“ ร่างกายของเจ้าตอนนี้เป็นพวก มนุษย์ครึ่งเทพ เจ้าจะไม่อายุสั้นเหมือนข้า อีกอย่างเจ้ามีและข้าไม่มี นั่นคือ เจ้าช่วยสรรพชีวิตของผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาคน หรือ ช่วยปกป้องอาณาจักรปัจจิม ไม่ให้ถูกทำลายล้างจาก กองทัพฮาน นั่นคือสิ่งที่จะช่วยให้เจ้ามีอายุยืนยาว ไม่ถูกสวรรค์ลงโทษเหมือนกับข้า”
“ ข้าออกศึก ฆ่าคนนับล้าน สวรรค์คงไม่เมตตาข้ากระมัง”
“ เจ้าฆ่า เพื่อสันติสุข เพื่อคนอีกหลายล้านคนจะได้รอดชีวิต สวรรค์ไม่ได้โง่เขลา
หรือคิดแบบมนุษย์ทั่วๆไป”
“ แล้วข้าจะได้อะไร จากการเป็นศิษย์ของท่าน”
ราเชนเริ่มสนใจ แต่การจะให้เขากราบเป็นศิษย์นั้น ต้องชั่งน้ำหนักดูก่อน
“ เจ้านี่ช่างโลภมากจริงๆ มีคนมากมายอยากเป็นศิษย์ของข้า แต่ข้าไม่รับใครสักคน แม้แต่หรูอี้ ข้ายังไม่ให้นางเรียนเลย แต่เจ้านี่กลับกล้าต่อรองกับข้า”
“ ท่านราชครูฟ้า ท่านมีเวลาแค่เจ็ดวันเท่านั้นนะ ข้ากราบท่านเป็นอาจารย์ข้าต้องเสี่ยงต่ออายุที่จะสั้นลง แล้วยังต้องรับภารกิจที่ท่านจะมอบให้ข้าอีกใช่หรือไม่”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ สิ่งที่เจ้าจะได้ คือความรู้ทั้งหมดของข้า และ ของมีค่าทั้งหมดของข้า ในหอฟ้าเทียนถาน พอใจไหม?”
“ อืม ก็คุ้มอยู่นะ ของในนี้ดูมีราคาหลายอย่าง แต่ว่า ท่านพอมีทองคำบ้างหรือไม่”
“ ก็พอมีกำไรจาก หอคอยชมฟ้าอยู่บ้าง แต่ข้าไม่เคยรู้ หรูอี้น่าจะรู้ดี”
“ ท่านจะให้หอคอยชมฟ้ากับข้าด้วย?”
“ ใช่ซิ ทรัพย์สมบัติของข้าทั้งหมด ต้องมอบให้กับเจ้าอยู่แล้ว”
“ แล้วแม่นางฟางหรูอี้ จะยอมรึ?”
“ ไม่ยอมได้ยังไง ของภรรยาก็ย่อมเป็นของสามีอยู่แล้ว”
ราเชนพยักหน้าเข้าใจ แต่พอนึกขึ้นได้ ก็ร้องออกมาว่า
“ เดี๋ยว นี่ท่านจะให้ข้ากับแม่นางฟางหรูอี้...”
“ ใช่ นั่นคือ คำขอร้องหนึ่งเดียวของข้า ช่วยดูแลฟางหรูอี้แทนข้าด้วย หลังจากข้าตายไปแล้ว”
ราเชนคราวนี้อึ้งไปถนัดใจ ความจริงแม่นางฟางหรูอี้ ก็จัดว่าเป็นสาวงามคนหนึ่ง
เขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ กลัวว่า หากมีผู้คนล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา จะทำให้ฟางหรูอี้เดือดร้อนไปด้วย
“ เจ้าไม่ต้องห่วงว่าหรูอี้จะเดือดร้อนไปกับสถานะจอมมารโลหิตของเจ้า นางเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน”
“ แม่นางฟาง จะยอมเหรอ?”
“ ลูกสาวข้ามีเหตุผล และเชื่อฟังข้าเสมอ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าด้วย เจ้าต้องทำให้หรูอี้เห็น ว่าเจ้าคู่ควรกับนางหรือไม่”
ราเชนถึงกับเป่าปากออกมา เพิ่งพบกันครั้งแรกจะให้แต่งงานกันเลย มันก็ลำบากใจกันจริงๆ อีกทั้งเขาตอนนี้ก็มี ซุนจื่ออี เป็นภรรยาแล้วด้วย ไม่รู้จะพูดกับนางอย่างไร
“ แต่ว่า ข้าแต่งงานแล้ว นางอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
“ ข้ารู้ เจ้าไม่มีเพียงแค่นาง แต่จะมีมากกว่านั้น หวังว่าเจ้าจะทำให้ภรรยาของเจ้าทุกคน มีความสุข”
“ ไหนบอกว่า ท่านไม่สามารถทำนายอนาคตของข้าได้ ทำไมตอนนี้ถึงได้บอกว่า ข้าจะมีภรรยาอีกหลายคน”
“ เรื่องนี้ไม่ต้องทำนาย แค่มองดวงตาของเจ้า ข้าก็รู้แล้ว”
ราเชนไม่รู้จะตอบอะไร จึงคุกเข่ากับพื้นแล้วกล่าวว่า
“ ศิษย์หยางเฟยหลง คำนับท่านอาจารย์”
“ ลุกขึ้น ตอนนี้เจ้าตามข้ามา”
ราเชนถูกพาขึ้นไปบนชั้นสอง ซึ่งเป็นบันได เหล็ก ซึ่งเขาอดแปลกใจไม่ได้ว่า ยุคสมัยนี้สามารถใช้เหล็กมาหลอมเพื่อทำบันไดแล้วหรือ แต่ว่าเขาไม่อยากถามอะไรมากในตอนนี้ พอก้าวขึ้นมาชั้นสอง ก็พบกับเก้าอี้โลหะขนาดใหญ่วางอยู่ตรงกลางห้อง
“ นี่คือห้องควบคุมหอฟ้าเทียนถาน ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก วิญญาณหอฟ้าเทียนถาน นางชื่อเฟยเตี๋ย”
ราเชนถึงกับตกใจ เพราะคำว่าเฟยเตี๋ย ในโลกของเขาแปลว่า จานบิน
“ สวัสดีคุณชายหยาง ข้าคือเฟยเตี๋ย มีอะไรให้รับใช้ได้โปรดสั่งมาได้เลย”
“ โอ้ ทันสมัยดีแท้ ขอบะหมี่สักชามได้ไหม เฟยเตี๋ย”
“ เรื่องนี้ คุณชายต้องเดินไปที่ห้องครัวเอาเอง ข้าไม่อาจทำได้”
“ ฮ่า ฮ่า ข้าแค่ล้อเล่น” ราเชนถึงกับอึ้งที่วิญญาณหอฟ้าเทียนถานนี้โต้ตอบได้”
“ นี่คือเก้าอี้ควบคุม เมื่อเจ้าเข้าไปนั่ง มันจะอธิบายถึงกลไกต่างๆ ของหอสักการะฟ้าเทียนถาน ต่อจากนั้น เฟยเตี๋ยจะส่งข้อมูลความรู้ของข้าที่มีมาทั้งหมดให้กับเจ้า”
“ ง่ายดายขนาดนั้นเลย?”
“ หากเป็นผู้อื่น เรื่องแบบนี้ไม่มีใครทำได้อย่างแน่นอน ไปกันต่อที่ชั้นสาม
พอราเชนขึ้นไปชั้นสาม กลับพบว่าเป็นชั้นที่เล็กกว่าชั้นที่สอง มีหนังสือตำราเรียงรายอยู่ริมผนังเป็นชั้นๆ เต็มไปหมด ที่สำคัญ ตรงกลางมีโครงกระดูกขนาดใหญ่นั่งอยู่บนเก้าอี้อยู่เก้าตัว โครงกระดูกทั้งเก้ามีกระโหลกยาวใสเหมือนกับแก้ว คล้ายกับพวกมนุษย์ต่างดาว
“ นี่คือห้องบรรพบุรุษ หากว่าเจ้าจะศึกษาหอฟ้าเทียนถานจนถ่องแท้แล้ว ก็เข้ามารับความรู้จากบรรพบุรุษทั้งเก้า จำเอาไว้ เจ้ามีเวลานั่งเรียนรู้แค่วันละ 1 ชั่วยามเท่านั้น มิเช่นนั้น หัวของเจ้าอาจจะระเบิดตายได้ เพาะบรรพบุรุษทั้งเก้า หาใช่เป็นอย่างพวกเราไม่ ท่านมีความรู้มากมายมหาศาล ตัวข้าเองยังเรียนรู้ได้แค่ไม่ถึง 1 ส่วนของพวกท่านเลย”
ราเชนพอรู้ก็ถึงกับอึ้งไป นี่แค่ไม่ถึง1ส่วน กลับทำให้ราชครูฟ้า กลายเป็น ปราชญ์ผู้หยั่งรู้ หากเรียนรู้ถึง สามส่วน จะกลายเป็นเทพเจ้าเลยไหม?
“ ไม่ทราบว่า ห้องนี้ใช่ไหมที่มี แบบแปลนในการก่อสร้างหอคอยชมฟ้า”
“ มีอยู่ทางด้านโน้น เจ้าสนใจสิ่งปลูกสร้างแบบนั้นด้วยรึ?”
ราเชนพยักหน้า แต่ความจริงแล้ว เขาอยากจะนำกลไกการสร้างเฟืองทดมาสร้างอาวุธมหาประลัยมากกว่า
“ ตอนนี้ข้าต้องไปพบกับ จักรพรรดิจางมู่เฉิน คุยเรื่องของกองทัพฮานก่อน เดี๋ยวข้ากลับมาเราค่อยคุยกันต่อ ตอนนี้เจ้าไปที่ชั้นสอง นั่งเก้าอี้ควบคุม ศึกษารายละเอียดของหอฟ้าเทียนถาน ข้าจะให้ เฟยเตี๋ย สอนสิ่งต่าง ให้เจ้า”
“ เดี๋ยวก่อน ในเมื่อตอนนี้ พบว่า มีการเดินทัพของกองทัพฮาน ดังนั้น ฝ่าบาทและแม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ ต้องคืนของให้กับข้าทั้งหมด ใช่หรือไม่”
“ เรื่องนี้ เจ้าพูดคุยกันเอาเอง แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่มีเหตุผล ท่านคงไม่เอาของที่ไม่ใช่ของตัวเองอย่างแน่นอน”
ราเชนลงมาที่ชั้นสอง แล้วก็นั่งเก้าอี้ควบคุม พอเขานั่งลงบนเก้าอี้ ก็มีสายใยบางๆ ค่อยๆ งอกมาจากเก้าอี้ มันค่อยๆ ปกคลุมร่างของเขาอย่างช้าๆ ไม่นาน เก้าอี้ก็กลายเป็นไหมสีขาวคลุมร่างของราเชนจนมิด
“ ไม่ต้องกังวล ข้อมูลการทำงานของหอฟ้าเทียนถานทั้งหมด จะทยอยเข้าสู่สมองของคุณชายอย่างช้าๆ ไม่ต้องเกร็ง ปล่อยตัวตามสบาย”
ราเชนตั้งสมาธิตามปกติ ข้อมูล ความลับของหอฟ้าเทียนถาน ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในสมองของเขา โดยที่ภาพแรกที่ปรากฏออกมาคือการก่อสร้างของหอฟ้าเทียนถาน
ซึ่งมีแบบแปลนโครงสร้างของทั้งหมดของหอฟ้าเทียนถาน แล้วก็มีเริ่มมีการก่อสร้างโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน มันถูกสร้างโดยสิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีร่างกายคล้ายกับ บรรพบุรุษ ใบหน้าก็หาใช่มนุษย์ไม่ การก่อสร้างนั้นหาใช่เป็นการตอกตะปู หรือ ใช้เครื่องเชื่อมโลหะไม่ แต่ว่า มันเป็นการหล่อหลอม ด้วยวัสดุที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน และการทำให้มันเคลื่อนไหว หรือ ประกอบร่างมันขึ้นมา ล้วนทำด้วยพลังจิต ทั้งนั้น และที่สำคัญ มีวิญญาณที่อยู่ในกล่องสีขาว นำมาหลอมรวมเข้ากับ หอฟ้าเทียนถานแห่งนี้ด้วย คงจะเป็นวิญญาณของเฟยเตี๋ย
หลังจากนั้น ก็มีการประกอบเข้าด้วยกัน โดยที่มีโลหะชนิดหนึ่ง ซึ่งมันลอยได้
ประกบติดอยู่กับ ตามโครงสร้างของ หอฟ้าเทียนถาน แถมยังมีศิลามิติ ศิลาความรู้ ศิลาอาวุธ ศิลาพลังงาน
ราเชนไม่รู้เวลาเนิ่นผ่านไปนานเท่าใด พอเขาลืมตาตื่นขึ้น เสียงของเฟยเตี๋ย ก็เอ่ยออกมาว่า
“ คุณชายสามารถรับรู้แบบแปลนโครงสร้าง ของหอฟ้าเทียนถานได้ทั้งหมดแล้ว ทั้งๆ ที่ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วยามเท่านั้น นายท่านฟาง ยังต้องใช้เวลาเรียนรู้ เกือบ 3 ปี”
ราเชนพยักหน้า ไม่ได้ยินดีอะไร
“ หอฟ้าเทียนถาน บินได้?”
ราเชนเอ่ยออกมาอย่างสงสัย
“ ใช่แล้ว”
ราเชนรู้ว่า การบินนั้นต้องใช้ หินพลังงานที่อยู่ในหอฟ้าเทียนถานแห่งนี้ แต่ที่แปลกใจก็คือ คนที่สร้างเป็นมนุษย์ต่างดาว แล้วเหตุไฉนมันตกมาเป็นของ ราชครูฟ้าได้
“ บรรพบุรุษเหล่านั้น สร้างหอฟ้าเทียถานเอาไว้ แล้วทำไมมันกลับตกทอดสู่ ราชครูฟ้าได้”
“ ท่านราชครูฟ้า เป็นทายาทคนสุดท้ายของ บรรพบุรุษ” เฟยเตี๋ยตอบ
ราเชนสงสัยทำไมรูปร่างของราชครูฟ้า ดูเหมือนมนุษย์ แต่พอคิดถึงแม่นางฟางหรูอี้ ก็ตกใจถามเฟยเตี๋ยต่อทันที
“ แล้ว แม่นางฟางหรูอี้เล่า”
“ คุณหนูฟาง เป็นเพียงบุตรีบุญธรรมเท่านั้น”
“ มิน่าล่ะ แม่นางฟางหรูอี้ ถึงหน้าไม่เหมือนราชครูฟ้า ขืนนางมีหูยาวเหมือนกัน คงต้องถูกล้อว่า เป็นคนประหลาดแน่ๆ” ราเชนถึงกับโล่งอก คิดว่า ฟางหรูอี้จะมีเชื้อสายต่างดาวด้วย ตอนนี้ราเชนมายืนอยู่บนพื้นที่มีลักษณะสีขาว อยู่ไม่ห่างจากเก้าอี้ควบคุมรู้นัก
“ ตรงนี้คือ เครื่องเคลื่อนย้ายใช่ไหม” ราเชนพบว่า ในหอฟ้าเทียนถานยังมีเครื่องเคลื่อนวาร์ป สามารถพาตัวเองไปส่งตามพิกัดที่ต้องการได้อีกด้วย
“ ใช่ ตรงนี้คือเครื่องย้ายมวลสาร สามารถพาคุณชายไปส่งได้ซึ่งระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตรเท่านั้น แต่หากจะพาคุณชายกลับมาที่ ท่านต้องมีหยกเคลื่อนย้ายติดตัวไปด้วย”
ราเชนพยักหน้า เขารู้วิธีใช้ และเดินไปหยิบ หยกเคลื่อนย้าย ที่มีอยู่สิบชิ้น ในที่ชั้นเก็บของ
“ คุณชายหยาง สามารถนำติดตัวไปกี่ชิ้นก็ได้”
“ ข้าเอาติดตัวไว้ สองชิ้นก็พอ ข้าจะขึ้นไปรับพลังความรู้จาก ท่านบรรพบุรุษต่อเลยได้ไหม”
“ ได้เลย แต่ครั้งแรก คุณชายไม่ควรรับความรู้เกินกว่า 1 ชั่วยาม นี่คือคำเตือนของนายท่านฟาง”
“ ไม่มีปัญหา” ราเชนขึ้นมาชั้นที่ 3 แล้วไปยืนตรงกลางระหว่างโครงกระดูกบรรพบุรุษทั้งเก้า
“ ข้าพร้อมแล้ว”
ราเชนเอ่ย ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงสว่างวาบพุ่งออกมาจากหัวกระโหลกแก้วทั้งเก้า
เข้ามาที่สมองของเขา
ราเชนพอได้รับข้อมูลครั้งแรก ก็ถึงกับสะดุ้งพรวด เพราะความรู้เหล่านี้ เป็นความรู้ของโลกที่เขาจากมา ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มใช้ชีวิต การเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นวิธีปลูกพืช ล่าสัตว์ เลี้ยงสัตว์ การสร้างเขื่อนสร้างคลองชลประทาน ราเชนแม้นรับรู้มาบ้างแล้ว แต่ข้อมูลเหล่านี้ก็ละเอียดเหลือเกิน เวลาผ่านไปครบ 1 ชั่วยามเฟยเตี๋ยก็เข้ามาเตือนในจิตใจเขา
“ คุณชายท่านยังรับข้อมูลไหวไหม”
“ ต่อเลย ข้ายังรับได้”
ข้อมูลของบรรพบุรุษทั้งเก้า ยังคงไหลเข้ามาในสมองของเขาอีกอย่างต่อเนื่อง
คราวนี้เป็นเรื่องของการผลิตโลหะ ชนิดต่าง เพื่อนำมาทำเป็นเครื่องมือทางการเกษตร และ ล่าสัตว์ ราเชนเห็นว่า นี่มันเป็นการปูพื้นฐานของโลกดึกดำบรรพ์ที่กำลังเปลี่ยนผ่าน มาโลกที่เริ่มใช้โลหะ แต่เขาก็รับข้อมูลไปอย่างไม่เร่งรีบ
จนกระทั่งเข้าสู่ยุคที่ทันสมัยขึ้น เริ่มอธิบายการสร้างที่อยู่อาศัย สร้างอาวุธที่ทันสมัยยิ่งขึ้นเช่นอาวุธธนูเล็ก ธนูขนาดใหญ่ บอกวิธีการสร้างขดลวด เฟืองทด สปริงเกลียว และอื่นๆ ราเชนเข้าใจแล้ว ว่านี่ข้อมูลที่ฟางหรูอี้ นำไปก่อสร้างหอคอยชมฟ้านั่นเอง
ตอนนี้ราเชนใช้เวลาผ่านไป 4 ชั่วยามแล้ว ตอนนี้เขากำลังเรียนรู้การคำนวนลมฟ้าอากาศ หรือเรียกว่า การพยากรณ์อากาศ ซึ่งในข้อมูลนี้ เป็นการคำนวนจากหอฟ้าเทียนถาน ซึ่งมันมีความสามารถคำนวนออกมาราวกับเครื่องพยากรณ์อากาศได้ภายใน 30 วันล่วงหน้า ถึงว่า ทำไมราชครูฟ้า ถึงได้สามารถล่วงรู้ความลับฟ้าได้
ราเชนกำลังจะศึกษาวิชาการคำนวนดวงดาวบนท้องฟ้าต่อ แต่ว่า ถูกเฟยเตี๋ยแจ้งว่า
“ นายท่านฟางมาถึงแล้ว สั่งให้คุณชายพักบ้าง ท่านมีเรื่องจะสนทนาด้วย”
ราเชนพยักหน้า แล้วก็เดินลงมาที่ชั้น 1 พบกับ ราชครูฟ้า แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ ฟางหรูอี้ และไป๋เซียง ยืนรออยู่
“ ท่านอาจารย์” ราเชนคำนับ ราชครูฟ้า แล้วหันไปคารวะแม่ทัพใหญ่ตามธรรมเนียม
“ ยินดีกับราชครูฟ้า ที่ได้พบกับศิษย์ผู้สืบทอด”
แม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่เอ่ยอย่างยินดี
“ ท่านลุง ท่านอย่าไว้วางใจผู้ชายคนนี้นัก ข้าว่า เขาไม่น่าวางใจเท่าใด”
ไป๋เซียงเอ่ยเตือน
“ เซียงเอ๋อ อย่าเสียมารยาท หากเจ้าไม่เชื่อใจ โฮว่เฟย ก็ควรจะเชื่อใจท่านราชครูฟ้า" ไป๋เซียงเลยเงียบเสียงลง
“ หรูอี้ เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ ในเมื่อท่านพ่อตัดสินใจแล้ว ลูกจะสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่”
“ ดีมาก หรูอี้ เซียงเอ๋อ เจ้าสองคนออกไปรอข้างนอกก่อน ข้ามีเรื่องที่จะพูดกับท่านแม่ทัพใหญ่กับโฮว่เฟย”
ไป๋เซียงกับฟางหรูอี้ ออกไปข้างนอกทันที
“ ข้าเตือนท่านแล้ว ว่าอย่ารับปากออกศึกในครั้งนี้ เหตุใดท่านจึงไม่ฟังข้า”
ราชครูฟ้าเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ข้าเข้าใจดี แต่ว่าครั้งนี้ข้าต้องออกศึก ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ตระกูลไป๋ของเข้าก็จะไม่ถูกเข้าใจผิด ที่สำคัญคือ ข้าอายุมากแล้ว ขอตายอย่างชายชาติทหารในสนามรบเสียยังดีกว่า”...............