กลับมาคราวนี้ฉันต้องดีกว่าเดิม (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 32 ทึกทักไปเอง

            ซ่งจื่อหยวนปั่นจักรยานมาส่งหลินซูลี่ที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวัน ถึงแม้เส้นทางกลับบ้านของเธอจะสะดวกและปลอดภัย แต่ซ่งจื่อหยวนก็ไม่ยอมให้คู่หมั้นของเขากลับบ้านคนเดียว

            “จื่อหยวนคะ พรุ่งนี้คุณกับคุณแม่ไปเยี่ยมลุงซูเองนะคะ”

            “ทำไมล่ะ คุณไม่อยากไปเยี่ยมลุงซูพร้อมพวกเราหรือ”

            “ฉันต้องอยู่ทำความสะอาดบ้านน่ะค่ะ”

            “น้องสาวของคุณเขาไม่ได้ทำงานอะไรนี่ ในเมื่อเธออยู่บ้านว่างๆ แล้วทำไมคุณไม่บอกให้เธอทำความสะอาดเองล่ะ ตึกใหญ่ด้านหน้าคุณก็ไม่ได้อยู่ไม่ใช่หรือ” ซ่งจื่อหยวนพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ

             “คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผิดค่ะ ความจริงฉันจะปฏิเสธงานนี้ก็ได้ แต่ครั้งนี้ฉันเต็มใจ เพราะฉันอยากขึ้นไปหากุญแจห้องเก็บของในห้องนอนของแม่เลี้ยงฉันน่ะค่ะ” หลินซูลี่รีบอธิบาย “คุณก็รีบโมโหไปได้ ฉันไม่ใช่หลินซูลี่หัวอ่อนคนเดิมอีกแล้วนะคะ คุณไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาเอาเปรียบฉันหรอก”

            “ผมก็นึกว่าน้องสาวของคุณยังชอบเอาเปรียบคุณอยู่ แต่คุณก็อย่าประมาทให้แม่เลี้ยงของคุณจับได้ล่ะ บอกตามตรงนะผมอยากให้คุณหาของของคุณพ่อคุณให้เจอเร็วๆ เหมือนกัน ผมไม่อยากให้คุณอยู่บ้านหลังนั้นต่อเลย ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ” ซ่งจื่อหยวนจับมือคู่หมั้นเอาไว้ “ถ้ากล่องใบนั้นไม่ได้มีของสำคัญอะไร คุณจะปล่อยมันทิ้งไปไม่ได้หรือ”

            “ฉันไม่ได้สนใจเงินที่อยู่ในกล่องใบนั้นหรอกค่ะ ฉันแค่สนใจโฉนดร้านค้ากับจดหมายที่อยู่ในกล่องนั้นต่างหาก และฉันอยากจะดูให้แน่ใจด้วยว่าในกล่องใบนั้นยังมีอะไรอยู่ข้างในอีก บางทีการที่ฉันได้ย้อนอดีตกลับมา มันอาจจะเกี่ยวข้องกับของที่อยู่ในกล่องใบนั้นก็ได้นะคะ แต่น่าเสียดายที่ฉันนึกเท่าไหร่ก็ยังนึกไม่ออก และไม่รู้ด้วยว่าหลังจากที่ฉันย้ายไปอยู่ที่เมือง H แล้ว ฉันเผลอเอากล่องใบนั้นไปทิ้งไว้ที่ไหน”

            “ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้างไหม”

            หลินซูลี่เหมือนนึกขึ้นได้ “จื่อหยวนคะ ฉันรู้ว่าคุณเรียนอยู่คนละคณะกับเฉินเฮ่าจง แต่ว่าคุณเคยเจอเขาบ้างไหมคะ”

            “ผมเคยเจอเขาอยู่ไม่กี่ครั้งหรอก เขาเรียนอยู่สาขาเดียวกับคู่หมั้นของอาเฉียว คุณถามทำไมหรือ”

            “ฉันคิดว่าช่วงนี้เฉินเฮ่าจงคงกำลังทำบางอย่างลับหลังน้องสาวฉันอยู่แน่ๆ เลยค่ะ เว่ยฉิงเริ่มระแวงคนอื่นเขาไปทั่ว เมื่อเช้ายังมาโวยวายว่าฉันไปเปิดร้านขายอาหารแถวบ้านเฉินเฮ่าจงอีก”

            “คุณไม่ลองถามซินเยว่ดูล่ะ เธออาจจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าผมก็ได้นะ ถึงเธอจะอยู่คนละสาขากับเฉินเฮ่าจง แต่ยังไงพวกเขาก็ยังเรียนคณะเดียวกัน”

            “ช่างมันเถอะค่ะ ยังไงก็เรื่องของคนอื่น เราไม่จำเป็นต้องไปทำเรื่องให้มันยุ่งยาก อีกอย่างนะคะ ถ้าเกิดพวกเขารู้ว่าเราไปยุ่งเรื่องของพวกเขา เว่ยฉิงอาจจะคิดว่าฉันไปยุ่งไม่เข้าเรื่อง หรือแม้แต่เฉินเฮ่าจงก็อาจจะคิดว่าฉันยังสนใจเขาอยู่ก็ได้ เรื่องอะไรจะเกิดก็ปล่อยมันเถอะค่ะ ยังไงก็เป็นเรื่องของพวกเขาไม่เกี่ยวกับเรา”

            “คุณเข้าบ้านก่อนเถอะ ผมจะรอคุณอยู่ตรงนี้ก่อน” 

            หลินซูลี่หอมแก้มคู่หมั้นหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะกระซิบข้างหูเขาเสียงเบา “ฉันรักคุณค่ะจื่อหยวน”

            ซ่งจื่อหยวนยืนยิ้มอยู่ข้างรถจักรยานเพื่อรอให้หลินซูลี่เดินเข้าบ้านและปิดประตูรั้วจนเรียบร้อย จากนั้นขณะที่เขากำลังจะปั่นจักรยานกลับ เขาก็ได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังขึ้นมาเสียก่อน

            “คุณคะคุณ”

            ซ่งจื่อหยวนหันหลังกลับ “คุณเรียกผมหรือ”

            “ใช่ค่ะ ฉันเรียกคุณเอง คุณมาหาใครหรือคะ” หลินเว่ยฉิงมองชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับพิจารณาเขาอย่างละเอียด ‘หน้าตาดี หุ่นดี แต่น่าเสียดายที่มีแค่รถจักรยาน’

             “บ้านหลังนี้เป็นบ้านของฉันเองค่ะ” หลินเว่ยฉิงส่งยิ้มอ่อนหวานเมื่อเห็นว่าซ่งจื่อหยวนไม่ได้ตอบคำถาม “ตกลงว่าคุณมาหาใครหรือคะ”

            “ผมไม่ได้มาหาใคร ผมแค่มาส่งคู่หมั้นของผม”

            “คู่หมั้น? ที่บ้านหลังนี้?” หลินเว่ยฉิงยังไม่เข้าใจ

            “ผมชื่อซ่งจื่อหยวน ผมเป็นคู่หมั้นของหลินซูลี่” 

            หลินเว่ยฉิงยิ้มค้างอยู่ในหน้า เธอไม่คิดว่าคู่หมั้นของหลินซูลี่จะดูดีและหล่อเหลา ก็ไหนพี่สาวบอกว่ารู้จักกับคู่หมั้นตั้งแต่ตอนอยู่ที่ชนบท แล้วพ่อหนุ่มคนกรุงคนนี้เป็นใครมาจากไหนกัน ทำไมภาพมันต่างจากที่เธอวาดเอาไว้เยอะขนาดนี้

            “คุณเป็นคู่หมั้นของพี่ซูลี่หรือคะ ฉันชื่อหลินเว่ยฉิงค่ะ เป็นน้องสาวของพี่ซูลี่” หลินเว่ยฉิงยื่นมือออกไปทักทาย แต่ซ่งจื่อหยวนยังยืนนิ่ง “เอ่อ...คุณจะเข้าไปดื่มน้ำก่อนไหมคะ”

            “ผมแค่มาส่งซูลี่เท่านั้น ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร ผมคงต้องขอตัวก่อน” ซ่งจื่อหยวนปั่นจักรยานออกไปทันที

     

            ‘หลินซูลี่! เธอมาเช็ดพื้นตรงนี้หน่อยสิ ฉันทำน้ำหก’

            ‘ตรงนี้ยังมีฝุ่นอยู่เลยนะ’

            ‘เธออย่าลืมขัดห้องน้ำด้วยล่ะ’

            ‘ผ้าที่อยู่ในตระกร้ายังไม่ได้ซักทั้งหมด เธอเอามาซักด้วยนะ’

            “หลินเว่ยฉิง เธอคงคิดว่าฉันกลัวแม่เธอมากสินะ เธอถึงได้ใช้งานฉันไม่ได้หยุดอย่างนี้” หลินซูลี่โยนไม้กวาดและผ้าเช็ดฝุ่นลงบนพื้นอย่างแรง “ฉันไม่ทำแล้ว ตึกใหญ่นี่เป็นหน้าที่ของเธอ ในเมื่อเธอกับแม่ของเธออาศัยอยู่บนนี้ เธอก็ทำความสะอาดเองก็แล้วกัน”

            “เธอกล้าขัดคำสั่งคุณแม่หรือ”

            “ตั้งแต่ฉันกลับมาอยู่ที่นี่ ฉันกับแม่ของเธอเจอหน้ากันแทบนับครั้งได้ เธออย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเป็นความคิดของเธอต่างหากที่อยากใช้งานฉัน แต่ถ้าเธอยังคิดที่จะให้ฉันทำงานบ้านต่อ เธอก็ต้องมาช่วยฉันทำ หรือไม่เธอก็เอาผ้าในตะกร้าของเธอไปซักเอง ไม่สิ...ผ้าของแม่เธอแล้วก็พวกผ้าม่าน ผ้าปูที่นอนทุกห้อง เธอก็เก็บไปซักให้หมด”

            “ฉันเคยทำงานพวกนี้ที่ไหนกันเล่า ที่ผ่านมาคุณแม่ก็จะไปรับคนงานที่บ้านของคุณตาให้มาทำให้ทั้งนั้น เธอทำเป็นเธอก็ทำสิ จะมาเกี่ยงให้ฉันทำทำไม” หลินเว่ยฉิงไม่ยอม

            “เธอเลือกเอาว่าเธอจะมาช่วยฉันทำงานหรือเธออยากให้ฉันลงมือกับเธอ เอาซี้...ฉันยอมโดนแม่เธอทำโทษ ขอแค่ฉันได้สั่งสอนน้องสาวของฉันบ้าง” หลินซูลี่ทำท่านวดมือเหมือนเตรียมพร้อมจะทำบางอย่าง

            “เธอ...เธอไม่กล้าทำร้ายฉันจริงๆ หรอก”

            “จะลองดูก็ได้นะ” หลินซูลี่เดินเข้าหาน้องสาวเรื่อยๆ

            “ทำ ทำ ทำ ฉันทำแล้ว เธอ...เธออย่า...อย่า...อย่าทำร้ายฉันนะ” หลินเว่ยฉิงไม่กล้าท้าทายพี่สาวต่อแล้ว

            “รับปากดีๆ ตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง” หลินซูลี่ชี้มือไปที่ตะกร้าผ้า “เอาผ้าพวกนี้ไปซักที่หลังบ้าน อ้อ...อย่าลืมเข้าไปเอาเสื้อผ้าของแม่เธอไปซักด้วยล่ะ”

            หลินเว่ยฉิงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่พอเห็นพี่สาวหน้าขรึมลงอีกครั้ง เธอก็รีบพูดขึ้นอย่างเร็ว “เมื่อคืนฉันเห็นคู่หมั้นของเธอแล้วนะ”

            “เห็นแล้วยังไง?”

            “ไหนเธอบอกว่าคู่หมั้นของเธอเป็นคนชนบทไงล่ะ แต่ที่ฉันเห็นเขาดูดีมาก เขาเหมือนกับหนุ่มๆ ในเมืองเลยนะ”

            “แล้วฉันบอกเธอเมื่อไหร่ว่าเขาเป็นคนชนบท มีแต่เธอกับแม่ของเธอที่ทึกทักกันไปเอง” หลินซูลี่กระแทกไม้กวาดอีกครั้ง “คู่หมั้นของฉันจะเป็นใครมาจากไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ ไม่ต้องมาถามให้มากความ ตอนนี้เธอก็ไปซักผ้าได้แล้ว ถ้าก่อนเที่ยงเธอยังทำงานไม่เสร็จนะ คอยดูว่าฉันจะจัดการเธอยังไง”

            หลินเว่ยฉิงไม่กล้าอยู่ต่อและรีบวิ่งถือตะกร้าผ้าไปหลังบ้านทันที หลินซูลี่ได้แต่แอบถอนหายใจ ความจริงแล้วเธอก็แกล้งวางท่าให้น่ากลัวไปอย่างนั้นเอง เธอแค่ต้องการขู่หลินเว่ยฉิงเพื่อที่จะให้หลินเว่ยฉิงมีอะไรทำจะได้ไม่ต้องมาคอยยืนเกะกะและมองดูเธออยู่ตลอดเวลา เพราะเธออยากใช้โอกาสนี้เข้าไปในห้องนอนของแม่เลี้ยง เผื่อว่าเธออาจจะหากุญแจห้องเก็บของเจอ

    คล้ายกับเรื่องกลับมาคราวนี้ฉันต้องดีกว่าเดิม (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน