไม่) รักคุณ...

    เกมส์ที่ 1

    “ทำความเคารพ ”“ขอบคุณครับคุณครู/ขอบคุณค่ะ คุณครู…”
    กชนิภารีบเก็บอุปกรณ์การเรียนและพวกหนังสือเรียนเข้าไปในกระเป๋านักเรียน ขณะที่สายตาก็คอยเหลือมองไปยังนาฬิกาแขวนที่ติดอยู่ตรงหน้าประตูอย่างรีบร้อน
    นิภาในชุดนักเรียนมอปลายเก่าๆ ที่ซักบ่อยจนสีซีด ผมตรงยาวสีดำสนิทที่ถูกมัดรวบเข้าข้างหลังเป็นหางม้าอย่างเรียบร้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสดใส หากแต่ใบหน้าหวานนั้นกลับแฝงไปด้วยความวิตกกังวล
    เธอต้องรีบกลับบ้านเพื่อเตรียมอาหารเย็น และอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ก่อนจะออกจากบ้านอีกครั้ง เธอต้องแวะเวียนไปที่โรงพยาบาลก่อนจะเลยไปยังสถานที่ทำงาน นี่เป็นหนึ่งในชีวิตประจำวัยของเธอ
    “ถ้าวันนี้รถไม่เยอะมากก็คงจะดี ”นิภาคิดในใจเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์สัปดาห์ วันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดรถต้องเยอะมากแน่นถ้าเธอไปสายเธออาจเข้างานไม่ทันก็ได้
    "นิภา..." กุลสตรีเพื่อนสนิทของนิภาจับแขนของเธอเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมามอง ท่าทางของกุลสตรีดูกังวลเธอไม่อยากให้นิภาฝืนตัวเองมากนักแต่ก็พูดไม่ออกเพราภะเข้าใจสถานการณ์ทางบ้านของนิภาเป็นอย่างดี
    นิภายิ้มกว้างพร้อมกับชู 2 นิ้วขึ้นส่งไปให้เพื่อนเพื่อจะบอกว่าเธอยังไหวอยู่ กุลสตรีหน้าแดงเธอปล่อยแขนนิภาเบาๆ นิภารีบวิ่งออกมาจากอาคารก่อนจะมายังโรงจอดโรถ เธอจูงรถมอเตอร์ไซเก่าๆ ของตัวเองออกไป
    "หวัสดีค่ะลุง..." นิภาจูงรถแล้วเดินตรงมาที่ประตู ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ลุงยามที่นั่งอยู่ในป้อมหน้าประตูทางเข้า โรงเรียนของเธอมีกฏว่าห้ามขับรถในโรงเรียนจะเข้าจะออกก็ต้องจูงเอา
    "ตรงเวลาเหมือนเคยเลยนะ " ลุงยามแซวพร้อมกับส่งยิ้มให้เธอ เธอยิ้มแห้งๆ กลับมาให้เขาก่อนที่เขาจะเปิดประตูออกให้
    ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว เธอได้ทำเรื่องขอออกนอกโรงเรียนก่อนเวลาเลิกเรียนจริง ตอนแรกพวกอาจารย์ก็ไม่เห็นด้วยแต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างของทางบ้านทำให้พวกเขาต้องยอมยกเว้นให้เป็นกรณี พิเศษ
    นิภาขับรถเครื่องเก่าๆ ของตัวเองกลับมาที่บ้าน ก่อนจะรีบเตรียมอาหาร อาบน้ำและเปลี่ยนชุดเป็นกชนันท์ เธอขับรถออกจากบ้านเพื่อจะไปทำงาน
    นิภาใช้ชื่อและบัตรประจำตัวประชาชนของพี่เพื่อเข้าไปทำงาน พาร์ทไทม์เป็นเด็กล้างจานของคลับแห่งหนึ่งชั่วโมงละ 60 บาท เธอทำงานตั้งแต่ 19.00-01.00 น. วันจันทร์- วันศุกร์ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ก็จนกว่าคลับจะเลิกและเก็บของเสร็จ
    นิภาขับรถมาถึงก็เกือบเวลางานของเธอแล้ว เธอรีบเอาของไปเก็บก่อนจะเตรียมตัว การทำงานอยู่หลังร้านแบบนี้ถึงงานจะหนักแต่ก็ทำให้เธอไม่ต้องไปพบปะผู้คนมากนัก
    "นันท์ " เสียงของผู้จัดการดังขึ้นเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของชื่อหันกลับไปมอง เธอยังคงจดจ่อกับเรื่องของตัวเองอยู่ จนพี่มินนี่ต้องเดินมาแตะตัว นิภาควักไปมองด้วยท่าทางอึ้งๆ "คะ!?…"
    "วันนี้นันท์ไปช่วยพี่รับแขกที่ร้านหน่อยนะ " ผู้จัดการสั่นขึ้นเบาๆ เธอมองเขาด้วยท่าทางอึ้งๆ อย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่ผู้จัดการจะอธิบายต่อ
    "วันนี้น้ำกับฝ้ายโทรมาขอลาป่วย นันท์ก็น่าจะรู้ว่าวันหยุดแบบนี้คนแน่นแค่ไหน ลำพังคนแค่ที่เหลืออยู่ไม่น่าพอหรอก คิดว่าช่วยพี่หน่อยนะ แค่รับออเดอร์กับเสริฟอาหารเฉยๆ ไม่ต้องไปนั่งกับแขกก็ได้ เดียวพี่เพิ่มเงินให้ " พี่มินี่ ผู้จัดการคลับพูดพร้อมกับจับมือนิภาเอาไว้ทั้งสองข้าง
    นิภาอำอึ้งเธอไม่อยากไปหน้าร้าน เพราะกลัวว่าจะเจอกับคนรู้จักของพี่ และเธอไม่อยากที่จะให้ชื่อของกชนันท์ไปทำเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย แต่ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงดี “ครั้งเดียวนะคะพี่มินนี่ ”
    ชุดของพนักงานบริการของคลับค่อนข้างจะ…จนเธอรู้สึกประมาท นิภาหน้าเสียเมื่อเธอถูกแขกในร้านลานลาม เธอเกลียดอะไรแบบนี้แต่ก็ต้องทนและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    "ไม่เป็นไรเธอยังไหว..." นิภาบ่นกับตัวเองเบาๆ ในใจพร้อมกับยิ้มแห้งๆ แม้จะถูกแขนในร้านจับโน่นนี่ เธออยากทำงานที่ไม่ต้องทำแบบนี้แต่เพราะเธอยังเด็กเกินไป ทำให้ไม่สามารถไปทำงานที่ดีกว่านี้ได้
    "นันท์..." เสียงหวานของพี่พลอยเรียกสติของเธอ เธอหันกลับไปมองตามเสียงก่อนจะคลี่ยิ้มแห้งๆ ออกมา
    "ค่ะ..." รับออเดอร์สินะ นิภาพึมพำในใจ เธอรีบเดินไปยันโต๊ะที่พวกพี่พลอยนั่งอยู่ โต๊ะนั้นมีแขก 2 ท่านท่าทางการแต่งตัวดี
    เพราะชื่อที่หญิงสาวเรียกคือนันท์และเสียงของพนักงานบริการที่ขันรับก็เหมือนกันอย่างกับเป็นเธอคนนั้น ติณห์ เงยหน้าไปมองพนักงานบริการคนนนั้น ก่อนจะพึมพำเบาๆ อย่างตกใจ "กชนันท์!!…"
    นิภาสบตากับแขกที่นั่งอยู่ เธอรู้สึกเหมือนถูกคนๆ โกรธเพราะสายตาที่เกรี้ยวกราวยามที่เขามองมาที่เธอ ทำให้เธอกลัว
    นิภาเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ พี่พลอยพร้อมกับยิ้มหวานอย่างใส ก่อนจะหยิบสมุดโน๊ตเล่มเล็กขึ้นมาถือเอาไว้เตรียมจะจดรายการของที่พวกเขาต้องการ
    ติณณ์มองนิภาอย่างเหยียบๆ แต่นิภากลับจดจ่ออยู่กับการจดรายการอาหารตามความเข้าใจของตัวเองอย่างบรรจง เธอไม่รู้ว่าแต่ละอย่างที่พวกเขาสั่นนั้นมันคืออะไรด้วยซ้ำ
    กรี๊ดดด…นิภากรีดร้องเบาๆ ในใจพร้อมกับท่าทางตื่นๆ เมื่อมีมือของใครก็ไม่รู้จับที่ก้นของเธอ เธอรีบขยับออกติณห์จ้องมองนิ่งๆ อย่างไม่พอใจพร้อมกับกำหมัดแน่นเพื่อขมอารมณ์
    "งั้นขอทวนรายการนะค่ะ " นิภาพูดก่อนจะอ่านที่ตัวเองจดเอาไว้ "โอลด์แฟชั่น 2 แก้ว, Black Russian 1 แก้ว, Kamikaze 2...,บรา บรา…"
    “ติณณภพ อธิษฐ์โภคิน หรือติณห์ ” ติณห์บอกชื่อของตัวเองไปพร้อมกับยื่นมือออกไปตรงหน้าของนิภา…นิภาหน้าแดงเมื่อทุกอย่างตกอยู่ในภวังค์ เธอมองเขานิ่งๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างไร้เดียงสาเพราะทำอะไรไม่ถูก "ค่ะ..." เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะแน่ะนำตัวกับเธอทำไมสงสัยแขกบางคนคงจะเพี้ยๆ แบบนี้แหล่ะมั้ง..."นันท์..." ติณห์เปิดกระจกรถพร้อมๆ กับเรียกชื่อของเธอ ขณะที่นิภาเดินไปตามทางเท้าเพื่อจะไปยังที่จอดรถพร้อมกับอัมเพลงเบาๆ เป็นเพื่อนอย่างไม่สนใจ ความจริงเธอเป็นคนกลัวความมืดและที่แคบแต่หลังจากเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเธอก็ต้องชินชากับมัน
    ชิ... ติณณ์ชิปากอย่างหงุดหงิดเมื่อถูกเมิน เขาเดินลงมาจากรถแล้วเดินตรงมาหานิภาอย่างหัวเสีย "นันท์..." เขาเรียกเธออีกครั้งแต่ก็เหมือนเดิม มันยิ่งทวีความหงุดหงิดให้เขาเมื่อเธอยังคงไม่สนใจ
    ความจริงคือเธอไม่รู้ว่าถูกเรียกอยู่เพราะมันไม่ใช่ชื่อของเธอถึงนิภาจะพยายามทำตัวให้เป็นนันท์แต่เธอก็ไม่ใช่พี่เธอเผลอเวลาถูกเรียกชื่อที่ไม่ใช่ชื่อของตัวเอง
    นิภายังคงเดินไปอย่างไม่สนใจ "กชนันท์ " ติณหากระแทกเสียงอย่างหงุดหงิดพร้อมกับกระชากแขนของเธอเอาไว้ นิภาเซมาตามแรงกระชากก่อนจะชนเข้ากับร่างของเขา เธอชะงักพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองมองติณห์นิ่ง "คุณ..."
    นิภาหยุดนึกสักพักก่อนจะพึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอจะให้ใครอีกคนได้ยิน… “คุณ ติณณภพ อธิษฐ์โภคิน ”
    ท่าทางของเธอที่ทำเหมือนไม่รู้จักเขานั่นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดบวกกับที่เขาดื่นไปค่อยข้างเยอะทำให้ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้
    แรงบีบที่แขนของนิภาเพิ่มความรุนแรงจนเธอรู้สึกเจ็บ "ปลอยนะ นิ..." เธอพูดยังไม่ทันจะจบ เขาก็ตะคอกเธอทันทีอย่างหัวเสีย
    "หยุดแสแสร้งได้แล้วกชนันท์ " นิภาชะงักอย่างตกใจ ใช่ตอนนี้เธอไม่ใช่กชนิภา แต่ตอนนี้เธอคือกชนันท์ต่างหาก
    "เจ็บ… " เธอพูดพร้อมกับแกะมือของเขาที่บีบแขนเธอออกก่อนจะชะงักงัน "เดี๋ยวนะเธอยังไม่ได้แนะนำตัวเลยไม่ใช่หรอแล้วเขารู้จักชื่อกชนันท์ได้ยังไง หรือว่าจะเป็นคนรู้จักของพี่ แบบนี้ต้องแย่แน่ๆ ถ้ามีคนรู้ว่าเธออายุยังไม่ถึง 18 ปี " นิภาพึมพำพร้อมกับพยายามยื้อตัวเองเอาไว้ เพราะถูกอีกคนลากให้เดินตามเขาไป
    "คุณเป็นใคร?..." นิภาถามออกไปอย่างสงสัย ทำยังไงดีความคงไม่แตกใช่มั้ย ถ้าเธอตกงานมันจะเป็นปัญหาใหญ่เลยนะ "เธอไม่น่าออกไปหน้าร้านเลย…"
    อีกครั้งที่คำถามที่ไร้เดียงสาของเธอไปกระตุกความหงุดหงิดของเขาให้ปะทุและทวีความรุนแรงขึ้น เขาหันมาตวักเธออย่างหัวเสียพร้อมๆ กับมืออีกข้างที่เสยผมตัวเองขึ้นอย่างหงุดหงิด
    "หุบปาก…แสร้งทำเป็นใสสื่อเพื่อโก่งราคาหรอก เก่งนี่ ได้มาเท่าไรแล้วแหล่ะ ”เสียงทุ่มๆ ดังขึ้นอย่างเกรียวกราว
    เพียะ!!เสียงดังสนั่นที่กลบความเงียบสงบของราตรีกาล เงาของทั้งสองร่างจ้องกันอย่างโกรธเคือง “อยากมาดูถูกกันนะ”
    หึหึ…ติณห์หัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับหันหลังให้เธอขณะที่มือก็ยังคงจับแขนของเธอเอาไว้แน่น
    “ไม่นะ……. ปล่อยฉันนะ...คุณจะทำอะไร!? ” นิภาเริ่มหน้าเสียเมื่อเธอถูกติณห์ลากให้เดินตามเขาไปอย่างไม่สนใจ มือของเขาบีบแขนเธอแน่นจนร้าว แม้เธอจะพยายามยื้อตัวเองเอาไว้แค่ไหนแต่ก็ยังคงโดนลากให้เดินตามเขาไปอยู่ดี
    "ปล่อยแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ " ติณห์พึมพำอย่างเหี้ยม เขาเปิดประตูรถของตัวเองพร้อมๆ กับยัดตัวเธอเข้าไปข้างในความโมโหก ประตูรถปิดลง นิภาขยิบหนีเธอแต่ก็ถูกล็อกตรึงเอาไว้เพราะความแคบของรถ
    ร่างของเธอถูกกดลงแนบกับบอดด้วยน้ำหนักของอีกฝ่าย ร่างกายของเธอสั่นเครือด้วยความกลัว ศิลปะป้องกันตัวที่เธอภูมิใจนักหนาหายวับไปกับตา ก่อนที่ริมฝีปากหนาที่อุ่นร้อนของเขาบดขยี้ลงบนริมฝีปากของเธออย่างหนักหน่วงและรุนแรง มือหนาก็กดท้ายทอยของเธอเข้ามาหาจนเธอหายใจไม่ออก ขณะที่อีกข้างก็ลูบไล้ร่างกายของเธออย่างหือกระหาย
    นิภาหวาดกลัวจนตัวสั่น เธอพยายามขัดขืนพร้อมๆ กับดันเขาออก ก่อนจะกัดเข้าไปที่ริมฝีปากของเขาจนได้กลิ่นคาว เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและเกรียวกราว อารมณ์เหมือนไฟที่กำลังลุกโชนพร้อมจะเผาทำทายทุกอย่าง ยิ่งท่าทางของนิภาที่ขัดขืนอย่างไร้เดียงสายิ่งทำให้เขาเกลียดและอยากทำลายเธอ
    “อ๊าย……” นิภากรีดร้องเสียงดังด้วยความหวาดกลัว มือที่พยายามดันเขาออกจับแขนเขาแน่น เล็บจิกลึกลงไปบนแขนนั่นด้วยความทรมาน เธอกัดปากของตัวเองแน่นจนเลือดสาด เขาบดเบียดเข้าไปในร่างกายของเธออย่างไม่ปราณี
    “อย่า...เจ็บ...” ความทรมานแล่นเข้ามาในร่างกายจนเธอทนแทบไม่ไหว ลมหายใจติดขัดเพราะพยายามขมความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ได้รับ กลิ่งคาวเลือดฟุ้งไปทั่วรถพร้อมกับความรู้สึกแสบจากการฉีกขาดของเนื้อ หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นพร้อมกับคำถาม "ทำไม..." น้ำตาแห่งความขมขื่นไหลออกมาไม่หยุด หัวใจของเธอแตกสลาย…

    นิยายแนะนำ