ตอนที่ 51 โดนล้อม
ตอนที่ 51 โดนล้อมเมื่อพูดตามหลักแล้วก่อนหน้านี้ก็ได้ขจัดอุปสรรคทั้งหมดให้พ่อไปแล้ว ซึ่งตอนนี้เขาก็ควรจะนั่งในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานีของตัวเองอย่างสงบสุข แต่ทำไมถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดอีกล่ะ? “พ่อครับ เจอปัญหาวุ่นวายอะไรอีกแล้วครับ?” หวังซินได้นั่งลงบนโซฟา ที่นั่งกับหวังเป่าหลง จึงได้ถามหวังเป่าหลงไป“เรื่องจัดสรรห้องพักสวัสดิการน่ะ” ในเวลานี้หวังเป่าหลงก็ทนอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไปไม่ได้แล้วในตอนนี้การจัดสรรห้องพักสวัสดิการกลับกลายเป็นปัญหาที่ยากของเขาแล้วเดิมทีนี่เป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่ง แต่โครงการหนึ่งที่กระจายแบบไม่ทั่วถึง คนที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ตอนนี้ก็ย่อมต้องเริ่มโวยวายขึ้นมาแน่นอนแม้ว่าในสถานีจะเริ่มดำเนินเรื่องการรับผิดชอบผลประโยชน์และการแบกรับภาระของแผนก แต่ทำไมคนอื่นถึงได้สนใจกันมากขนาดนี้ล่ะ? “ลองเล่ามาหน่อยสิครับ?” หวังซินได้ยินก็อยากจะคิดหาวิธีที่จะช่วยพ่อ“ช่างเถอะ ห้องพักสวัสดิการยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง ด้านเงินทุนก็ยังไม่เข้าที่ ตอนนี้ยังไม่นับว่าเป็นช่วงที่ลำบากที่สุด รอให้มีปัญหาที่ยากจะจัดการจริง ๆ ค่อยปรึกษาแกละกัน” เรื่องการจัดสรรห้องพักสวัสดิการ หวังซินอาจจะช่วยอะไรไม่ได้ ซึ่งหวังเป่าหลงก็ไม่ได้พูดออกมาหวังซินเบะปาก หวังเป่าหลงก็ไม่ยอมพูด เขาก็ย่อมไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัดข้างในนั้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว อีกทั้งหลายวันมานี้เขาก็ค่อนข้างยุ่ง ซึ่งก็ไม่มีเวลาไปสนใจในเรื่องของพ่อหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ การระดมเงินทุนของสถานีเคเบิลเพื่อสร้างห้องได้เริ่มขึ้นแล้ว หวังเป่าหลงจึงได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบการจัดสรรห้องพักสวัสดิการในสถานีเวลานี้ก็ถือได้ว่าเป็นการผลักหวังเป่าหลงให้ลงไปในพื้นที่ที่อันตรายและง่ายต่อการถูกโจมตีไปโดยปริยาย ซึ่งผู้อำนวยการสถานีก็กลับไม่สนใจอะไรเลย โดยหลังจากที่แบ่งเรื่องนี้ให้หวังเป่าหลงแล้ว เขาก็ได้ทำตัวเป็นหัวหน้าที่เอาแต่นั่งงอมืองอเท้าในขณะเดียวกัน ถ้าเรื่องนี้หวังเป่าหลงจัดการได้ไม่ดี ตัวเองก็จะต้องโดนลดความดีความชอบที่อยู่ในใจของผู้อำนวยการสถานีลงไปอย่างแน่นอน“ให้ฉันรับผิดชอบงั้นเหรอ?” หวังเป่าหลงที่กลับมาห้องทำงานของตัวเองก็มีแต่ความรู้สึกปวดหัว เมื่อมองจดหมายพวกนั้นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ใบหน้าก็ยิ่งเต็มไปด้วยความกังวลอีกทั้งในตอนนี้เดิมทีเงินที่ใช้ในการสร้างห้องพักสวัสดิการก็ไม่พอ แล้วยังต้องให้พนักงานฝ่ายเบื้องหลังออกบางส่วนด้วยตัวเองอีก ถึงเวลานั้นห้องพักสวัสดิการก็จะได้สร้างให้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการชดเชยให้กับพวกเขา โดยเรื่องนี้ก็เคยปรึกษากับคนของฝ่ายเบื้องหลังแล้ว แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ทุกคนก็ได้ยินยอมที่จะเอาเงินออกมาระดมทุนสร้างห้องแต่แค่แผนกอื่น ๆ ที่กลับถูกหวังเป่าหลงละทิ้ง หลังจากที่คนพวกนั้นรู้เรื่องการระดมทุนสร้างห้องของหวังเป่าหลงว่าเป็นยังไงก็ไม่ทำแล้วในนี้มีเงินทุนสองล้านหยวน แม้ว่าจะขอระดมทุนอีก อย่างมากที่สุดครอบครัวละหนึ่งหมื่นหยวนก็ถือว่าเยอะแล้ว อีกทั้งถึงเวลานั้นที่ห้องพักที่สร้างออกมา มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ ห้องก็ยังเป็นของตัวเองอีก เป็นใครก็ยอมกันทั้งนั้นซึ่งแผนกอื่นก็รับรู้สถานการณ์นี้ การมีเงินทุนสำรองไว้สองล้านกว่าหยวน ใครก็เต็มใจที่จะระดมทุนส่วนหนึ่งเข้าไปเพื่อรับผลประโยชน์ในส่วนนี้ ถ้าห้องนี้ได้จัดสรรให้แค่ฝ่ายเบื้องหลัง งั้นทุกคนก็ยอมที่จะไม่ให้สร้าง ไม่ต้องการห้อง และก็ไม่สามารถให้หวังเป่าหลงสร้างห้องขึ้นมาได้“ตามปกติเรื่องที่ไม่ดีก็ไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้ ซึ่งนี่ก็มีผลประโยชน์ทุกอย่างโผล่ขึ้นมา เฮ้อ ควรจะทำยังไงดีล่ะ” หวังเป่าหลงนวดขมับของตัวเองเบา ๆ โดยที่เรื่องนี้ไม่สามารถตำหนิได้ว่าเขาทำไม่รอบคอบ และพูดได้แค่ว่าเขาไม่ได้คิดถึงสันดานแย่ ๆ ของคน“ช่างเถอะ ไปคุยกับผู้อำนวยการสถานีก่อนแล้วกัน” หวังเป่าหลงยืนขึ้น ไม่สนใจจดหมายที่อยู่บนโต๊ะพวกนั้น แล้วเตรียมตัวไปหาผู้อำนวยการสถานีเพื่อปรึกษาหาวิธีการแต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกจากประตูห้องทำงาน หวังเป่าหลงก็เห็นว่าทั้งอาคารสำนักงานได้โดนล้อมไว้หมดแล้ว มีชายชราหญิงชราผมขาวที่อายุแปดสิบเก้าสิบปี และยังมีคุณป้าที่แข็งแรงอายุสามสิบสี่สิบปี ยิ่งไปกว่านั้นก็มีพนักงานที่จะเกษียณอายุในอีกไม่กี่วันด้วยคนพวกนี้ขวางอยู่ที่ประตูใหญ่ของสำนักงานด้านนอก พนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานีโทรทัศน์ก็ไม่มีวิธีการที่จะจัดการกับคนพวกนี้ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ล้วนเป็นพนักงานของครอบครัวสถานีโทรทัศน์ ปกติก็เห็นกันตลอดอยู่แล้ว จึงยากที่จะขัดขวาง เลยได้ถือโอกาสให้พวกเขาทั้งหมดเข้ามาในสถานีโทรทัศน์ ซึ่งก็ก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ล้อมอาคารสำนักงานเมื่อหวังเป่าหลงอยู่ได้มองเห็นคนพวกนี้ที่ริมหน้าต่างแล้ว ก็อยากจะวิ่งหนีไปให้เร็ว ซึ่งการที่เผชิญกับกลุ่มชายชราหญิงชราและบรรดาป้า ๆ ที่แข็งแรงพวกนั้น ลำพังตัวเขาเองก็ไม่สามารถรับมือได้ผู้อำนวยการสถานีที่มองดูสถานการณ์ภายนอกอาคารสำนักงานอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง ก็ไม่ได้ไปรับหน้า ซึ่งรองผู้อำนวยการสถานีคนอื่นอีกหลายคนก็กำลังดูชอตเด็ดของหวังเป่าหลงอยู่ อย่างไรก็ตามเรื่องการจัดสรรห้องพักสวัสดิการก็เป็นสิ่งที่หวังเป่าหลงเสนอขึ้นมา คุณจัดสรรห้องพักสวัสดิการให้แค่พนักงานฝ่ายเบื้องหลังของคุณเท่านั้น เลือกที่จะลืมพนักงานในสถานีโทรทัศน์คนอื่น ๆ งั้นก็เป็นเรื่องของคุณแล้ว“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!” เมื่อมองที่ชายชราหญิงชราที่ได้ล้อมอาคารสำนักงานเอาไว้ หวังเป่าหลงจึงรีบเดินไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันทีจะเสียดายก็สายเกินไปแล้ว หวังเป่าหลงที่เพิ่งจะปรากฏตัวออกมา ก็ถูกคนเรียกให้หยุด ซึ่งก็ทำได้แค่ฝืนใจเดินออกจากอาคารสำนักงานไป“หวังเป่าหลง เรื่องจัดสรรห้องพักสวัสดิการนั้น คุณเตรียมจะทำยังไง?ไม่ใช่ว่าทำให้แค่ฝ่ายเบื้องหลังของคุณใช่ไหม?ทุกคนทำงานที่สถานีมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก รองผู้อำนวยการสถานีอย่างคุณคงจะไม่ลำเอียงหรอกนะ” พนักงานคนหนึ่งที่เกษียณด้วยวัยเจ็ดสิบกว่าปีกำลังพูดอยู่กับหวังเป่าหลง ด้วยน้ำเสียงที่ดังมาก เหมือนกับตะคอกใส่หวังเป่าหลงเลย“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ นี่ผมกำลังคิดแผนการอยู่เลย” หวังเป่าหลงมองที่ชายชราคนนั้น แล้วก็โดนชายชราคนนั้นจ้องเขม็ง หวังเป่าหลงจึงทำได้แค่ยิ้มเก้ ๆ กัง ๆ เท่านั้น“นี่ก็นานขนาดนี้แล้ว คุณเป็นถึงรองผู้อำนวยการสถานีเป็นไปไม่ได้ว่าแม้แต่แผนการก็ไม่ได้คิดออกมาหรอกมั้ง? งั้นคุณก็พูดแผนการของคุณมาเลยสิ!” มีคนกระตุ้นหวังเป่าหลงอีกเรื่องการจัดสรรห้องพักสวัสดิการ เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของทุกคน ทุกคนต่างก็ร้อนใจมาก ที่รอคอยคำตอบที่น่าพอใจของหวังเป่าหลงในตอนนี้หวังเป่าหลงยังไม่สามารถวิ่งหนีไปได้ และทำได้แค่ฝืนใจมองคนพวกนี้แล้วพูดว่า: “กรุณาเงียบก่อนนะครับทุกคน เงียบสักครู่ แล้วทุกคนฟังผมนะครับ ตอนนี้แผนการยังอยู่ในขั้นตอนการสร้าง ในเวลานี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ รอให้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ผมจะให้คำตอบที่น่าพึงพอใจกับทุกคนเป็นอันดับแรกเลยครับ” “หวังเป่าหลง อันดับแรกนี้มันนานแค่ไหนกัน? วิธีที่จะถ่วงเวลาอย่าเอามาใช้กับพวกเราเลย คุณก็แค่บอกแผนการดี ๆ ออกมาซะ!” คนที่อารมณ์ค่อนข้างร้อนในเวลานี้ก็กระโจนพูดออกมานี่ไม่ใช่เป็นเพราะว่าหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องแผนการไม่ได้ ถึงได้ถ่วงเวลาออกไปหรอกเหรอ หากมีแผนการที่ดี ในตอนนี้ฉันหวังเป่าหลงจะลำบากใจได้แบบนี้งั้นเหรอ?แต่เดิมทีก็สร้างได้แค่สามร้อยกว่าห้องในหนึ่งตึกเท่านั้น ผ่านไปไม่นานก็มาอีกพันกว่าคน ช่องว่างตรงกลางนี้ยังขาดห้องอีกค่อนข้างเยอะ แม้ว่าจะให้หวังเป่าหลงไปอีกสองล้านกว่าหยวนก็สร้างห้องพวกนี้ไม่ได้“หวังเป่าหลง ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนร่วมงานในสถานีโทรทัศน์ คุณคงจะไม่ลำเอียงหรอกนะ ห้องพักสวัสดิการไม่ใช่ให้แค่ฝ่ายเบื้องหลังของพวกคุณพักอาศัยเท่านั้น พวกเราก็ต้องมีส่วนแบ่งด้วย!” “ใช่แล้ว รองผู้อำนวยการหวัง คุณอย่ามาหลอกพวกเราซะให้ยากเลย!” หนึ่งพันกว่าคน เมื่อนับรวมพนักงานคนอื่น ๆ ของสถานีโทรทัศน์ด้วย ก็เกือบจะหนึ่งพันสี่ร้อยคนแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการที่ทิ้งคนในครอบครัว เมื่อคำนวณออกมาแล้วอย่างน้อยก็จะต้องได้สามร้อยกว่าห้องถึงจะพอสองล้านกว่าหยวน สร้างสามร้อยกว่าห้อง ต่อให้ใช้วิศวกรก่อสร้างที่คุณภาพแย่ทั้งหมดก็ยังสร้างออกมาไม่ได้เลยนอกจากนี้ในยุคนี้วิศวกรที่ก่อสร้างแบบคุณภาพแย่ก็ยังไม่สามารถทำได้เลย แค่อาศัยเงินสองล้านกว่าหยวนนี้ ไม่มีทางที่จะสร้างห้องสามร้อยกว่าห้องได้จริง ๆ การจัดสรรห้องพักสวัสดิการที่คาดไว้ล่วงหน้าว่าจะสร้างหนึ่งร้อยห้อง โดยจัดสรรให้พนักงานฝ่ายเบื้องหลังพักอาศัย แล้วยังจะต้องระดมทุนจากพนักงานในนั้นถึงจะสามารถสร้างขึ้นมาได้แต่ตอนนี้มีคนเรียกร้องกันมากขนาดนี้ อย่างน้อยยังขาดห้องอีกสองร้อยห้อง จะให้ไปสร้างได้ยังไงกัน?ให้พวกเขาทุกคนระดมเงินทุนออกมางั้นเหรอ?แนวคิดนี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงแม้แต่นิดเดียวเลย คนพวกนี้ล้วนจะเอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัว หากจะให้พวกเขาควักเงินออกมาเพื่อสร้างห้องจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าคงจะไม่มีใครยอมนอกจากนี้พวกเขาทั้งหมดต่างก็ทำงานที่สถานีโทรทัศน์ หรือว่าเป็นสมาชิกในครอบครัว เรื่องนี้ก็ยังไม่มีวิธีที่จะจัดการได้จริง ๆ จะไปหาผู้อำนวยการสถานีเพื่อปรึกษาหาวิธี วันนี้แน่นอนว่าคงจะไปไม่ได้แล้ว เกรงว่าตอนนี้แม้แต่ประตูใหญ่ของอาคารสำนักงานนี้ก็ยังจะออกไปไม่ได้หวังเป่าหลงได้ถูกคนบริเวณรอบ ๆ ล้อมไว้ ถึงอย่างไรก็ต้องการให้หวังเป่าหลงเสนอออกมาแผนการหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยโหวกเหวกโวยวาย หวังเป่าหลงก็นวดหน้าผากของตัวเองไม่หยุดหากอ้างอิงตามการจัดสรรก่อนหน้านี้ โดยใช้วิธีจัดสรรห้องตามคะแนนที่สะสมมาสร้าง แต่ตอนนี้ก็เห็นได้ชัดเจนว่าไม่ได้ แม้ว่าจะใช้วิธีจัดสรรห้องตามคะแนนไม่กี่คะแนน ก็ยังเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นอีก“หวังเป่าหลงคนนี้ในตอนนี้กำลังลำบากเลย” รองผู้อำนวยการสถานีหลายคนกำลังดูชอตเด็ดของหวังเป่าหลงด้วยกันฝ่ายเบื้องหลังของตัวเองมีเงินแล้ว ก็คาดไม่ถึงว่าจะเอาเงินออกมาสร้างห้องพักให้แค่คนที่อยู่ฝ่ายเบื้องหลังเท่านั้น ถ้าคนอื่นไม่มีความคิดเห็นก็เป็นเรื่องแปลกแล้วจริง ๆ แล้วเรื่องนี้จะโทษหวังเป่าหลงก็ไม่ได้ เมื่อก่อนตอนมาฝ่ายเบื้องหลังก็ได้ทำการกดดันอยู่พักหนึ่ง ถ้าไม่ปลอบขวัญในความรู้สึกของพนักงานฝ่ายเบื้องหลังให้ดี การทำงานต่อจากนี้ไปก็คงจะไม่มีทางที่จะพัฒนาไปได้จริง ๆ เงินเหล่านี้เดิมทีก็เป็นเงินที่พนักงานฝ่ายเบื้องหลังพวกนี้คืนมา ถ้าไม่ปลอบขวัญ ทุกคนก็จะต่อต้านหวังเป่าหลง รองผู้อำนวยการสถานีอย่างเขาก็เกรงว่าจะถึงจุดจบเช่นเดียวกันเพียงแค่ทุกที่ต่างก็มีแต่คนอิจฉาตาร้อน แม้จะรู้ว่าเงินฝ่ายเบื้องหลังของคุณได้มายังไง คนอื่นก็ไม่ได้สนใจนาย ห้องพักสวัสดิการเนี่ย เป็นพวกเดียวกันไม่พองั้นเหรอ?งั้นทุกคนก็ไม่ต้องอยู่แล้วหากคิดแบบนี้แล้ว งานของหวังเป่าหลงก็ไม่มีทางที่จะพัฒนาไปได้เลยแม้แต่น้อย“หวังเป่าหลง ตอนนี้คุณก็เสนอแผนการออกมาสักแผนสิ คุณเป็นรองผู้อำนวยการสถานี ที่ดูแลรับผิดชอบฝ่ายเบื้องหลัง เรื่องจัดสรรห้องพักสวัสดิการนี้ก็น่าจะเป็นคุณที่มาดูแล คุณคงจะไม่สร้างห้องให้แค่พนักงานฝ่ายเบื้องหลังของคุณหรอกใช่ไหม?” มีคนตั้งคำถามนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้หวังเป่าหลงถึงกับพูดไม่ออกเป็นคำพูดแบบนี้อีกแล้ว วันนี้หวังเป่าหลงได้ฟังไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว และก็ยังไม่มีวิธีที่จะโต้กลับเมื่อนึกถึงตอนแรกที่เสนอเรื่องห้องพักสวัสดิการออกมา ตอนนี้หวังเป่าหลงก็ถึงขั้นรู้สึกว่าเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งคนพวกนี้ที่อยู่ที่นี่ ยังไม่มีพนักงานของฝ่ายเบื้องหลัง เกือบทั้งหมดก็เป็นสมาชิกในครอบครัวของพนักงานในแผนกอื่น ๆ ที่กำลังโวยวายอยู่ เดิมแล้วเป็นเรื่องที่ให้ประโยชน์แก่ทุกคนเรื่องหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็กลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้อีกทั้งตอนนี้จะพูดว่าไม่สร้างห้องก็เกรงว่าจะไม่ได้ ท่าทางของทุกคนที่อยู่ตรงหน้าส่วนใหญ่ได้มีแนวโน้มว่า ‘หวังเป่าหลงหากคุณไม่แบ่งห้องมาหนึ่งห้อง พวกเราก็จะไปอยู่ห้องคุณ’ ไม่สามารถให้ทางออกกับปัญหานี้ได้ หวังเป่าหลงได้หมดหนทางไปโดยปริยาย ก่อนหน้านี้ไม่คิดว่าเรื่องของการสร้างห้องพักสวัสดิการว่าจะวุ่นวายจนสถานการณ์จะกลายเป็นอย่างทุกวันนี้“หวังเป่าหลง ห้องพักสวัสดิการน่ะ ทุกคนต้องการส่วนแบ่ง ถึงยังไงทุกคนก็ทำงานอยู่ที่สถานีโทรทัศน์ ไม่ว่าแผนการนั้นของคุณจะวางแผนไว้ยังไง ก็จะลืมคนที่อยู่นอกฝ่ายเบื้องหลังไม่ได้นะ” มีชายชราคนหนึ่งพูดกับหวังเป่าหลง ซึ่งตอนนี้ก็ถือว่าหวังเป่าหลงได้ถูกบีบบังคับแล้ว...