ห้องอาหาร คฤหาสน์หลักตระกูลหยาง | เวลา 07.10
แสงแดดอุ่นสาดส่องเข้ามาตามแนวหน้าต่างตลอดโถงทางเดิน ชิงหลีต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามแผ่นหลังกว้างอย่างพัลวันเมื่อฝีเท้าสั้นๆ ของเธอแทบจะก้าวตามจังหวะเดินที่มั่นคงและรวดเร็วของเขาไม่ทัน
หยางเป่ยหยุดชะงักที่หน้าทางเข้าห้องอาหารเพื่อรอให้คนตัวเล็กตามมาถึงฝ่ามือหนาวาดลงไปโอบกระชับเอวคอดกิ่วเป็สัญญาณให้เธอรู้ว่าละครบทถัดไปกำลังจะเริ่มขึ้นก่อนจะพาเดินเข้าไปยังโต๊ะอาหารตัวยาวที่มีหยางเฉินผู้เป็บิดานั่งนิ่งสงบอยู่หัวโต๊ะ
บนโต๊ะวันนี้ดูวุ่นวายเป็พิเศษลูกชายของหยางหนานพี่ชายคนรองกำลังก้มหน้าก้มตาจัดการมื้อเช้าอย่างรีบเร่งจนแทบไม่ได้เงยหน้าเพื่อให้ทันเวลาไปโรงเรียนพร้อมกับลูกชายของหยางซี
ชายหนุ่มพาร่างบางนั่งลงที่เก้าอี้ว่างและติดกับเขา “ตาแก่... นี่ฉันมานอนค้างที่นี่ทั้งทีจิตใจจะให้กินแต่ข้าวต้มจืดๆ นี่เหรอ?” หยางเป่ยเปรยขึ้นพลางชายตามองถ้วยอาหารตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
หยางเฉินเงยหน้าจากหนังสือนิตยสารวงการธุรกิจมองลูกชายคนเล็กด้วยสายตาราบเรียบ “ปกติแกก็กินได้... มีเมียแล้วอย่ามาทำตัวเป็หัวโจกแถวนี้แล้วก็หัดสำรวมเสียบ้าง”
ชิงหลีมองข้าวต้มหอมกรุ่นตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าหยางเป่ยจะตีโพยตีพายไปทำไมในเมื่อกลิ่นของมันช่างยั่วน้ำลายเสียจนเธอต้องหันไปมองเขาอย่างฉงนใจ
“น้องสะใภ้เล็กไม่ต้องใไปหรอกเช้าไหนที่หยางเป่ยไม่หาเื่พ่อ นั่นแหละคือเื่ผิดปกติ ค่อยมทใ” หยางหนานพี่ชายคนรองเอ่ยกลั้วหัวเราะพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจเมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของชิงหลี
หยางเป่ยพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่เขาแสร้งหันมามองร่างบางข้างกายด้วยสายตาเชื่อมเยิ้ม “ทานไปก่อนนะชิงหลีรอกลับคฤหาสน์ของเราเมื่อไหร่... เฮียจะเตรียมมื้อที่วิเศษที่สุดเอาไว้ปรนเปรอหนูเอง”เขาเอ่ยเสียงหวานเลี่ยนจงใจล้อไปกับบทบาทสามีหลงเมีย
เหล่าพี่ชายที่นั่งอยู่พากันทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมาพลางหัวเราะร่วนส่วนหยางเฉินได้แต่ส่ายหัวเบาๆให้กับลูกชายคนเล็กที่เป็ลูกหลงและมีความเอาแต่ใจเป็ที่หนึ่งในบรรดาพี่น้องทั้งหมด
ชิงหลีทำได้เพียงก้มหน้าลง ตักข้าวต้มเข้าปากอย่างหวาดๆแม้คนอื่นในโต๊ะจะดูรื่นเริง ทว่าเธอกลับััได้ถึงสายตาของหยางเฉินที่ลอบพินิจมาเป็ระยะทว่าแววตานั้นกลับว่างเปล่าจนน่าขนพอง... ราวกับว่าเธอเป็เชื้อโรคร้ายที่แฝงตัวเข้ามาในตระกูลหยางอย่างไรอย่างนั้น
ห้องโถงใหญ่ คฤหาสน์หลักตระกูลหยาง | 08:50 น.
หลังมื้อเช้าสิ้นสุดลง ทุกคนต่างย้ายขบวนมาพักผ่อนที่ห้องโถงใหญ่ ชิงหลีนั่งหดกายลีบเล็กอยู่เคียงข้างหยางเป่ยที่กำลังประลองหมากล้อมกับหยางตงพี่ชายคนโตอย่างเคร่งเครียดแม้เธอจะดูไม่ออกว่าหมากกระดานนี้ใครได้เปรียบ แต่บรรยากาศแห่งการชิงไหวชิงพริบระหว่างสายเืก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูหนักอึ้ง
จนกระทั่งหลี่เจียง ภรรยาของหยางตงเดินเท้าสะเอวเข้ามาเร่งให้สามีโทรตามลูกชายเสียทีหยางเป่ยจึงได้ทีบีบคั้นให้พี่ใหญ่จำต้องละทิ้งหมากกระดานนี้ให้เขาก่อนถึงจะยอมปล่อยตัวให้ลุกไปตามคำสั่งเมีย
“ซื่อตี้! เอ็งจะเอาแต่ใจไปถึงไหนวะเมียก็นั่งหัวโด่อยู่ข้างๆ ยังจะบังคับให้เฮียยอมแพ้อีก!”หยางตงสบถอย่างหัวเสียเมื่อน้องชายตัวแสบไม่ยอมขยับทางให้
หยางเป่ยไม่สนคำบ่นเขาตวัดแขนแกร่งโอบรอบเอวบางของชิงหลีอย่างแสดงความเป็เ้าของ “เฮียยอมแพ้ก่อนแล้วจะไปทำอะไรก็ไป”
สิ้นประโยคเอาแต่ใจนั้นทั้งห้องโถงก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขันในนิสัยลูกหลงของน้องเล็กที่ไม่เคยยอมใคร
“เอาวะ! แม่งโทรตรงนี้แหละ!” ด้วยศักดิ์ศรีพี่ใหญ่ค้ำคอหยางตงไม่ยอมแพ้หมากกระดานนี้ง่ายๆ เขาจึงหยิบสมาร์ทโฟนต่อสายหาลูกชายกลางห้องโถงทันที“หยางชวน... ลูกอยู่ไหน?” หยางตงกรอกเสียงลงไป“รีบมาหน่อย อาเล็กของลูกพาเมียมาด้วยเนี่ย มาดูสิว่าอาสะใภ้เล็กจะสวยสู้แฟนเก่า ของลูกได้หรือเปล่า...เออ รีบมา แค่นี้แหละ”
วินาทีที่สิ้นประโยคของหยางตง กายบางพลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนน่าใจหายอย่างควบคุมไม่ได้หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกจากอก ลำคอพลันแห้งผากราวกับผืนทรายที่ขาดน้ำร่างกายทุกส่วนเครียดเกร็งราวกับกำลังเผชิญหน้ากับความตาย
หยางเป่ยกระชับอ้อมแขนที่โอบเอวบางไว้แน่นขึ้นััได้ถึงแรงสั่นะเืจากร่างที่นั่งข้างๆสัญชาตญาณพยัคฆ์บอกเขาว่าความลับที่เธอกลบฝังไว้กำลังจะถูกขุดขึ้นมาเขาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูเล็ก “ดูเหมือนมึงจะสั่นเป็เ้าเข้าเลยนะ...อีโสเภณี”
ชิงหลีพยายามกลืนก้อนความหวาดกลัวลงสู่ลำคอที่ตีบตัน “คะ...คุณพูดอะไรนะคะ?” เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่สั่นระริกปิดไม่มิด
หยางเป่ยเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขามองเห็นความละอายและหวาดหวั่นในดวงตาสีเทาที่เคยว่างเปล่าคู่นั้น“หรือมันเป็ผัวเก่ามึงล่ะ” เขาถามย้ำเสียงเบาทว่ากรีดลึกไปถึงขั้วหัวใจคนฟัง
ชิงหลีรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็พัลวัน “อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!”
“เฮ้ย! เฮียยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้จะพรอดรักอะไรก็เกรงใจกันบ้าง!” หยางตงสบถออกมาอย่างขำๆเมื่อเห็นน้องชายมัวแต่ซุกไซ้กระซิบกระซาบกับเมียจนลืมกระดานหมากล้อม
ทั้งห้องโถงเฮลั่นอีกครั้งบรรยากาศกลับมาครึกครื้นและอบอวลไปด้วยความอบอุ่นของตระกูลใหญ่ที่มารวมตัวกันเพื่อฉลองให้การแต่งงานของน้องเล็ก...โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้อ้อมกอดที่ดูรักใคร่นั้น หยางเป่ยกำลังบีบเค้นบดขยี้ดวงใจของสตรีในอ้อมกอดอย่างเืเย็น!
11:00 น.
บรรยากาศที่เคยรื่นเริงพลันตื่นตัวขึ้นทันทีเมื่อหลี่เจียงส่งเสียงเรียกชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงด้วยความดีใจ “หยางชวน!มานี่เร็วลูก มาดูอาสะใภ้เล็กของแกสิ สวยอย่างกับนางฟ้าเลยนะนั่น”
ชิงหลีตัวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แววตาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็หินวินาทีที่สบตากับชายหนุ่มตรงหน้า... หยางชวน อดีตคนรักที่เธอถูกบังคับให้เลิกราอย่างไม่เต็มใจก่อนจะต้องมาแต่งงานกับอาเล็กของเขาแววตาสีเทาที่เคยว่างเปล่าบัดนี้สั่นระริกด้วยความรู้สึกผิดและอาวรณ์ที่ท่วมท้นจนปิดไม่มิด
หยางเป่ยที่เฝ้าสังเกตปฏิกิริยานั้นอยู่ตลอดแค่นหัวเราะในลำคออย่างเหี้ยมเกรียมรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากกายเขาจนคนรอบข้างเริ่มขยับตัวอย่างอึดอัดโดยไม่ทราบสาเหตุเขาโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเืในกายเย็นเฉียบ “ที่แท้... มันก็คือผัวเก่าของมึงจริงๆ สินะ”
เขาจงใจกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนไร้ซึ่งช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน จนร่างทั้งสองบดเบียดกันอย่างจงใจยั่วยุสายตาหลานชายหยางเป่ยเงยหน้าขึ้น จ้องประสานสายตากับหลานชายด้วยั์ตาพยัคฆ์ที่เหนือกว่าและยั่วเย้า “หยางชวน...นี่คือภรรยาของอา เจิ้งชิงหลี”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ... อาสะใภ้เล็ก” หยางชานตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปรวดร้าวที่เห็นหญิงสาวในดวงใจตกอยู่ในเงื้อมมือของชายที่ขึ้นชื่อว่าโเี้ที่สุดในตระกูล
ชิงหลีสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของหยางเป่ยอย่างห้ามไม่อยู่ขอบตาของเธอร้อนผ่าวและเริ่มแดงก่ำ เธอมองหยางชวนด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้งทว่ากลับทำได้เพียงยืนนิ่งในขณะที่มือหนาของหยางเป่ยบีบเค้นเอวบางไว้แน่นราวกับจะฝังประทับรอยตีตราเพื่อประจานสิทธิ์ขาดเหนือร่างกายเธอต่อหน้าอดีตของเธอ!
มุมมืดหลังเสาโถงหลัก…. หยางเป่ยบีบกรามมนของชิงหลีแน่นจนนวลหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ“ดูหน้ากูไว้! กูคือผัวมึง!อย่าสะเออะทำตัวสำส่อนส่งสายตาอาวรณ์ให้มันต่อหน้ากูอีก ไม่งั้นกูจะจับมึงสมสู่ประจานให้ผัวเก่ามึงดูจนขาดใจตายตรงนี้แหละ!!”เขาสะบัดมือออกอย่างแรง
ร่างบางเซถลาไปกระแทกเสาต้นใหญ่ชิงหลีต้องรีบคว้าเสาไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัว
ฝ่ามือสากของหยางเป่ยพลันตวัดกลับมาคว้าเอวคอดกิ่วไว้อีกครั้งเขาฉุดกระชากให้เธอเดินตามกลับเข้าไปในโถงใหญ่ท่าทางภายนอกดูเหมือนประคองโอบไหล่ด้วยความรักทว่าแรงบีบที่เอวนั้นกลับทำให้ชิงหลีรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตกละเอียด เขาพาเธอไปนั่งที่โซฟาห่างจากฝูงชน
ทว่าหยางชวนยังคงจ้องมองชิงหลีด้วยสายตาที่อาวรณ์อย่างไม่วางตาก่อนที่โทสะที่เผาไหม้จิตใจทำให้หลานชายบังอาจเดินเข้าหาพยัคฆ์ เพื่อท้าทายอำนาจของอาเล็กตัวเอง“ดูแลเธอให้ดีนะครับอาเล็ก... ไม่งั้นผมจะเอาคืน”
“มึงไม่มีสิทธิ์เอาคืน เพราะคนอย่างกูไม่มีวันพลาดและไม่มีวันปล่อยของที่กูตีตราจองแล้วให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น!” หยางเป่ยตอบโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นเยียบจนอากาศรอบตัวคล้ายจะจับตัวเป็น้ำแข็ง
หยางชวนมองไปยังชิงหลีด้วยแววตาที่เสียใจถึงขีดสุดแต่เมื่อถูกสายตาเชือดเฉือนของผู้เป็อาเล็กจ้องเขม็งกลับมาสุดท้ายเขาก็เป็ฝ่ายที่ต้องหลบตาคอตกเดินกลับไปหาหยางตงและหลี่เจียงด้วยความพ่ายแพ้
ชิงหลีรู้สึกขยะแขยงสถานการณ์ตรงนี้จนอยากจะอาเจียนออกมาความกดดันมหาศาลทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนเธออยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากขุมนรกที่ชื่อตระกูลหยางแต่แรงบีบมหาศาลจากฝ่ามือหนาของหยางเป่ยกลับย้ำเตือนสติเธอไว้จนไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย
“มึงอยากกลับไปหามันสินะ?” หยางเป่ยก้มลงมากระซิบอาฆาตชิดริมฝีปาก“ถ้ามึงกล้าขยับเข้าใกล้มันแม้แต่ก้าวเดียว... กูจะค่อยๆ ตัดมือ ตัดเท้าถลกหนังมันทีละชิ้นต่อหน้ามึง จำไว้... อีโสเภณี!”
ชิงหลีหน้ามองชายหนุ่มด้วยั์ตาสั่นระริกเธอพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา “ฉะ...ฉันแต่งงานกับคุณแล้วและฉันก็เป็ภรรยาของคุณ ฉันจะไม่ยุ่งกับคนอื่น... ฉันซื่อสัตย์มากพอค่ะ” เธอกะพริบตาถี่ๆพยายามย้ำสถานะตัวเองกับหยางเป่ย เพื่อหวังให้เขาคลายความบ้าคลั่งลงบ้าง
“จำได้ก็ดี... แต่อย่าเสือกดีแต่ปากแล้วทำไม่ได้”เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสายตายังคงจดจ้องไปที่หลานชายอย่างหมายหัว!
บนรถลีมูซีน (ระหว่างทางกลับคฤหาสน์) | เวลา 18:07 น.
แสงอัสดงสีส้มฉานที่ใกล้ลับขอบฟ้า สาดทอผ่านกระจกนิรภัยที่บรรยาอึมครึมแผ่ซ่านไปด้วยรังสีอำมหิตจากร่างหนา “มึงทำหน้าเศร้าอาลัยอาวรณ์ให้ใครดู! อีโสเภณี!”หยางเป่ยคำรามลั่นรถจนพลขับต้องเกร็งตัวดวงตาคมกริบจ้องมองเมียแต่งด้วยความเหี้ยมเกรียม “อย่าให้กูรู้ว่ามึงแอบติดต่อกับผัวเก่าของมึงไม่งั้นกูจะจับมันมาตัดขา ควักลูกตาออกทีละข้าง... ให้มึงดูจนกว่ามึงจะพอใจ!”
“คะ...คุณพูดเื่อะไรคะ... ฉันไม่เคยมีผัวคุณพูดเื่อะไรของคุณ” ชิงหลีโต้กลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เปรียบเสมือนหน้ากากปิดบังความจริงที่แหลกสลายแตกละเอียดอยู่ภายในใจของเธออย่างไม่ชิ้นดี
“อ่อ...งั้นถ้าคืนนี้กูสั่งเก็บไอ้หยางชวนทิ้งมึงก็คงไม่เดือดร้อนสินะ?” หยางเป่ยกระชากคางมนให้เข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวหน้า“จำใส่หัวมึงไว้... มึงแต่งงานกับกู มึงเป็ของกู!มึงไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้นถ้ากูไม่อนุญาต!”
ลมหายใจอุ่นร้อนผสมกับกลิ่นบุหรี่และกลิ่นน้ำหอมประจำตัวที่เข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียดถึงขีดสุดชิงหลีหลับตารวบรวมความกล้า ทำสิ่งที่หยางเป่ยไม่คาดคิด เธอยืดตัวเข้าหาริมฝีปากหนาก่อนจะประทับจูบเขาอย่างรวดเร็วราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ
หยางเป่ยชะงักไปเสี่ยววิ มือที่บีบคางคลายออกด้วยความใ “อีชิงหลี... มึงคิดจะทำอะไร!” เขาขบกรามแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปนหัวใจกระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ความรู้สึกจักกระจี้ที่ริมฝีปากกำลังจุดไฟในตัวชายหนุ่มให้ลุกโชน
“ก็ไหนบอกว่าเราแต่งงานกันแล้วไม่ใช่เหรอคะเฮีย?”ชิงหลียิ้มยียวน ท้าทายอำนาจของเขาด้วยสรรพนามที่เขาสั่งให้เรียก
หยางเป่ยพุ่งเข้าหาเธอราวกับเสือตะครุบเหยื่อเขาตรึงมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะมืออีกข้างลูบไล้จากลำคอลงสู่เนินอกอย่างคุกคาม “มึงนี่มันสมกับเป็โสเภณีจริงๆ... แต่จำไว้มึงต้องเป็โสเภณีของกูคนเดียวจนกว่ากูจะเบื่อ!” เขาก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวระหงขบเม้มสร้างตราประทับแห่งราคะ
“คุณ! ไม่เอา... ไม่ใช่บนรถ!” ชิงหลีเริ่มพยายามขัดขืนเมื่อสัญชาตญาณเตือนถึงอันตรายที่มาถึงตัวที่แท้จริงจากแววตาหิวกระหายของอสูรกายตรงหน้า
“มึงไม่มีสิทธิ์เลือก!” เขาใช้เข่าดันแยกเรียวขาของเธอออกอย่างป่าเถื่อนทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะเลยเถิดไปสู่จุดที่กู่ไม่กลับ
ชิงหลีกลับพูดออกมาด้วยความหวังและเสียงสั่นพร่า “เดะ...เดี๋ยวชุดของแม่คุณจะขาดนะคะ...”
หยางเป่ยหยุดชะงักทันที... ราวกับถูกกระชากจิติญญาให้คืนสู่โลกแห่งความจริงเขาส่งเสียงคำรามในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ต้องฝืนอารมณ์ดิบเอาไว้เพียงเพราะเห็นแก่ชุดสำคัญของแม่ที่เธอสวมอยู่เขาสะบัดมือออกจากข้อมือเธอแล้วถอยกลับไปนั่งตัวตรง ปรับลมหายใจที่หอบพร่าให้คงที่ “ลุกขึ้นมานั่งดีๆ!หรืออยากให้กูทำต่อ?”
ชิงหลีขยับกายลุกขึ้นมานั่งด้วยร่างกายที่สั่นเทาราวกับลูกนกที่เพิ่งถูกพยัคฆ์ร้ายตบลงมาจากกลางอากาศเธอพยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ขณะที่บรรยากาศในรถยังคงร้อนระอุไปด้วยไอแห่งความปรารถนาที่ยังไม่ถูกปลดปล่อย