ตอนที่ 19 คราวเคราะห์บ้านตระกูลเสิ่น (1)
เยี่ยสุยจำได้แม่นว่าคราวเคราะห์ของบ้านตระกูลเสิ่นมีความเกี่ยวข้องกับระบบการจัดที่นาถุนเถียน
ระบบถุนเถียนเป็นรากฐานของแผ่นดิน มีระบบการตรวจสอบอย่างเข้มงวดกวดขัน ช่วงวสันตฤดูและสารทฤดูในเดือนเก้าของทุกปี หัวหน้าและรองหัวหน้ากองเสบียงร่วมกับคลังเสบียงหลวงจะออกตรวจคลังเสบียงทั่วแผ่นดิน โดยจะตรวจตราพื้นที่ทั้งหมดที่จัดเก็บเสบียงจากที่นาพลเรือนและทหาร นอกจากนี้ยังประเมินเพื่อจัดระดับชั้นถุนเถียน โดยวัดจากปริมาณและความสิ้นเปลืองที่เกิดขึ้น
แรกเริ่มเดิมทีนั้นเพียงเพราะซือหนงซือขุนนางระดับเจ็ดที่ทำงานในกองเสบียงและคลังเสบียงหลวงพบว่าปริมาณถุนเถียนลดน้อยลง ทว่าสถานการณ์กลับยิ่งรุนแรงมากขึ้น สุดท้ายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างหมินถุน[1]กับจวินถุน[2] จนเป็นชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบทางการเมืองเป็นวงกว้าง เสิ่นจุ้ยซานซึ่งมีตำแหน่งหลางจงผู้ดูแลเรื่องนี้โดยตรงจึงตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
เรื่องในปีนั้นมีขุนนางและขุมอำนาจหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้ภายหลังเยี่ยสุยจะสืบสวนโดยละเอียดก็ยังมีบางส่วนที่ไม่เข้าใจ เช่น เยี่ยจวีเฉียวท่านปู่ของนางที่มีตำแหน่งเป็นรองเจ้ากรมแรงงานกลับไม่กระทบกระเทือนสักนิด นี่ก็อีกหนึ่งเป็นปริศนาชวนสงสัย
เดิมทีเยี่ยสุยยังคิดหาโอกาสเตือนพี่หญิงฮุ่ยเรื่องนี้ แต่นึกไม่ถึงว่านางกลับพบเงื่อนงำเองแล้ว เช่นนี้ก็กลายเป็นว่าเหตุการณ์ที่ควรเกิดขึ้นในเดือนสิบสองเลื่อนขึ้นมาเป็นตอนนี้แล้ว
เยี่ยสุยไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเวลาจึงเลื่อนเร็วขึ้น แต่จากคำพูดของพี่หญิงฮุ่ย ดูเหมือนว่าแนวโน้มของเหตุการณ์จะยังไม่เปลี่ยนแปลง นางย่อมไม่อาจมองดูพี่หญิงฮุ่ยต้องประสบคราวเคราะห์เช่นนั้นอีก ต้องทำให้บ้านตระกูลเสิ่นรอดจากเภทภัยครั้งนี้ให้ได้!
โชคดีที่นางได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ดีที่เวลาต่อมาต้าอันมีผู้ทรงภูมิความรู้เสนอวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งของหมินถุนกับจวินถุนปรากฏตัวขึ้น
เยี่ยสุยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วฉวยโอกาสที่ท่านอาจารย์ยังไม่มา ดึงตัวเสิ่นเหวินฮุ่ยออกไปทางประตูใหญ่ กระทั่งถึงสถานที่เงียบสงัดไร้ผู้คนจึงหยุดฝีเท้าลง
เสิ่นเหวินฮุ่ยถูกนางลากตัวออกมาโดยไม่รู้เรื่องอะไร ครั้นฉุกคิดขึ้นมาได้ ดวงตาก็เป็นประกายวาววับพลางถามอย่างร้อนรนว่า “อาหนิง เจ้ารู้เรื่องอะไรมาหรือ รีบบอกข้าเร็วเข้า!”
เยี่ยสุยเหลียวมองรอบข้าง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนแล้วจึงเอ่ยปากว่า “พี่หญิงฮุ่ย พี่ไม่ต้องร้อนใจนะ ข้าได้ยินมาจากท่านพ่อกับท่านปู่เช่นกันว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับถุนเถียน พี่หญิงกลับไปบอกท่านลุงเสิ่นว่า ‘ปรารถนาไร่นาย่อมต้องมอบเงินทองอาหาร ทหารปกป้องชายแดนร่วมทำนาพร้อมกับราษฎร’ แค่นี้ก็แก้ปัญหาให้ท่านลุงเสิ่นได้แล้ว”
เสิ่นเหวินฮุ่ยงุนงง เอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “ปรารถนาไร่นาย่อมต้องมอบเงินทองอาหาร ทหารปกป้องชายแดน...ทำนาอะไร นี่มันเกี่ยวกับถุนเถียนหรือไม่ ทำไมข้าไม่เข้าใจเลยล่ะ”
เยี่ยสุยอธิบายอย่างอดทนว่า “‘ปรารถนาไร่นาย่อมต้องมอบเงินทองอาหาร ทหารปกป้องชายแดนร่วมทำนาพร้อมกับราษฎร’ พี่หญิงฮุ่ยต้องจำให้ขึ้นใจนะเจ้าคะ เรื่องนี้พี่ไม่ต้องเข้าใจมากนัก ท่านลุงเสิ่นเข้าใจก็พอแล้ว”
เสิ่นเหวินฮุ่ยไม่เข้าใจหน้าที่ความรับผิดชอบของบิดานัก จึงผงกศีรษะอย่างมึนงงว่า “ข้ารู้แล้วอาหนิง อย่างนั้นถ้าหากท่านพ่อถามขึ้นมา ข้าจะบอกท่านพ่อไปตรงๆ ว่าเจ้าบอกมาได้หรือไม่”
เยี่ยสุยถอนใจเฮือก นางไม่เอ่ยอะไร เพียงแหงนหน้ามองฟ้า
ทั้งชีวิตจิตใจของพี่หญิงฮุ่ยคงหมดไปกับเสียงเล่าลือโคมลอยประมาณว่า ‘ผู้บัญชาการวังน่ากลัวมาก อย่าเข้าไปยุ่งด้วยเด็ดขาด’ เรื่องอื่นไม่ได้คิดมากนัก ทำไมพี่หญิงไม่คิดว่าข้าอายุน้อยกว่านางด้วยซ้ำ จะคิดหลักการเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร
นึกได้เช่นนั้นเยี่ยสุยจึงตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจังว่า “พี่หญิงฮุ่ย เรื่องนี้ข้าไม่ใช่คนคิด ถ้าหากท่านลุงเสิ่นถาม พี่ก็บอกว่าคนที่ชื่อซุนฉางอวิ้นบอก ไม่ต้องเอ่ยถึงข้า เข้าใจหรือไม่”
เชิงอรรถ
^ ถุนเถียนที่จัดการโดยพลเรือน^ ถุนเถียนที่จัดการโดยทหาร