เมื่อเก็บข้าวของที่มีอยู่อันน้อยนิดของตนหมดแล้ว ซูเฟิงก็เดินออกจากกระท่อมหลังน้อยที่แสนทรุดโทรม ซึ่งเขาใช้มันเป็นที่พักอาศัยตลอดหลายปีมานี้
เมื่อเดินห่างออกมาได้ไกลประมาณหนึ่ง ชายหนุ่มก็หันหลังกลับไปมองมันเป็นครั้งสุดท้าย ถึงอย่างไรเขาก็อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายปี ย่อมต้องมีความผูกพันกับมันอยู่บ้างเป็นธรรมดา
"ลาก่อนตระกูลซู…." ซูเฟิงกล่าวออกมาเบาๆ จากนั้นชายหนุ่มก็หันหน้ากลับมาและเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับมามองมันอีก
ชายหนุ่มเดินลัดเลาะไปตามแนวกำแพง ไม่นานก็มาถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ตนหนึ่งที่อยู่ติดกับกำแพง ไม่รอช้า เขารีบปีนขึ้นไปแล้วกระโดดข้ามไปยังอีกฝั่งในทันที
เดิมทีบริเวณด้านหลังของจวน ก็เป็นสถานที่ ที่มีเวรยามหละหลวมมากที่สุดอยู่แล้ว การที่เขาลักลอบออกมาจึงไม่มีใครพบเห็น
ถึงแม้ว่าจะมีคนพบเห็น แต่ก็คงไม่มีใครสนใจเขาหรอก เพราะว่าอย่างไรเขาก็เป็นเพียงแค่สวะไร้ค่าของตระกูซูอยู่ดี! แม้ว่าเขาจะเป็นถึงทายาทสายตรงก็ตาม ขาดเขาไปซักคนก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรอก!
เมื่อออกมาจากอาณาเขตจวนตระกูลซูได้แล้ว ซูเฟิงก็นำผ้าขึ้นมาปิดบังใบหน้าเล็กน้อย เพื่อป้องกันผู้คนจดจำเขาได้ ถึงอย่างไรเขาก็โด่งดังเป็นอย่างมาก โด่งดังในถานะที่เป็นสวะไร้ค่าของตระกูลใหญ่อ่ะน่ะ! มันไม่ใช้ในทางที่ดีเด่อ่ะไร…
ชายหนุ่มเดินลัดเลาะไปตามตรอกไม่นาน เขาก็มาถึงถนนสายหลัก ที่มีผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาเต็มหมด เขาไม่รอช้า รีบเดินตรงเข้าไปและกลืนหายไปกลับฝูงชนในทันที...
เป้าหมายของเขาคือกองคาราวานสินค้าที่จะเดินทางออกจากตัวเมือง เขาจะอาศัยเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันกองคาราวานเหล่านั้น เพื่อเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ๆกับป่าหมอกมายาที่สุด เพราะป่าหมอกมายาคือจุดหมายปลายทางของเขา....
.....................
อีกด้านหนึ่ง พวกหยางตงเทียนก็กำลังเดินอยู่ตามท้องถนนภายในย่านการค้าที่แสนคึกคักในตัวเมืองแห่งหนึ่ง ตลอดสองข้างทางมีร้านรวงมากมาย ที่ออกมาตั้งแผงขายสินค้ากันอยู่เต็มไปหมด
"เมืองสวี่ไห่แห่งนี้เจริญรุ่งเรืองกว่าเมืองที่พวกเราผ่านมาหลายเท่าเลย สามารถพบเห็นจอมยุทธ์ได้ทั่วทุกที่ แถมสิ้นค้าที่นำมาวางขายก็นับว่าคุณภาพดีกว่าเมืองอื่นๆ ที่พวกเราผ่านมามาก!" หยางตงเทียนกล่าวออกมา สายตาของเขายังคงมองสำรวจไปรอบๆ เผื่อว่าจะเจอสิ่งที่หน้าสนใจเข้า
“เป็นเพราะว่าเมืองสวี่ไห่แห่งนี้อยู่ติดกับป่าหมอกมายา ที่เป็นอาณาเขตรอบนอกของภูเขาหมื่นมายาขอรับ อีกทั้งสัตว์อสูรจากป่าหมื่นอสูรก็แวะเวียนเข้ามาบ่อยๆ จึงเป็นสาเหตุให้เหล่าจอมยุทธ์และกลุ่มนักล่าสัตว์อสูรมากมาย เลือกเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ เพื่อเข้าไปเสี่ยงโชคด้านในขอรับ..."
“ถึงแม้ว่าป่าแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาหมื่นมายา ที่เป็นหนึ่งในสถานที่ต้องห้ามที่อันตรายที่สุดในดินแดนสี่แคว้น แต่มันก็ไม่ได้อันตรายเท่ากับป่าหมื่นอสูร ที่มีสัตว์อสูรอยู่มากมาย"
"หากไม่เข้าไปในส่วนลึกที่สุดของป่า อันเป็นที่ตั้งของภูเขาหมื่นมายา และไม่โชคร้ายไปพบเจอเข้ากับสัตว์อสูรระดับสูงเข้า ก็จะไม่พบกับอันตรายมากนัก!?”
"ด้วยเหตุนี้เอง เหล่าจอมยุทธ์และกลุ่มนักล่าสัตว์อสูรที่ไม่มีความแข็งแกร่ง จึงเลือกมาที่ป่าแห่งนี้ แทนที่จะไปที่ป่าหมื่นอสูร..."
เมื่อตงฟางหยูได้ยินหยางตงเทียนกล่าวขึ้นมา ชายหนุ่มจึงกล่าวอธิบายออกมา ว่าเพราะเหตุใด เมืองแห่งนี้จึงคึกคักและเต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์มากกว่าเมืองอื่นๆที่พวกเขาผ่านมา
"เป็นเช่นนี้นี่เอง!"หยางตงเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจ
“เจอแล้ว!!...”
"ร้านเครื่องประดับหลันฮวา อืม!? นับว่าเป็นชื่อที่ดีไม่น้อย.."
เมื่อเห็นร้านขายเครื่องประดับ ที่มีเครื่องประดับที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างปราณีต ทั้งของบุรุษและสตรีวางตั้งโชว์อยู่เต็มร้าน
หยางตงเทียนจึงกล่าวขึ้นมา และเดินตรงเข้าไปด้านใน โดยมีตงฟางหยูและฟางชิงหลันเดินตามเข้ามาด้วย ส่วนลูกศิษย์ทั้งสามนั้นปิดด่านฝึกฝนอยู่บนเรือเหาะ ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าบริเวณด้านนอกเมือง
"คารวะนายท่านทั้งสาม ไม่ทราบว่าพวกท่านต้องการเครื่องประดับประเภทใด ทางร้านเครื่องประดับหลันฮวาของเรา มีทั้งเครื่องประดับสำหรับบุรุษและสตรีมากมายให้ท่านได้เลือก"
"นายท่านทั้งสาม ต้องการเครื่องประดับชิ้นไหน โปรดเลือกได้ตามสบาย หรือหากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ ก็กล่าวถามกับข้าน้อยได้เลย ภายในร้านแห่งนี้ ไม่มีเครื่องประดับชิ้นใดที่ข้าน้อยไม่รู้…"
เมื่อเห็นพวกหยางตงเทียนเดินเขามา ผู้ดูแลร้านก็รีบเดินตรงปรี่เข้ามาต้อนรับพวกเขาทันที พร้อมกับกล่าวแนะนำสินค้าต่างๆ ในร้านของตนอย่างเป็นมืออาชีพ
"เครื่องประดับเหล่านี้แต่ละชิ้นล้วนถูกทำออกมาอย่างปราณีต การแกะสลักหยกและพลอยเหล่านี้ก็งดงามราวกลับว่าพวกมันมีชีวิต คนที่แกะสลักเครื่องประดับเหล่านี้คือผู้ใดหรือ? ข้าต้องการให้เขาทำสินค้าบางอย่างให้กับข้า"
พอฟังคำอธิบายของผู้ดูแลร้านจบ หยางตงเทียนก็หยิบปิ่นปักผมของสตรีที่ถูกทำขึ้นจากหยก ที่แกะสลักเป็นรูปผีเสื้อโบยบิน ลวดรายถูกประดับด้วยพลอยเม็ดเล็กหลากสีสัน ดูแล้วงดงามเป็นอย่างมาก
จากนั้นเขาจึงกล่าวชื่นชมผู้ที่ทำเครื่องประดับเหล่านี้ขึ้นมา เพราะจากที่เขาสังเกตทั่งร้านแล้วนั้น เครื่องประดับทั้งหมด ถูกทำขึ้นมาด้วยฝีมือของคนคนเดียว จากนั้นเขาจึงหันหน้าไปมองทางผู้ดูแลร้านแล้วกล่าวถามขึ้น
"นายท่านช่างตาถึงยิ่งนัก! เครื่องประดับทั้งหมดภายในร้านถูกทำขึ้นโดยเฒ่าแก่ของข้าเอง! พวกท่านเชิญด้านนี้ก่อน ประเดี๋ยวข้าจะไปตามเฒ่าแก่มาให้"
ผู้ดูแลร้านยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจ เมื่อได้ฟังคำกล่าวชื่นชมของหยางตงเทียน จากนั้นเขาก็ฝายมือเชิญบุคคลทั้งสามเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรอง
จากนั้นก็นำน้ำชามาต้อนรับ แล้วปลีกตัวออกไปหาเฒ่าแก่ที่กำลังทำเครื่องประดับอยู่ที่ด้านหลังร้านด้วยความรวดเร็ว
…………………
"ข้าน้อยตาเฒ่าจาง ต้องขออภัยที่ต้องให้นายท่านทั้งสามต้องรอนาน..." ไม่นานชายชราก็ปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับผู้ดูแลร้านที่มาต้อนรับพวกเขาในตอนแรก
ชายคนนี้มีผมสีขาวแซมดำ อายุอานามประมาณเจ็ดสิบกว่าปี การบ่มเพาะอยู่ที่ระดับรวมวิญญาณขั้นเจ็ด เขาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่าวขออภัยและประสานมือค้อมกายคำนับพวกเขาอย่างนอบน้อม จากนั้นเข้าก็เดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ด้านหนึ่ง โดยมีผู้ดูแลร้านยืนอยู่ที่ด้านหลัง
"ไม่เป็นไร เฒ่าแก่จางข้าเห็นเครื่องประดับในร้านของท่านแล้ว ซึ่งมันงดงามแปลกตาเป็นอย่างมาก อีกทั้งแต่ละชิ้นยังถูกแกะสลักขึ้นมาอย่างปราณีต"
"ข้าทราบมาจากผู้ดูแลร้านของท่านว่า เครื่องประดับทุกชิ้นในร้านนี้ เป็นท่านที่ทำมันขึ้นมาด้วยตนเอง ไม่ทราบว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่?"
หยางตงเทียนพยักหน้าให้เฒ่าแก่จางเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวเข้าประเด็นทันที โดยไม่กล่าวอ้อมค้อมแม้แต่น้อย
"เป็นเช่นนั้น สินค้าทั้งหมดภายในร้าน เป็นข้าน้อยที่ทำมันขึ้นมาเองทุกชิ้น" เฒ่าแก่จางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ
"ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดียิ่ง!! ข้าถูกใจฝีมือการแกะสลักของท่านยิ่งนัก ข้าจึงอย่างให้ท่านทำแผ่นป้ายแสดงตัวตนให้ข้าหน่อย ท่านทำได้หรือไม่?" หยางตงเทียนกล่าวอธิบายออกมา ถึงสิ่งที่ตนต้องการโดยทันที
"ป้ายแสดงตัวตนหรือ? ได้สิ แต่ไม่ทราบว่าท่านต้องการให้ข้าทำมันขึ้นมาจากวัสดุชนิดใด? แร่ หยก หรือว่าไม้ ทางร้านของเราล้วนมีทั้งหมด หรือจะเป็นวัสดุที่ท่านนำมาเองก็ได้เช่นกัน!?"
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของหยางตงเทียน เฒ่าแก่จางก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคิดว่าบุคคลลึกลับที่ ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ เพราะว่ามีหมอกล้อมรอบบดบังเอาไว้อยู่ผู้นี้ จะให้ตนทำเครื่องประล้ำค่าชนิดใด แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพียงแค่แผ่นป้ายแสดงตัวตน
เขาจึงรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย เขาคิดว่าตนจะได้ทำเครื่องประดับที่ล้ำค่าซะอีก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งที่ไม่ควรกล่าวออกมา เขาเพียงกล่าวถามคนตรงหน้าว่า ต้องการจะใช้วัสดุชนิดใดในการทำแผ่นป้ายแสดงตัวตนเพียงเท่านั้น….