เขาอุ้มนางเดินตรงไปยังเตียงกว้าง ทิ้งรอยน้ำเป็ทางยาวตามพื้นไม้ เตรียมพร้อมที่จะเริ่มบทเรียนบทที่สองที่จะทั้งลื่นไหล ร้อนแรง และเต็มไปด้วยตัณหาราคะที่ถูกปรุงแต่งขึ้นด้วยฤทธิ์ยา
ร่างบอบบางที่เปียกโชกถูกโยนลงบนฟูกนอนหนานุ่มอย่างไม่ปรานี หยดน้ำจากเรือนผมและผิวกายซึมลงสู่ผ้าปูที่นอนจนเป็วงกว้าง ความเย็นจากอากาศภายนอกปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่กำลังร้อนรุ่มด้วยฤทธิ์ยา ทำให้ไป๋ลั่วต้องห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหนาวสั่นระคนหวาดหวั่น
ยังไม่ทันที่นางจะได้ตั้งตัว หลี่หยางก็ตามขึ้นมาคร่อมทับ ร่างสูงใหญ่ของเขาก็เปียกชื้นไม่ต่างกัน สาบเสื้อคลุมที่เปิดอ้าเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีหยดน้ำเกาะพราว เขาดูดุดันและอันตรายยิ่งกว่าสัตว์ร้ายในยามค่ำคืน
"อึก... ท่านแม่ทัพ..."
ไป๋ลั่วพยายามถดกายหนี แต่ฤทธิ์ของน้ำมันบุปผา์กำลังออกฤทธิ์รุนแรง ความร้อนวูบวาบที่จุดกึ่งกลางกายทำให้นางรู้สึกทรมานจนต้องบิดเร้า ขาเรียวเสียดสีกันไปมาอย่างควบคุมไม่ได้ ยิ่งขยับ น้ำมันที่เคลือบอยู่ก็ยิ่งแพร่อิทธิพลกระตุ้นความกระสันอยากจนนางเผลอหลุดเสียงครางเครือ
"หึ ...ดูท่าว่ายาจะออกฤทธิ์ดีเกินคาด" หลี่หยางยกยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องอาการทุรนทุรายของหญิงสาวด้วยความพึงพอใจ
มือหนาจับแยกเรียวขาขาวผ่องออกกว้างอีกครั้ง คราวนี้นางไม่อาจขัดขืนได้เลยเพราะเรี่ยวแรงถูกดูดกลืนไปกับไฟราคะที่ถูกจุดขึ้น เขาแทรกกายเข้ามาระหว่างกลาง จ้องมองกลีบดอกไม้งามที่บัดนี้แดงก่ำและชุ่มโชกไปด้วยของเหลวใสวาววับ ทั้งจากน้ำมันและธารสวาทที่เริ่มหลั่งรินออกมาตอบรับยา
"เปียกแฉะถึงเพียงนี้ ยังจะคิดว่าไม่้าข้าอีกหรือ?"
เขาเย้ยหยันพลางใช้นิ้วหัวแม่มือบดคลึงที่ปุ่มกระสันเบาๆ เพียงแค่นั้นไป๋ลั่วก็สะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกเกร็ง แอ่นสะโพกรับััอย่างน่าละอาย
"อ๊า... ไม่... มันเป็เพราะยา..." นางส่ายหน้าทั้งน้ำตา ปฏิเสธความรู้สึกซาบซ่านที่แล่นพล่านไปถึงปลายเท้า
"เพราะยา หรือเพราะความกระสันของเ้ากันแน่ เดี๋ยวก็รู้"
หลี่หยางไม่รอช้า เขาปลดสายคาดเอวของตนออกเผยให้เห็นความเป็ชายที่ผงาดง้ำ แข็งขึงและร้อนจัดไม่แพ้กัน เขาจับท่อนเนื้อร้อนผ่าวจ่อที่ปากทางฉ่ำเยิ้ม ถูไถส่วนหัวมนกับร่องหลืบที่ลื่นไหลไปมาสองสามครั้งเพื่อชิมลาง ก่อนจะกดสะโพกสอบเสือกไสตัวตนเข้าไปในคราเดียว
สวบ!
"อ๊ะ! อ๊างงง!"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเฉอะแฉะฟังดูหยาบโลนผสานกับเสียงครางกระเส่า ครั้งนี้ความเ็ปลดน้อยลงกว่าคืนแรกมากด้วยอานิสงส์จากน้ำมันหอมระเหย ความลื่นไหลทำให้เขาสามารถสอดแทรกเข้าไปจนสุดทางรักได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าความคับแน่นที่ตอดรัดตุบๆ ยังคงอยู่ สร้างความเสียวซ่านให้แก่ชายหนุ่มจนต้องคำรามต่ำในลำคอ
"อืม... ลื่นดีจริงๆ" หลี่หยางสูดปากด้วยความกระสัน เขาเริ่มขยับสะโพกทันทีโดยไม่รีรอ จังหวะเนิบนาบแต่เน้นย้ำทุกการเข้าออก ความหนืดของน้ำมันช่วยเพิ่มแรงเสียดทานที่ผนังเนื้ออ่อนนุ่ม ทุกครั้งที่เขาถอนกายออกและกระแทกกลับเข้าไป มันกวาดต้อนความสุขสมจนไป๋ลั่วต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาแน่น
"อื้อ... ท่านพี่... มัน... แปลก... ข้ารู้สึกแปลก...อ่า"
หญิงสาวครวญครางไม่ได้ศัพท์ ฤทธิ์ยาทำให้สติของนางพร่าเลือน ความเ็ปที่เคยมีถูกกลบด้วยคลื่นความกระสันซ่านที่รุนแรงจนแทบขาดใจ ยิ่งเขาขยับกายเร็วขึ้น ความร้อนแรงก็ยิ่งทวีคูณ เสียงน้ำรักและน้ำมันที่เสียดสีกันดังก้องไปทั่วห้องหอ ยิ่งฟังยิ่งน่าอายจนนางต้องซุกหน้าลงกับหมอน
"มองข้า ไป๋ลั่ว มองผัวของเ้า!"
หลี่หยางสั่งเสียงเข้ม เชยคางนางให้หันกลับมารับจูบที่ดุดัน เขาบดขยี้ริมฝีปากนางอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ เบื้องล่างก็กระแทกกระทั้นไม่หยุดยั้ง เอวสอบซอยถี่รัวกระหน่ำความดิบเถื่อนเข้าใส่ร่างบางจนตัวโยนคลอน
"อ๊า ๆ ๆ ท่านพี่ แรง... แรงไปแล้ว... ฮึก..."
"ชอบไม่ใช่หรือ? ร้องออกมาดังๆ สิ!" เขาคำรามข้างหู เหงื่อกาฬไหลหยดลงมาผสมกับน้ำที่เปียกชื้นบนกายของทั้งคู่ กลิ่นหอมเอียนของน้ำมันผสมกับกลิ่นคาวโลกีย์กลายเป็กลิ่นเฉพาะตัวที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นเพริด
ในคืนนี้หลี่หยางไม่ได้ทำเพียงเพื่อระบายพิษ แต่เขากำลังเสพสมกับร่างกายที่ตอบสนองเขาอย่างถึงพริกถึงขิง ความลื่นไหลของช่องทางทำให้อารมณ์ของเขาเตลิดไปไกล เขาจับขาเรียวพาดบ่ากว้างเพื่อเปิดทางให้ลึกซึ้งที่สุด ก่อนจะโถมกายเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งราวกับพายุโหมกระหน่ำ
ไป๋ลั่วหวีดร้องเสียงหลงเมื่อจุดกระสันภายในถูกบดขยี้ซ้ำๆ ร่างกายของนางเกร็งกระตุก ปลดปล่อยธารน้ำหวานออกมาผสมปนเปกับน้ำมันจนเลอะเทอะไปทั่วหน้าขาและที่นอน
ทว่าพายุสวาทหาได้จบลงเพียงแค่นั้น หลี่หยางไม่ยอมปล่อยให้นางได้พักหายใจหายคอ แม้ร่างบางจะอ่อนระทวยจนแทบสิ้นสติ แต่แม่ทัพหนุ่มกลับดึงรั้งร่างของนางขึ้นมาอย่างไม่ปรานี
"ยังไม่พอ ...พิษในกายข้ายังไม่สงบ อย่าริอาจคิดพัก!"
เขาจับพลิกร่างอรชรให้คว่ำหน้าลงกับฟูกนอนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเข้ม
"คุกเข่า แล้วโก่งสะโพกของเ้าขึ้นมา!"
ไป๋ลั่วทำตามอย่างว่าง่ายด้วยสติที่เลื่อนลอย นางชันเข่าขึ้นทั้งที่ขาสั่นเทิ้ม สองมือจิกเกร็งลงกับผ้าปูที่นอนเพื่อพยุงกาย ทรวดทรงองค์เอวที่เว้าโค้งและบั้นท้ายกลมกลึงที่ลอยเด่นขึ้นมาปรากฏแก่สายตาหลี่หยาง มันช่างยั่วยวนและเต็มไปด้วยคราบน้ำมันวาววับที่เขาชโลมไว้ แสงเทียนสาดส่องกระทบผิวเนียนละเอียดที่แดงระเรื่อจากการถูกเคี่ยวกรำ ดูราวกับผลท้อ์ที่สุกงอมรอให้เด็ดดม
"ท่าทางเช่นนี้เหมาะกับเ้ายิ่งนัก..."
หลี่หยางแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาโลมเลียไปทั่วแผ่นหลังเนียน
"ดูร่านร้อนไม่ต่างจากแม่สุนัขตัวเมียที่กำลังรอคอยการผสมพันธุ์"
สิ้นคำดูแคลนเขาก็ขยับกายเข้าประชิดจากทางด้านหลัง มือหนาฟาดลงบนสะโพกผายเสียงดัง เพียะ! จนเนื้อนุ่มกระเพื่อมไหวเป็ระลอก ก่อนจะจับยึดเอวคอดกิ่วไว้มั่นแล้วเสือกไสตัวตนที่ยังคงแข็งขึงสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักจากทิศทางใหม่
สวบ! กึก!
"อ๊าาาา! ลึก... มันลึก...!"
ไป๋ลั่วกรีดร้องเสียงอู้อี้ใบหน้าซุกซบลงกับหมอน ท่าทางเช่นนี้เปิดโอกาสให้หลี่หยางรุกล้ำเข้ามาได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ปลายยอดร้อนผ่าวพุ่งเข้าชนปากมดลูกอย่างจังจนนางจุกเสียดไปทั่วท้องน้อย แต่ในความจุกนั้นกลับมีความเสียวซ่านมหาศาลซ่อนอยู่
ด้วยความลื่นของน้ำมันหอมระเหยที่ไหลเยิ้มลงมาตามง่ามขา ทำให้การขยับเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างคล่องตัวและรวดเร็ว หลี่หยางโน้มตัวลงแนบชิดแผ่นหลังบาง มือหนึ่งขยำเคล้นหน้าอกอวบอิ่มที่ห้อยลงตามแรงโน้มถ่วง อีกมือหนึ่งกระชากเส้นผมยาวสลวยให้นางเชิดหน้าขึ้นรับความป่าเถื่อน
"อึก... ท่านแม่ทัพ... ข้า... ข้าไม่ไหว..."
"หุบปากแล้วรับมันเข้าไปให้หมด!"
ตับ! ตับ! ตับ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวรุนแรงกว่าเก่า แม่ทัพหนุ่มโถมสะโพกสอบเข้าใส่ไม่ยั้งแรง ราวกับจะตอกตรึงร่างน้อยให้จมลงไปในฟูก ทุกจังหวะที่กระแทกกระทั้น ร่างของไป๋ลั่วก็โยกคลอนไปข้างหน้าจนแทบจะฟุบลง แต่ก็ถูกมือแกร่งดึงรั้งเอวไว้ให้กลับมารับแรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
น้ำมันที่ชโลมไว้เริ่มแห้งเหือด แต่ถูกแทนที่ด้วยน้ำรักที่เจิ่งนอง เสียงเฉอะแฉะหยาบโลนดังก้องสะท้อนในหู ยิ่งนางบีบรัดตัวตนของเขาแน่นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกระแทกสวนเข้าไปหนักหน่วงเท่านั้น ความดิบเถื่อนในท่าทางนี้ปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าของหลี่หยางจนถึงขีดสุด
"ดี... ดีมาก ตอดรัดข้าแน่นๆ!"
เขากัดฟันคำรามก้อง เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งพายุโหมกระหน่ำ เอวสอบตอกตรึงความลึกซึ้งเข้าใส่จนร่างบางสั่นสะท้านไปทุกอณูขุมขน
วินาทีนั้น... สายธารอุ่นจัดสายใหญ่ถูกปลดปล่อยเข้าไปกระแทกกระทั้นจนลึกสุดทางรัก เติมเต็มความว่างเปล่าจนอัดแน่นและเอ่อล้นทะลักออกมาผสมปนเปกับคราบน้ำมัน ไหลอาบย้อมเรียวขาขาวผ่องจนเปรอะเปื้อน
ไป๋ลั่วหวีดร้องทว่าไร้ซึ่งสุ้มเสียงเล็ดลอด ดวงตาเบิกโพลงค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงรับความสุขสมระคนทรมาน ก่อนจะทิ้งตัวฟุบลงราบกับเตียงอย่างหมดสภาพ เปรียบประดุจตุ๊กตาผ้าไหมราคาแพงที่ถูกฉีกทึ้งจนขาดวิ่นไร้ราคา ทิ้งให้หลี่หยางยืนหอบหายใจหนักหน่วง จ้องมองร่องรอยความยับเยินตรงหน้าด้วยแววตาที่ลึกล้ำและยากจะหยั่งถึง