สตรีผู้งดงามผู้นั้นหันหน้ามา “พี่ใหญ่!!!!!” ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตหวานล้ำเหมือนมีน้ำกลิ้งกลอกอยู่ด้านใน หางตาด้านขวามีไฝชาดเม็ดเล็กๆติดอยู่ ริมฝีปากแดงฉ่ำดูแล้วนางช่างมีเสน่ห์ยั่วยวนเหลือเกิน หากนางเดินออกไปด้านนอกคงจะมีแต่บุรุษคอยวิ่งไล่ตาม..หาใช่ในวังหลวงที่มิมีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ท่านหญิงผู้แสนซน
สีหน้าเ้าหยางหลงเหมือนกับกำลังกลืนยาพิษ จากที่คิดว่าจะหลบหนีน้องสาวฝาแฝดไปอีกทางกลับทำไม่ได้
“ท่านให้ข้าร่วมเดินทางไปแคว้นเพ่ยกับท่านได้หรือไม่?” เ้าเฟิ่งเซียนยิ้มกว้างประจบประแจงเดินกอดแขนเ้าหยางหลงเดินกลับตำหนัก รัชทายาทเ้าอี้หลิงทำเพียงแค่ส่ายหัวแล้วเดินแยกไปอีกทางเพื่อเตรียมกำลังคน…พวกเขาคิดอยู่แล้วว่านางต้องรู้
ก่อนหน้านี้สองเค่อ(30นาที)
“พี่เฟิ่ง” จางซิงอีเดินทางมาหาเ้าเฟิ่งเซียนในยามเช้าพร้อมเื่สำคัญ นางกลับมาจากเขตชายแดนร่วมสัปดาห์แล้วและได้รับข่าวเื่พยัคฆ์ขาวเมื่อห้าวันก่อนจากพิราบสื่อสารของท่านพ่อ ทุกครั้งที่นางมาหาท่านย่านางจะอยู่ในเมืองหลวงสิบวันก่อนจะเดินทางกลับเขตชายแดน ยิ่งเมื่อวานมีองครักษ์ของท่านลุงหย่งเจี้ยนมาบอกความว่าท่านพี่รัชทายาทและท่านพี่หยางจะร่วมเดินทางไปกับนางด้วยทำให้นางยิ้มกว้างอย่างยินดี..แต่เหตุใดถึงไม่มีชื่อพี่เฟิ่งของนางเล่า ด้วยความสงสัยจางซิงอีจึงต้องรีบเข้าวัง “ฝ่าามีรับสั่งให้พี่หยางกับพี่รัชทายาทเดินทางไปแคว้นเพ่ยและระหว่างทางให้แวะที่เขตชายแดนของท่านพ่อเพื่อนำลูกพยัคฆ์ไปเป็ของขวัญหนึ่งตัว” จางซิงอีเอียงคอ “เหตุใดข้ามิได้ยินว่ามีชื่อของพี่ในขบวนเดินทางเล่า?”
ใบหน้าสวยของเ้าเฟิ่นเซียนดูเคร่งเครียด สองมือบีบกันแน่นปากบางพร่ำคำหยาบออกมา ‘เป็ภาษาไทย’ “อะไรกันวะเนี่ย!!!”
จางซิงอีงงอยู่พักหนึ่ง “พี่ว่าอันใดนะ?” ใบหน้าน่ารักรอคำตอบ
“มิมีอันใด พี่ขอบใจเ้ามากที่เดินทางมาบอก ยามนี้เ้ากลับจวนไปก่อนแน่นอนว่าในขบวนเดินทางสู่แคว้นเพ่ย ต้องมีพี่” เ้าเฟิ่งเซียนดวงตาวาววับ…นางจะไปให้ได้คอยดูเถอะ!!
-----+++++-------------
กลับมาปัจจุบัน
“ให้ข้าไปด้วยนะ” ออดอ้อนออเซาะ
เ้าหยางหลงให้นึกถึงคำของท่านพ่อ ‘หากนางอยากไปก็ให้นางไป’ ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องไปหรอก หนทางยาวไกลรอนแรมกลางป่ากลางเขาเ้าเป็สตรีคิดแบบใดก็ไม่เหมาะ” แกล้งเอ่ยปฏิเสธ
“ไม่เหมาะอย่างไร!!! ทีจางซิงอีเยาว์วัยกว่าข้าเหตุใดนางถึงเดินทางเป็ว่าเล่น”
“นั่นเป็เพียงแค่การเดินทางกลับจวนในเมืองหลวงใช้เวลาเดินทางเพียงห้าวันหาใช่ข้ามแคว้นเช่นนี้ไม่” แฝดพี่ยังคงใจเย็ยแกล้งนางไปเรื่อยๆ
ใบหน้าสวยบิดเบี้ยว โมโห ะโขึ้นเสียงดังลั่นด้วยภาษาที่ท่านแม่พร่ำสอน “หากไม่ให้ข้าไป ข้าจะไปบอกท่านแม่ว่าเ้าแอบไปหอนางโลม!!!” ภาษาไทยเสียงดังฟังชัด
เ้าหยางหลงหัน ขวับ!!! กลับมาอย่างรวดเร็ว “ใครบอกเ้า!!” ตอบกลับด้วยภาษาเดียวกัน
“ไม่ต้องให้ใครเสนอหน้ามาบอก” ลอยหน้าลอยตา “เพราะข้าตามไปเอง!!!” เ้าเฟิ่งเซียนผละตัวหนีใช้วิชาตัวเบาทะยานขึ้นฟ้าพริ้วกายหายไปทางตำหนักอู่หลง ‘สถานที่พำนักของท่านแม่’
“หยุดนะ!!!” เ้าหยางหลงสบถถ้อยคำหยาบคายออกมา “ระยำเอ๊ยย!!” แน่นอนว่าทุกคำพูดที่สนทนากันเมื่อครู่หาได้มีผู้ใดเข้าใจ
-++++++------++++++
ภาพการประมือกันของฝาแฝดเสียงดัง ฟุ่บฟั่บ!!! กลางอากาศอย่างไม่มีใครยอมใคร ตามมาด้วยเสียงะโดังลั่นที่มิมีผู้ใดรู้ความหมายนอกจาก ‘ท่านแม่’ ที่ยืนฟังสองพี่น้องทะเลาะกันกลางอากาศ
“จะไม่มีผู้ใดเข้าไปแยกลูกของข้าเลยรึ?” พระชายาจูเหม่ยเซียนหันมององครักษ์รอบกาย
“มิกล้าพะยะค่ะ” ทหารยามหน้าตำหนักตอบคำ คงมิมีผู้ใดจะอยากให้หัวตนเองหลุดออกจากบ่าหากฝาแฝดผู้สูงศักดิ์าเ็
จูเหม่ยเซียนได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับะโขึ้นฟ้าเสียงไม่ดังมากนักแน่นอนว่าผู้ฝึกวิทยายุทธต้องได้ยิน “หยุดนะทั้งสองคนไม่เช่นนั้นแม่จะสั่งห้ามมิให้เข้าตำหนักอู่หลงอีก!!!”
เช้ง!!!! เสียงกระบี่ปะทะกันหยุดลงพร้อมกับฝีเท้าแ่เบาของฝาแฝดแตะลงบนพื้นดิน แม้ทั้งคู่จะใช้กระบี่ของจริงแต่หาได้ฟาดฟันกันจริงๆไม่ เื่นี้ผู้ใดต่างก็รับรู้ว่าสองพี่น้องมักจะประมือกันเป็ประจำ
“ท่านแม่…หยางหลงจะมิให้ลูกร่วมเดินทางไปแคว้นเพ่ยด้วย” เฟิ่งเซียนกอดเอวท่านแม่คนสวยออดอ้อน
“อย่าเรียกพี่เ้าเช่นนั้น”
“ถ้าลูกไม่ได้ไปด้วย ลูกก็จะเรียกเช่นนี้จนกว่าจะหายโมโห”
“ว่าอย่างไรหยางหลง?” คนเป็แม่มองบุตรชาย
“เื่นี้ลูกชี้แจงได้ขอรับ” แล้วเื่ราวในท้องพระโรงก็เล่าสู่กันฟังตรงที่นั่งหน้าตำหนักอู่หลง
“เช่นนั้นท่านพ่อทั้งสองก็อนุญาตให้ข้าไปด้วยงั้นสิ?” เ้าเฟิ่งเซียนได้ฟังความจริงก็ยิ้มกว้าง “งั้นพี่จะหลอกข้าทำไมเล่า!!”
“พี่แค่ล้อเ้าเล่นไม่คิดว่าเ้า…” จะฟ้องเื่ที่เขาแอบไปเที่ยวหอนางโลมกับรัชทายาทเมื่อหลายวันก่อน
“ข้าก็ไม่คิดจะบอกผู้ใด”
“เื่ที่หยางหลงไปหอนางโลมน่ะรึ?” จู่ๆท่านแม่จูเหม่ยเซียนก็พูดขึ้นมา เ้าหยางหลงใบหน้าแดงก่ำ อับอายด้วยตัวเขาเองยังไม่พร้อมที่จะมีสนม ชายาใดๆทั้งสิัน “ฟังนะลูกชายแม่” ลูบผมเบาๆ “การที่เ้าซึ่งยามนี้ได้เติบโตเป็บุรุษแล้วจะไปเที่ยวในหอนางโลมก็หาใช่เื่แปลกอันใด ดีเสียอีกแม่จะได้มิต้องไปเสาะหานางสนมที่ไหนมาให้วุ่นวายวังหลวง” หันมองบุตรสาวอีกด้าน “แต่ที่น่าใคือ..มันไม่ใช่เื่ของเ้าเฟิ่งเอ๋อร์!! เ้าเป็สตรีจะลักลอบเข้าไปทำสิ่งใดในหอนางโลม!!!”
เ้าเฟิ่งเซียนสะดุ้งโหยงราวกับขโมยถูกจับได้ นางทำสายตาล่อกแล่กไปมา มองเห็นพี่ชายฝาแฝดลอบอมยิ้มเหมือนสะใจที่นางโดนดุก่อนจะตอบออกมาว่า “ลูกเห็นหยางหลงหายเข้าไปด้านใน มองไปทางใดก็มีเพียงนางโลมสตรี” นางลอยหน้าลอยตา “เหตุใดถึงไม่มีนายโลมบ้างเล่าเ้าคะ..ลูกโตแล้วเผื่อท่านแม่จะลืม”
“เฟิ่งเอ๋อร์!!!!” จูเหม่ยเซียนหน้าดำหน้าแดงไปหมดจะวิ่งไล่ตามบุตรสาวไปก็ไม่ทันนางที่วิ่งหนีหายออกจากตำหนักอย่างรวดเร็ว