" สวัสดีครับ "
ซ่งหลี่มองเหล่าผู้มาเยือนด้วยความอึ้งเขาก็ไม่คิดหรอกว่าจะเป็นคนใหญ่คนโตมาด้วยตัวเอง คิดว่าจะเป็นแค่เพียงพ่อกับแม่ของลูกสาว พร้อมๆกับ เหล่าผู้ติดตามบ้าง แต่นี่ถึงยกขบวนกันมาขนาดนี้ทำเอาเขารู้สึกเกร็งๆไม่ได้แม้จะรู้ดีว่าคนที่มาเยือนเหล่านี้มีจุดประสงค์อะไร แต่เขาก็ได้ยอมรับแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ตามมาย่อมต้องดีไม่น้อยเลยทีเดียว
นี่ไม่ใช่การมาเยือนธรรมดาแต่นี่คือการให้เกียรติพวกเขาที่เลี้ยงดูลูกสาวแท้ๆ ในสายเลือดของผู้มาเยือน
เป็นการให้เกียรติและให้ความสำคัญกับซ่งซิงเหลียนมากจริงๆซ่งจินหลานและซ่งหานที่คุ้นเคยในวงสังคมชั้นสูงอยู่บ้างเพราะออกงานสังสรรค์กับเหล่าผู้คนบ่อยๆต่างก็เห็นได้แล้วว่าคนทั้ง 3 ที่อยู่ตรงหน้านี้อยู่ในระดับไหน แต่ถึงขนาดผู้นำตระกูลเทียนซึ่งเป็นผู้ชายชราตรงหน้านี้เดินทางมาด้วยตนเองพวกเขาไม่ได้คาดถึงเลยจริงๆ
ทำไมพวกเขาถึงรู้นะหรือว่าชายตรงหน้าตรงหน้าไม่ธรรมดา แม้ว่าพวกเขาจะได้เจอแค่ครั้งเดียวแต่อำนาจและบารมีนั้นพวกเขาจดจำได้ไม่รู้ลืมผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน 1 ใน 5 ตระกูลผู้มีอิทธิพลใหญ่ในประเทศ
ตระกูลเทียน
" ยินดีต้อนรับ เชิญครับ "
ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออกต้อนรับผู้เป็นผู้นำ ก็ก้มหัวเคารพคนบ้านซ่งอย่างนอบน้อม ทำเอาพวกเขาที่ยังงวยในการพบหน้าครั้งนี้ ถึงกับสะดุ้งด้วยความหวาดผวา แม้แต่ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มยังให้เกียรติขนาดนี้อีกทั้งบออี้การด์ที่อยู่ด้านหลังก็ยิ่งก้มตัวลงอีก นี่มันเป็นการให้เกียรติหรือการกดดันพวกเขาทางอ้อม
ไม่ได้แสดงบทดราม่า อะไรหรอกนะ
" ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ที่ดูแลหลานสาวของผมมาอย่างดี ขอบคุณครับ "
ชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครได้ง่ายๆกับยอมก้มหัวให้กับพวกเขาทำเอาซ่งจินหลาง ที่ยืนตัวแข็งทื่อเห็นเหตุการณ์นี้แทบจะหงายหลังด้วยความหวาดผวานี่ไม่ได้มาฆ่าเขาภายหลังใช่ไหม ซ่งจินหลานสะกิดซ่งหานที่ดูเหมือนว่าวิญญาณจะหลุดลอยลงไปแล้วออกไปแล้วให้น้องชายได้รู้สึกตัวเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า
" ขอบคุณที่ดูแลลูกสาวของพวกเราอย่างดีค่ะ/ครับ "
ชายหญิงที่หน้าตาหล่อเหลาและดูดีข้างหลังชายชรานั้นก็ก้มหัวลงต่ำลงอีกครั้งจนแทบหัวจะชิดเข่า
" ขอบคุณที่ดูแลคุณหนูของพวกเราอย่างดีครับ "
ชายบอดี้การ์ดทั้งหมดโดยรอบที่ยืนรอกันอยู่หน้าบ้านต่างทำความเคารพพวกเขาที่ยืนอยู่ในบ้านอย่างพร้อมเพียง นี่คือการให้เกียรติ พวกเขาอย่างถึงที่สุดแล้วใช่ไหม แม้จะรู้สึกดีกับการได้รับเกียรติขนาดนี้แต่คนบ้านซ่งกับรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยที่จะยืดเยื้อไม่ให้ลูกสาวตัวน้อยออกจากอกไป มันเป็นการกดดันพวกเขาโดยอ้อมใช่ไหม
แม้จะรู้สึกตัวช้าไปแล้วแต่คนบ้านซ่งก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆนี่คือ แผนการพิชิตใจที่พวกเขา คนตระกูลเทียนได้วางแผนกันเอาไว้อย่างน้อยๆก็ต้องสร้างความประทับใจให้คนบ้านซ่งก่อน ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะมองคนตระกูลเทียนไม่ดีแล้วไม่ยอมส่งลูกสาวตัวน้อยของบ้านคืน
" ถ้ายังไงก็เชิญเข้ามาก่อนครับยินดีต้อนรับจริงๆ " ซ่งหานที่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนตระกูลเทียนแล้ว เปิดประตูให้กว้างขึ้นแล้วเชื้อเชิญทุกคนทั้งหมดเข้าบ้านอย่างน้อยๆเรื่องในบ้านก็ควรจะพูดกันในบ้านไม่ให้ชาวบ้านที่มุงดูกันอยู่ข้างหลังรู้เรื่องราวใช่ไหมล่ะ
ซ่งหลี่มองเลยไปตามสายตาของซ่งหานก็พบว่ามีชาวบ้านหลาย 10 คนยืนมองพวกชายทั้งหมดที่ก้มหัวขอบคุณพวกเขาอยู่หน้าบ้านอย่างเอิกเกริก สายตาเต็มไปด้วยคำถามมองมาที่พวกนี้อย่างอยากรู้อยากเห็น ทำเอาซ่งหลี่ถึงกับก้มหน้าอายแม้จะไม่ถามออกมาตรงๆว่าคนพวกนี้เป็นใครถึงได้มาก้มหัวขอบคุณหน้าบ้านเขาก็เถอะแต่การที่ถูกทำแบบนี้ อยู่หน้าบ้านตัวเองมันก็น่าอายจริงๆนะ
เหมือนจะรู้ตัวว่าไม่ควรกดดันคนบ้านซ่งเกินไป ชายชราผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มจึงเงยหน้าขึ้น มองพวกเขาอย่างให้เกียรติและเคารพอย่างน้อยก็เป็นคนที่เลี้ยงดูและดูแลหลานสาวของเขามาคนพวกนี้ก็เป็นคนดีไม่น้อย อีกทั้งยังซื่อสัตย์และจริงใจ พวกเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมมากก็ไม่ได้ไม่อย่างนั้นควาประทับใจที่สร้างขึ้นเพื่อดึงดูดหลานสาวจะสูญเปล่า
" ขอบคุณครับ " ชายชราเดินนำทุกคนเข้าลานบ้านและเมื่อสายตาของเขา เข้าปะทะกับบ้านขนาดกลาง 2 ชั้นก็ต้องสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ถึงแม้จะเทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเดียวของบ้านตระกูลเทียนก็ตามแต่บ้านหลังนี้ก็ให้คำตอบชัดเจนแล้วว่า เด็กหญิงตัวน้อยตระกูลเทียนที่พลัดหลงมาอยู่ชนบทแห่งนี้ได้มีชีวิตที่สุขสบายไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งดูการตกแต่งคฤหาสน์ขนาดกลาง ที่ถูกสร้างมาด้วยความหรูหราบรรยากาศรอบๆบ้านไปด้วยดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลที่ไม่น่าจะมีในฤดูกาลนี้ นี่มันคฤหาสน์กลางเมือง ชัดๆ
สภาพแวดล้อมที่มีความเป็นอยู่ดีขนาดนี้เทียบได้กับคุณหนูตระกูลเล็กในเมืองใหญ่เลยทีเดียว แล้วอย่างนี้เขาจะสามารถพาหลานสาวตัวน้อยกลับบ้านตระกูลเทียนได้ง่ายๆหรือก็ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ขาดสิ่งใดที่เขาสามารถจะงัดข้อได้เลย
เหมือนว่าข้อมูลที่ส่งไปจะไม่เพียงพอซะแล้วอุตส่าห์วางแผนมาตั้งหลายวัน กลับต้องมาตกม้าตายเพราะบ้านหลังเดียวเนี่ยนะ ชายชรารู้สึกล้มเหลว ก็ ข้อมูลคร่าวๆที่ได้รับมาถึงแม้จะตรงไปเกือบซะทั้งหมดแต่เมื่อได้มาอยู่ตรงเมื่อได้มาสัมผัสแล้วก็เรียกว่าห่างไกล
จะเอาข้ออ้างอะไรไปสู้ล่ะเนี่ย
ผู้มาเยือนแลกเปลี่ยนแลกเปลี่ยนสายตากันอย่างอึดอัดไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี กับสถานการณ์ตรงหน้าที่ตรงข้ามกับแผนที่วางมาไว้
ข้อมูลที่ส่งไปพวกเขาได้รับกันทั้งหมด บ้านซ่งหนึ่งในตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในจังหวัด ฐานะทางบ้านและการศึกษาที่มอบให้กับซ่งซิงเหลียนเรียกได้ว่าไม่ขาดตกบกพร่องรวมถึงความรักความเอ็นดูที่ดูแลเหมือนลูกสาวแท้ๆในสายเลือด ทำให้พวกเขาต่างก็รู้สึกว่าไม่สามารถเทียบได้เลย ถ้าจะเทียบได้จริงๆก็คงมีแค่พวกเขาอยู่ในตระกูลใหญ่และมีอำนาจส่งอิทธิพล ก็แค่นั้น
แล้วอย่างนี้ซ่งซิงเหลียน จะยังต้องการคนตระกูลเทียนอยู่ไหม
" เราควรทำยังไงดีคะ " หญิงสาวผู้งดงามกระซิบถามสามีอย่างเคร่งเครียดเพราะดูท่าแล้ว บ้านซ่งจะไม่มีจุดอ่อนเลย
" ไม่ต้องทำอะไร อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่า ลูกสาวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและไม่ขาดอะไรเลย " นี่คือความสบายใจอย่างสูงที่สุดของพ่อคนนี้แล้วพวกเขากังวลมาโดยตลอดว่าลูกสาวของเขาจะถูกรังแกกลั่นแกล้ง ถึงแม้ว่าจะได้รับข่าวสารที่ส่งไปบ้างแล้วแต่เมื่อมาเห็นสถานการณ์จริงก็รู้ได้เลยว่าลูกสาวของเขาเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านซ่ง
ที่บ้านซ่งต้องการสืบหาครอบครัวที่แท้จริงของเด็กหญิงตัวน้อยของเขาก็คงเหตุผลเดียวที่เขาสืบข่าวและวิเคราะห์กันมาได้คร่าวๆ ต้องการอิทธิพลอำนาจเพื่อปกป้องลูกสาวตัวน้อยที่เจอที่จะเติบโต เข้าสู่โลกกว้างที่มนุษย์ไม่สามารถเดินไปได้
โลกใบกว้างที่ผู้คนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้เลย
เพราะอย่างนั้นก็คงไม่ยินยอมเฉือนหัวใจ ติดต่อตระกูลเทียนหรอกทั้งที่ก็รู้ว่าเป็นลูกสาวของบ้านตระกูลเทียน แต่ก็เก็บงำข้อมูลเอาไว้ไม่ยอมเปิดเผยอะไรเลย นี่คงจะสุดหนทางที่คนบ้านซ่งจะปกป้องเด็กหญิงคนน้อยคนนั้นได้แล้วจริงๆถึงได้ติดต่อหาพวกเขา
ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็คงจะไม่มีโอกาสได้รู้ความจริงและได้รู้ว่าลูกสาวของเขายังมีชีวิตอยู่
" เชิญนั่งครับ พวกเรามาคุยกันก่อน "
ซ่งหลี่เชื้อเชิญ แขกผู้มาเยือนให้นั่งโซฟาราคาแพงหูฉี่ที่เขาอุตส่าห์ไปถอยมาเพื่อข่มคู่ต่อสู้ ขณะที่ซีเถาเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมชาและขนมชั้นดีที่ขอให้ป้าหงส์ทำไว้มารับแขกอย่างน้อยๆก็ข่มคู่ต่อสู้ได้อีกนั่นแหละ เมื่อมองเห็นชาและขนมที่ส่งกลิ่นหอมหน้าตาดีตรงหน้านี่คือสิ่งที่ไม่ต่างจากตระกูลใหญ่มีเลย ทำเอาผู้มาเยือนถึงกับผงะเล็กน้อย
" ขอบคุณ " ชายชรารับชาอย่างมีมารยาทและยกขึ้นจิบเล็กน้อยก็พบว่านี่ไปเป็นชาชั้นดีที่มีแต่ในตระกูลใหญ่เท่านั้นพวกเขาดูถูกไม่ได้เลยจริงๆ
สายตาทั้งสามนั้นมองรอบๆบ้านอย่างชื่นชม การตกแต่งและการจัดวางเป็นอย่างดีมีรสนิยมเหมือนในคฤหาสน์เมืองใหญ่ ก็อดทำให้พวกเขารู้สึกประหม่าไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเก็บอาการไว้ให้อยู่ขนาดไหนก็ตาม แต่นี่มันตรงกับข้ามกับที่พวกเขาคิดเลยเป็น คนเราดูกันที่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆ
ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาวางแผนกันมาจะใช้ไม่ได้แล้ว
คงมีแต่ความจริงใจและซื่อตรงซื่อสัตย์เท่านั้นที่จะสามารถตอบโต้กับพวกเขาได้และนั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเขาควรจะทำอยู่แล้วเพียงแต่ว่าก็อยากให้ อะไรได้ง่ายๆขึ้น
ถึงได้พยายามคิดใช้เล่ห์เหลี่ยมที่เตี๊ยมกันออกมาแต่ก็ใช้ไม่ได้ซะแล้ว