สีหน้าของชายหนุ่มเศร้าลงเล็กน้อยที่ได้ฟังเรื่องราวที่จางฮ่าวกล่าวรายงาน ในขณะเดียวกันตัวของจางฮ่าวเองตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความแค้นใจที่อยู่ในใจ
"ในเมื่อพระเจ้าทั้งสามเป็นสหายกัน แล้วกฏของโลกนี้ใยถึงได้สร้างความแตกแยกให้ทั้งสามเผ่าพันธุ์ขนาดนี้เจ้าพอรู้หรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม
จางฮ่าวจึงกล่าวออกไปว่า "ความจริงกฏของโลกใบนี้หาได้มีอะไรซับซ้อน ต่างคน ต่างเผ่าพันธุ์ ความคิดจึงต่างกันเป็นธรรมดา กฏพวกนี้ตั้งมาเพื่อไม่ให้ทั้งสามเผ่าพันธุ์ก้าวก่ายซึ่งกันและกันมากเกินไปและอยู่ในขอบเขตของตัวเอง แต่ทว่าชนรุ่นหลังไม่ได้รับรู้ถึงจุดประสงค์นี้การชิงดีชิงเด่นจึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อไร้ซึ่งคนให้ยึดถือศรัทธาวิถีชีวิตความเป็นอยู่จึงเปลี่ยนไป"
ลั่วอู่หลินพยักหน้าอย่างเข้าใจ สรรพชีวิตของทุกจักรวาลมีทั้งดีและชั่วร้าย นี่คือสิ่งที่ไม่อาจหลีกเหลี่ยงได้ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
"เอาล่ะ เสี้ยววิญญาณเจ้าใกล้สลายเต็มทน ข้าไม่ขออ้อมค้อมก็แล้วกัน ข้าต้องการสายเลือดแห่งบรรพบุรุษ เจ้าสามารถให้ข้าได้หรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
จางฮ่าวก้มโค้งคำนับจากนั้นจึงกล่าวออกไป "นับเป็นเกียรติยิ่งที่พลังเทพมารโลหิตจะได้เป็นส่วนหนึ่งของท่านผู้ยิ่งใหญ่ ทว่าจางฮ่าวเองก็มีเงื่อนไขอยู่สองข้อด้วยกัน ขอท่านโปรดพิจารณา"
"ว่ามาเถอะ หากข้าทำได้ข้าย่อมทำมันให้ ถือซะว่าตอบแทนความชอบของเจ้า"
"อย่างแรกเมื่อท่านกลับสู่ระดับพระเจ้าอีกครั้งได้โปรดสังหารพระเจ้าประกายแสงเพื่อแก้แค้นให้กับข้า สหายทั้งหลายที่ตายตกลงไป และพระเจ้าผู้เป็นนายเหนือหัวทั้งสามด้วย"
"เรื่องนี้ย่อมทำได้"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างไม่ลังเล
"ส่วนเรื่องที่สองเป็นเรื่องออกจะส่วนตัวไปเสียหน่อย ข้าอยากให้ท่านผู้ยิ่งใหญ่ได้โปรดเมตตาตระกูลเทพมารโลหิตด้วย"
"หืม คำพูดนี้ของเจ้ากำกวมยิ่ง เมตตา? จะให้ข้าเมตตาแบบไหนกันล่ะ? เมื่อขึ้นเป็นพระเจ้าให้ประกาศออกไปว่าพวกเขาอยู่ในอาณัติของข้า หรือว่าเจ้าจะคัดเลือกคนมาเป็นสนมให้กับข้ากัน จางฮ่าวข้าบอกตามตรงตระกูลเทพมารโลหิตของเจ้าตอนนี้มีคนหยิ่งผยองอยู่มาก หากได้ในอนาคตพวกเขาอยู่ภายใต้อาณัติข้าหรือข้าแต่งตั้งภรรยาจากตระกูลเจ้าจริงๆ พวกเขาจะไม่หยิ่งผยองใช้อำนาจในทางที่ผิดหรอกหรือ"ลั่วอู่หลินกล่าว เขาใช้วิชาแบบเดียวกับที่พูดคุยกับเฟยหรงจึงได้เห็นจุดประสงค์ของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
"เจ้ามีวิธีแก้หรือเปล่าล่ะ หากว่ามีข้าก็จะรับไว้พิจารณา"ลั่วอู่หลินกล่าวเสริม
"แน่นอนขอรับ ในเลือดแห่งบรรพบุรุษนั้นสามารถควบคุมเทพมารโลหิตทุกคนได้ อีกทั้งยังสามารถตั้งกฏเกณฑ์ในสายเลือดได้อีกด้วย เพียงเท่านี้พวกเขาก็จะไม่กล้าทำผิดกฏที่ท่านตั้งไว้อย่างแน่นอน"จางฮ่าวให้ความกระจ่าง ในใจกลับเตรียมการหาสนมหรือไม่ก็ภรรยาที่คิดว่าดีที่สุดมาให้ไปลั่วอู่หลินแล้ว เพราะในความคิดของเขานี่คือการทำให้ตระกูลเทพมารโลหิตอยู่รอดอย่างมั่นคงโดยไม่ต้องกังวลใดๆ
อย่าว่าแต่จางฮ่าวเลย ต่อให้เป็นบรรพชนรุ่นแรกของตระกูลอื่นเมื่อมีพระเจ้ามังกรไร้สุดสิ้นมาเยือนก็ย่อมทำเช่นนี้เหมือนกัน การได้เกี่ยวดองกับพระเจ้านั้นย่อมเป็นสิ่งที่ทุกตระกูลปรารถนา
ลั่วอู่หลินแม้จะล่วงรู้ว่าจางฮ่าวคิดจะทำอะไรก็ไม่กล่าวห้าม ถ้าหากจางฮ่าวหาภรรยาหรือว่าสนมมาให้จริงๆลั่วอู่หลินก็พร้อมจะพิจารณาแต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะรับไว้ในทันที ขอเพียงเขาให้ตระกูลเทพมารโลหิตอยู่ภายใต้อาณัติในตอนกลับคืนสู่ตำแหน่งพระเจ้านั่นก็เท่ากับว่าเขาไม่ได้ผิดข้อตกลงกับอีกฝ่ายแต่อย่างใด ต่อให้ปฏิเสธการรับสนมหรือภรรยาก็ตาม
"อืม ถ้าเช่นนั้นก็มาเริ่มกันเถอะ เงื่อนไขข้อที่สองของเจ้าข้าสามารถทำได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง"จางฮ่าวที่ได้ยินก็เข้าใจได้ เขาเองก็เริ่มทำการถ่ายทอดสายเลือดบรรพบุรุษให้ลั่วอู่หลินในทันที ทั่วทั้งร่างกายของชายหนุ่มในเวลานี้โลหิตที่เป็นสีแดงค่อยๆกลายเป็นสีทองช้าๆ
แม้กระบวณการนี้จะเจ็บปวดมาก แต่ลั่วอู่หลินยืนนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ส่วนจางฮ่าวหลังจากถ่ายทอดสายเลือดบรรพบุรุษแล้ว เขาก็หันกลับไปทำอะไรบางอย่างจากนั้นเสี้ยววิญญาณก็ค่อยๆหายไป
"ข้าน้อยได้ทำหน้าที่จนเสร็จสิ้นแล้วขอรับ ถึงเวลาที่ต้องพักเสียที"กล่าวจบร่างวิญญาณก็พลันหายไป ลั่วอู่หลินอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มบางและส่ายหัวเบาๆ เทพมารโลหิตรุ่นแรกคนนี้ร้ายกาจไม่เบา ก่อนจะจากไปถึงกับผูกชะตาของเขาเอาไว้กับหญิงสาวนางหนึ่งในตระกูลผ่านสายเลือดบรรพบุรุษ หากจะให้พูดก็คล้ายๆกับมัดมือชกให้ทำพันธสัญญาไปเสียอย่างนั้น
ผ่านไปเจ็ดวันลั่วอู่หลินที่ได้รับสายเลือดบรรพบุรุษมาก็ลืมตาขึ้นระดับพลังก้าวไปถึงวีรชนขั้นที่หนึ่งโดยฉับพลัน ในเวลานี้เขาสามารถบงการโลหิตของคนทั้งตระกูลได้เต็มสิบส่วนด้วยกัน แถมยังสามารถควบคุมโลหิตของสรรพชีวิตที่มีตบะน้อยกว่าเขาได้โดยไม่จำเป็นต้องสอดแทรกลมปราณเข้าไปในบาดแผลของอีกฝ่ายเหมือนเมื่อก่อน
หากอยู่ในสงครามเขาสามารถระเบิดร่างของคนที่มีตบะต่ำกว่าได้เพียงแค่เดินผ่านเท่านั้น ความสามารถนี้นับว่าหน้ากลัวเป็นอย่างมากไม่ต่างอะไรจากภาพมายาแท้จริงของลั่วซีเซียนผู้เป็นบุตรสาวของเขาเลย
"เอาล่ะถึงเวลากลับแล้ว ปล่อยเสี่ยวเยว่ตัวน้อยเอาไว้นานป่านนี้คงหิวแย่"ลั่วอู่หลินกล่าวจบก็แหวกว่ายกลับไปยังชายฝั่งของทะเลสาบ การได้พบกับจ่างฮ่าวในครานี้นับว่าเกินความคาดหมายของเขาไปมาก อีกทั้งยังได้สายเลือดบรรพบุรุษมาด้วยนับว่าโชคดียิ่ง
เมื่อโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ ลั่วอู่หลินตกเป็นเป้าสายตาของศิษย์สายนอกทุกตนในทันที ทว่าเขาใช้บงการโลหิตและลบความทรงจำปีศาจทุกตนที่เห็นเขากลับขึ้นมาเพื่อหลีกเหลี่ยงความวุ่นวายแล้วจากไป
เมื่อกลับมาถึงถ้ำ ลั่วอู่หลินไม่วายไปหาเจ้ากระต่ายน้อยก่อนเป็นอันดับแรกเพราะเขาจากไปนาน ในเวลาเดียวกันก็ดึงเอาสมุนไพรห้าพันปีมาป้อนให้กระต่ายน้อยเสี่ยวเยว่เพราะกลัวว่ามันจะหิวตาย
หลังจากป้อนอาหารจนเสร็จสิ้นลั่วอู่หลินก็รู้สึกคิดถึงเหล่าภรรยาขึ้นมา ชายหนุ่มไม่รอช้าเขาอุ้มกระต่ายตัวน้อยเข้าไปด้านในหอคอยมหาสมบัติในทันทีพร้อมกับกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ของตนเองและเดินไปยังคฤหาสน์ใหญ่
ในตอนนี้หน้าคฤหาสน์ราวกับนัดกันเอาไว้ ลั่วอู่หลินที่เห็นก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ในทันทีทันใด เพราะคนที่อยู่ที่นี่คือ หลี่อิง หยางเหมยกุ้ย สวีปิงเอ่อร์ และฮั่วฟางหรง ซึ่งพวกนางกำลังนั่งดื่มชาดูแลลั่วซีเซียนและเหยี่ยนลี่อยู่
"อะแฮ่ม! "ชายหนุ่มกระแอมไอ ทำให้ทุกคนพากันหันมามองเป็นตาเดียวอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นลั่วอู่หลิน ลั่วซีเซียนและเหยียนลี่ก็วิ่งเข้ามากอดอย่างรวดเร็วด้วยความคิดถึง แต่ทว่าเมื่อเจ้าหญิงตัวน้อยทั้งสองได้เห็นกระต่ายตัวน้อยบนหัวของบิดา พวกนางก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าเห็นบิดาเสียอีก เมื่อเห็นเช่นนั้นลั่วอู่หลินจึงจับกระต่ายน้อยและวางบนพื้นหญ้าอย่างเบามือ
'หืมเด็กสองคนนี้ช่างพิเศษนักโดยเฉพาะคนที่อายุอ่อนกว่า'ตงฟางเซี่ยเอ่อร์ในร่างกระต่ายกล่าวขึ้นมาในใจ นางรู้สึกถูกชะตากับเด็กสองคนนี้เป็นอย่างมากโดยเฉพาะลั่วซีเซียน และแน่นอนว่ามันเป็นเพราะเส้นลมปราณและกายศักดิ์สิทธิ์หยินเก้าจันทราแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
"ลูกพ่อ พวกลูกต้องเล่นกับเสี่ยวเยว่อย่างเบามือเข้าใจหรือไม่ พ่อมีธุระกับแม่ๆทั้งสี่ของเจ้าเล็กน้อย ลูกก็พาเจ้าตัวน้อยไปเล่นที่สวนสมุนไพรเป็นอย่างไร ที่นั่นมีแม่สามสี่ของเจ้าอยู่"ลั่วอู่หลินกล่าวหาข้ออ้าง
เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งลั่วซีเซียนและเหยียนลี่ก็ตอบรับอย่างว่าง่ายและอุ้มกระต่ายน้อยไปอย่างเบามืออย่างที่ท่านพ่อบอกไว้ "เจ้าชื่อเสี่ยวเยว่สินะ เดี๋ยวเซียนเซียนจะดูแลเจ้าเองในตอนที่ท่านพ่อทำคุยธุระกับท่านแม่"
'หึ เจ้ามนุษย์ผู้ชายงี่เง่า เจ้าชู้'ตงฟางเซี่ยเอ่อร์กล่าวในใจออกมาเช่นนั้นในขณะที่นางถูกพาตัวออกไปโดยเด็กน้อยทั้งสองคน ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นพวกนางขึ้นไปแล้วก็หันไปมองภรรยาทั้งสี่คนจนทำให้พวกนางพากันขนลุกขนชัน และล่วงรู้ในทันทีว่าเจ้าตัวร้ายนี่ต้องการอะไร
"อย่ามองเช่นนั้น เจ้าไปจัดการน้องเหม่ยกุ้ยกับน้องหลี่อิงก่อนเลย พวกข้าจะรออยู่อีกห้องหนึ่ง"ฮั่วฟางหรงกล่าวอย่างไม่กระดากอาย ในเมื่อนางยอมเป็นของเขาแล้วเรื่องแบบนี้มันช่างเป็นเรื่องที่ธรรมดายิ่ง นางพาสวีปิงเอ่อร์ที่ยกยิ้มอย่างสนุกสนานเข้าคฤหาสน์ไปในทันที เหลือเพียงหลี่อิงและหยางเหมยกุ้ยที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความประหม่า
แต่ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากอะไรก็ถูกลั่วอู่หลินอุ้มเข้าห้องไปทั้งสองนาง หลังจากนั้นเป็นต้นมาเสียงคราญครางที่แสนจะเร้าร้อนและสุขสมก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ประดุจปลดปล่อยอารมณ์และความต้องการออกมาไม่ขาดสาย ศึกรักเมื่อถูกเปิดฉากแล้วไม่มีทางจบลงโดยง่าย เสียงคราญครางเช่นนี้ดังขึ้นถึงสามวันเต็มๆหากไม่ใช่เพราะลั่วอู่หลินสร้างม่านพลังเก็บเสียงเอาไว้ เกรงว่าจะเป็นที่ตกใจของเหล่าภรรยาและลูกๆที่กลับมายังชั้นหนึ่งเป็นแน่แท้