เมื่อผลักประตูบ้านไม้เก่า ๆ เข้าไป ภาพเบื้องหน้าก็ทำให้หลี่ซวนถึงกับชะงักนิ่งอยู่กับที่
"ทะ... ท่านปู่..."
บนเตียงไม้ที่คุ้นเคย ปู่ของเขา—หลี่ิเจ๋อกำลังนอนเอนกายอยู่ ใบหน้าที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น บัดนี้กลับซีดเซียวไร้สีเือย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจแ่เบา ร่อแร่อ่อนโรยรา ราวกับอาจดับสิ้นลงได้ทุกเมื่อ
เพียงมองปราดเดียว หลี่ซวนก็รู้ได้ทันทีว่า อาการของปู่ในวันนี้แตกต่างจากเมื่อเช้าโดยสิ้นเชิง!
เขารีบวิ่งเข้าไปคุกเข่าลงข้างเตียงในทันที
"ท่านปู่! เกิดอะไรขึ้น! เมื่อเช้าท่านยังแข็งแรงอยู่เลยมิใช่หรือ!"
หลี่ิเจ๋อค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาคู่นั้นยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเมตตาเช่นเดิม แม้กระทั่งการขยับริมฝีปากเพื่อเอื้อนเอ่ยก็ยังเป็เื่ยากเย็นยิ่งนัก
"หลี่ซวน... ในที่สุด... เ้าก็กลับมาแล้ว"
หลี่ซวนรีบกุมมือของผู้เป็ปู่เอาไว้แน่น มือคู่นั้นเย็นชืดกว่าทุกครั้ง หัวใจของเขาพลันสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ท่านปู่... ท่านอย่าเพิ่งพูดเลย ข้าจะไปตามหมอมารักษาท่านเดี๋ยวนี้!"
หลี่ิเจ๋อส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่กุมมือหลี่ซวนตอบ
"ไม่ต้องหรอก... ปู่รู้ดีถึงร่างกายของตนเอง เวลาของปู่... คงเหลืออีกไม่นานแล้ว"
หลี่ซวนส่ายหน้ารัวอย่างไม่ยอมรับความจริง "ไม่จริง! ท่านปู่ต้องไม่เป็อะไร!"
น้ำเสียงของหลี่ิเจ๋อยังคงแ่เบา แต่ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นสลักลึกเข้าไปในจิตใจ
"หลี่ซวน... ั้แ่ข้าอุ้มเลี้ยงเ้ามา... ก็ผ่านมาสิบเจ็ดปีแล้วสินะ"
หลี่ซวนเงียบงันไปทันที... ตัวเขาจำความทรงจำในวัยเด็กก่อนหน้านั้นไม่ได้เลย ความทรงจำทั้งหมดในชีวิตเริ่มต้นขึ้นั้แ่วันที่ลืมตาขึ้นมามองเห็นชายชราผู้นี้ สำหรับเขาแล้ว... หลี่ิเจ๋อคือครอบครัวเพียงคนเดียวในโลกใบนี้
ผู้เป็ปู่ค่อย ๆ ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
"วันนั้น... ฝนตกหนักมาก ตอนนั้นข้ากำลังเดินกลับมายังหมู่บ้าน แล้วก็ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ เมื่อเดินเข้าไปดูก็พบเด็กทารกคนหนึ่งนอนอยู่เพียงลำพัง ไร้ผู้คนอยู่เคียงข้าง ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของพ่อแม่..."
หลี่ซวนตั้งใจฟังด้วยความเงียบสงบ
"ตอนแรก... ข้าคิดว่าจะอุ้มเ้ากลับมาดูแลเพียงชั่วคราว เผื่อว่าพ่อแม่ของเ้าจะออกตามหา แต่ข้ารอแล้วรอเล่า... หนึ่งวัน... สองวัน... จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ก็ยังไม่มีผู้ใดมารับเ้าไป"
หลี่ิเจ๋อพลันไอออกมาหลายครั้งติด ๆ กัน "แค่ก... แค่ก..."
ทุกครั้งที่ไอ ร่างกายอันผ่ายผอมของเขาก็สั่นสะท้าน หลี่ซวนรีบประคองร่างของผู้เป็ปู่ไว้ น้ำตาเริ่มไหลรินลงมาโดยไม่รู้ตัว
"พอแล้วท่านปู่... อย่าพูดอีกเลย"
ทว่าหลี่ิเจ๋อเพียงส่งยิ้มให้ "หลังจากนั้น... ข้าก็ตัดสินใจว่าจะเลี้ยงดูเ้า แม้ข้าจะอยู่ตัวคนเดียว แม้การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งจะยากลำบากสักเพียงใด แต่ข้าก็ไม่เคยเสียใจเลยสักนิด"
เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ "ตอนเด็ก ๆ... เ้าชอบร้องไห้ตอนกลางคืน ข้าต้องอุ้มเ้าเดินปลอบรอบบ้านอยู่ทุกคืน พอโตขึ้นมาหน่อย เ้าก็ซุกซนจนปีนต้นไม้ตกลงมาบ่อย ๆ ทำเอาข้าใแทบแย่อยู่ทุกครั้ง"
หลี่ซวนก้มหน้าลง ภาพเหตุการณ์เ่าั้เริ่มพรั่งพรูย้อนกลับมาในความทรงจำ ทุก ๆ ่เวลาในชีวิต... ล้วนมีชายชราคนนี้คอยอยู่เคียงข้างเสมอมา
"ท่านปู่..."
หลี่ิเจ๋อยื่นมืออันสั่นเทาที่แทบไร้เรี่ยวแรงขึ้นไปลูบศีรษะของหลานชายเบา ๆ
"ข้าสอนเ้า... ให้รู้จักตัดฟืน หุงข้าว ซ่อมแซมบ้าน ทำงานบ้าน ออกล่าสัตว์... เพราะข้ากลัวเหลือเกินว่า สักวันหนึ่งหากข้าไม่อยู่แล้ว เ้าจะใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังไม่ได้..."
หลี่ซวนรีบส่ายหน้าอย่างรุนแรง "ไม่! ท่านปู่ต้องอยู่! ท่านยังต้องอยู่กับข้าไปอีกนาน!"
ทันใดนั้น หลี่ซวนก็รีบโคจรพลังลมปราณภายในร่าง ไอิญญาสีขาวอ่อนพลันปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือ เขารีบจับมือของผู้เป็ปู่ไว้แน่น ก่อนจะโคจรส่งลมปราณทั้งหมดเข้าสู่ร่างของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
"ท่านปู่... ข้าเป็เซียนแล้ว! ข้าต้องช่วยท่านได้แน่!"
กระแสลมปราณไหลเข้าสู่ร่างของหลี่ิเจ๋ออย่างต่อเนื่อง ทว่าเพียงไม่นาน หลี่ซวนก็ััได้ว่าลมปราณของตนไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้เลย... มันราวกับกำลังเทสายน้ำลงบนผืนทรายแห้งกรอบ ไม่ว่าจะส่งพลังเข้าไปมากมายเพียงใด ก็สูญหายไปจนหมดสิ้น ไร้ซึ่งการตอบสนองใด ๆ
"เป็ไปไม่ได้..." เขากัดฟันแน่น ก่อนจะเร่งเร้าส่งลมปราณเข้าไปมากขึ้นอีก แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม
ร่างของหลี่ซวนเริ่มสั่นสะท้านด้วยความสิ้นหวัง "เหตุใด... เหตุใดกัน! ข้ากลายเป็ผู้บำเพ็ญแล้วแท้ ๆ เหตุใดจึงช่วยท่านไม่ได้!"
หยดน้ำตาหยดลงบนหลังมือของผู้เป็ปู่ หลี่ิเจ๋อมองหลานชายด้วยแววตาอ่อนโยนลึกซึ้ง ก่อนจะเอ่ยถามเบา ๆ
"เ้า... เ้าบอกว่าเ้ากลายเป็เซียนแล้วหรือ..."
หลี่ซวนรีบพยักหน้ารับ "ใช่ขอรับท่านปู่! ข้ากลายเป็เซียนแล้ว! เพราะฉะนั้นต้องมีทางช่วยท่านได้แน่! ต้องมี!"
ดวงตาสีฟ้าของเขาพลันสว่างวาบขึ้น "ใช่แล้ว! ดอกไอิญญาสองสี! มันต้องช่วยท่านได้แน่ ๆ ข้าจะพาท่านไปเดี๋ยวนี้!"
พูดจบ หลี่ซวนก็รีบประคองร่างของผู้เป็ปู่ขึ้นจากเตียง ในใจของเขาเหลือเพียงความหวังเดียวเท่านั้น ต่อให้โอกาสจะมีเพียงหนึ่งในหมื่น... เขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยมือเด็ดขาด!
ทว่าในขณะที่หลี่ซวนกำลังจะประคองผู้เป็ปู่ขึ้นขี่หลัง มือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของหลี่ิเจ๋อกลับยื่นมาจับข้อมือของเขาไว้เบา ๆ แม้แรงจับจะน้อยนิดจนแทบไม่รู้สึก แต่หลี่ซวนกลับชะงักหยุดลงทันที
"ท่านปู่..."
หลี่ิเจ๋อค่อย ๆ ส่ายหน้า "ไม่ต้องหรอก... ปู่รู้สังขารของตนเองดี ต่อให้เ้านำข้าไป... ก็คงไม่ทันการณ์แล้ว"
หลี่ซวนส่ายหน้ารัว "ไม่! ต้องทัน! ข้าไม่ยอม! ท่านเลี้ยงดูข้ามาถึงสิบเจ็ดปี ข้าจะปล่อยให้ท่านจากไปเช่นนี้ไม่ได้!"
หลี่ิเจ๋อยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มนั้นยังคงอบอุ่นเหมือนเมื่อครั้งหลี่ซวนยังเป็เด็กเล็ก ๆ
"เด็กโง่เอ๋ย... การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็เื่ธรรมดาของมนุษย์โลก ไม่มีผู้ใดหลีกหนีพ้น แต่ในตอนนี้... เ้าได้ก้าวเดินบนเส้นทางที่แตกต่างออกไปแล้ว"
หลี่ซวนกัดริมฝีปากแน่นจนเืซิบ "ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ยอม! ท่านต้องอยู่!"
หลี่ิเจ๋อค่อย ๆ ยกมือขึ้นลูบศีรษะของหลานชายเป็ครั้งสุดท้าย
"เมื่อเ้าบอกว่า... เ้ากลายเป็เซียนแล้ว ปู่ก็ดีใจเหลือเกิน อย่างน้อยต่อจากนี้... เ้าก็สามารถดูแลตัวเองได้ ปู่หมดห่วงแล้ว..."
น้ำตาของหลี่ซวนหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย "ข้ายัง้าท่าน... ข้ายังไม่ได้ตอบแทนพระคุณของท่านเลย..."
หลี่ิเจ๋อส่ายหน้าเบา ๆ "เ้าเติบโตขึ้นมาเป็คนดี... เพียงเท่านี้ ก็ถือว่าตอบแทนปู่จนหมดสิ้นแล้ว"
เมื่อกล่าวจบ หลี่ซวนก็ไม่ฟังคำห้ามปรามใด ๆ อีก เขารีบช้อนร่างของผู้เป็ปู่ขึ้นบนแผ่นหลังทันที จากนั้นจึงทะยานร่างออกจากบ้านไปด้วยความเร็วสูงสุด!
*ฟิ้ว!*
ร่างของเขาเลือนหายไปจากหน้าบ้านในพริบตา หากคนธรรมดามาพบเห็น คงเห็นเพียงเงาร่างสายหนึ่งพาดผ่านไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น
หลี่ซวนไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ดวงตาสีฟ้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็สีครามเข้ม เร่งใช้ััิญญาตรวจสอบเส้นทางเบื้องหน้าทั้งหมด กิ่งไม้ โขดหิน สัตว์ป่า ล้วนถูกหลบหลีกได้อย่างแม่นยำ เขาเลือกใช้ทางลัดทั้งหมดที่รู้จัก เร่งความเร็วถึงขีดสุดเท่าที่ลมปราณแรกเริ่มขั้นกลางจะทำได้
ภายในใจมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น...
'ทัน... ต้องทัน!'
'ขอเพียงยังมีโอกาส... แม้เพียงหนึ่งในหมื่นก็ยังดี!'
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน เขาก็พาร่างของผู้เป็ปู่มาถึงบริเวณหน้าปากโพรงถ้ำ แต่ในขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าไป เสียงอันแ่เบาก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง
"หลี่ซวน..."
เขารีบหันกลับไปทันที "ท่านปู่!"
หลี่ิเจ๋อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แม้ดวงตาจะพร่ามัวมองไม่ชัดเจน แต่กลับเต็มไปด้วยความเปี่ยมเมตตา "ดูจากความเร็วของเ้า... เ้าคงจะเป็เซียนแล้วจริงๆ ..."
"ท่านปู่... ท่านอย่าเพิ่งพูดอะไรเลยขอรับ ใกล้จะถึงแล้ว!"
หลี่ิเจ๋อค่อย ๆ ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง "ไม่... ปู่ไม่ไหวแล้ว..."
เขาค่อย ๆ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ก่อนจะหยิบแผ่นไม้เล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งออกมา มันเป็เพียงแผ่นไม้สีน้ำตาลธรรมดาที่ถูกขัดจนเรียบเกลี้ยง ด้านหน้าถูกสลักตัวอักษร ไว้อย่างประณีตว่า... **'หลี่ซวน'**
หลี่ิเจ๋อยื่นแผ่นไม้นั้นออกมาอย่างสั่นเทา "แผ่นไม้นี้... ปู่เพิ่งทำเสร็จได้ไม่นาน เดิมทีตั้งใจจะมอบให้เ้าในวันที่เ้าแต่งงานออกเรือน แต่ดูเหมือน... ปู่คงไม่มีโอกาสได้เห็นวันนั้นแล้ว"
หลี่ซวนยื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับแผ่นไม้นั้นไว้ "ท่านปู่..."
หลี่ิเจ๋อยิ้มรับ "ปู่ไม่มีสิ่งของล้ำค่า ไม่มีทรัพย์สินสมบัติใด ๆ จะมอบให้เ้า มีเพียงแผ่นไม้นี้... ถือเสียว่าเป็สิ่งสุดท้ายที่ปู่จะมอบให้เ้าได้"
ลมหายใจของเขาเริ่มแ่ช้าลงเรื่อย ๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาบางลงทุกขณะ
"หลี่ซวน... จงเดินบนเส้นทางที่เ้าเลือก... อย่าเสียใจ... อย่าหันหลังกลับมา... จงใช้ชีวิต... ตามที่ใจเ้า้าเถิด... ปู่ของเ้า... ขอบคุณ... สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง..."
สิ้นเสียงนั้น มือที่เคยกุมแผ่นไม้ไว้ก็ค่อย ๆ อ่อนแรงคลายออก แล้วตกลงข้างกายอย่างช้า ๆ
หลี่ซวนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก "ท่านปู่? ท่านปู่... ท่านปู่!!"
ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมาอีกแล้ว... ร่างบนแผ่นหลังของเขาไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว ไร้ลมหายใจ และไร้ซึ่งชีพจร...
ในขณะนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยสงบนิ่งพลันมีหยดน้ำฝนโปรยปรายลงมา หยดแรก... หยดที่สอง... ก่อนจะกลายเป็สายฝนห่าใหญ่ที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงอย่างไม่ขาดสาย
หลี่ซวนค่อย ๆ ทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าปากโพรงถ้ำ ยังคงตระกองกอดร่างไร้ิญญาของผู้เป็ปู่ไว้แน่น สายฝนชโลมเปียกปอนไปทั่วทั้งใบหน้า จนไม่อาจแยกแยะได้อีกแล้วว่าสิ่งใดคือน้ำฝน... และสิ่งใดคือน้ำตา
เสียงร้องะโที่เต็มไปด้วยความแตกสลายและเ็ปแสนสาหัส ดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งหุบเขา!
"ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!"
เสียงแผดร้องนั้นกังวานสะท้อนไปทั่วผืนป่า ราวกับกำลังป่าวประกาศถึงความโศกเศร้าอันลึกล้ำของเด็กหนุ่มผู้สูญเสียครอบครัวเพียงคนเดียวในชีวิตไปอย่างไม่มีวันกลับ
และนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป...
หลี่ซวน... จะต้องโดดเดี่ยวตัวคนเดียวบนโลกใบนี้อย่างแท้จริง!