“แฟน?” ฟางหัวหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ โคตรสนุกเลย ฉันมีแฟนเยอะแยะจำไม่ได้หรอกว่าใครเป็ใครบ้าง?”
“ฟางหัว ตอนนายจีบฉัน นายเป็คนบอกเองว่าจะรักฉันไปตลอดชีวิต ไม่ใช่นายเหรอที่บอกว่าจะพาฉันไปพบพ่อแม่นาย ไม่ใช่นายเหรอที่บอกว่าจะแต่งงานกับฉัน” ผู้หญิงคนนี้หน้าตาสะสวย พอเธอเข้ามาก็ทำให้เธอได้เห็นอะไรในชัดเจนขึ้น เธอเห็นฟางหัวนั่งอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้หน้าเธอขาวซีด แม้เธอจะแต่งหน้า แต่ความรู้สึกยุ่งเหยิงข้างในใจของเธอได้อย่างชัดเจน
“แต่งงานกับเธอ?” ทันใดนั้นหน้าของฟางหัวก็เปลี่ยนไปเป็ใบหน้าที่เธอไม่เคยรู้จัก เขามองผู้หญิงที่น้ำตานองหน้าอย่างดูถูก แล้วะโว่า “อวี๋เชี่ยนเธอมันก็แค่เด็กบ้านนอก การที่ฉันได้เดทกับเธอมันเป็ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของฉัน เราก็แค่เล่นสนุกกันขำ ๆ เธอก็สนุก ฉันก็สนุก แล้วทำไมพอมาอย่างนี้กลับมาโทษฉันคนเดียวเล่า! หัดมองกระจกชะโงกดูเงาตัวเองซะบ้าง ตระกูลอันต่ำต้อยของเธอจะมาเทียบกับตระกูลฟางของฉันได้ยังไง? บ้าชิบ ไปล้างห้องน้ำให้ฉันซิ ฉันเห็นผู้หญิงคนนี้แล้วรู้สึกอยากจะอ้วก”
อวี๋เชี่ยนเป็แฟนเก่าของหลิวชวนอย่างแน่นอน เมื่อได้ยินทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของฟางหัว ดวงตาของเธอก็แดงก่ำพร้อมกับอ่างน้ำตาก็ะเิออกมา
คำพูดนั้นทำให้สติของเธอขาดผึง กลายเป็บ้าคลั่งขาดความยั้งคิด เธอเอากระเป๋าถือ LV ในมือฟาดเข้าไปบนหน้าฟางหัว
“เดรัจฉาน แกมันสัตว์เดรัจฉาน” ระหว่างที่อวี๋เชี่ยนตีเขา ก็ร้องไห้หนักมากปากก็ด่าทอสาปแช่งในเวลาเดียวกัน
“นังโสเภณี ไสหัวไปซะ!” พอฟางหัวถูกทุบตี สติของมันก็ขาดผึงคนเดียวกัน มันกระชากกระเป๋าหลุยส์ของเธอเข้าหาตัว สวนกลับไปจนร่างเธอกระเด็นตกลงไปนอนแผ่บนโซฟา
“นังสารเลว นังโสเภณีเนรคุณ แกคิดว่าชุดสวย ๆ ที่แกใส่ได้มาจากใคร ๆ ที่ทำให้แกได้มีชีวิตประดุจเ้าหญิง!” ขณะที่ฟางหัวกุมหัวของมัน มืออีกข้างก็ชี้ไปทางอวี๋เชี่ยนที่นอนอยู่บนโซฟา เขาพูดกับชายใส่สูทที่เพิ่งเข้ามา “ไปตามพี่น้องแกมา แล้วเอานังผู้หญิงคนนี้ไปเล่นสนุกเวียนเทียนให้หลาย ๆ รอบไปเลย!”
เมื่ออวี๋เชี่ยนได้ยินสิ่งที่สัตว์นรกเอ่ยปากพูดออกมา เธอตกตะลึงจนไม่สามารถส่งเสียงพูดคำใด ๆ ออกมาได้ เธอทำได้แค่มองฟางหัวอย่างเหม่อลอย โฉมหน้าอสูรร้ายที่แท้จริงบนคราบของชายหนุ่มหน้าตาดี มันช่างน่าสะพรึงอย่างแท้จริง
นี่คือชายที่กุมมือเธออย่างสุภาพเมื่อวาน ซื้อทุกสิ่งที่เธอ้าให้ นี่คือชายที่ร่วมรักกับเธอเมื่อวาน หลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งหลับไปพร้อมกันกับเธอ
ที่นี่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งฟางหัว ดังนั้นตอนนี้อันธพาลหลายคนตามชายสวมสูทมา ดูเหมือนพวกมันจะเมาเสียด้วย มองดูอวี๋เชี่ยนที่ยังคงนอนอยู่บนโซฟาด้วยสายตาหื่นกระหาย
เมื่อเห็นสายตาของสัตว์ร้าย อวี๋เชี่ยนก็เริ่มมีสติขึ้นจึงคิดจะหลบหนี แต่ทุกอย่างมันสายไปเสียแล้ว เหล่าชายหนุ่มกลัดมันกำลังล้อมเธอเอาไว้
แคว๊ก! แคว๊ก! พวกมันเริ่มกระชากเสื้อผ้าอวี๋เชี่ยน จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่ปู่ยี่ปู้ยำร่างกายของเธอ
“อย่าาา!!! ฮือ ๆ ๆ ∼ อย๊าาาาาา!!!” เสียงร่ำไห้คร่ำครางปิ่มขาดใจของอวี๋เชี่ยนดังกึกก้องไปทั่วระหว่างนั้นก็สาปแช่งฟางหัวไปด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังหัวเราะอย่างสะใจอยู่ข้าง ๆ “แกฟางหัว แกมันไอ้สัตว์เดรัจฉาน แกจะต้องไม่ตายดี ต่อให้ฉันตายเป็ผี ฉันก็ไม่ปล่อยแกไว้!”
“ฮ่า ๆ ๆ” ฟางหัวหัวเราะร่วน ขณะเสื้อผ้าของสาวน้อยผู้น่าสงสารถูกฉีกขาดแต่ชิ้นส่วนกระเด็นมหามัน มันตีก้นเธอ จากนั้นให้ก็เธอบริการ
ระหว่างนั้นมันก็พูดอย่างโอหังขึ้นว่า “ผีเผออะไรกัน ต่อให้มีจริง ฉันก็แค่จ่ายเงินให้มันหายไป! พวกแกมัวรออะไรอยู่เล่นกับแม่นี่ให้หนำใจ เอาให้หนัก ๆ!”
“เฮ้ย!” ฉินเฉาที่นอนอยู่บนเตียงสะดุ้งตื่นขึ้น เขาได้อ่านความทรงจำของผู้าุโนิกายปีศาจ จึงรู้เื่เกี่ยวกับการฝึกตน
สิ่งที่เขารู้มากก็คือครั้งหนึ่งมีปีศาจเฒ่านามว่า หลัวเต๋อ มันเป็ผู้าุโที่น่ากลัวของนิกายปีศาจ พลังของมันแข็งแกร่ง ทะยานสู่การเป็ะ แต่ร่างกายของมันกลับถูกทำลายจนสิ้น โดยฝีมือของ 8 นิกายใหญ่ผนึกกำลังโจมตีใส่มัน หลังจากนั้นิญญาของมารเฒ่าเลยถูกผนึกเอาไว้
หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านมานานหลายปี ก็มีอุบัติเหตุไม่คาดคิดเกิด ร่างกายของฉินเฉาถูกสิงโดยิญญาของมารเฒ่าหลัวเต๋อ เมื่อใดก็ตามที่เขาหมดสติ ตัวเขาจะเหมือนกับผีดิบไร้ิญญา
โชคดีที่วันนั้นเขาถูกช่วยโดยประคำของซูจี พลังของมันสามารถทำลายิญญาของเทพปีศาจที่มีอายุนับพันปีตัวนี้ไปได้
ที่เป็เช่นนี้เพราะตอนที่หลัวเต๋อเข้าสิงฉินเฉานั้น ิญญาของมันเพิ่งออกมาจากที่คุมขัง มันจึงอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ถ้าิญญาของมันเป็ปกติมันจะสามารถดึงพลังระดับเทพปีศาจออกมาใช้ได้เต็มที่ แต่หลัวเต๋อโชคไม่ดีนัก เพราะความบังเอิญที่ไม่คาดคิดมาก่อน ิญญาของเขาจึงถูกทำลายโดยประคำของลูกเล็ก ๆ
เพราะฉะนั้นพลังระดับเทวะของมันจึงถูกทิ้งไว้ในร่างของ ฉินเฉา ยังไงก็ตามพลังนี้มันยิ่งใหญ่มาก ฉินเฉาไม่สามารถนำมันมาใช้ได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อความสามารถของเขาเพิ่มขึ้น พลังที่ถูกทิ้งไว้โดยหลัวเต๋อนี้ ในท้ายที่สุดก็จะเป็ของเขาโดยสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้มันจึงนำเขาไปสู่จุดสุดยอดของเส้นทางปีศาจ
แต่ทำไมประคำนั้นถึงถูกใช้โดยซูจี เธอเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไป ถ้าเธอเป็ผู้ฝึกตนจริง ทำไมเธอถึงไม่จัดการนักเลงเ่าั้ล่ะ? เมื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ทำให้ฉินเฉาปวดหัว เขาจึงเลิกคิดไม่อยากนึกถึงเื่ชวนปวดหัวตอนนี้
ฉินเฉาเข้าใจเกี่ยวกับกายาปีศาจโดยกำเนิดของเขา ถ้ามีกายาปีศาจนี้หมายความว่าเขาคืออัจฉริยะ เมื่อเขาเรียนรู้เกี่ยวกับการฝึกตนในเส้นทางปีศาจ
ใครจะรู้เมืุ่์ได้ฝึกมัน มันอาจต่อต้านได้แม้แต่เจตจำนงของ์ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็สิ่งที่ทำได้ยากมาก ดังนั้นเมืุ่์ได้ฝึกฝน หนึ่งนั้นต้องทำจิตใจให้สงบด้วยการอุทิศจิตใจ พยายามฝึกฝนโคจรพลังภายในร่างกาย
ถ้าจิตใจไม่มั่นคงแนวหน้า เมื่อนั้นจะไม่มีทางโคจรพลังได้สำเร็จ แล้วก็ไม่สามารถฝึกฝนได้อีกต่อไป
หมายความว่าเมื่อมีคนที่มีกายาปีศาจ เมื่อเขาฝึกฝนเส้นทางปีศาจ พวกเขามีข้อได้เปรียบใหญ่ ๆ 2 ข้อ ข้อแรกพวกเขาสามารถดูดซึมพลังิญญามาเพิ่งพลังฉีของเขาได้ จากนั้นพวกเขาสามารถใช้มันทำลายขั้นต่อไปของ แดน์ทั้ง 9 ขั้น
ข้อได้เปรียบที่ 2 คือ พลังลมปราณภายในร่างกายจะโคจรโดยอัตโนมัติ แม้ว่าจิตใจเขาจะยังไม่สงบก็ตาม แต่พลังลมปราณยังคงสามารถโคจรได้สมบูรณ์ หรือพูดอีกอย่างว่าผู้ที่มีกายาปีศาจ เมื่อเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนจะก้าวหน้าทะยานได้ไม่หยุดยั้ง
คนอื่นฝึกฝนกันเป็ปี ๆ แต่พวกเขา้าแค่เดือนเดียวก็สามารถได้ผลลัพธ์เดียวกัน
พูดตรง ๆ เลยก็คือฉินเฉายังคงไม่เชื่อเื่นี้ทั้งหมด ด้วยเพราะเื่ที่เกิดขึ้นกับเขาทั้งหมดนั้นมันกะทันหันเกินไป เขาเลยต้องทำใจเชื่อมัน แม้ว่าเขาจะไม่อยากเป็ผู้ฝึกตน แต่เขาก็ไม่อยากให้ร่างกายของเขามีดวงตาเรืองแสงสีเขียว ผิวเป็เกล็ดเหมือนกับสัตว์ประหลาด ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างธรรมดาได้
ในการฝึกตนทางลัดที่เร็วที่สุดก็คือ ยาช่วยในการฝึกฝน ในโลกแห่งการฝึกตนนี้มี ยาอยู่ 3 ชนิด 1 เม็ดยามนุษย์ทองคำ 2 เม็ดยาิญญาปฐี 3 เม็ดยา์ะ เม็ดยาเหล่านี้แม้ใช้เพียง 1 เม็ดก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงแก่การฝึกตนแล้ว
แต่ฉินเฉาที่เป็เพียงยามตัวเล็ก ๆ เขาจะไปหาของดีแบบนั้นจากที่ไหน หลังจากครุ่นคิดมาได้พักใหญ่ ๆ ท้ายที่สุดในใจของเขาก็ผุดไอเดียบ้า ๆ ขึ้นมา
นั่นคือหาจังหวะดูดเอาิญญาของใครสักคน
คนที่มีกายาปีศาจ จะไม่ดูดิญญาของผีมาเพิ่มพลังได้อย่างไร!?
แล้วจะไปหาผีจากที่ไหน ถ้าจำไม่ผิดหูหลี่ลี่เล่าให้ฟังว่าโรงเรียนนี้มีผีสิงอยู่
เขาก็เลยคิดว่าพอตกดึกเขาจะไปลองหาผีดู ไหน ๆ ตอนนี้เขาก็เป็หัวหน้าปีศาจแล้ว ทั้งยังต้องฝึกตนในเส้นทางปีศาจ ทำไมเขาจะต้องมากลัวกับอีกแค่ผีผมยาวตัวเล็ก ๆ
จากนั้นเขาจึงเอาหนังสือ “กฎความลับทั้ง 9” ที่โรซี่ให้ไว้ออกมา ลายเส้นบนหนังสือดูเก่าแก่โบราณ แต่ไม่คาดคิดว่ายังคงมีกลิ่นของน้ำหมึกหลงเหลืออยู่ แม้ว่ามันจะเขียนด้วยตัวอักษรโบราณ แต่มันก็ไม่ได้อ่านยากสำหรับฉินเฉาผู้จบจากคณะอักษรศาสตร์ภาษาจีน
ดูเหมือนหนังสือนี้จะประกอบด้วย 2 ส่วนที่ต่างกัน ส่วนแรกประกอบด้วยวิธีการโจมตีของปีศาจที่หลากหลาย ฉินเฉายังไม่สามารถเรียนส่วนนี้ได้
ส่วนที่ 2 สอนเกี่ยวกับ 9 วิธีในการฝึกฝนเพื่อเป็ผู้ฝึกตน ซึ่งสอดคล้องกับ เส้นทาง์ 9 ชั้น ก่อกายา หลอมลมปราณ กำเนิดจิต สร้างรากฐาน ความสามารถเทวะ หวนสู่จุดกำเนิด กายาทองคำ ประกายแสง เซียนะ
เหมือนที่โรซี่เคยพูดไว้แต่ก่อนว่า เส้นทางปีศาจมี 9 ขั้น หัวหน้าปีศาจ ิญญาปีศาจ เสนาธิการปีศาจ ขุนพลปีศาจ ปีศาจจอมเวท จ้าวปีศาจ าาปีศาจ จักรพรรดิปีศาจ และเทพปีศาจ แต่ละขั้นก็ตรงกับเส้นทาง์ 9 ชั้น ในกรณีนี้ ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นหัวหน้าปีศาจซึ่งตรงกับวิธีฝึกตนขั้นก่อกายา สำหรับขั้นิญญาปีศาจจะใช้วิธีหลอมลมปราณ เสนาธิการปีศาจจะใช้วิธีกำเนิดจิต และเป็อย่างนี้ไปจนถึงขั้นสุดท้าย
ถ้าการสร้างพื้นฐานของเขาสำเร็จ เขาจะเป็เหมือนกับปีศาจหลัวเต๋อ
แต่ทุกสิ่งยากที่การเริ่มต้น
ดังนั้นเขาจึงเริ่มฝึกขั้นแรก ก่อกายา
ไม่นานเขาก็รู้สึกถึงคลื่นของอากาศอุ่น ๆ ข้างในร่างกายเขา หรือนี่จะเป็ที่ในตำนานเรียกว่า “ฉี” ที่ผู้คนพูดถึงกัน มันต้องใช่อย่างแน่นอน เส้นสายของอากาศอุ่น ๆ นี้เริ่มเคลื่อนที่ไปตามเส้นลมปราณในร่างกายของฉินเฉา
หลังจากที่ฉินเฉาเข้าใจเส้นทางการฝึกฝนไม่มากก็น้อย เขาก็สามารถโคจรลมปราณครบ 1 รอบ หลังจากนั้นเขาก็เตรียมตัวเข้านอน เตรียมตัวต้อนรับการมาถึงของวันใหม่ ในอีกความหมายกายาปีศาจของเขานี้จะโคจรพลังฉีต่อไปตามที่เขาได้เรียนมา แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจทำมันก็ตาม
ตอนนี้เอง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเร่าร้อนดังขึ้นจากห้องข้างๆ ‘อ๊า∼อ๊า ∼’ ลอยมาเข้าหูฉินเฉา
“ให้ตายเถอะวะ ไอ้สองผัวเมียข้าวใหม่ปลามันเล่นจ้ำจี้กันอีกแล้ว!” ฉินเฉาะโลงจากเตียงแล้วเขวี้ยงหมอนใส่กำแพง “แกรู้ไหมเสียงร้องของพวกแดงเป็มลพิษทางหูของคนโสด พรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อตุ๊กตายางที่ร้องได้มาแข่งกับพวกแกสองคนคอยดู! มาดูกันระหว่างพวกเราสองคน ใครมันจะอึดกว่ากัน!”
ขณะที่ฉินเฉายังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่นั้น ฉับพลันก็มีใครบางคนมาเคาะประตูห้องเขา
มัน 1 ทุ่มแล้ว ข้างนอกก็มืดมากแล้ว ใครกันจะมาเคาะประตู
“ใคร มาเคาะประตูเข้าบ้านค่ำมืดดึกดื่นอย่างนี้! ค่าน้ำ ค่าไฟก็จ่ายครบหมดแล้ว!” ฉินเฉากำลังโมโหสุดขีด ก็เลยพาลคนที่มาเคาะประตูเอาซะอย่างนั้น
“เอ่อ” เสียงที่ไม่มั่นใจดังมาจากข้างนอกประตู “พี่ฉินเฉา หนูเอง”
“หือ! หลี่นา!” ฉินเฉาใ ะโขึ้นทันที เมื่อเห็นตัวเองใส่แค่กางเกงบ๊อกเซอร์ เขารีบหาเสื้อผ้าในตู้มาใส่ทันที
“พี่ฉินเฉา พี่อยู่ข้างหรือเปล่า?” สาวน้อยยังคงเคาะประตู สร้างความใให้เขา ๆ รีบใส่เสื้อเชิ้ต
“อยู่ ๆ พี่อยู่ รอเดี๋ยว!” ฉินเฉารีบสวมเสื้อผ้า แล้วก็รีบวิ่งไปที่ประตู บนทางเดินข้างนอกมีสาวน้อยทรงเสน่ห์ยืนอยู่
ในตอนนี้ หลี่นาสวมชุดนอนสีชมพูที่ทำมาจากผ้าคอตตอน 100% ห่มร่างเล็ก ๆ อันงดงามของเธอเอาไว้ ด้วยเพราะชุดนอนหลวมมาก เมื่อมีลมพัดที่ทางเดินชุดนอนอันหลวมโพรก ก็เลยรัดรูปของเธออย่างแจ่มชัด ตาของฉินเฉาแทบหลุดออกจากเบ้า
หน้าอกหน้าใจของสาวน้อยมีขนาดอยู่ที่ไซต์ B ซึ่งก็นับว่าไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป มันคือหุบเขาเร้นลับสาดผสมกลับกลิ่นหอมอันงงงวย แน่นอนว่ามันสามารถเจาะการป้องกันที่เปราะบางของฉินเฉาได้
“พี่ฉินเฉา ให้หนูเข้าไปนะข้างนอกนี้มันหนาวมาก ๆ เลย” ความหนาวเธอจึงรีบเข้ามากอดแขนของฉินเฉา ะเิลมลูกเล็ก ๆ ของหลี่นากำลังเบียดเสียดแน่นอยู่บนแขนของเขา ตัวสั่นเล็กน้อย ปลุกฉินเฉา เขารีบให้เธอเข้ามาข้างในแล้วปิดประตู
“สาวน้อย ทำไมเธอมาหาฉันดึก ๆ ดื่น ๆ อย่างนี้ล่ะ” ฉินเฉาถาม
“แม่ของหนูไปทำงาน ข้าวก็ไม่มีกิน หนูเลยมาขอลี้ภัยกับพี่ฉินเฉา” เธอขดตัวบนโซฟา เหมือนกับลูกแมวตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ พูดอย่างน่าสงสาร ทองกับขดตัวมาแนบกับตัวของเขาอย่างไม่ได้ระวังเลยแม้แต่น้อยว่าดอกบัวตูมสีชมพูของเธอถูกไถกับเนื้อตัวของฉินเฉาเห็น
“อะแฮ่ม!” ทันใดนั้นฉินเฉารู้สึกว่าเืภายในกายวิ่งลงไปที่หว่างขาของเขา
“ถ้างั้นเธอรอสักเดี๋ยว เดี๋ยวพี่จะทำอาหารมาให้!”
จากนั้นเขาเข้าไปที่ครัว เปิดก๊อกน้ำอ่างล้างจาน วักน้ำล้างหน้าสองครั้งเพื่อเรียกสติ เมื่อเขาเห็นตัวเองในกระจกทันใดนั้นก็ต้องใ ตอนนี้เส้นผมของเขากลายเป็สีแดง ดวงตาเริ่มเรืองแสงสีเขียว เหลือเพียงแค่ิัที่ยังไม่เปลี่ยนเป็เกล็ด แต่นิ้วมือเริ่มมีเล็บยาวงอกออกมาจนกลายเป็กรงเล็บ
“พี่ฉินเฉา พี่จะทำอาหารอะไรให้หนูกินคืนนี้!”
ฉินเฉารู้สึกลนลานอย่างที่สุด เพราะในเวลานี้สาวน้อยกำลังเดินเข้ามาที่ครัว
“เดี๋ยว เธอเข้ามาไม่ได้นะ อย่าเพิ่งเข้ามา!” ฉินเฉากังวลแล้วเริ่มก้าวถอยหลังทีละก้าวขณะส่ายมือไปมา
“ฮ่า ๆ ๆ พี่ฉินเฉา พี่ตลกจัง หนูไม่ได้จะลวนลามพี่สักหน่อย” หลี่นาหัวเราะ พร้อมกับโผล่หัวออกมา หน้าอกของเธอสั่นกระเพื่อมอย่างไม่รู้ตัว
ฉินเฉาใเมื่อมองไปที่กระจกเขาเห็นตัวเองกลับเป็เหมือนเดิม ก็ถอนหายใจออกมายังโล่งอก
เขาเอาผักกาดดองออกมาจากช่องฟรีซ หั่นมันเป็ชิ้นแล้วพูดว่า “วันนี้เธอกินเนื้อผัดกับผักกาดดองแล้วกันนะ”
“เยี่ยม ๆ ” หลี่นาหัวเราะ เปิดเผยฟันหน้าทั้งสองซี่ของเธอ “อย่าลืมใส่เนื้อเยอะ ๆ!”
“กินเนื้อเยอะ ๆ ไม่กลัวว่าอ้วนเหรอไง” ฉินเฉาจ่ายเงินไปมากกับเนื้อก้อนนี้ ดังนั้นเขาจึงลังเลที่จะกินมัน แต่แม่ของหลี่นาไม่อยู่เพราะความสงสารเขาจึงเอาเนื้อแช่แข็งออกมา วางมันลงไปในไมโครเวฟเพื่อละลายมัน
“ถึงจะมีแค่เนื้อผัดผักกาดดอง หนูคิดว่ามันดีกว่าอาหารอื่น ๆ!” หลี่นามองอย่างกระหายไปที่ฉินเฉาผู้ที่กำลังหั่นผักกาดดอง
“พูดเหมือนกับเธอเคยกินอาหารมามากมายแล้วงั้นแหละ” ฉินเฉาบีบจมูกเธอเล่น พูดล้อเลียน
“แหะ ๆ” หลี่นาไม่พูดได้แต่หัวเราะ
“ดึกดื่นป่านนี้ แม่เธอไปทำธุระที่ไหนล่ะ?”
“แม่ไปจิงหยาง!” หลี่นาพิงโต๊ะทำครัว ส่งยิ้มหวานให้กับเขาฉินเฉาหน้าร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกเขินอาย “แม่บอกว่าธุรกิจเสื้อผ้ากำลังไปได้ดี เลยไปจิงหยางเพื่อเอาของมาเพิ่ม”
“แม่ของเธอช่างชีพจรลงเท้าจริง ๆ เลยนะ” ฉินเฉาเริ่มหั่นเนื้อ ความสามารถในการทำอาหารของเขา มาจากบ้านเกิดที่เขตตะวันออกเฉียงเหนือ มันเป็สิ่งจำเป็ถ้าอยากประหยัด เขาใช้มีดอย่างระมัดระวัง ไม่มองไปที่หลี่นา ในขณะเดียวกันเขาพึมพำกับตัวเองในใจ สาวน้อยคนนี้ไม่รู้จักระวังตัวเวลาอยู่ใกล้กับคนอื่น เราเองก็ยังหนุ่มยังแน่น มามีผู้หญิงอยู่ใกล้ ๆ ก็ยากที่จะข่มใจ
จบตอน#