ตอนที่ 20 เรือนพิณ (2)
เสิ่นเหวินฮุ่ยเห็นใบหน้าละล่ำละลักของนางก็ได้แต่ถอนใจกล่าวว่า “อาหนิง อีกเดี๋ยวเจ้าก็แสร้งทำท่าเข้า อย่าสัมผัสโดนสายพิณก็พอแล้ว ท่านอาจารย์ต่างก็ทราบสถานการณ์ของเจ้าดี คงไม่สร้างความลำบากให้เจ้าหรอก”
วิชาพิณของอาหนิงย่ำแย่เกินไปจริงๆ นางเองก็ไม่อยากฝืนพูดให้กำลังใจอาหนิง พูดไปก็เปล่าประโยชน์ ตอนนี้อาหนิงได้แต่ดีดสายเปล่าเอาตัวรอดไปก่อน
เยี่ยสุยผงกศีรษะ สองบ่าลู่ตกลงอย่างอับจนหนทาง ตอนนี้นางแค่หวังว่าท่านอาจารย์จะอารมณ์ดีและไม่สนใจนางมากนัก...
น่าเสียดายที่โชคไม่เข้าข้าง พอท่านอาจารย์เดินเข้ามา บรรยากาศราวกับโดนแช่แข็งไปชั่วขณะ เด็กสาวทุกนางพากันนั่งตัวตรง เสิ่นเหวินฮุ่ยเม้มริมฝีปากแน่น ส่งสายตาเห็นใจไปทางเยี่ยสุย
อาจารย์สอนพิณวันนี้ก็คืออาจารย์กง ผู้เคร่งครัดในการสอนและลงโทษอย่างเข้มงวด ที่สำคัญยิ่งกว่าคือนางไม่ชอบหน้าเยี่ยสุยมาตลอด ก่อนหน้านี้ก็ชอบหาเรื่องนางอยู่บ่อยครั้ง
ที่ผ่านมา เมื่อต้องเข้าชั้นเรียนอาจารย์กง เยี่ยสุยแทบอยากจะขดตัวเป็นก้อนกลมแล้วเอาหัวซุกทรายเสีย ต่อมาเมื่อหมดหนทางหนี ถึงวันเรียนพิณของอาจารย์กงเมื่อใด นางก็หาข้ออ้างลาป่วยมาตลอด
เยี่ยสุยถามย้ำกับตัวเองแล้วว่าไม่เคยทำอะไรผิดต่ออาจารย์กงมาก่อน ไม่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายต้องหาเรื่องลำบากให้นางด้วย ทว่ากลับเกิดใหม่ทั้งที ในที่สุดนางก็ได้รู้ ที่แท้ศิษย์เอกของอาจารย์กงเคยแย่งชิงตำแหน่งพระสนมผิน[1]กับพี่หญิง ภายหลังศิษย์ของอาจารย์พ่ายแพ้ไม่ได้รับเลือก นับแต่นั้นอาจารย์กงก็โกรธเกลียดคนตระกูลเยี่ยมาตลอด
ยามนี้ได้พบอาจารย์กงผู้หยิ่งยโสอีกครั้ง เยี่ยสุยสงบใจลงได้อย่างประหลาด ความหวาดวิตกหนักอึ้งทั้งหลายในอดีตถูกโยนทิ้งไปจนหมด
เรื่องที่นางหวาดกลัวคือการดีดพิณ เพราะรู้สึกว่าตนเองล้มเหลว แต่กับคนอย่างอาจารย์กง นางไม่กลัวแม้แต่น้อย ยิ่งอยากจะลุกขึ้นสู้ด้วยซ้ำ
คนที่ภายนอกดูเย่อหยิ่งไม่เห็นหัวผู้ใด แท้จริงแล้วก็เพราะรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย ทั้งยังมีจิตอาฆาตมาดร้าย คนประเภทนี้นางพบเจอมามากเกินพอ ผู้ที่จบสิ้นด้วยน้ำมือนางไม่น้อย แค่อาจารย์สอนพิณคนหนึ่งมีอะไรให้กลัวกัน
อาจารย์กงคอยหาเรื่องนางอยู่เรื่อย แต่นางก็ยังนั่งปกติสุขดีอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หรือ
ทว่านางคงประเมินความโกรธแค้นของอาจารย์กงต่ำไป หลังการสอนจบลง อาจารย์กงชี้นิ้วมาที่นางกล่าวว่า “เมื่อครู่ที่ข้าสอนพวกเจ้าไปจำได้หมดแล้วหรือไม่ แม่นางท่านนี้ลองมาดีดให้ฟังหน่อย”
นางเอ่ยพร้อมท่าทางเข้มงวดจริงจัง ไม่ว่าใครก็นึกไม่ถึงว่านางจงใจกลั่นแกล้งเยี่ยสุย
แต่เยี่ยสุยได้กลับมาเกิดใหม่ ทั้งสายตาและประสบการณ์ล้วนถูกฝึกฝนมาอย่างดี ทว่าศาสตร์พวกนี้นางยังไม่ถนัดอยู่ดี แน่นอนว่าดีดไม่ได้อยู่แล้ว
อาจารย์กงตบโต๊ะเสียงดัง กล่าวเสียงเข้มว่า “คนบางคนอาศัยร่มเงาของตระกูลเข้ามา แม้แต่ดีดพิณสักเสียงยังทำไม่ได้ หน้าตางดงามแต่สมองทึบก็ไม่เท่าไร หากไม่ตั้งใจเล่าเรียน...”
นางกล่าวถึงเหตุผลกฎระเบียบมากมาย น้ำเสียงบาดลึกไร้น้ำใจ ทั้งยังแฝงแววดูแคลนอย่างชัดแจ้ง แม้คำพูดไม่หยาบคาย แต่กลับทำให้คนฟังตะครั่นตะครอไปทั้งตัว
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของอาจารย์กง เด็กสาวบางคนลอบยินดี บ้างก็ขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกว่าท่านอาจารย์พูดไม่ดีเอาเสียเลย
ทันใดนั้นมีเสียงเย็นเยียบกล่าวขึ้น “ที่แท้เรือนพิณแห่งสถานศึกษาสตรีสอนศิษย์เช่นนี้เองหรือ ข้านับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ปี้ซานจวิน นี่คืออาจารย์เรือนพิณของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
เสียงพูดนี้ดังแทรกขึ้นอย่างชัดเจน ทุกคนจึงหันไปมองทางต้นเสียง จากนั้นพากันนิ่งอึ้งตะลึงงัน คะ...คนพวกนี้คือ...
เชิงอรรถ
^ ตำแหน่งพระสนมขั้นแรกที่รองจากฮองเฮา หวงกุ้ยเฟย กุ้ยเฟย และเฟย