เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 106 อยากให้ข้าตายอย่างนั้นหรือ

              พลังจิตในขั้นจิต มองเห็นการเกิดและการตายทะลวงทุกการรังสรรค์!

              เมิ่งฝานยังคงนั่งอยู่ที่เดิมมุมปากของเขามีรอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นเพราะการถาโถมของพลังจิตที่อยู่ในสมุทรจิตการฝึกบำเพ็ญพลังจิตนั้นบรรลุได้ยากยิ่งกว่าการบำเพ็ญพลังปราณ แม้ว่าเมิ่งฝานจะมีการเตรียมพร้อมมามากพอก็ยังเกือบจะล้มเหลว

              เมื่อพลังจิตแผ่ซ่านเมิ่งฝานก็สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกายได้อย่างชัดเจน

              ภายนอกนั้นบรรดาทหารองครักษ์หลายร้อยคนล้วนแต่มองมายังสถานที่แห่งนี้อย่างตกตะลึงส่วนจุดที่หากทะลวงผ่านผืนป่าออกไปไม่ไกลก็คือที่ตั้งของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรา

              หากมองสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราด้วยตาเปล่านั้นเมิ่งฝานไม่อาจมองเห็นได้ทั้งหมดแต่เวลานี้เมื่อใช้พลังจิตมองไปเขากลับสามารถมองเห็นได้ทุกการเคลื่อนไหวแล้วรูม่านตาของเด็กหนุ่มก็หดเล็กลงเพราะสัมผัสได้ถึงพลังจิตของผู้ที่อยู่โดยรอบ

              เขายอมรับเลยว่าภายในสถานที่แห่งนี้มีจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งอยู่มากมายพลังจิตของพวกเขาแตกต่างกันออกไป สิ่งที่ปรากฏขึ้นในหัวของเมิ่งฝานก็ต่างไปด้วยเช่นกันซึ่งจอมยุทธ์ที่มีพลังจิตอยู่ในขั้นวิญญาณนับว่าเป็นพลังจิตที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งฉะนั้นจึงค่อนข้างเป็นที่จับตามอง

              ทว่าสิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานจับตามากกว่าเดิมก็คือรอบกายเขานั้นมีจอมยุทธ์ที่มีพลังจิตอยู่ในขั้นจิตเช่นเดียวกันจำนวนไม่น้อยเพียงเขาใช้พลังจิตสำรวจอย่างผิวเผินก็พบมากถึงห้าคนซึ่งล้วนแต่เป็นผู้อาวุโสของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราทั้งสิ้น

              โดยเฉพาะภายในวิหารใหญ่ของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราพลังจิตที่อยู่ภายในนั้นแข็งแกร่งที่สุด ถึงขั้นที่อยู่เหนือกว่าพลังจิตของเมิ่งฝานเสียด้วยซ้ำและนั่นก็คือข้อดีของการเข้าสู่พลังจิตขั้นจิต เมิ่งฝานรู้ดีว่าหลังจากนี้หากมีผู้ใดคิดลอบโจมตีตนเองคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว

              แม้เขาจะไม่ได้ใช้พลังจิตจับสังเกตก็ยังสามารถรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบกายในระยะหนึ่งร้อยเมตรได้ทุกสิ่งแม้จะเป็นการหยดของเลือดบนตัวศัตรูก็ยังไม่อาจหลบสายตาของเมิ่งฝานได้ ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลในการต่อสู้

              ไม่รู้ว่ายามนี้พลังจิตของข้านั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว!

              เมิ่งฝานนั่งขัดสมาธิเขาใช้เพียงความคิดพลังจิตก็ทะยานไปยังวิหารใหญ่ของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราในเมื่ออยากรู้ว่าตนเองมีความสามารถเพียงใดก็ต้องใช้เส้นทางลัดซึ่งนั่นก็คือการต่อสู้

              ภายในวิหารใหญ่ของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราอันยิ่งใหญ่และเก่าแก่นั้นตงหลายต้าซือนั่งขัดสมาธิอยู่ภายใน และกำลังจิบชาอย่างพอใจ

              เป็นตงหลายต้าซือจริงๆภายในสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราแห่งนี้มีเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้นถึงจะมีพลังจิตที่แข็งแกร่งถึงเพียงนั้นได้

              หลังจากที่ครุ่นคิดและคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมิ่งฝานจึงรวบรวมพลังจิตแล้วพุ่งทะยานไปยังจุดที่ตงหลายต้าซืออยู่การโจมตีด้วยพลังจิตเช่นนี้อาศัยตงหลายต้าซือเป็นคู่ต่อสู้นั้นนับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งเมิ่งฝานจะได้รู้ว่าไพ่ราชาของตนเองใบนี้แข็งแกร่งสักเพียงใด

              เพียงชั่วพริบตาพลังจิตที่ผสานตัวในอากาศประหนึ่งกระบี่อันล้ำค่าเปล่งประกายคมกริบซึ่งหากโจมตีถูกอีกฝ่ายก็จะทำให้สมุทรจิตของผู้นั้นพังทลายแต่แล้วในวินาทีต่อมาใบหน้าอันแก่ชราของตงหลายต้าซือพลันชะงักงันนัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอากาศที่ว่างเปล่า

              ปัง!

              พลังจิตอันแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ระเบิดออกมาจากร่างของชายชราในวินาทีต่อมาก่อนจะผสานตัวแล้วปะทะเข้ากับพลังจิตของเมิ่งฝานกลางอากาศ เมื่ออยู่ภายใต้การปะทะอันดุดันเช่นนี้กายหยาบของเมิ่งฝานสั่นสะท้านพลังจิตที่ปล่อยออกไปก็แตกสลายไม่เหลือชิ้นดี

              แต่เมิ่งฝานก็หาได้มีโทสะแต่อย่างใดในชั่วพริบตาต่อมาสมุทรปราณของเขาพลันสั่นไหว เวลานี้พลังจิตของเขามีมากมายและหลั่งไหลดั่งสายธารหลากส่งพลังได้อย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นเมื่อพลังจิตที่ส่งไปแตกซ่านก็กลับกลายเป็นเส้นพลังที่มากมายพุ่งใส่ตงหลายต้าซืออีกครั้ง

              ทางฝั่งของตงหลายต้าซือที่ยังคงนั่งอยู่กับที่ด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึมก่อนจะดึงพลังจิตของตนเองในอากาศกลับมาสร้างเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งไม่ว่าพลังจิตของเมิ่งฝานจะพุ่งเข้ามาโจมตีจากทิศทางใดก็ไม่อาจทำร้ายเขาได้แม้เพียงน้อยนิด

              พรึ่บ!

              ตงหลายต้าซือลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันนัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น “ผู้ใดกัน?”

               นี่เป็นเสียงซึ่งคล้ายกับเสียงของระฆังใบใหญ่แผ่ซ่านไปทั่วสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราพร้อมกับการระเบิดของพลังจิตเที่กระจายในอากาศทุกจุดที่เสียงของตงหลายต้าซือไปถึงล้วนแต่อยู่ภายใต้การสั่นสะท้านของพลังจิตทั้งสิ้น

              เพียงชั่วพริบตาสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราแห่งนี้ก็ตกอยู่ในความสั่นสะท้านผู้คนจำนวนมากมายล้วนแต่มองมายังวิหารใหญ่ด้วยความแปลกใจ

              และเวลานี้ร่างของเมิ่งฝานก็สั่นสะท้านพร้อมทั้งมีเลือดสีแดงสดหลั่งไหลออกที่มุมปากก่อนจะหยุดยั้งการเคลื่อนไหวด้วยพลังจิตทุกประการ

              ...........

              ตงหลายต้าซือย่นคิ้วเพราะพลังจิตของอีกฝ่ายที่เคยอยู่ในอากาศนั้นหายไปหมดแล้วเมื่อครู่ตงหลายต้าซือใช้วิชายุทธ์แห่งพลังจิตในการรับมือ

              เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายหาได้มีเจตนาร้ายไม่เพียงต้องการหยั่งเชิงเท่านั้นแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังนึกไม่ถึงว่าในเมืองไท่หยางแห่งนี้จะมีจอมยุทธ์ที่มีพลังจิตในขั้นจิตเกิดขึ้นมาอีกคนแล้วแม้คำว่าจิตกับวิญญาณจะต่างกันเพียงชื่อเรียกของขั้นแต่มันกลับเป็นสิ่งที่เลิศล้ำอย่างยิ่ง ผู้ที่มีพลังจิตอยู่ในขั้นจิตนั้นล้วนแต่เป็นแขกผู้ทรงเกียรติของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราทั้งสิ้น

              ทว่าเมื่อตงหลายต้าซือใช้พลังจิตออกตามหาอีกครั้งกลับไม่พบร่องรอยของอีกฝ่ายราวกับว่าคนผู้นั้นไม่อยากพบเจอเขาก็ไม่ปาน

              แท้จริงแล้วเป็นผู้ใดกัน? ในเมืองไท่หยางแห่งนี้มีปรมาจารย์จิตศัสตราผู้แข็งแกร่งคนใหม่ปรากฏขึ้นมาแล้วเช่นนั้นหรือ?

              หลังจากที่ครุ่นคิดขึ้นในใจตงหลายต้าซือจึงเอ่ยว่า“ถ่ายทอดคำสั่งเขียนประกาศไว้ที่หน้าสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราว่ายินดีต้อนรับสหายมาต่อกรกับข้า สนทนาเรื่องการหลอมศัสตรา!”

              สำหรับผู้มีพลังจิตในขั้นจิตนั้นตงหลายต้าซือย่อมต้องการที่จะผูกมิตรเพื่อชักจูงมาเป็นพวกอยู่แล้ว ต่อให้ไม่อาจดึงเข้ามาเป็นพวกได้เขาก็ไม่อยากเป็นศัตรู

              .........

              ภายในห้องเก็บตัวฝึกบำเพ็ญตน

              ใบหน้าของเมิ่งฝานมีรอยยิ้มพึงพอใจปรากฏแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “มันช่าง...เป็นการสังหารโดยไร้ซึ่งร่องรอยอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ!”

              การปะทะกันเมื่อครู่นั้นทำให้เมิ่งฝานได้รู้ถึงความน่าสะพรึงของพลังจิตแล้วหากอีกฝ่ายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาพลังจิตคงจะแหลกสลายไม่มีแม้โอกาสในการตอบโต้ด้วยซ้ำไป

              “หึ มีสิ่งใดให้เจ้าน่าภูมิใจกันความสามารถของเจ้าในยามนี้จะบอกว่าอยู่ในขั้นต้นก็ยังมากเกินไปด้วยซ้ำยังห่างชั้นอีกไกล หากเทียบกับปรมาจารย์จิตศัสตราชราเมื่อครู่ละก็ หากเขาคิดจะสังหารเจ้าจริงๆป่านนี้เจ้าอาจจะตกอยู่ในอันตรายแล้วก็ได้ อานุภาพของวิชายุทธ์แห่งพลังจิตนั้นยิ่งฝึกฝนพลังนานเท่าใดก็ยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น ยามนี้เจ้ายังไม่นับว่าอยู่ในขั้นต้นของมันด้วยซ้ำ!”

              ไม่ต้องบอกเมิ่งฝานก็รู้ว่าเป็นเสียงของรั่วสุ่ยอีเขาจึงไหวไหล่แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ท่านจะให้ข้าได้ภูมิใจเสียหน่อยไม่ได้เลยหรือไรขอรับ?จะอย่างไรข้าก็ทนทุกข์มาตั้งมากมาย!”

              รั่วสุ่ยอีส่งเสียง ‘หึหึ’ ออกมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยน่าฟังนัก “เจ้าตั้งใจบำเพ็ญตนเพื่อบรรลุขั้นเกลาวิญญาณเถอะ เมื่อถึงยามนั้นหากพลังปราณและพลังจิตสอดผสานเจ้าก็อาจจะนับได้ว่าอยู่ในขั้นต้นของพลังจิตขั้นจิตจริงๆ!”

              เมิ่งฝานลูบปลายจมูกตนเองนัยน์ตาของเขาวาวโรจน์ก่อนจะเอ่ยถาม “จริงสิขอรับเมื่อครู่ท่านบอกว่าชายชราผู้นั้นมีวิชายุทธ์แห่งพลังจิต ท่านว่า...”

              เมื่อได้ยินเมิ่งฝานเอ่ยเช่นนั้นรั่วสุ่ยอีก็กลอกตาขาวแล้วเอ่ยว่า“เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ เจ้าคงกำลังนึกถึงวิชายุทธ์แห่งพลังจิตของพี่สาวอย่างข้าอยู่สินะไม่ต้องห่วง เอาไว้เมื่อใดที่เจ้าก้าวขึ้นไปยังปัญจปราณระดับสูงข้าจะถ่ายทอดวิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับอักษรตี้ให้แก่เจ้าซึ่งมันคือวิชายุทธ์อันสูงส่งที่ทำให้สามารถผสานกายากับพลังจิตให้เป็นหนึ่งในตอนที่ข้าสังหารจอมยุทธ์เจ้าของพลังนั้นต้องใช้พลังไปตั้งมากมาย!”

              วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับอักษรตี้!

              เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานพลันดีใจจนแสดงออกบนใบหน้าวิชายุทธ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีเพียงในตำนานที่บ่งบอกว่าสามารถเบิกสวรรค์ได้เพียงการดีดนิ้วทำลายพื้นพิภพได้เพียงแค่ตวัดฝ่ามือ หากวิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับอักษรตี้ปรากฏขึ้นมาเมื่อใดก็ย่อมนำมาซึ่งการช่วงชิงที่รุนแรงทำให้จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งจำนวนมากมายต่อสู้กันเพื่อแย่งชิง

              บำเพ็ญตน!

              หลังจากที่ถอนหายใจเสียงยาว เมิ่งฝานจึงหลับตาลงแล้วเริ่มฟื้นฟูพลัง

              หลังจากที่พลังกลับมาในขีดสูงสุดเขาก็ออกจากห้องเก็บตัวฝึกบำเพ็ญตนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านนั้นยังคงสวมชุดสีครามดังเดิม เมื่อทหารองครักษ์ภายนอกเห็นเมิ่งฝานก็ล้วนแต่ก้มหน้าลงไปและมีความเคารพยำเกรงปรากฏขึ้นที่นัยน์ตา

              แม้ว่าเมิ่งฝานอายุยังน้อย แต่พลังที่ยิ่งใหญ่นั้นก็ทำให้เหล่าทหารองครักษ์รู้สึกสั่นสะท้านการเข้าสู่พลังจิตขั้นจิตทำให้เมิ่งฝานมีความสุขไม่น้อย เขากลับมายังห้องของตนเองด้วยความรวดเร็ว

              ตอนนี้ไป๋สุ่ยเอ๋อคงจะบรรลุแล้วล่ะ!

              ไม่รู่ว่าหลังจากที่ได้รับโลหิตบริสุทธิ์ของอสรพิษเนตรทับทิมแล้วจะทำให้นางน่าสะพรึงได้ถึงเพียงใด

              เมื่อคิดได้เช่นนั้นเมิ่งฝานก็อดคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้แม้ว่าสตรีผู้นี้ดูไปแล้วหน้าอกแบนราบ แต่แท้จริงแล้วก็มีน้ำมีนวลอยู่เช่นกัน

              ขณะที่เมิ่งฝานกำลังครุ่นคิดก็ได้ย่างก้าวเข้าไปด้านหลังของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราแล้วและนั่นก็ทำให้นัยน์ตาของเขาวาวโรจน์เพราะมีร่องรอยการต่อสู้ ทั้งยังมีกลิ่นคาวเลือดจางๆลอยอยู่ในอากาศด้วยเช่นกัน

              เมิ่งฝานรีบมุ่งตรงไปยังห้องของตนเองแต่กลับไม่พบไป๋สุ่ยเอ๋อร์

              รูม่านตาของเขาหดเล็กลงอย่างรวดเร็วเพราะรู้ว่าจะต้องเกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่และไป๋สุ่ยเอ๋อร์ก็คงจะไม่จากไปโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ เขาเดินตามหาทหารองครักษ์ที่เคยอารักขาอยู่โดยรอบก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้ม “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

              บนกายของทหารองครักค์มีร่องรอยบาดเจ็บที่ค่อนข้างสาหัสทหารที่เป็นผู้นำหน่วยกระอักเลือดก่อนจะพยายามเอ่ยว่า “มีคนบุกเข้ามาที่นี่ขอรับทั้งยังพาสตรีที่อยู่ในห้องออกไปด้วย หนึ่งในนั้นเป็นจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณพวกข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา เขาทิ้งจดหมายไว้ฉบับหนึ่งด้วยขอรับ!”

              เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานจึงยื่นมือไปรับจดหมายดังกล่าวเมื่อเปิดออกมาก็พบว่ามีตัวอักษรขนาดเล็กเขียนเอาไว้ ‘นางผู้นี้ข้าจะเอาไปก่อนเจ้าหนูเมิ่งฝาน ข้าสวีจ้านจะรอเจ้าที่ลานประลองของเมืองไท่หยาง หากอยากได้นางกลับไปก็เอาชีวิตของเจ้ามาแลก!’

              องครักษ์แพรโลหิต สวีจ้าน!

              เมื่อกวาดตาอ่านเนื้อความในจดหมายเมิ่งฝานก็กำหมัดแน่นพลันมีจิตสังหารปรากฏขึ้นที่นัยน์ตาในทันใด

              นี่คือผลจากการที่เขาไม่ได้ขุดรากถอนโคนให้จบสิ้นเขานึกไม่ถึงเลยว่าไป๋สุ่ยเอ๋อร์จะถูกสวีจ้านจับตัวไปเช่นนี้

              ลานประลองของเมืองไท่หยางคือสถานที่อันเลืองชื่อของเมืองในทุกวันจะมีคนไปต่อสู้กันและผลการแพ้ชนะก็เป็นของเดิมพันที่มีมูลค่าไม่น้อย

              ในเมื่อสวีจ้านอยู่ที่นั่นย่อมต้องรอให้เขาไปติดกับแล้วสังหารเขาเป็นแน่เพราะถึงอย่างไรแล้วยามนี้เมิ่งฝานก็มีพลังที่น่าสะพรึงเป็นอย่างยิ่ง หากเขาต้องการหลบเลี่ยงสวีจ้านก็คงไม่อาจตามหาเขาได้โดยง่าย

              แต่การนำไป๋สุ่ยเอ๋อร์มาเป็นตัวประกันเช่นนี้ทำให้เมิ่งฝานไม่อาจหลบเลี่ยงได้มุมปากของเมิ่งฝานพลันมีรอยยิ้มอันเยือกเย็นปรากฏขึ้นเมิ่งฝานมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยจิตสังหารเปี่ยมล้น “เจ้าราวีไม่เลิกเลยสินะ แต่ผู้ใดที่อยากให้ข้าตายมันผู้นั้น...จะต้องตายก่อน!”

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852