เทพสงครามมังกรเทวะ

    ทะเลดวงดาว

    เทพทั้งสามจับจ้องไปที่พวกของเฟยหรงพร้อมยกยิ้มอย่างอ่อนโยน ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างหาที่สุดมิได้ พอได้ชายตามองไปยังเป่ยอวิ้นเอ๋อและเฟยหรงเทพสมุทรพลันพุ่งมาอยู่อยู่ด้านหลังของพวกเขาในทันทีและพิเคราะห์พิจารณาทั้งสองคน

     

    "ฮ่าๆๆๆเป็นสายเลือดเต็มสิบส่วนจริงๆ!"เป่ยฮ่าวหลานหัวเราะร่า ทางฝ่ายของเฟยหรงถึงกับงุนงงกับกิริยาอาการของเขาเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านเป่ยอวิ้นเอ๋อเมื่อตั้งสติได้ก็จับมือเป่ยเฉินและเป่ยอิงอิงออกไปและประสานมือคาราวะเทพสมุทรเป่ยฮ่าวหลานอย่างนอบน้อม "เคารพท่านบรรพชนเทพสมุทรเจ้าค่ะ/ขอรับ"

     

    "อืม ไม่ต้องมากพิธี ไม่คิดเลยว่าลูกหลานของข้าจะเติบโตมาได้ดีถึงขนาดนี้"เป่ยฮ่าวหลานกล่าวอย่างภาคภูมิใจ ครั้นมองไปหาเฟยหรงที่อยู่เบื้องหลังเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู เด็กคนนี้มีพรสวรรค์สูงส่งมาก ในจักรวาลนี้เห็นทีจะไม่มีใครเทียบได้แล้วกระมัง หากเลี้ยงดูให้ดีเด็กคนนี้อาจจะก้าวข้ามไปถึงระดับที่เขาเอื้อมไม่ถึงก็เป็นได้ ยิ่งคิดเช่นนั้นในใจแทบจะอยากสอนสั่งเด็กคนนี้เสียจริงๆ

     

    "โอ้ ท่านพี่ เด็กคนนี้เองก็มีสายเลือดตระกูลหยุนของข้าด้วย ดูเหมือนว่าตระกูลของพวกเราจะเกี่ยวดองกันนะ"หยุนจินมาหยุดลงตรงหน้าของเฟยเทียนพร้อมกล่าว

     

    "อืม ถือเป็นเรื่องน่ายินดีๆ"เป่ยฮ่าวหลานกล่าว เขาไม่ได้หัวโบราณถึงขนาดที่อยากจะคงความบริสุทธิ์ของสายเลือดไว้อะไรขนาดนั้น ยิ่งอีกฝ่ายเป็นตระกูลของน้องร่วมสาบานแล้วด้วย เขาจะไม่ยินดีได้อย่างไร

     

    "ละ แล้วตระกูลจีของข้าละ??"จีเหยากล่าวอย่างสงสัย นางเป็นผู้ฝึกตนระดับนิรันทร์บรรพกาลขั้นต้นเหมือนกับเฟยเสี่ยวโหรวแต่อำนาจจิตของนางนั้นสูงกว่ามาก สัมผัสของนางสามารถปกคลุมพื้นที่ของโลกได้ทั้งหมด ดังนั้นเมื่อกวาดสัมผัสไปแล้วไม่เจอตระกูลที่นางสร้างจึงอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมา

     

    "หากพูดถึงตระกูลจีดูเหมือนว่าพวกเขาจะปิดผนึกตัวเองไปนานแล้วเจ้าค่ะ พวกเราเองก็ไม่รู้สาเหตุเช่นกันว่าเพราะอะไร"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวตอบความสงสัยของเทพธิดาแห่งราตรีในทันที เมื่อนางได้ยินเช่นกั้นก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ดูเหมือนว่าตระกูลจีในโลกจะไร้วาสนากับนางอย่างแท้จริง

     

    "ช่างเถอะ ปล่อยให้เป้นไปตามชะตากรรมก็แล้วกัน หากมีวาสนาเมื่อพวกเขาออกมาก็คงได้พบเจอกันในที่สุด"จีเหยากล่าวในใจมีความผิดหวังเล็กน้อยปรากฏขึ้น เนื่องจากสามตระกูลโบราณมีเพียงตระกูลของนางเท่านั้นที่ปิดผนึกตัวเองและมันทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาอาจจะหนีปัญหาอะไรสักอย่างและนั่นไม่ใช่สิ่งที่นางปลูกฝังให้กับต้นตระกูลแห่งจีก่อนที่นางจะออกมาจากโลก

     

    "เอาละ ออกเดินทางกันเถอะ"เปล่าฮ่าวหลานกล่าว มือยกตรีศูลกระแทกพื้นในทันใด มิติสีฟ้าครามขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางสายตาของทุกคน ณ ที่นี้ที่ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่น การควบคุมมิติโดยไม่ผ่านสื่อกลางใดเช่นนี้แน่นอนพวกเขาย่อมไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่เกิดมา

     

    "ฮ่าๆๆอย่าได้ตกตะลึงขนาดไป การสร้างรูหนอนหย่นระยะทางคือทักษะพื้นฐานที่เทพนิรันทร์บรรพกาลทุกคนล้วนแต่ทำได้ ภายใต้จักรวาลอันกว้างใหญ่นี้มีสิ่งที่พวกเจ้าต้องเรียนรู้อีกมาก"เป่ยฮ่าวหลานกล่าวพร้อมกับสร้างม่านพลังสีฟ้าครามที่อ่อนโยนปกคลุมตัวของทุกคนเอาไว้ก่อนจะพากันพุ่งทะยานไปราวกับดาวตก

     

    การเดินทางใช้เวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้นในที่สุดการเดินทางของพวกเขาจากใต้สุดของจักรวาลทิศใต้มาถึงยังจักรวาลทิศตะวันตกในที่สุด เมื่อออกจากรูหนอนแล้วเป่ยฮ่าวหลานหยุดและสบัดมือหนึ่งครั้งม่านพลังที่ห่อหุ้มตัวของพวกเฟยหรงพลันหายไป เบื้องหน้าของเขาคือสถานที่ๆเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับมากมายราวกับทะเลไร้ที่สิ้นสุด

     

    "ยินดีต้อนรับสู่ทะเลดวงดาว ต่อไปสถานที่แห่งนี้จะเป็นบ้านใหม่ของพวกเจ้าทุกคน"เป่ยฮ่าวหลานผายมือไปด้านหน้าก่อนที่จะกล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ ด้วยความงดงามและพลังปราณอันมหาศาลทุกคนอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นดีใจ การที่ได้มายังที่นี่จะต้องทำให้พวกเขาพัฒนาได้อย่างก้าวไกลเป็นแน่แท้

     

    "ตามมา ข้าจะแนะนำสถานที่แห่งนี้กับพวกเจ้าด้วยตัวเอง"เป่ยฮ่าวหลานกล่าวก่อนจะค่อยๆลอยไปด้านหน้า แน่นอนทุกคนก็ได้แต่ตามไปอย่างไม่ขัดข้องใดๆแต่ด้วยการที่เพิ่มเห็นอะไรที่มันงดงามเช่นนี้จึงอดไม่ได้ที่จะมองซ้ายมองขวาด้วยดวงตาเป็นประกาย เฟยหรงเองเมื่อเห็นความงดงามเช่นนี้ก็อยากที่จะให้ทุกคนได้ออกมาชื่นชมมันด้วยกันเขาจึงเปิดแหวนมิติจิตวิญญานและให้ทุกคนออกมาจนหมดสิ้น

     

    "หืม อุปกรณ์มิติที่สามารถใส่สิ่งมีชีวิตได้!!"หยุนจินโผล่มาตรงหน้าของเฟยหรงตามองด้วยความสนใจ เฟยหรงที่ได้ยินเองก็นึกแปลกใจเช่นกันจึงกล่าวถาม

     

    "พวกท่านไม่สามารถทำมันได้หรือ ทั้งที่สามารถฉีกมิติได้แท้ๆ??"ที่เขาถามเช่นนี้ไม่ใช่คิดจะดูถูกอีกฝ่ายแต่อย่างใด แต่เขาแค่สงสัยว่าคนที่สามารถสร้างรูหนอนหย่นระยะทางได้จะต้องเข้าใจกฏเกณฑ์ของมิติขั้นสูงทำไมถึงสร้างแหวนมิติจิตวิญญานเช่นเขาออกมาไม่ได้

     

    "การสร้างรูหนอนคือการใช้พลังปราณในการฉีกมิติสำหรับเดินทางเท่านั้น พอพวกเราออกมาแล้วมันก็จะหายไปในทันที ผิดการสิ่งประดิษฐ์ของเจ้าที่สามารถคงสร้างการคงอยู่ของพื้นที่ได้อย่างถาวร นี่มันน่าสนใจมากเลยทีเดียว"หยุนจินกล่าวด้วยท่าทางสนใจ เฟยหรงได้ยินก็ดูเหมือนจะเข้าใจเรื่องของมิติมากขึ้นเล็กน้อย จะกล่าวให้ถูกก็คือแม้แต่ระดับนิรันทร์บรรพกาลหากไม่มีลมปราณหรือความสามารถทางด้านมิติก็จะสามารถทำได้แต่ใช้พลังของตัวเองในการฉีกกระชากมิติเพื่อการเดินทางเท่านั้นและมันไม่ได้ใช้ความเข้าใจเหมือนการสร้างมิติเช่นเฟยหรงที่มีบัลลังก์ราชันเลยแม้แต่น้อย

     

    "ในเมื่อพูดคุยกันจบแล้วก็เดินกันต่อเถอะ ข้าจะได้แนะนำสถานที่แห่งนี้ให้พวกเจ้าได้รู้จัก"เป่ยฮ่าวหลานกล่าว เฟยหรงและหยุนจินจึงหยุดการสนทนากันในทันทีและตามเป่ยฮ่าวหลานไปเช่นเดิม

     

    "สถานที่แห่งนี้คือทะเลดวงดาว ที่นี่แม้จะดูกว้างใหญ่แต่ทว่ากลับแบ่งออกเป็นเพียงสามตระกูลเท่านั้น นั่นคือเป่ย หยุน จี เฉกเช่นในโลกของพวกเจ้า ใจกลางทะเลดวงดาวคือสถานที่พำนักของพวกเราเอง และส่วนใหญ่พวกเราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทั้งสามตระกูลเสียเท่าไรนักและปล่อยให้ผู้นำตระกูลทั้งสามตระกูลเป็นคนกำหนดความเป็นไปของขุมกำลัง ส่วนพวกเรานั้นจะทำหน้าที่ป้องกันภัยอันตรายที่ยิ่งใหญ่เกินไปก็เท่านั้น"

     

    "ทางด้านกฏและกติกาของขุมกำลัง จะเป็นตระกูลต่างๆที่กำหนดขึ้นมาเองตามความเหมาะสมจะมีกฏที่สำคัญๆเท่านั้นที่จะให้เราสามคนเป็นคนอนุมัติ"เป่ยฮ่าวหลานกล่าวอธิบาย

     

    "แล้วแบบนี้จะไม่มีความขัดแย้งกันในขุมกำลังหรือขอรับ"เฟยเทียนกล่าวถาม การที่ใช้กฏกติกาคนละแบบกันแบบนี้จะทำให้ขุมกำลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างไร เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด

     

    "เป็นคำถามที่ดี แน่นอนสามตระกูลเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่ก่อตั้งขุมกำลัง แต่ทว่าพวกเขาก็เป็นเพียงคู่แข่งขันเท่านั้นหาได้เป็นศัตรูไม่ ดังนั้นเราจึงมีกฏใหญ่รองรับเอาไว้ว่า สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ หากขัดแย้งสามารถท้าประลองกันได้แต่ต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายพิการหรือตายโดยเด็ดขาด และถ้าหากมีสงครามหรือจะต้องต่อสู้กับคนภายนอกจะไม่มีคำว่าตระกูลอีกต่อไปและทั้งหมดจะกลายเป็นขุมกำลังเดียวกันที่ชื่อว่าทะเลดวงดาวเท่านั้น"

     

    เฟยเทียนได้ยินคำพูดนั้นก็รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ในทันที ขุมกำลังนี้แท้จริงตั้งใจแบ่งแยกกันออกมาเป็นสามตระกูลเพื่อให้เป็นคู่แข่งกัน จุดประสงค์นั้นคือการให้ทั้งสามตระกูลเป็นตัวกระตุ้นซึ่งกันและกันนั่นเอง

     

    "แล้วพวกท่านจะให้เราไปอยู่ที่ไหนขอรับ"คราวนี้เป็นเฟยหรงที่กล่าวถาม เนื่องจากพวกเขานั้นมีทั้งมาจากตระกูลเป่ยและตระกูลหยุน ครั้นจะให้แยกกันและแข่งขันกันเองก็ยังไงๆอยู่

     

    "ไม่ต้องกังวลไป ข้าได้คิดเอาไว้ให้พวกเจ้าแล้ว ในระหว่างนี้ให้อยู่ที่ใจกลางทะเลดวงดาวกับพวกข้าไปก่อนรอให้คนใดคนหนึ่งจากพวกเจ้าถึงระดับเทพนิรันทร์ข้าจะสร้างตระกูลใหม่อีกหนึ่งตระกูลเพื่อแยกพวกเจ้าออกจากสามตระกูลนั้น บอกตามตรงตอนนี้ตระกูลสามตระกูลล้วนแต่สมดุลมากหากนำพวกเจ้าที่มีพรสวรรค์มากมายเช่นนี้เข้าร่วมจะทำให้สมดุลนั้นหายไปและนั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ"

     

    "เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่าก็แล้วกันขอรับ"เฟยหรงกล่าว ขอเพียงแค่ตนเองมีอิสระในการใช้ชีวิตและได้อยู่กับครอบครัวเฟยหรงก็ไม่อยากจะขัดข้องอะไรอยู่แล้ว

     

    "แต่ว่านะเจ้าหนุ่มก่อนที่จะไปพักผ่อนเจ้าจะต้องแสดงความสามารถให้ข้าได้เห็นเสียก่อน รวมถึงแม่หนูคนนั้นด้วย"เป่ยฮ่าวหลานชี้ไปที่เป่ยอวิ้นเอ๋อ เมื่อสองยายหลานได้ยินก็ถึงกับหรี่ตามอง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะอยากเห็นว่าพวกเขาพลังสายเลือดเทพสมุทรเต็มสิบส่วนได้มากน้อยเพียงใดสินะ ถึงชี้ชี้เป้าไปที่พวกเขาสองยายหลานเช่นนี้

     

    "แล้วท่านจะให้แสดงความสามารถอย่างไรดีละขอรับ"เฟยหรงกล่าวถาม

     

    "ไม่ยากๆจีเหยา เป็นคู่มือให้สองคนนี้หน่อย แล้วก็ลดระดับพลังลงเหลือเทพอมตะขั้นปลายด้วย"เป่ยฮ่าวหลานหันไปกล่าวกับน้องสาวร่วมสาบานของตน ซึ่งนางก็พยักหน้าตกลงและลอยขึ้นไปบนฟ้า เฟยหรงที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มในใจ จำกัดพลังเหลือเทพอมตะขั้นปลายดูเหมือนอีกฝ่ายจะประเมิณเขาและท่านยายเอาไว้สูงทีเดียว แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่สูงที่สุด

     

    เฟยหรงและเป่ยอว้นเอ๋อเองก็ลอยขึ้นมาบนฟากฟ้าเช่นเดียวกันในเวลานั้นตบะพลังของเทพอมตะขั้นต้นระเบิดออกมาไม่ขาดสาย ลมปราณเทพสมุทรที่แสนจะอ่อนโยนเปรียบดังสายน้ำที่เยียวยาจิตใจ เมื่อมันแผ่กระจายไปที่ไหนที่นั่นย่อมเย็นสบายทั้งกายใจประดุจจะบรรลุธรรมก็ไม่ปาน

     

    "ขอคำชี้แนะด้วย"สองยายหลานประสานมือคาราวะ จีเหยายกยิ้มบางๆพยักหน้าให้พร้อมปลดปล่อยพลังปราณระดับเทพอมตะขั้นปลายออกมา ลมปราณสีดำที่ดูหน้าหวั่นเกรงแผ่กระจายลบล้างลมปราณเทพสมุทรของทั้งสองจนหมดสิ้น อำนาจสยบนี้ทำให้เฟยหรงและเป่ยอวิ้นเอ๋อถึงกับหน้าซีดเหงื่อตกอย่างช่วยไม่ได้ นี่คือพลังของเทพอมตะขั้นปลายจริงๆหรือเหตุใดถึงมีแรงกดดันมากมายขนาดนี้

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426