อลินตาตัดสินใจกับตัวเองได้แล้วก็สั่งเนตรนภาน้ำเสียงมั่นใจ
“เนตรระหว่างที่พี่ไม่อยู่เนตรก็อยู่ที่เฮือนทผ้าไปก่อน หรือจะไปนอนกับแม่ก็ได้แต่หน้าที่ของเนตรที่จะเพิ่มขึ้นนั่นก็คือ เนตรต้องทำวัตรสวดมนต์เช้าและเย็นหลังจากสวดมนต์เสร็จ เนตรก็ต้องนั่งสมาธิด้วยเพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เนตรมีพลังทางจิตที่เพิ่มขึ้นและสิ่งที่เนตรปฏิบัติจะเป็นเกราะคุ้มกันภยันตรายให้เนตรได้ผีสมัยนี้ร้ายกว่าที่เราคิดนะ ดังนั้นเราต้องเดินนำหน้ามันหนึ่งก้าวเสมอเสร็จธุระทางนี้แล้วก็ขออนุญาตแม่ของเนตร ตามพี่ไปที่เรือนรูปจันทร์บ้านใหม่ของพี่พี่จะสอนการทำกรรมฐานและเพ่งกสิณให้กับเรา ออ..อีกเรื่องพี่วานเนตรช่วยดูแลการปลูกต้นตีนเป็ด ที่พี่มานพจะเอามาลงในสวนหลังบ้านไห้พี่ด้วยนะ....”เนตรนภาพยักหน้ารับกระตือรือร้นกับสิ่งใหม่ๆ ที่จะได้เจอ และพร้อมที่จะทำตามคำสั่งของพี่สาวตัวเองทุกอย่าง
เวลาเดียวกันแต่อยู่ในพื้นที่กลางเมืองกรุงเทพฯ หญิงสาวสวย ผิวพรรณผุดผ่องคนหนึ่งในชุดกางเกงแนบเนื้อเสื้อลายลูกไม้สีดำที่เห็นทะลุเนื้อหนังของผู้สวมใส่ พร้อมด้วยสูทคลุมตัวจิ๋วสีเดียวกับเสื้อลูกไม้เผยให้เห็นเอวบางร่างน้อยของเจ้าของร่าง กำลังยืนคุมคนงานจัดเตรียมพื้นที่ภายในโรงแรมมีชื่อระดับต้นๆของเมืองกรุง
คุณหนูไอรดาผู้เป็นเจ้าของโรงแรมร่วมกับพี่ชายตนนามว่าไอดินสองพี่น้องช่วยกันบริหาร โรงแรมไอรดา แอนด์ ไอดิน และโรงแรมในเครือ อย่างเต็มตัวเนื่องจากพ่อกับแม่ของเธอวางมือและพักผ่อนท่องเที่ยวกันไปตามประสาคนแก่ที่มีเวลาว่าง
“เอาเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ไปวางด้านหน้าส่วนไฟฉันโอเคแล้วไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม โบว์ผูกพนักเก้าอี้ทุกตัวเอาสีเงินไม่เอาสีทอง” ไอรดาคุณหนูไฮโซสั่งงานคล่องปากสมกับเป็นผู้บริหารยุคใหม่ขณะที่ไอรดากำลังยืนดูพนักงานจัดเตรียมพื้นที่งานอยู่นั้นเสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังเข้ามาจากทางด้านหลังและมาหยุดไม่ห่างจากเธอ
“แค่เจ้าภูแสนตอบรับการมางานเธอถึงกับลงมาดูแลการจัดงานเองเลยเหรอรดา..” ไอรดาหันหน้าไปมองเสียงทางด้านหลังก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความชิน
“พี่ดินฉันไม่มีเวลาจะคุยกับพี่หรอกนะ เสร็จจากตรงนี้ฉันก็ต้องรีบไปอาบน้ำนมบำรุงผิวอีกไหนจะต้องลองชุดสำหรับใส่มาในงานถ้าพี่ไม่ได้ยุ่งมากก็ควรไปพักผ่อนจะดีกว่าเผื่อในงานจะเจอสาวๆ ที่ตัวเองหมายตา”ไอดินชายหนุ่มร่างสูงกำยำ หุ่นสมาร์ทเหมือนนายแบบในจินตนาการของเหล่าสาวๆเดินหลุดออกมาอยู่ต่อหน้าไอรดาสองพี่น้องคู่นี้ได้รับฉายาว่าเพอร์เฟคทั้งพี่ทั้งน้อง
ยกเว้นเรื่องความรักที่ทั้งสองไม่ค่อยจะสมหวังเท่าไหร่นักไอรดานั้นอกหักบ่อยด้วยเพราะนิสัยส่วนตัวของคุณเธอที่ค่อนข้างเอาแต่ใจแต่สำหรับไอดินเขาไม่อยากจะลงเอยกับใครเพราะรักสนุกเป็นผู้ชายลั้ลลาที่ยังไม่อยากมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตนและด้วยเพราะไอดินเป็นหนุ่มรูปหล่อ ทั้งยังเป็นนักบริหารไฟแรงทั้งที่อายุยังน้อย จึงทำให้ไอดินเป็นที่หมายปองของสาวๆแต่ก็ดูเหมือนว่าไอดินยังยึดติดในชีวิตโสดที่อิสระเสรีมากกว่าการผูกมัดกับใครสักคนไอดินส่ายหน้าเมื่อน้องสาวของเขาพูดเป็นเชิงล้อเลียน
“เจ้าภูแสนคิดยังไงถึงได้ตอบตกลงกับเธอที่สำคัญเขาตอบตกลงจะมางาน มาเดินแบบ แต่ไม่เดินคู่กับเธอมันแปลกๆ นะรดา...”ไอรดาเบ้หน้าแล้วพูด
“ก็เล่นตัวตามประสาคนเพอเฟคทุกอย่างนั่นแหละแต่สุดท้ายพี่ดินรอดูเถอะเจ้าจะต้องสยบให้รดา” ไอรดาพูดออกมาด้วยความมั่นใจส่วนไอดินได้แต่โคลงศีรษะไปมาเพราะที่ผ่านมาผู้ชายจะหลงเธอแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น พอคบกันไปนานๆหนุ่มๆ เหล่านั้นก็จะเห็นฤทธิ์เดชของน้องสาวตัวเองว่าสุดเหวี่ยงแค่ไหน...
ก่อนกลับกรุงเทพฯอลินตาแวะไปหาหลวงตาอ่อนและมานพที่วัดป่าวิเวกธรรมอลินตาเข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์และกราบหลวงตาอ่อน ก่อนจะเข้าไปคุยกับมานพที่โบสถ์หลังเก่าซึ่งตอนนี้กำลังจะถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เป็นหอพระไตรปิฎกและหอสมุดมานพและอลินตายืนมองดูตู้กระจกขนาดใหญ่ข้างใน ที่ไม่มีอะไรยูนอกจากห่อกระดาษทิชชูห่อหนึ่งที่ถูกพันธนาการด้วยด้ายสีน้ำเงินอลินตาทำพิธีสะกดวิญญาณที่วนเวียนและสถิตอยู่ในกำไลนั้นซึ่งวิญญาณของเจ้านางละอองทองมอบมันให้กับเนตรนภา อลินตาหันมามองเพื่อนก่อนจะพูด
“ฝากดูแลกำไลอันนี้ให้ดีๆฉันรู้สึกว่ากำไลนี่ไม่น่าไว้ใจ!” มานพยืนนิ่งสายตาจับจ้องกำไลทองพลางพยักหน้ารับ
“อือ..จะดูแลให้อย่างดี” อลินตายังย้ำเพื่อนรักของตนอีก
“อย่าถอดด้ายสีน้ำเงินออกจากกำไลเด็ดขาดฉันไว้ใจนายได้ใช่ไหม?” มานพหันมองเพื่อนสนิทที่คบกันมาหลายปีดีดักก่อนจะพูดขึ้น
“ไว้ใจได้เกินร้อย”อลินตายิ้มวางใจ
“เสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมา เรื่องต้นตีนเป็ดน่ะเนตรนภาจะคอยดูแลให้ถ้าจะเข้าไปปลูกก็ติดต่อเนตรนภาได้เลยฉันให้เบอร์โทรไว้แล้ว...”
เมื่อเสร็จธุระทุกอย่างอลินตาก็ก้าวขึ้นรถหรูของตัวเองโดยมีเป๋าสวมแว่นตาดำทำหน้าที่ขับรถที่อลินตาไม่ขึ้นเครื่องบินนั่นก็เพราะเป็นห่วงชีวิตทุกคนเนื่องจากเป๋าชะตาถึงฆาตและอาจจะพาทุกคนถึงฆาตก่อนกำหนดอีกด้วยเช่นนั้นอลินตาคิดว่าเธอควรจะรีบพาเป๋าไปหาท่านอาจารย์สินยเวทย์อย่างเร่งด่วน
“ต้องการความเร็วระดับไหนคะคุณอลิน?”เป๋าจีบปากถามขึ้นเมื่อเจ้านายสาวของตัวเองก้าวขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยโดยมีหมิงนั่งอยู่ด้านหน้าคู่กันกับเป๋า อลินตาหยิบแว่นดำมาสวมพร้อมกับเสียบหูฟังจากโทรศัพท์ใส่หูของตัวเองก่อนตอบสั้นๆ
“เร็วเท่าที่ต้องการ...”เป๋ารับคำสั่งแล้วออกรถชนิดที่ใบไม้แถวนั้นปลิวว่อนกันเลยทีเดียวแต่ถ้าหากสังเกตที่ล้อรถของอลินตาแล้วจะปรากฏเป็นแสงสีน้ำเงินเรืองๆครอบคลุมล้อทั้งสี่เอาไว้
ทางด้านเจ้าภูแสนที่มาถึงกรุงเทพฯก่อนอลินตา ชายหนุ่มลงจากเครื่องบินเขาใส่สูทสีดำ กางเกงยีนส์ยี่ห้อแพงลิบรองเท้าหนังสีเดียวกับเสื้อสูท สวมแว่นตาดำ ด้านหลังมีชัยยันตร์ลูกน้องคนสนิทตามติดไม่ห่างเจ้าภูแสนเดินมุ่งออกจากอาคารของสนามบินสู่รถเก๋งสีดำเงาวับที่โผล่มาจอดเทียบท่ารอรับพอดิบพอดีเจ้าชายหนุ่มผู้สง่างามเข้าไปนั่งด้านหลังห้องผู้โดยสารอย่างรวดเร็วโดยมีชัยยันตร์นั่งเคียงข้างไปกับคนรถ เมื่อนั่งในรถแล้วเจ้าภูแสนก็ออกคำสั่งทันที
“กลับบ้าน วันนี้พวกนายพักผ่อนให้เต็มที่พรุ่งนี้เย็นฉันมีงาน เตรียมรถรอให้พร้อมด้วย” ชัยยันตร์และคนขับรถรับคำสั่งเงียบๆไม่มีการพูดคุยกันจนถึงบ้านพักของเจ้าภูแสนที่กรุงเทพฯ
ในช่วงเย็นวันเดียวกันอลินตาก็ถึงเรือนรูปจันทร์บ้านมือสองที่เธอช่วงชิงมาจากผีตายโหง เอ๊ย.. ซื้อต่อจากเจ้าของคนก่อนด้วยราคาที่คุ้มเวอร์เกินเบอร์อลินตาบอกเป๋ากับหมิงให้เข้าห้องพักผ่อนหมิงหอบหิ้วกระเป๋าบิดขี้เกียจไปมาคลายเมื่อย เป๋าก็ทำอาการไม่ต่างจากหมิงแต่แล้วสักพักทั้งสองก็ต้องสะดุ้งผงะแทบจะล้มเมื่อวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลผีบ้านผีเรือนอยู่ๆ ก็โผล่ออกมาต้อนรับกะทันหัน
“ยินดีต้อนรับทุกคนสู่เรือนอันอบอุ่นอีกครั้ง..”อลินตายิ้มโค้งคำนับทักทาย หมิงกับเป๋ายืนหอบหายใจถี่ๆก่อนเป๋าจะแว้ดกลับทั้งที่เห็นผีมาเยอะแต่ก็ยังไม่เคยจะชินสักครั้งเดียว
“อุ่นจนร้อนเลยเจ้าค่ะคุณหลวง..”คุณหลวงอภิมหาทองไพศาลหันมายิ้มให้กับเป๋าอย่างเอ็นดูเป๋าค้อนวิญญาณหนุ่มใหญ่ อลินตาเอ่ยปากถามผีบ้านผีเรือนของตน
“เป็นยังไงบ้างที่นี่ปกติดีไหมคะ...?”วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลพยักหน้าก่อนจะบอกอลินตาผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยความสุภาพ
“ปกติดีไม่มีอะไรฉันเฝ้าดูและตรวจตราให้ตลอด 24 ชั่วโมง” อลินตามองหน้าวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลแววตาเปล่งประกายขอบคุณอย่างชัดเจน...