เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 52 การประชุมอันดุเดือด!!



    วรเดชสั่งเปิดประชุมผู้ถือหุ้นทันทีทั้งที่ผู้ประชุมยังมาไม่ครบ คุณมนตรีรีบโทรหาลูกสาวแก“ฮัลโฮล เยียร์เหรอ อยู่ไหน?”“ทำไมไม่ให้เข้า!”“วุ่นวายมากเลยเหรอ?”
    คุณมนตรีพูดสักพักก็วางสาย ผมรีบถามเลย
    “เป็นไงบ้างครับ?”
    คุณมนตรีพูดเสียงเครียด“วรเดชมันใช้อำนาจประธานไม่ใช่ผู้ถือหุ้นที่เข้าสายเกิน 9 โมงเข้าห้องประชุม แต่ลูกสาวฉันมาก่อนด้วยซ้ำ เพียงแต่ต่อแถวเซ็นชื่อยาวเพราะวันนี้คนมามากทำให้เข้าไม่ทัน”
    ผมหันไปมองวรเดช มันมีสีหน้าเรียบเฉย คุณมนตรีพูดอีก“หลานสาวฉันอีกคนบอกว่า เธอมาก่อน แต่ถูกพนักงานบอกเอกสารลงชื่อมีปัญหา โดนถ่วงเวลาจนเข้าไม่ได้”
    ผมโกรธวรเดชมาก ผมรีบโทรหาธีรโรจน์“คุณธีรโรจน์อยู่ไหนแล้วครับ?”
    “ฉันอยู่บนรถ จะถึงแล้ว”
    “อ้อ รีบมาด่วนครับ วรเดชเปิดให้โหวตแล้ว”
    ธีรโรจน์ถามเสียงดัง“อะไรนะ?”
    “วรเดชจะให้โหวตประธานบริษัทตอนนี้เลย” ผมย้ำ
    “ปกติเวลาประชุมมันก็ต้องมีการพูดคุย ชี้แจงที่มาที่ไปเหตุผลก่อนไม่ใช่เรอะ?”
    “ใช่ครับ แต่วรเดชเล่นเกมแรง ไม่ให้ญาติๆ คุณมนตรีเข้าประชุมหลายคนเลย มันแกล้งทำเป็นบอกว่าเอกสารมีปัญหา ถ่วงเวลาจนเข้าประชุมสาย จากนั้นก็ปิดประตูห้องประชุมเฉยเลย”
    ธีรโรจน์คำรามก้อง “ถ่วงเวลาไว้ก่อนที่ฉันจะไปถึง!”
    “ผมพยายามอยู่ครับ”
    ขณะที่ผมพูดกับธีรโรจน์ พนักงานก็แจกเอกสารให้โหวตกับผู้ถือหุ้นแล้ว มีเวลาห้านาทีในการโหวตก่อนที่พนักงานจะเก็บเอกสาร
    ผมรีบตะโกนขึ้น “คุณกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นเข้าประชุม คุณทำแบบนี้ผิดกฎหมายรู้ไหม?”
    วรเดชยิ้ม “เวลานัดประชุมก็เขียนไว้ชัดเจน ใครมาสายไม่ได้เข้าประชุมก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่ อีกอย่างวันนี้ก็มีวาระการประชุมวาระเดียวด้วย”
    “คุณกลัวจะหลุดจากเก้าอี้ประธานจนยอมใช้วิธีสกปรกแบบนี้เหรอ?”
    คุณเดชกล่าวเสียงเข้ม “ระวังคำพูดหน่อยคุณรณรงค์ ผมจะถือว่าครั้งนี้คุณไม่ได้ตั้งใจพูดนะ”
    ผมโวยวาย “ถ้าคุณทำแบบนี้ผมจะฟ้องศาลนะ”
    “เป็นสิทธิของคุณ” วรเดชพูดเสียงเรียบ

    ผมใจสั่น หากการโหวตรอบนี้เราแพ้ แน่นอนเราสามารถเปิดประชุมผู้ถือหุ้นใหม่ได้อีก แต่การเปิดประชุมผู้ถือหุ้นบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องสนุก การแย่งชิงอำนาจมากเกินไปทำให้ธนาคารชื่อเสียงพินาศจนยากฟื้นตัวได้ ซึ่งมันไม่คุ้ม
    ถ้าจะให้เปิดประชุมผู้ถือหุ้นครั้งต่อไป อย่างน้อยก็ต้องเป็นการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีซึ่งจัดขึ้นปีละครั้งในเดือนเมษายนของทุกปี แต่ตอนนี้แค่เดือนตุลาคมเอง
    ถึงตอนนั้นสถานการณ์จะเป็นไงก็ไม่มีใครรู้..
    ผมฉุกใจคิด รีบพูด“ถ้าคุณจะเปิดโหวตผู้ถือหุ้น แล้วคุณกีดกันผู้ถือหุ้นคนอื่นแบบนี้ ถึงคุณชนะก็ไม่ใสสะอาด อ้อ แต่คนอย่างคุณก็ไม่คู่ควรกับคำว่าสะอาดแต่แรกแล้ว”
    “ผมทำตามกติกาทุกอย่าง” วรเดชบอก
    “คุณทำตัวแบบนี้ ต้องเป็นข่าวไปทั่ว คุณจะมองหน้าผู้ถือหุ้นได้เหรอ?”
    วรเดชไม่ตอบ มันก้มหน้าเซ็นเอกสารของมันไป ผมพูดขึ้นอีก
    “ผมจะถ่ายคลิปการประชุมอัปยศวันนี้”
    วรเดชเงยหน้าจากโต๊ะมาจ้องหน้าผม
    “คุณจงใจก่อกวน?”
    “ผมทำสิ่งที่ผมคิดว่าถูกต้อง”
    “ผมเตือนคุณนะ ถ้าก่อกวนอีกผมจะให้คุณออกไป”
    ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไลฟ์สดเลยและพูด
    “สวัสดีครับ นี่คืองานประชุมผู้ถือหุ้น LTB คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือวรเดช ประธานบริษัท เขาไม่ให้ผู้ถือหุ้นเข้าประชุมครับ โดยอ้างว่าใครมาเกินเก้าโมงเช้าถือว่ามาสาย ทั้งที่ปกติถึงจะมาสายจริงก็เข้าประชุมได้ครับ”
    วรเดชรีบบอกให้พนักงานตามยามมาจับผม ยามสองคนเดินมาจับผมไว้ ผมรีบตะโกน
    “ผมพูดความจริงก็โดนลากตัวออกไปแล้วครับ ผมเป็นผู้ถือหุ้นนะ”
    ผมโดนยามสองคนลากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ผมสะบัดตัวบอกพวกยามว่า
    “ผมออกจากห้องประชุมก็ได้!”
    ขณะผมเดินออกจากห้องประชุม ผมก็เปิดประตูใหญ่ ผมตะโกนเลย
    “ประตูเปิดแล้ว เข้ามาได้!”
    นี่คือแผนของผมยุให้วรเดชไล่ผมออก ต่อให้มันไม่ไล่ผมก็ประจานมันได้ในไลฟ์สด!
    ผู้ถือหุ้นหันมามองที่ผมอย่างแปลกใจ ผมรีบบอก“จะโหวตประธานคนใหม่แล้ว เข้ามาได้เลยครับ”
    ผู้ถือหุ้นซึ่งไม่พอใจเพราะถูกกีดกันห้ามเข้ารีบกรูกันเข้ามา ยามและเจ้าหน้าที่หน้าห้องประชุมนับสิบคนรีบขวางไว้
    ผมรีบตะโกน “วรเดชเล่นไม่ซื่อ สกัดไม่ให้พวกคุณเข้าโหวต คนแบบนั้นยังจะมีหน้ามาบริหารธนาคารเราอีกเหรอ”
    “ใช่ ใช่” บางคนตะโกน
    “ในเมื่อเขาไม่ให้เราเข้า แต่เราเป็นผู้ถือหุ้น ทำไมเราจะเข้าไม่ได้ รีบเข้าไปเลยครับ!”
    ผู้ถือหุ้นต่างโห่ร้องตะโกนวุ่นวาย ที่จริงผู้ถือหุ้นคงไม่พอใจแต่แรกแล้วที่มาช้านิดหน่อยแต่ไม่ได้เข้าประชุมบวกกับแรงยุของผมทำให้อารมณ์พวกเขาปะทุขึ้น
    คนหลายสิบคนกรูกันเข้าห้องประชุม พวกยามและพนักงานพยายามดันไว้ ทั้งสองดันกันไปมาวุ่นวายมากๆ
    เสียงโห่ร้องก่นด่าไปทั่ว
    “เข้ามาเลย เราจะไม่ยอมให้คนแบบนี้บริหารธนาคารอีกแล้ว!”
    ผมพูดปลุกระดมคำหนึ่ง ผู้ถือหุ้นก็โห่ร้องทีหนึ่ง แม่งเอ๊ย ยังกะปลุกม็อบ
    ตั้งแต่ผมใช้แผนม็อบล้มการกู้เงินของวรเดชจากรัฐบาล ผมก็ดูม็อบปราศรัยทุกวันจนแอบเอามาใช้ เพียงแต่ที่ผมปลุกไม่ใช่ม็อบการเมือง แต่เป็นม็อบผู้ถือหุ้น
    ตอนนี้คนนับร้อยเริ่มทยอยกันดันจนเข้าห้องประชุมได้สำเร็จ มันวุ่นวายมาก พนักงานเองก็ไม่ได้มีทักษะในการรับมือสถานการณ์แบบนี้ มีแต่พวกยามที่ได้ฝึกมาบ้าง สุดท้ายการขัดขวางของคนฝ่ายวรเดชก็ล้มเหลว
    ผู้คนหลายร้อยคนกรูเข้าห้องประชุมอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างก่นด่าวรเดชสาดเสียเทเสีย ผมรีบกลับเข้าห้องประชุมอีกครั้ง
    ผมหันไปมองหาวรเดช มันหายไปแล้ว!!
    ฮะ เฮ่ย มันหายไปไหนวะเนี่ย
    จากนั้นโฆษกรีบพูด “เนื่องจากวันนี้มีเหตุวุ่นวาย ไม่สามารถลงคะแนนเลือกผู้บริหารคนใหม่ได้ คุณวรเดชประธานที่ประชุมขอยุติการประชุมครั้งนี้ ไว้โอกาสหน้าจัดประชุมใหม่!!”
    หา ไอ้วรเดช มันเล่นแบบนี้เลยเหรอ!!
    ใช่ มันเป็นประธานที่ประชุม มันมีอำนาจยุติการประชุม
    ผมนึกว่าแผนผมสำเร็จ มันซ้อนแผนผมอีกชั้น!

    ได้ยินเสียงก่นด่าไม่หยุด แต่วรเดชกับธีร์ซึ่งเป็นรองประธานบริหารมันหายหัวไปแล้ว สรุปการประชุมวันนี้ล่ม มันได้ครองบริษัทต่ออีก
    จากนั้นได้ยินเสียงโวยวายดังขึ้น
    “ไอ้วรเดชอยู่ไหน เรียกมาเจอกับฉัน”
    ธีรโรจน์พร้อมบอดี้การ์ดสามคนเดินเข้ามา สีหน้าแกโมโหมากยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิดซะอีก
    ผมรีบเข้าไปหา“วรเดชหนีไปแล้ว มันสั่งยุติการประชุม”
    ธีรโรจน์แผดด่า“ไอ้หน้าตัวเมีย”
    ไอ้หยา ผมลืมไปผมไลฟ์สดอยู่ เกิดธีรโรจน์ด่าอะไรหยาบคายมา จะทำให้แกเสียหน้าแถมผมจะโดนเอ็ดไปด้วยว่าประจานแก
    ผมรีบปิดโทรศัพท์ คุณมนตรีเดินเข้ามาหาพวกผมพร้อมหลานชาย ลูกสาวแก
    ธีรโรจน์ถาม“คุณมนตรี เราจะเอายังไงต่อ?”
    คุณมนตรีส่ายหน้า“คงต้องฟ้องศาลเรื่องที่วรเดชทำวันนี้และเขียนจดหมายเรียกร้องเปิดประชุมผู้ถือหุ้นใหม่”
    คุณธีรโรจน์พยักหน้า ผมรีบบอก“ผมว่ามันแปลกๆ นะครับ”
    “ยังไง?” ธีรโรจน์ถาม
    “วรเดชรู้ตัวว่าโหวตสู้คุณมนตรีไม่ได้แน่เหมือนจงใจก่อเรื่องวุ่นวาย จากนั้นวรเดชก็อาศัยอำนาจประธานเลิกประชุม เหมือนจงใจถ่วงเวลายืดตำแหน่งตัวเองออกไป”
    ธีรโรจน์บอก “ก็เห็นกันอยู่ เสียงมันสู้เราไม่ได้”
    ผมขมวดคิ้วครุ่นคิด อดพึมพำไม่ได้
    “คนอย่างวรเดชเหรอ จะใช้แผนเหมือนนักเลงแบบนี้”
    ผมไม่รู้ว่าวรเดชจะทำอะไรแน่ คุณมนตรีเอ่ยอย่างเป็นกังวล
    “คนอย่างวรเดชมีแผนการลึกซึ้ง ฉันกังวลว่าหากปล่อยให้เนิ่นนานไป เราอาจจะมีปัญหา”
    ผมรีบถาม “ปัญหาอะไรครับ?”
    คุณมนตรีส่ายหน้า ผมเองก็นึกไม่ออกวรเดชจะทำอะไร

    วันต่อๆ มา ข่าวการประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารรักเมืองไทยล่มยังคงเป็นทอคออฟเดอะทาวน์ที่พูดถึงไม่หยุด ชื่อเสียงวรเดชป่นปี้แล้ว แต่มันก็ยังเป็นประธานบริหารธนาคารอยู่ผมนั่งทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อหาข่าวว่าวรเดชจะทำอะไรกันแน่ ไม่นานก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา
    “สวัสดีครับคุณมนตรี” ผมรับสายพร้อมพูด
    “ฉันรู้แล้วว่าวรเดชจะทำอะไร” คุณมนตรีรีบบอก
    “ทำอะไรครับ?”
    “คนของฉันในธนาคารบอกว่ามันกำลังปล่อยกู้หนึ่งหมื่นล้านให้บริษัทนิวคิงส์ (NEW KING) ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศ อ้างจะมาทำกิจการในประเทศไทยลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์”
    ผมตกใจรีบบอก
    “บริษัทนิวคิงส์ มันคือบริษัทที่วรเดชไปเปิดไว้ที่เกาะแอมเพิลริซครับ เป็นบริษัทสำหรับฟอกเงินของมัน!”
    “จริงเหรอ?” คุณมนตรีถามเสียงตกใจ
    ผมรู้แล้วว่าวรเดชจะทำอะไร มันรู้ว่ามันคงยึดกิจการธนาคารไม่ได้แล้ว มันก็โอนถ่ายเงินของธนาคารให้มันซะเลยในรูปแบบเงินกู้
    ธนาคารรักเมืองไทยมีเงินน้อยอยู่แล้วยิ่งปล่อยกู้ก้อนใหญ่ให้พวกเดียวกันเองแบบนี้ มีหวังเจ๊งลูกเดียว!!
    จบตอนที่ 52วรเดชเอาจนนาทีสุดท้าย ถึงไม่ได้ครองธนาคารได้ครองเงินก็ยังดี พล็อตจะหยุดแผนการวรเดชได้ไหม โปรดติดตามตอนหน้าพร้อมเนื้อเรื่องที่มันส์หยด!ตอนหน้าขอบริจาค 3 กำลังใจ นะคร้าบ ขอบคุณมาก


    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น ที่คุณอ่าน