คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    ล่ามสื่อภาษา และอาหารในบ่อปลา

    ติ๊ง!

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์]  

     

    เสียงสัญญาณดิจิทัลที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นในความเงียบสงัด ปลุกสติสัมปชัญญะที่หลับใหลให้ตื่นตัว 

    อคินลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องนอนชั้นสอง 

    ร่างกายของเขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติ ราวกับเครื่องจักรที่ถูกสับสวิตช์เดินเครื่อง

    ลมหายใจแรกของค่ำคืนสูดเอากลิ่นอับชื้นของปูนเปลือยและกลิ่นฝุ่นจางๆ เข้าไปเต็มปอด เขาควานมือไปบนฟูกนอนที่ว่างเปล่า

    ความเย็นชืด... คือสิ่งเดียวที่ปลายนิ้วสัมผัสได้

    "โบ้...? ด่าง...?"

    อคินพึมพำเรียกชื่อสมาชิกในปาร์ตี้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อไร้เสียงตอบรับ

    ความกังวลสายหนึ่งแล่นปราดผ่านกลางอกเหมือนกระแสไฟฟ้า 

    ขวานดับเพลิงคู่ใจที่วางพิงหัวเตียงถูกกระชากมาถือไว้ในมือขวาทันที

    แต่ก่อนที่จินตนาการด้านลบจะทันได้ทำงาน 

    เสียง โฮ่ง! บรู๊ววว! ก็ดังก้องมาจากชั้นล่าง 

    ไม่ใช่เสียงขู่คำรามของการต่อสู้ แต่มันเป็นเสียงเห่าที่รัวเร็วและสูงปรี๊ด

    อคินพรูลมหายใจออกยาวเหยียด 

    เขารีบก้าวลงบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะฝีเท้า 

    แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดส่องให้เห็นภาพที่โถงหน้าประตูบ้าน

    เงาตะคุ่มสามร่างกำลังวิ่งวนเป็นเลขแปด 

    หางของพวกมันสะบัดฟาดกับขาโต๊ะและวงกบประตูดัง ปึก! ปึก! อย่างบ้าคลั่ง 

    ทันทีที่เห็นเขาลงมา เจ้าโบ้ก็กระโจนเอาสองขาหน้าตะกุยอากาศ ลิ้นสีชมพูห้อยยาว น้ำลายหยดติ๋งด้วยความตื่นเต้น

    "เฮ้ๆ! ใจเย็นพวก... ใจเย็น!" 

    อคินหัวเราะเสียงต่ำ พยายามใช้มือข้างหนึ่งดันอกเจ้าหมาอัลเซเชี่ยนผสมที่ตัวใหญ่เกือบเท่าอกเขา 

    "เป็นบ้าอะไรกันไปหมด... หิวหรือไง?"

    พวกมันหยุดวิ่งวน แต่ยังคงส่งเสียงคราง หงิง... หงิง... 

    และมองหน้าเขาสลับกับประตูหลังบ้านราวกับจะฟ้องอะไรบางอย่าง

    อคินเลิกคิ้ว เขากำลังจะเอ่ยปากถามต่อ แต่แล้ว... หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสก็สว่างวาบขึ้นตัดกับความมืด

    วูบ...

    ตัวอักษรสีขาวลอยเด่นขึ้นมาตรงหน้า ไม่ใช่แค่การแจ้งเตือนสถานะปกติ แต่มันดู... ใส่ใจ เป็นพิเศษ

     

    [เดี๋ยวจะช่วยแปลภาษาของพวกเขาให้]

     

    อคินชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

    "ช่วยแปล...?" 

    เขาพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มมุมปากค่อยๆ ยกขึ้น 

    "ระบบนี่บริการดีชะมัด... "

    แฮ่ง! แฮ่ง!

    เจ้าโบ้เห่าขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เอาหัวมาดุนที่หน้าแข้งของเขาแรงๆ

    ทันใดนั้น กล่องข้อความสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาแปลความหมายแบบเรียลไทม์

     

    [มันบอกว่า ปลอดภัย!  ตอนที่นายหลับ พวกมันออกไปดมๆ รอบๆ หมดแล้ว! ไม่มีตัวกลิ่นเหม็นเน่าเลย!]

     

    โฮ่ง!

    เจ้าด่างที่ยืนเฝ้าหน้าประตูหลังบ้านเห่าสมทบ หูของมันลู่ไปด้านหลัง สายตาจ้องเขม็งไปที่ความมืดด้านนอก

     

    [มันบอกว่าข้างหลังนั่น! ในบ่อน้ำ... มันได้กลิ่น! กลิ่นคาว... กลิ่นเนื้อ! มันดิ้นได้! อาหารเต็มไปหมดเลย!]

     

    อคินอ้าปากค้าง เขามองหน้าต่างระบบสลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของฝูงหมาที่กำลังกระดิกหางรอคำชม

    "นาย... พวกนายทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก"

    เขาทรุดตัวลงคุกเข่า กอดคอเจ้าหมาทั้งสามตัวแล้วขยี้ขนพวกมันอย่างมันเขี้ยว

    "ฮ่าๆๆ! ฉันได้ยินพวกนายแล้ว! สุดยอดไปเลยพวกเกลอ!"

    ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เกาะกินใจในยามค่ำคืนมลายหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว 

    แต่มีทั้งปาร์ตี้ที่ไว้ใจได้ และระบบที่คอยสนับสนุนอย่างใกล้ชิด

    "โอเค! ถ้าด่างบอกว่ามีอาหาร..."

    อคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่กางเกง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความงัวเงียเป็นประกายแห่งความมุ่งมั่น

    "เราก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา!"

    ...

    อคินผลักประตูหลังบ้านเปิดออก ลมหนาวยามค่ำคืนพัดวูบเข้ามาปะทะใบหน้า

    เสียงจิ้งหรีดเรไรเงียบลงทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว 

    เบื้องหน้าคือสวนหลังบ้านที่รกทึบไปด้วยวัชพืชสูงท่วมเอว และบ่อปลาเก่าที่ผิวน้ำถูกปกคลุมด้วยผักตบชวาจนเกือบมองไม่เห็นผิวน้ำ

    ตู้ม!

    เสียงน้ำแตกกระจายดังสนั่นมาจากกลางบ่อ ทำลายความเงียบของรัตติกาล

    อคินกระชับขวานในมือแน่น ย่อตัวลงต่ำตามสัญชาตญาณ 

    "ศัตรูเหรอ!?"

    โฮ่ง!

    เสียงเห่าของโบ้ดังขึ้น พร้อมกับข้อความระบบที่ปรากฏขึ้นทันท่วงที

     

    [เป้าหมายไม่ใช่ศัตรู... โปรดสังเกตที่ผิวน้ำ]

     

    อคินหรี่ตามองฝ่าความมืด 

    เจ้าด่างที่กระโจนลงไปในน้ำเมื่อครู่ กำลังตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาบนตลิ่งดินเลนอย่างทุลักทุเล 

    ตัวของมันเปียกโชก 

    แต่ในปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคมกริบนั้นคาบวัตถุสีเงินขนาดใหญ่ที่กำลังดิ้นพราดๆ 

    สะบัดหางตบหน้านักล่าดัง เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

    มันคือปลากะพงขาว... ตัวใหญ่ขนาดเท่าท่อนแขน!

     

    [ปลากะพงขาว]

    [ไม่พบการปนเปื้อนของพลังงานเวท ปลาตัวนี้ไม่ได้ปลุกพลัง หรือกลายพันธุ์]

     

    "พระเจ้าช่วย..." 

    อคินอุทานออกมาอย่างลืมตัว 

    "ด่าง! นายมันอัจฉริยะนักล่าชัดๆ!"

    เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตปกติหลงเหลืออยู่ในแหล่งน้ำปิด

    "แสดงว่าบ่อนี้น้ำยังดีอยู่... และระบบนิเวศในนี้ยังไม่พังทลาย"

    คืนนั้น แสงไฟสีส้มจากกองฟืนเล็กๆ ที่ลานปูนหน้าบ้านจึงสว่างไสวขึ้นเป็นครั้งแรก

    กลิ่นหอมของปลาย่างเกลือที่เกรียมนอกนุ่มใน ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ แข่งกับกลิ่นสาบสางของซากปรักหักพัง

    อคินใช้มือฉีกเนื้อปลาสีขาวอวบที่ควันยังลอยกรุ่น วางลงบนใบตองให้ลูกทีมทั้งสาม

    "กินซะ... พวกนายสมควรได้รับมัน"

    เขามองดูพวกมันกินอย่างตะกละตะกลาม ก่อนจะฉีกเนื้อปลาส่วนของตัวเองเข้าปาก 

    รสชาติหวานของเนื้อปลาสดผสมกับความเค็มปะแล่มของเกลือเก่าเก็บ ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสอาหารทิพย์

    เขามองไปยังบ่อปลาที่มืดมิด มองรั้วบ้านที่ยังผุพัง... และมองหน้าต่างระบบที่ลอยอยู่ข้างกาย

    ความคิดในหัวของอคินเริ่มตกผลึก

    "เรามีอาหาร... มีแหล่งน้ำ... และมีระบบที่คอยช่วย"

    เขาเคี้ยวเนื้อปลาช้าๆ แววตาฉายแววของ 'ผู้สร้าง' ที่เริ่มมองเห็นภาพอนาคต

    "ที่นี่จะไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอนชั่วคราว... แต่ฉันจะทำให้มันเป็นฐานทัพที่แข็งแกร่งที่สุด!"

    ...

    หลังจากมื้อเย็นอันแสนวิเศษ อคินไม่ได้ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

    เขาจุดคบเพลิงที่ทำจากเศษผ้าชุบน้ำมันพันไม้ 

    ออกเดินสำรวจอาณาเขต 'บ้านใหม่' ของเขาอย่างละเอียด โดยมีสามองครักษ์สี่ขาเดินนำหน้าอย่างกระตือรือร้น

    แสงไฟส่องกระทบเข้าไปในดงหญ้ารกชัฏข้างตัวบ้าน และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำให้อคินต้องฉีกยิ้มกว้างจนแก้มปริ

    "โห... นี่มันซูเปอร์มาร์เก็ตชัดๆ"

    ท่ามกลางวัชพืชที่ขึ้นสูงท่วมหัว ยังมีต้นกะเพราป่าที่ใบเขียวเข้มส่งกลิ่นฉุนกึก 

    พริกขี้หนูเม็ดเล็กที่แดงก่ำคาต้น 

    และที่มุมรั้ว... ต้นมะละกอ 'แขกดำ' สามต้นยืนตระหง่าน 

    ลูกดิบสีเขียวยาวรีห้อยระย้าเต็มคอ ใกล้ๆ กันคือกอต้นกล้วยน้ำว้าที่มีปลีห้อยย้อยลงมา

     

    [วัตถุดิบเหล่านี้สามารถนำมาปรุงอาหารได้ แต่บางชนิดอาจเป็นพิษกับสุนัขและแมว แนะนำให้เก็บเกี่ยวเท่าที่จำเป็น]

     

    "ขอบใจนะระบบ นายเนี่ยรู้ใจฉันจริงๆ" 

    อคินพูดตอบโต้กับอากาศธาตุ เขาเริ่มรู้สึกผูกพันกับเสียงไร้ตัวตนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีคู่หูที่มองไม่เห็นคอยชี้นำ

    "เยี่ยม... พรุ่งนี้เรามีเมนูใหม่ให้พวกนายแน่" 

    อคินตบกระเป๋ากางเกงอย่างมั่นใจ

    จากนั้น ภารกิจ 'ป้อมปราการ' ก็เริ่มต้นขึ้น

    อคินเดินลัดเลาะไปยังบ้านร้างข้างเคียงและบ่อกุ้งเก่าที่แห้งขอดท้ายซอย 

    เขาใช้ขวานงัดแผ่นไม้เก่าจากศาลาริมน้ำ และรื้อสังกะสีจากโรงเก็บอาหารกุ้งที่ผุพัง

    เสียง เอี๊ยด... ปัง! ของการงัดแงะดังเป็นจังหวะในความเงียบสงัดของค่ำคืน

    เขาแบกวัสดุทั้งหมดกลับมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย 

    เหงื่อไคลไหลย้อยเข้าตาแต่เขากลับรู้สึกถึงพลังที่เปี่ยมล้น 

    ร่างกายนี้... ราวกับว่ามันถูกสร้างมาเพื่องานหนักโดยเฉพาะ ไม่มีความปวดเมื่อย ไม่มีอาการหอบเหนื่อยที่เกินพอดี

    รั้วบ้านที่เคยมีช่องโหว่ถูกตีปิดทับด้วยแผ่นไม้ซ้อนสังกะสีอย่างแน่นหนา 

    แม้มันจะดูไม่สวยงามเหมือนงานช่างฝีมือ แต่มันก็แข็งแรงพอที่จะกั้นไม่ให้ตัวอะไรบุกเข้ามาเงียบๆ ได้

    "ต่อไป... เรื่องที่สำคัญที่สุด"

    อคินเดินตรงไปยังโรงเรือนเล็กๆ หลังบ้านที่เป็นห้องปั๊มน้ำ 

    เขาใช้ด้ามขวานเคาะไล่แมงมุมตัวเขื่องที่เกาะอยู่ตามท่อพีวีซี ก่อนจะสำรวจถังกรองน้ำสเตนเลสขนาดใหญ่

    "สภาพยังดี... ไม่มีรอยรั่ว สนิมเกาะแค่ภายนอก"

    เขาสูดหายใจลึก ก่อนจะสับคัทเอาท์แผงวงจรไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับระบบโซลาร์เซลล์เก่าบนหลังคา

    ตื๊ด... หวี่....

    เสียงอินเวอร์เตอร์ทำงานเบาๆ ตามด้วยเสียงมอเตอร์ปั๊มน้ำที่ครางกระหึ่มขึ้นมาเหมือนสัตว์ร้ายตื่นจากการจำศีล

    ซู่!

    น้ำบาดาลที่ผ่านเครื่องกรองไหลพุ่งออกมาจากก๊อกลงสู่ถังพลาสติกสีน้ำเงินใบใหญ่

    น้ำใสสะอาด... เย็นเฉียบ... และมีค่าดั่งทองคำในโลกยุคนี้

    "ไชโย!" 

    อคินร้องลั่น แข่งกับเสียงน้ำ

    เขาไม่รอช้า รีบลากถังน้ำ โอ่งดินเผา และกะละมังทุกใบที่มีในบ้านมารองน้ำเก็บไว้จนเต็มทุกความจุ 

    รวมถึงเปิดวาล์วให้น้ำขึ้นไปเก็บสำรองไว้ในแท็งก์สเตนเลสบนดาดฟ้า

    เมื่อทุกอย่างเต็มเปี่ยม เขาจึงรีบสับคัทเอาท์ลงเพื่อตัดไฟ

    "ต้องประหยัดไว้... ถ้าแดดหมด ไฟหมด เราจะแย่"

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:30:00]

     

    ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย... ตัวเลขบนหน้าต่างระบบเริ่มกะพริบเตือนเบาๆ

    อคินใช้เวลาที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด 

    เขาขึ้นไปที่ระเบียงชั้นสอง ขึงลวดที่หาได้จากห้องเก็บของ ผูกโยงกับราวระเบียงทำเป็นราวตากผ้า

    เนื้อปลาที่แล่เป็นชิ้นบางๆ ถูกนำมาวางเรียงราย 

    เขาโรยเกลือที่เหลือในครัวเล็กน้อยเพื่อถนอมอาหาร 

    หวังว่าแดดวันพรุ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนพวกมันให้เป็นเสบียงแห้งที่เก็บไว้ได้นาน

    จากนั้น เขาเดินเก็บกวาดข้าวของในบ้าน 

    ขยะชิ้นใหญ่ถูกโยนออกไปกองรวมกัน เสื้อผ้าเก่าถูกพับแยกไว้ ของใช้ถูกจัดเข้าที่

    บ้านที่เคยดูเหมือนซากปรักหักพังเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน... 

    บัดนี้เริ่มดูเหมือน 'บ้าน' จริงๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว

    อคินเดินลงไปที่สวนหลังบ้าน ดับกองไฟที่มอดลงเหลือเพียงเถ้าถ่านสีแดงวาบ

    ควันสีขาวลอยจางหายไปในอากาศ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ไร้ดาว มีเพียงความมืดมิดที่เวิ้งว้าง

    "ไปนอนกันเถอะพวกเรา... พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีกเยอะ"

    เขาเรียกหมาทั้งสามตัวขึ้นไปบนชั้นสอง

    อคินทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ 

    ความเหนื่อยล้าจากการใช้แรงงานหนักตลอด 8 ชั่วโมงโถมเข้าใส่ร่างกายราวกับกำแพงถล่มทันทีที่หลังสัมผัสฟูก

    แต่มันคือความเหนื่อยที่มาพร้อมความภาคภูมิใจ

    เขามองเพดานห้อง... มองนาฬิกาสีฟ้าที่นับถอยหลังสู่ความเงียบงัน

    'ฉันมีบ้านแล้วนะ... แต้ม... ถ้านายเห็น... นายคงจะดีใจ...'

    ความคิดถึงแมวตัวโปรดผุดขึ้นมาในห้วงสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบ

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:05]

    [ราตรีสวัสดิ์... ขอให้เป็นการพักผ่อนที่ดี]

     

    อคินยิ้มทั้งที่ตาปิดลงไปแล้ว

    "ฝันดีนะ... เจ้าเพื่อนยาก"

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:00]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

     

    วูบ!

    ทันใดนั้น สติของชายหนุ่มก็ถูกตัดขาดอย่างฉับพลัน

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน