TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 73 วิถีกำเนิดพิษ

    ตอนที่ 73 วิถีกำเนิดพิษ


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****





    สิ่งที่ทำให้เฟิร์สดีใจไม่ใช่แค่การขุดค้นทักษะขึ้นมาได้


    แต่ทักษะที่เขาขุดค้นได้นั่นก็คือทักษะติดตัว “วิถีกำเนิดพิษ” 


    ประโยชน์ของวิถีกำเนิดพิษไม่ใช่แค่สถานะต้านพิษเท่านั้น แต่เขายังสามารถดูดกลืนพิษเพื่อนำมาเสริมเป็นพลังเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งพลังที่เพิ่มขึ้นนี้สามารถส่งเสริมได้ทั้งพลังบ่มเพาะหรือใช้ฟื้นฟูร่างกาย


    ยิ่งเป็นพิษที่รุนแรงมากเท่าไหร่ พลังที่ได้รับก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น


    วิถีกำเนิดพิษนี้เขาได้ขุดค้นมาจากวิถีชี้แนะที่อยู่ในมณีทักษะ ต้องรู้ไว้ว่าทักษะต้านพิษที่มณีทักษะให้มา มันเป็นแค่ชายขอบของวิถีแห่งพิษเท่านั้น 


    เพราะเฟิร์สไม่พอใจที่จะได้รับแค่ทักษะต้านพิษ เขาจึงขุดค้นวิถีด้วยตนเอง


    เนื่องจากวิถีชี้แนะนี้มีต้นกำเนิดมาจากกฎเกณฑ์อันยิ่งใหญ่ ทะเลอักขระที่อยู่ในวิถีมีการชี้แนะมากมาย แต่เพราะความมากมายเหล่านี้จึงเหมือนเป็นความรู้ที่สะเปะสะปะ ไม่สามารถจับหาแก่นสารได้ มีเพียงแต่ทักษะต้านพิษที่มอบให้เท่านั้นที่พอจะเป็นรูปเป็นร่างได้


    และอีกหนึ่งในนั้นก็คือวิถีกำเนิดพิษ ความสามารถที่นางพญาเคยใช้กับร่างกายของมัน นั่นคือการดูดกลืนพิษรอบกายให้กลายมาเป็นพลังของมันเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ได้รับความเสียหาย


    วิถีแห่งพิษนั้นเป็นศาสตร์ความรู้ที่กว้างใหญ่ไพรศาล หากไม่ได้รู้แจ้งด้วยตนเองหรือผู้อื่นจงใจมอบให้ก็ยากที่จะได้รับ เหมือนดังทะเลอักขระชี้แนะแห่งนั้น


    แต่ด้วยความที่มณีทักษะชิ้นนี้เกิดจากนางพญาตัวนั้น 


    ความสามารถในการกำเนิดพิษของมันจึงพอจะหลงเหลืออยู่ ทำให้เฟิร์สสามารถขุดค้นได้สำเร็จ


    เพราะเหตุนี้เขาจึงได้รับวิถีกำเนิดพิษซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีพิษมา


    หากเฟิร์สอยู่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร วิถีนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเต๋าแห่งพิษก็ว่าได้


    ทันทีที่เฟิร์สได้รับวิถีกำเนิดพิษมา มณีทักษะในมือก็แตกสลายจางหายไปเป็นความว่างเปล่าทันที มันไม่หลงเหลือไว้แม้แต่เศษผง ราวกับว่ามันคือสสารที่ก่อขึ้นจากกฎเกณฑ์อย่างหนึ่งขึ้นมาเท่านั้น


    “น่าเสียดาย” เฟิร์สมีสีหน้าสลดเล็กน้อยเมื่อมณีทักษะสลายหายไป


    เขายังติดใจกับทะเลอักขระชี้แนะที่เขาได้รับรู้ แม้ว่ามันจะเป็นศาสตร์แห่งพิษก็ตาม 


    “นี่หมายความว่าฉันจะได้รับเพียงทักษะเดียวต่อหนึ่งมณีเท่านั้น เหมือนว่าการขุดค้นนี้จะมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน หากฉันไปเผลอขุดค้นทักษะที่ไร้ประโยชน์ ฉันอาจจะได้รับมันมาแทนทักษะเดิมที่ดีกว่าก็ได้”


    โลกนี้ไม่ได้มีที่ว่างให้ผู้ที่โลภมากขนาดนั้น


    หากมณีทักษะยังคงอยู่ไม่หายไป ไม่แน่ว่าเฟิร์สอาจจะจมจ่อมและขุดค้นจนกลายเป็นผู้สำเร็จวิถีแห่งพิษก็เป็นได้


    สำหรับผู้สำเร็จวิถีพวกเขาก็จะสามารถควบคุมกฎเกณฑ์ นั่นหมายถึงระดับสิ่งมีชีวิตของเขาจะถูกยกขึ้นในขอบเขตใหม่


    ต้องรู้ไว้ว่าสิ่งมีชีวิตกึ่งเทพหรือกึ่งเซียนเท่านั้นที่สามารถเริ่มใช้กฎเกณฑ์ของโลกได้


    “มณีทักษะช่างเป็นสิ่งที่น่าสนใจจริงๆ โชคดีที่ฉันยังมีมณีทักษะอีกหนึ่งก้อน เห็นทีว่าฉันจะไม่ได้ขายมันออกไปแล้ว แม้มันจะเป็นทักษะโจมตี แต่ฉันสามารถขุดค้นหาทักษะใหม่ๆ ข้างในนั้นได้ และมันอาจเป็นทักษะที่เยี่ยมยอดมากกว่านั้น” เฟิร์สกล่าวอย่างยิ้มๆ


    การขุดค้นทักษะจากอัญมณีนั้นเหมือนกับการเสี่ยงโชค 


    มณีทักษะแต่ละก้อนล้วนมีมูลค่าที่ไม่ธรรมดาและหาได้ยาก แต่เขากลับมีความคิดว่ามันเหมือนล็อตเตอรี่ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ ว่าเขาจะใช้เงินที่หามาได้กับการเสี่ยงโชคเช่นนี้


    ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เฟิร์สคิดจริงๆ


    เขามีความคิดที่จะใช้เงินเก็บของเขาไปประมูลมณีทักษะมาเพื่อขุดค้น เพราะหากบรรลุขอบเขตดาราแดง เขาก็ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องเงินทองอีกต่อไปแล้ว


    “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ขอฉันลองวิถีกำเนิดพิษเสียหน่อยเถอะ”


    ทันใดนั้นเฟิร์สก็เริ่มโคจรพลังวิถีกำเนิดพิษ 


    ภายในห้องแห่งนี้มีมอนสเตอร์มีพิษมากมาย และพิษที่นางพญาดูดกลืนไม่หมดยังคงหลงเหลืออยู่


    ตอนนั้นเองพิษเหล่านั้นพลันกลายเป็นหมอกสีเขียว 


    เฟิร์สสามารถบังคับพวกมันด้วยความคิดให้ลอยเข้าหาตนเอง


    “เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน! ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ?” ดวงตาของเฟิร์สพลันเป็นประกายขึ้นมา


    หากเขาสามารถควบคุมหมอกพิษสีเขียวได้แบบนี้


    “ถ้าอย่างนั้นฉันก็สามารถใช้มันเป็นการโจมตีได้ด้วยสิ”


    เฟิร์สทดลองสะบัดมืออันขาวเนียนของตนเองออกไป หมอกพิษกลุ่มหนึ่งพลันพุ่งไปยังทิศทางที่เขานึกคิดปะทะเข้ากับหินก้อนใหญ่เข้าอย่างจัง


    ปัง!


    หมอกพิษนั้นมีอำนาจกัดกร่อนที่ร้ายแรงมาก หินใหญ่ก้อนนั้นถึงกับถูกหลอมละลายไปในทันที


    “พิษนี่ร้ายกาจมาก” เฟิร์สกล่าวชื่นชมพิษของมอนสเตอร์อบิสสีขาวระดับกลาง


    เขาทดลองควบคุมหมอกพิษไปได้ซักระยะหนึ่งก็พบว่าพิษนั้นค่อยๆ ระเหยจางหายและมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ


    “เมื่อกลายเป็นหมอกพิษแล้วมันจะอยู่ไม่ได้นานอย่างนั้นหรอ?”


    เฟิร์สกล่าวอย่างเสียดาย เขาคิดว่าจะพกหมอกพิษเหล่านี้ติดตัวไปยังอบิสต่างๆ ได้ แต่ความคิดนั้นก็ถูกดับฝันไปในทันที


    ตอนนี้เขารู้สึกถึงความผิดพลาดแล้วเพราะตนเองได้หลอมร่างกายของนางพญาและราชาให้กลายเป็นหมอกพิษไปหมดแล้ว เพราะร่างของมอนสเตอร์เหล่านี้ก็คือพิษเช่นเดียวกัน


    เมื่อทั้งหมดกลายเป็นหมอกพิษไปแล้ว เฟิร์สก็ได้แต่ดูดกลืนพวกมันเข้าไปอย่างเสียดาย


    วูบ!


    หมอกพิษขนาดใหญ่พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเฟิร์สอย่างหมดเกลี้ยง


    ตอนนั้นเองเฟิร์สก็สัมผัสได้ว่าหมอกพิษเหล่านั้นได้กลายมาเป็นพลังส่วนหนึ่งของเขา มันถูกหลอมแปรจนกลายเป็นพลังสปีริตและพุ่งเข้าสู่สัญลักษณ์ดารา


    “หืม ...​ มันกำลังเพิ่มการบ่มเพาะให้ฉันอย่างนั้นหรือ?”


    หากเป็นคนอื่น พวกเขาอาจจะดีใจกับเหตุการณ์นี้ แต่สำหรับเฟิร์สในตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่ยินดีเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาต้องการชะลอการบ่มเพาะเพื่อฝึกฝนการจารึกกระบี่ชีพจรอีก


    การที่ขั้นพลังรุดขึ้นเร็วเกินไป เขาอาจจะเสียทรัพยากรบ่มเพาะไปโดยไร้ประโยชน์


    “ถ้ามันสามารถเพิ่มการบ่มเพาะของฉันได้ ถ้างั้นจะลองใช้มันในการทะลวงจุดชีพจรดู!”


    เฟิร์สทำการควบคุมพลังพิษภายในร่างกายให้ไหลมารวมกันที่ปลายนิ้ว 


    เขาใช้ความรู้สึกในการทะลวงจุดชีพจรเป็นหลักตั้งต้นจากนั้นก็ทดลองใช้พลังพิษทะลวงจุดชีพจรบนปลายนิ้วดู


    ท่าทางของเขาในตอนนี้นั้นดูลำบากเป็นอย่างมาก


    การทะลวงจุดชีพจรยุทธ์ไม่ใช่อะไรที่จะสามารถทำได้ง่ายๆ


    เวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่


    ในที่สุดความพยายามของเขาก็ไม่ไร้ผล 


    ฟู่ ...


    ปลายนิ้วก้อยข้างขวาของเฟิร์สพลันกลายเป็นสีเขียวและมีกลิ่นอายของพิษที่เข้มข้นกระจายออกมา จากนั้นพิษเหล่านั้นก็หมุนวนแล้วหายเข้าไปในนิ้วก้อยนั้นราวกับเป็นบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง 


    สภาพผิวของเฟิร์สค่อยๆ กลับมาเป็นเหมือนเดิม


    เมื่อเขาลืมตาก็พบว่าชีพจรยุทธ์บนนิ้วก้อยของเขาได้ถูกเปิดออกแล้ว


    มันคือจุดชีพจรพิษของเขา


    ดวงตาของเฟิร์สกระพริบวาบ เขาค่อยๆ ยกแขนขวาขึ้นแล้วยื่นนิ้วก้อยออกไปด้านหน้า


    พลังสีเขียวพลันปรากฏออกมา มันหมุนเกลียวและก่อร่างเป็นกระบี่สีเขียวเล่มหนึ่งที่แผ่กลิ่นอายของพิษร้ายพุ่งออกไป


    ตูม!


    ผนังศิลาด้านหน้าระเบิดและหลอมละลายด้วยพลังของพิษ


    “เปิดจุดชีพจรได้อีกจุดหนึ่งแล้ว” เฟิร์สกล่าวออกมาอย่างมีรอยยิ้ม เขารู้สึกยินดีกับความสำเร็จนี้เป็นอย่างมาก


    นอกจากชีพจรยุทธ์อีกจุดหนึ่งจะถูกเปิดออกมา แต่มันยังเป็นจุดชีพจรยุทธ์ที่สามารถทำให้เขาใช้พลังพิษได้อีกด้วย


    ต่อไปนี้นอกจากที่เขาจะไม่ต้องเกรงกลัวต่อพิษใดๆ แล้ว เขายังสามารถโจมตีด้วยพิษได้อีกด้วย


    “เมื่อรวมกับสามจุดที่ทะลวงได้ก่อนหน้านี้แล้ว นี่ก็เป็นจุดชีพจรที่สี่ที่ฉันสามารถทะลวงได้ ยิ่งเปิดจุดชีพจรได้มากขึ้นเท่าไหร่ ความยากของการเปิดจุดชีพจรครั้งต่อไปก็จะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น เมื่อรวมจุดชีพจรยุทธ์ทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ฉันก็สามารถเปิดสิบเก้าจุดชีพจรได้เรียบร้อยแล้ว”


    หนทางที่จะมุ่งไปสู่กายากระบี่ขั้นสองนั้นยังห่างไกล การเปิดจุดชีพจรทั้งหกสิบสี่จุดนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยแม้แต่น้อย


    แต่ถึงอย่างนั้นเฟิร์สก็พึ่งเริ่มทำการเปิดจุดชีพจรได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น ก็ประสบความสำเร็จมาถึงจุดนี้แล้ว


    นี่นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี


    แต่ในตอนนั้นเองกำไลบนข้อมือของเขาก็มีเสียงดังเตือนขึ้น


    เมื่อเด็กหนุ่มเหลือบมองมัน ก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนข้อความหนึ่ง


    แม้ภายในอบิสจะตัดขาดจากเน็ตเวิร์ก แต่กำไลก็สามารถใช้งานในส่วนของมันได้ที่ไม่เชื่อมต่อกับภายนอก


    “สุขสันต์วันเกิด”


    เฟิร์สหรี่ดวงตาแคบลงในทันที เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับวันที่เขาอายุได้สิบเจ็ดปี แต่เป็นเพราะว่าเขาได้อยู่ภายในอบิสแห่งนี้มามากกว่าสิบวันแล้ว


    “ดูเหมือนว่าฉันต้องรีบกลับไปข้างนอกแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน