บทที่ 42 นางจิ้งจอก
ท่านซูรื้อชั้นหนังสืออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เจอกับปลอกมีดเล่มหนึ่ง จึงโยนให้ลู่เฉิงเฟิง
“ดาบนี่หลินเล่มนี้มันคมเกินไป นี่ปู่ให้คนประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นพิเศษ สามารถสวมไว้ที่แขนได้ แบบนี้ดาบนี่หลินก็จะซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ เธอลองดูสิ”
ลู่เฉิงเฟิงรับปลอกมีดมา ลองสวมที่แขนดู พบว่าสะดวกมากจริง ๆ
“แล้วถ้าหน้าร้อนล่ะครับ?”
หน้าร้อนต้องใส่เสื้อยืดไม่มีแขน คงเอาเหน็บไว้ที่แขนไม่ได้แน่ ๆ เดาว่าคงโดนตำรวจยึดไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้ออกจากบ้าน
ชายชราตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก “จะไปรู้หรือไง?”
ลู่เฉิงเฟิงเบะปาก เก็บดาบนี่หลินใส่ปลอก แล้วพูดขึ้นว่า “คุณปู่ซูครับ ที่บ้านมีเข็มขัดเส้นอื่นเหลือมั้ยครับ?”
เข็มขัดของเขาเพิ่งจะโดนดาบนี่หลินตัดขาด คงออกไปข้างนอกโดยไม่ได้คาดเข็มขัดไม่ได้
ปู่ซูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เดินไปรื้อค้น แล้วก็หยิบเชือกเส้นหนึ่งโยนให้ลู่เฉิงเฟิง “ทนใช้ไปก่อนแล้วกัน”
ลู่เฉิงเฟิง ทำสีหน้าระอา ก่อนจะใช้เชือกรัดกางเกงให้แน่น
ปู่ซูเลื่อนกล่องไม้ที่เคลือบด้วยแล็กเกอร์สีแดงซึ่งมีรอยกระเทาะออกมา “เอาอันนี้ไปด้วย”
“ขอบคุณครับ คุณปู่ซู”
ลู่เฉิงเฟิง เก็บดาบคู่กายลงในกล่องไม้ แล้วปิดฝาลง
“ไอ้หนุ่ม จำเอาไว้ ต้องฆ่าไอ้สารเลวเหยียนเจี้ยนตงนั่นให้ได้ มันกล้าแตะต้องหลานสาวฉัน มันคงอยากตายจริง ๆ”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้ารับคำ ‘สมกับเป็นทหารผ่านศึก คุณปู่ซู คุณเด็ดขาดจริง ๆ’
ทั้งสองเดินจากห้องหนังสือกลับมายังห้องนั่งเล่น
ซูหนานชิงเห็นกล่องไม้ในมือของลู่เฉิงเฟิง จึงหันไปมองชายชรา “พ่อ นี่มัน...”
“พ่อให้เฉิงเฟิงไปแล้ว จะให้แกเอาไปเล่นรึไง”
“แต่นี่มัน...”
“แต่มันอะไรล่ะ? อยู่กับแกก็มีแต่จะรกบ้าน ปล่อยให้เจ้าหนูนี่เอาไปใช้ประโยชน์จะดีกว่า”
ซูหนานชิงได้แต่เงียบ ไม่กล้าขัดใจ ‘คุณท่านพูดอะไรก็ถูกหมดนั่นแหละ’ เขาได้แต่คิดในใจ
“ถ้าอย่างนั้นคุณปู่ซู คุณลุง คุณป้า ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
คุณปู่ซูโบกมือไล่ “ไป ๆ ๆ รีบไปจัดการกับพวกตระกูลเหยียนให้สิ้นซาก อย่าให้ปู่ต้องมาเห็นแล้วขุ่นใจ เฉิงเฟิง ว่าง ๆ ก็แวะมาที่บ้าน เล่นหมากรุกเป็นเพื่อนปู่บ้าง”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้ายิ้ม ๆ กำลังจะเดินออกไปก็ชะงักเท้า เกือบลืมเรื่องสำคัญไปเสียแล้ว
เขาหันไปหาซูอี้จวิน “คุณหนูอี้จวิน รบกวนขอเลขบัญชีหน่อยครับ”
“หือ?”
ซูอี้จวินมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ซูกรุ๊ป ไม่ใช่ว่ากำลังขาดเงินทุนอยู่เหรอครับ ขาดเท่าไหร่ บอกผมมาได้เลย”
ซูอี้จวินนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอจำได้ว่าลู่เฉิงเฟิงเคยพูดว่าจะลงทุนให้กับบริษัทซูกรุ๊ป แต่ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาพูดเล่น ๆ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง
ซูหนานชิงมองลู่เฉิงเฟิงด้วยแววตาประหลาดใจ ท้ายที่สุดแล้วซูกรุ๊ปขาดเงินทุนไม่ใช่น้อย ๆ
จริง ๆ แล้ว การดึงดูดการลงทุนด้วยยาต้านมะเร็งที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ไม่ใช่เรื่องยาก บริษัทหลายแห่งยื่นข้อเสนอมาแล้ว มีความตั้งใจที่จะลงทุน แต่เนื่องจากยานี้มีความสำคัญมาก หากเลือกนักลงทุนผิดพลาด อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงยังลังเลอยู่
แต่ถ้าลู่เฉิงเฟิงสามารถนำเงินมาลงทุนได้จริง ๆ เขาก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
แม้ว่าลู่เฉิงเฟิงจะเป็นนักฆ่า แต่เขาก็เป็นคนที่รู้บุญคุณคนและไว้ใจได้ ยิ่งไปกว่านั้น การที่คุณปู่มอบดาบนี่หลินให้กับเขา แสดงว่าคุณปู่ยอมรับในตัวเขา
คุณปู่เป็นคนมองการณ์ไกล การตัดสินใจเรื่องคนไม่เคยผิดพลาด
“นายจะลงทุนจริง ๆ เหรอ” ซูหนานชิงถาม
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “แน่นอน” เขาตอบ
“แต่ตอนนี้ บริษัทซูกรุ๊ปขาดเงินทุนจำนวนไม่น้อยเลยนะ”
“งั้นเธอบอกตัวเลขมาสิ”
ลู่เฉิงเฟิง พูดอย่างโอ่อ่า
ซูอี้จวินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “การวิจัยและพัฒนาในระยะหลัง การทดลองทางคลินิก รวมถึงการประชาสัมพันธ์และการวางขายในตลาด คงต้องใช้เงินประมาณหนึ่งพันล้านหยวน”
“ได้ งั้นคุณส่งเลขบัญชีมาให้ผม” ลู่เฉิงเฟิงตอบ
ซูอี้จวินชะงักไปครู่หนึ่ง หนึ่งพันล้านหยวนเลยนะ แม้แต่ในช่วงที่เงินทุนของซูกรุ๊ปยังไม่ขาดมือ เงินทุนหมุนเวียนก็แค่ประมาณนี้
“งั้นฉันจะร่างสัญญาทันที คุณวางใจได้ ยาตัวนี้เมื่อนำมาใช้แล้ว คุณจะไม่ขาดทุนแน่นอน” เธอรีบพูด
ลู่เฉิงเฟิงยิ้ม “สัญญาไม่รีบ คุณส่งเลขบัญชีมาให้ผมก่อน เดี๋ยวผมโอนเงินไปให้ ส่วนเรื่องกำไรหรือขาดทุนไม่สำคัญ คุณกับคุณป้าช่วยชีวิตผมไว้ ชีวิตผมมีค่ามากกว่านั้น”
เมื่อเรื่องเงินทุนได้รับการแก้ไข แถมยังเป็นลู่เฉิงเฟิงที่ลงทุน ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา ในใจแอบยินดีเล็กน้อย ต่อไปนี้พวกเขาก็เป็นหุ้นส่วนกันแล้ว เธอจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการติดต่อ ลู่เฉิงเฟิง ได้ทุกเมื่อ
“เป็นนักฆ่ามันได้เงินดีขนาดนั้นเลยเหรอ” ซูอี้จวินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
คุณปู่ซูฮึดฮัดในลำคอ “อย่ามองแค่ความสุขสบายที่คนอื่นเขามี เบื้องหลังนั้นเขาต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสขนาดไหน มีแต่ตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ดี การเอาชีวิตไปเสี่ยงตายแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ คนพวกนั้น เขาใช้ชีวิตแลกเงินมาทั้งนั้น”
ซูอี้จวินยิ้มแห้ง ๆ ให้กับคำพูดนั้น
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้าให้กับทุกคนเป็นเชิงบอกลา ในตอนที่เขากำลังจะก้าวออกไป หลินเจี้ยนหลูก็ลุกพรวดขึ้น “ฉันจะไปเยี่ยมเพื่อนพอดี ลู่เฉิงเฟิง ขอนั่งรถไปด้วยได้ไหม”
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงยกยิ้มขึ้น “ได้สิ”
หลินเจี้ยนหลูหันไปหาซูอี้จวิน “เสี่ยวจวิน ไปกับฉันไหม”
ซูอี้จวินส่ายหน้า “ขอโทษด้วยนะ เสี่ยวหลู ฉันต้องร่างสัญญา ยังมีงานอีกเยอะที่ยังทำไม่เสร็จ ไปกับเธอไม่ได้จริง ๆ”
“ไม่เป็นไร งั้นฉันไปก่อนนะ เธอก็อย่าทำงานหนักเกินไปล่ะ”
“เดินทางปลอดภัยนะ”
หลินเจี้ยนหลูพยักหน้า พร้อมกับกล่าวลาคุณปู่ซูและคนอื่น ๆ จากนั้นก็เดินตามลู่เฉิงเฟิงออกไป
หลังจากที่ทั้งสองคนขึ้นรถ ลู่เฉิงเฟิงก็ถามขึ้นว่า “เพื่อนเธออยู่ที่ไหน ฉันจะไปส่ง”
หลินเจี้ยนหลูปรายตามองเขาอย่างรำคาญ “ไปบ้านนายนั่นแหละ”
ลู่เฉิงเฟิงถึงบางอ้อทันที “ที่แท้เธอก็หลอกพวกเขางั้นเหรอ?”
“ไร้สาระ ฉันเป็นสาวงามขนาดนี้ จะไปกับนายโดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง”
ลู่เฉิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตา มารยาสาไถย เธอต้องรู้ว่าซูอี้จวินยุ่งจนไม่มีเวลาแน่ ถึงได้แกล้งชวนแบบนั้น
ทันใดนั้น หลินเจี้ยนหลูก็หันขวับมามองเขา พร้อมกับพูดแขวะว่า “ไม่ธรรมดานะ ปกติทำเป็นจนกับพวกเรา พอถึงคราวต้องใช้เงินเพื่อสาวสวย ก็ควักเป็นพันล้านโดยไม่ลังเลเลย”
‘ไร้สาระ ถ้าฉันไม่ทำเป็นจน พวกเธอคงหลอกเงินฉันไปหมดแล้ว ฉันหาเงินง่ายนักรึไง’ ลู่เฉิงเฟิงได้แต่บ่นในใจ
“ถึงฉันจะทำเป็นจน พวกเธอก็ไม่เห็นจะหลอกเอาเงินฉันน้อยลงเลย เธอก็เพิ่งหลอกฉันไปล้านนึง”
หลินเจี้ยนหลูเบิกตากลมโตขึ้นอย่างไม่พอใจ “นี่เจ้าคนแซ่ลู่ พูดจาให้มันมีมโนธรรมหน่อยได้ไหม นี่เรียกว่าหลอกเหรอ? ถ้าแน่จริงก็ไปหาทางแกะรหัสเองสิ ล้านนึงนั่นยังถือว่าเป็นราคาเพื่อนแล้วนะ ด้วยฝีมือฉัน ราคาขนาดนี้ถือว่านายได้เปรียบมาก ๆ แล้ว”
จู่ ๆ ลู่เฉิงเฟิง ก็แสยะยิ้ม “เทคนิคของเธอน่ะ เป็นเทคนิคที่บริสุทธิ์หรือเปล่า”
หลินเจี้ยนหลูมองเขา คลี่รอยยิ้มงดงามราวนางพญา เธอขยับเบาะไปด้านหลังเล็กน้อย จากนั้นก็ยื่นขาเรียวสวยขาวเนียนมาวางบนคอนโซลรถยนต์ เธอจงใจดึงกระโปรงลงต่ำ ดวงตาหวานฉ่ำเยิ้มราวกับใยไหม เอ่ยเสียงหวานละมุน
“นายอยากได้บริการแบบไหนล่ะ ถอดรหัสบัญชี หรือว่าสำรวจรหัสลับเรือนร่าง ฉันก็สนองให้ได้นะจ๊ะ”
‘บ้าเอ๊ย! นางจิ้งจอก!’ ลู่เฉิงเฟิง เกือบจะอดใจไม่ไหว จอดรถข้างทาง จัดการเธอตรงนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด
หลินเจี้ยนหลู ดึงกระโปรงขึ้น ปล่อยเสียงหวานยั่ว “ขาฉันสวยมั้ย”
ลู่เฉิงเฟิง รู้สึกคอแห้งผาก รีบกลืนน้ำลายพยักหน้า “สวย”
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ขาของหลินเจี้ยนหลูนั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม ทั้งเรียวยาว ช่างเป็นสุดยอดแห่งเรียวขาจริง ๆ
หลินเจี้ยนหลู กล่าวต่อเสียงหวาน “ฉันใส่ถุงน่องสีดำให้ดูก็ได้นะ”
รถยนต์ส่ายไปมาอย่างกะทันหัน ลู่เฉิงเฟิงเหงื่อแตกพลั่ก นางมารร้ายนี่เกือบทำให้เขาขับรถตกคูแล้วไหมล่ะ