Veonestra: สงครามวันพิพากษา

    ตอนที่ 30: ปฏิบัติการ Red Armageddon

    ตูมมมมมมมมมมม—!!!!

    หายนะจากสวรรค์ถล่มทลายลงสู่พื้นปฐพีในพริบตา! ลำแสงพลังงานมิติมานาสีน้ำเงินเข้มข้นขนาดขนาดยักษ์พุ่งทะลวงออกจากช่องปากอันกว้างใหญ่ของการ์เลนอสระดับ Class 3 ประดุจหอกแห่งการลงทัณฑ์ มวลอากาศและอณูธาตุในวิถีทำลายล้างถูกฉีกกระชากจนเกิดเสียงกรีดร้องระเบิด คลื่นลำแสงมรณะกวาดล้างกลืนกินผืนแผ่นดินเบื้องหน้าหายไปหลายตารางกิโลเมตรในเศษเสี้ยววินาที

    แนวตั้งรับยานเกราะของหน่วย H.A.F.S. หลายสิบคันรวมถึงรถถังหลักรุ่น Titan-X ที่เคยเป็นความภาคภูมิใจทางเทคโนโลยีทหาร ไม่อาจต้านทานความร้อนและการบิดเบือนของมิติได้ พวกมันถูกหลอมละลายกลายเป็นเศษเหล็กเหลวร้อนแดงฉานในพริบตา ไม่ต่างอะไรจากก้อนไอศกรีมที่โดนไฟลน ขณะเดียวกัน บนฟากฟ้า ฝูงบิน VXF-09 Sky Reaper ของหน่วย A.A.S. ที่กำลังบินลาดตระเวนและระดมโจมตีจากระดับสูง ถูกคลื่นพลังงานส่วนปลายกวาดผ่านเพียงเสี้ยวหนึ่ง แรงอัดมหาศาลบดขยี้โครงสร้างปีกและเครื่องยนต์จนระเบิดวอดวายกลางอากาศ ท้องฟ้าแปรสภาพกลายเป็นทะเลเพลิงสีคราม เศษซากปีกและตัวถังเครื่องบินรบติดไฟร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดินประดุจสายฝนเหล็กจากนรก

    "เรียนสภากองทัพ! ฝูงบินอัลฟ่าและยูนิตสมทบทางอากาศโดนสกัดยิงตกหมดแล้วครับ!" เจ้าหน้าที่สื่อสารภายในศูนย์บัญชาการภาคสนามตะโกนเสียงหลง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬและคราบเขม่า "หน่วยยานเกราะหนักแนวหน้าสูญเสียกำลังพลและยุทโธปกรณ์เกินหกสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ! แนวป้องกันแตกพ่ายยับเยินแล้วครับท่าน!"

    ทว่า... ฝันร้ายที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

    ครืนนนนนนนนนนนนนน—!!!

    เงาร่างยักษ์สีน้ำเงินสูงกว่า 30 เมตรก้าวเดินฝ่ากลุ่มควันระเบิดออกมา การ์เลนอสระดับ 3 ยกกรงเล็บแหลมคมขนาดมหึมาขึ้นสูง ลำแสงพลังงานบิดเบือนมิติสีดำทมิฬเข้มข้นหมุนวนไหลเวียนรอบกรงเล็บนั้นจนเกิดเสียงประจุไฟฟ้าสปาร์กดังลั่น ก่อนที่มันจะฟันตวัดตะปบลงใส่โครงสร้างกำแพงพลังงานบาเรียของ G Zone ที่หลงเหลืออยู่ประจุสุดท้ายอย่างเต็มเหนี่ยว!

    ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม—!!!!

    เสียงฉีกขาดและแตกหักของชั้นบรรยากาศดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งภูมิภาค กำแพงสนามพลังงานบาเรียยุทธศาสตร์อันแข็งแกร่ง ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องความสงบสุขและชีวิตของมนุษยชาติมานานหลายสิบปี บัดนี้เกิดรอยโหว่ขนาดมหึมาแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าที่ดับมอดไปทันที สัญญาณเตือนภัยระดับโลก (Global Red ) ดังพุ่งตรงเข้าสู่ระบบเครือข่ายความมั่นคงของทุกประเทศทั่วโลกในเสี้ยววินาที

    [คำเตือนภัยพิบัติระดับสีแดง (RED OMEGA)] [แนวกำแพงป้องกันบาเรีย G Zone พิกัดหลักถูกเจาะทะลวงเข้าสู่ขีดจำกัดชั้นใน] [ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสงครามล้างเผ่าพันธุ์ขั้นสูงสุด]

    ภายในห้องควบคุมกลยุทธ์ส่วนกลางขององค์กร V.I.F. เจ้าหน้าที่และเหล่านายทหารระดับสูงทุกคนต่างตกอยู่ในความเงียบงันประดุจป่าช้า แววตาของทุกคู่อัดแน่นไปด้วยความสิ้นหวัง เพราะพวกเขารู้ซึ้งดีว่ามันหมายถึงอะไร... การ์เลนอสระดับ Class 3 ตัวตนผู้นำพาหายนะ... ได้ก้าวข้ามผ่านแดนกักกันและเข้าสู่พื้นที่สีเขียวอันเป็นอารยธรรมสุดท้ายของมนุษยชาติได้สำเร็จแล้ว

    .

    .

    .

    ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา

    ภายในห้องสถานการณ์พิเศษ ใต้ดินของทำเนียบขาว แสงไฟสลัวสะท้อนใบหน้าที่เคร่งเครียดของเหล่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงและเสนาธิการทหารที่กำลังวิ่งวุ่นจัดการข้อมูลอย่างโกลาหล จอมอนิเตอร์ LED ทุกจอขยับเปลี่ยนฉายภาพวิดีโอถ่ายทอดสดจากโดรนรบ สะท้อนภาพเมืองปราการชายแดนที่กำลังถูกถล่มยับเยิน

    "ท่านประธานาธิบดีครับ!" เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติรีบก้าวเท้าเข้ามาทำความเคารพพร้อมยื่นแท็บเล็ตรายงานด่วน "ได้รับการยืนยันจากกองกำลังร่วมภาคพื้นดินแล้วครับ... แนวกำแพงบาเรียพลังงาน G Zone ถูกทำลายพังทลายลงแล้วครับ"

    ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดีดตัวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทำงานทันที ใบหน้าของผู้นำประเทศเคร่งเครียดและซีดเผือดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในวาระการดำรงตำแหน่ง "อัตราจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บคาดการณ์ล่ะ?"

    เจ้าหน้าที่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอที่แห้งผาก มือสั่นเทาเล็กน้อย "...หากกองทัพของ V.I.F. และหน่วยหนุนไม่อาจสกัดกั้น หรือปล่อยให้มันเคลื่อนทัพเข้าสู่เขตมหานครและเมืองหลักชั้นในได้สำเร็จ... คาดการณ์ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจพุ่งทะยานเกินหนึ่งล้านคนภายในเวลาไม่กี่วันครับท่าน"

    สิ้นคำรายงาน ทั้งห้องสถานการณ์พลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ ประธานาธิบดีหลับตาลงนึกถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวและสั่งการในทันที

    "ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ! ออกคำสั่งเปิดสัญญาณไซเรนอพยพประชาชนทั้งหมดในพิกัดเสี่ยงภัยเข้าสู่บังเกอร์หลบภัยใต้ดินทันที ระดมกองกำลังทหารทุกเหล่าทัพ รวมถึงแจ้งไปยังสภาสูงของ V.I.F. ว่าสหรัฐอเมริกาจะส่งกำลังพลเข้าร่วมยุทธการศึกล้างบางครั้งนี้เต็มรูปแบบยุทธศาสตร์!"

    "รับทราบครับท่าน!"

    .

    .

    .

    เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น

    สัญญาณโทรทัศน์ทุกช่อง สัญญาณวิทยุกระจายเสียงทุกคลื่น รวมถึงระบบสื่อสารและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทุกประเภททั่วโลก พลันตัดเข้าสู่ภาพหน้าจอสีดำพร้อมตราสัญลักษณ์ความมั่นคง ก่อนจะเริ่มถ่ายทอดสดสัญญาณประกาศแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินระดับชาติพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

    "นี่คือประกาศแจ้งเตือนภัยวิกฤตการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ... ขอให้ประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สีเขียว G Zone และพิกัดชายแดนใกล้เคียง ดำเนินการอพยพเคลื่อนย้ายเข้าสู่บังเกอร์หลบภัยนิวเคลียร์และป้อมปราการใต้ดินที่ใกล้ที่สุดในทันที ห้ามออกจากที่พักอาศัยโดยไม่มีคำสั่ง ห้ามเดินทางข้ามเขตแดนออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต กองทัพบกและกองกำลังยานเกราะจะเข้าควบคุมพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ทั้งหมดนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป..."

    สิ้นกระแสเสียงประกาศ ทั่วทั้งหัวเมืองและมหานครต่างตกอยู่ในสภาวะจลาจลโกลาหลขั้นสุด เสียงหวอไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังโหยหวนระงมไปทั่วทุกหนแห่ง ผู้คนจำนวนมหาศาลนับแสนนับล้านเร่งหอบหิ้วสัมภาระอพยพหนีตาย ขบวนรถยนต์บนทางด่วนติดขัดยาวเหยียดเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร เสียงเด็กเล็กร้องไห้กระจองอแงด้วยความขวัญเสีย ผู้ใหญ่และคนชราต่างมีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัว... เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี นับตั้งแต่มหาสงครามมิติครั้งอดีต ที่มนุษยชาติต้องโคจรมาเผชิญหน้ากับภัยคุกคามระดับล้างบางอนารยธรรมตรง ๆ อีกครั้ง

    .

    .

    .


    ในเวลาเดียวกัน ณ เมืองปราการชายแดนแห่งหนึ่งที่แนวป้องกันเพิ่งแตกพ่าย

    ตูมมมมมมมมมม—!!!

    อาคารระฟ้าตึกสูงหลายสิบชั้นพังทลายถล่มลงมากลายเป็นเศษซากคอนกรีตและฝุ่นละอองหนาทึบ การ์เลนอสระดับ Class 3 ก้าวเดินทอดน่องผ่านใจกลางเมืองอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง ประดุจเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างที่กำลังพิพากษาโลก ทุก ๆ ย่างก้าวอันหนักอึ้งของมันส่งผลให้พื้นถนนคอนกรีตแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ รถยนต์ลอยปลิวกระเด็นตกใส่บ้านเรือนพังราบคาบเป็นหน้ากลอง


    จากนั้น อสูรกายยักษ์สีน้ำเงินเข้มก็หยุดนิ่ง มันเงยหน้าขึ้นสู่ฟากฟ้าอันมืดมิด ก่อนจะอ้าปากกว้างอ้าออกและปลดปล่อยเสียงคำรามกึกก้องที่ทรงพลังทำลายล้างประสาทออกมา

    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก—!!!!!

    คลื่นเสียงความถี่ต่ำแผ่ขยายกระจายความเข้มข้นออกไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทลายกระจกตึกรามบ้านช่องแตกกระจายเกลี้ยง และผลลัพธ์ลึกลับที่ตามมาจากการคำรามเรียกพวก... ก็ส่งผลให้มนุษยชาติต้องขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย

    รอยแยกมิติบิดเบี้ยวสีดำนับพันแห่งพลันระเบิดเปิดออกพร้อมกันทั่วทั้งชั้นบรรยากาศและพื้นดินรอบเมือง ตัวตนของการ์เลนอสระดับ Class 1 และ Class 2 จำนวนมหาศาลนับหมื่นนับแสนตัว ทะลักหลั่งไหลวิ่งกรูออกมาจากช่องว่างมิตินั้นราวกับมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมเมือง กองทัพอสูรกายกลายพันธุ์ขนาดมหึมาเริ่มเคลื่อนพลจัดทัพเข้าสู่พื้นที่ใจกลาง G Zone อย่างเป็นระบบ... สงครามเต็มรูปแบบในระดับมหภาคเพื่อแย่งชิงดวงดาวดวงนี้ได้เปิดฉากเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

    .

    .

    .

    ขณะเดียวกัน ณ ห้องประชุมลับยอดปราสาท สภาสูง V.I.F.

    เหล่าสมาชิกผู้ทรงอิทธิพลระดับสูงและขุนนางเก่าในชุดสูทภูมิฐานกำลังนั่งจ้องมองภาพเหตุการณ์ความพินาศย่อยยับของเมืองชายแดนผ่านจอภาพระดับควอนตัมขนาดยักษ์ ทว่า... สิ่งที่ปรากฏในแววตาอันเย็นชาของพวกเขากลับไม่ใช่ความสงสาร ไม่ใช่ความวิตกกังวลต่อจำนวนผู้เสียชีวิตบริสุทธิ์นับหมื่น และไม่ใช่ความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์เลยแม้แต่น้อย

    หากแต่สายตาทุกคู่กำลังจับจ้องล็อกอยู่กับข้อมูลตัวเลขสถิติอีกชุดหนึ่งที่กะพริบอยู่ตรงมุมจอ... ข้อมูลการวิเคราะห์ระบบประสาทและร่างกายของ ริน อาซากิ

    ค่าพลังงานคลื่นมานาพิเศษ (EW Value)

    อัตราสถิติการตอบสนองและผสานเซลล์ของ "The One"

    ความเร็วในการวิวัฒนาการและขยายตัวของยีนส์ลีซิลนอส

    ข้อมูลลับทั้งหมดกำลังถูกระบบ AI ตรวจสอบและรายงานผลแบบเรียลไทม์วินาทีต่อวินาที

    "อืม... สถานการณ์ความกดดันและภัยพิบัติระดับวินาศสันตะโรขนาดนี้น่าจะเพียงพอสำหรับการกระตุ้นแล้วล่ะ" ชายลึกลับผู้ซ่อนใบหน้าอยู่ใต้เงาเยือกเย็นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ "หากยัยเด็กนั่นคือความหวังและปาฏิหาริย์ที่แท้จริงตามคำทำนายของโปรเจกต์ล่ะก็... คลื่นวิวัฒนาการขั้นที่สอง (Evolution Wave ขั้นที่ 2) จะต้องปรากฏขึ้นในศึกครั้งนี้อย่างแน่นอน"

    ไม่มีเสียงตอบรับจากสมาชิกสภาคนอื่น ๆ มีเพียงสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมองหน้าจอด้วยความโลภและความคาดหวังในสิ่งเดียวกัน... พวกเขากำลังเฝ้ารอผลลัพธ์การตื่นรู้ของอาวุธที่มีชีวิต

    .

    .

    .

    ตัดกลับมา ณ สะพานบัญชาการหลัก ยานรบเคลื่อนที่ ORCA

    เสียงสัญญาณไซเรนเตือนภัยสีเหลืองและแดงกะพริบสลับถี่รัวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ข้อความคำสั่งรหัสลับระดับสูงสุดจากส่วนกลางจะปรากฏเด่นหราบนหน้าจอคอนโซลหลักของผู้บังคับบัญชา


    [คำสั่งตรงจากศูนย์ยุทธการสภาสูงส่วนกลาง] [รหัสปฏิบัติการ: RED OMEGA (เรด โอเมก้า)] [อนุมัติคำสั่งเคลื่อนพลและระดมสรรพกำลังเต็มอัตราศึกขั้นสูงสุด]


    กัปตันแบล็คเบิร์ดกวาดสายตาอ่านข้อความคำสั่งนั้นด้วยแววตาเงียบงันและนิ่งสงบ จากนั้นเขาจึงเงยหน้าขึ้นและหันไปสั่งการรองผู้บัญชาการสาว ผู้การโรซาเลีย

    "คะ กัปตัน!" โรซาเลียขานรับทันควันในท่าตรง

    "นำยาน ORCA ออกจากพิกัดลาดตระเวน เร่งเครื่องยนต์ขับดันพลาสม่าเต็มกำลังเพื่อเข้าสู่พื้นที่สมรภูมิปฏิบัติการพิกัดชายแดน G Zone เดี๋ยวนี"

    "รับทราบค่ะ!"

    "และออกคำสั่งเรียกตัวยูนิตหน่วย Vanguard ทุกคนเข้าสู่ห้องบรรยายสรุป เตรียมพร้อมรบระดับวิกฤตขั้นสูงสุดด่วนที่สุด" แบล็คเบิร์ดสั่งการเสียงเข้ม

    บนจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ข้างหน้าแสดงแผนที่สามมิติของเมืองชายแดนที่ถูกกองทัพอสูรกายยึดครอง กึ่งกลางเมืองนั้นมีจุดพิกัดสีแดงเข้มขนาดใหญ่โตมโหฬารกำลังกะพริบแสงวาบเตือนภัยอยู่—เป้าหมายหลักสูงสุดในปฏิบัติการครั้งนี้: การ์เลนอสระดับ Class 3 ผู้ทำลายล้างแนวป้องกันของมนุษยชาติ

    ในจังหวะนั้นเอง ดร.นิโคล เบล ได้ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมบอร์ดข้อมูลดิจิทัลชุดใหม่เอี่ยม "เรียนกัปตันคะ! ทางทีมวิจัยและแผนกกลไกได้พัฒนาโครงสร้าง 'เครื่องกระจายอนุภาคก่อกวนคลื่นควอนตัม' เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้วค่ะ! อุปกรณ์นี้สามารถปล่อยรังสีรบกวนคลื่นความถี่การเชื่อมต่อช่องว่างมิติของการ์เลนอสได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยสกัดไม่ให้มันเปิดประตูมิติเรียกพวกหรือดึงขยะอวกาศมาใช้เป็นอาวุธได้อีก รวมถึงสามารถสร้างกรงขังสนามพลังงานควอนตัมชั่วคราวเพื่อจำกัดวงและพื้นที่การเคลื่อนไหวของเป้าหมาย Class 3 เอาไว้ให้อยู่กับที่ได้ค่ะ"

    แบล็คเบิร์ดพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจเล็กน้อย แววตาฉายประกายเด็ดขาด "ดีมาก ดร.นิโคล... ออกคำสั่งให้หน่วยรบยานเกราะเบา E.F.S. รับหน้าที่เป็นกองกำลังคุ้มกันเครื่องกระจายอนุภาคนั้นติดตั้งตามพิกัดเป้าหมายรอบเมือง ส่วนสมาชิกหน่วย Vanguard ของเรา..."

    ชายหนุ่มหันไปมองภาพโปรไฟล์ของ ริน อาซากิ ที่ส่องประกายอยู่บนจอภาพหลัก "...จะเป็นหัวหอกหลักในยุทธการล่าสังหารอสูรกาย Class 3 ตัวนี้ด้วยตัวเอง"

    ภายในห้องประชุมและเตรียมตัวรบส่วนบุคคล

    ริน อาซากิ ยืนกำหมัดแน่น แววตาสีแดงเพลิงจับจ้องภาพถ่ายและคลิปวิดีโอของการ์เลนอสระดับ Class 3 ที่กำลังเหยียบย่ำทำลายล้างบ้านเมืองด้วยสายตาที่แน่วแน่ มุ่งมั่น และไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไป ในตอนนี้เธอตระหนักรู้แก่ใจดีแล้วว่า... นี่ไม่ใช่ภารกิจช่วยเหลือผู้รอดชีวิตตามปกติธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือมหาสงครามเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และหากพวกเธอและหน่วย Vanguard เกิดพ่ายแพ้หรือล้มเหลวในศึกครั้งนี้... พื้นที่ปลอดภัย G Zone ทั้งหมดรวมถึงชีวิตผู้คนนับร้อยล้านคน จะแปรสภาพกลายเป็นสุสานขนาดมหึมาของมนุษยชาติในพริบตา

    ที่นอกบานหน้าต่างเรือนกระจกขนาดยักษ์ ยานรบพิทักษ์โลก ORCA เริ่มทำการเร่งความเร็วขีดสุด เครื่องยนต์ขับดันไอพ่นพลาสม่าขนาดมโหฬารท้ายยานส่งเสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทจนชั้นบรรยากาศรอบกายสั่นไหว ตัวยานพุ่งทะยานแหวกม่านเมฆมุ่งหน้าตรงสู่สมรภูมิรบชายแดนที่กำลังลุกเป็นไฟโชติช่วง...

    ขณะที่สงครามครั้งยิ่งใหญ่และนองเลือดที่สุดนับตั้งแต่วันเกิดมหาสงครามมิติในอดีตกาล... กำลังจะเปิดฉากปะทะอย่างสมบูรณ์แบบขีดสุด!

     

    [จบตอนที่ 30: ปฏิบัติการ Red Armageddon]

    คล้ายกับเรื่องVeonestra: สงครามวันพิพากษา ที่คุณอ่าน