ฝักที่12
เหตุการณ์เมื่อวานหลังจากที่ส่งพี่สิงห์กลับบ้านไปแล้วนั้นพวกเราสามคนพ่อลูกก็เดินทางผ่านประตูเวทย์มิติกลับมายังบ้านในถ้ำทันทีเมื่อมาถึงท่านพ่อก็รีบพาท่านแม่เข้าไปคุยกันที่ห้องนอนคาดว่าคงจะปรึกษากันเื่ของตนอย่างแน่นอนคิดแล้วก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะได้แต่งงานกับพี่สิงห์จริงๆ
ในวันนี้ั้แ่เช้ามาดินนั้นเอาแต่ขลุกตัวอยู่ภายในห้องเย็นที่ใช้เป็สถานที่เก็บของสดและวัตถุดิบที่ใช้เป็ส่วนประกอบในการทำอาหารทั้งหมดดินนั้นหยิบทุกอย่างออกมากองรวมกันไว้ที่กลางห้องในจำนวนที่คิดว่าจะนำไปจำหน่ายที่ร้านค้าในวันพรุ่งนี้
หลังจากที่ตระเตรียมข้าวของทุกอย่างในห้องเย็นเสร็จสิ้นก็เป็เวลาเกือบเที่ยงวันพอดีเขาจึงออกมากินมื้อเที่ยงก่อนที่จะสร้างประตูเวทย์มิติมาที่ตึกแถวในเมืองเพื่อหาคนงานมาทำงานที่ร้านในวันพรุ่งนี้ต่อแต่แล้วขณะที่ดินกำลังเดินออกจากร้านค้าเพื่อจะออกไปข้างนอกนั้นก็มีเสียงร้องทักมาจากตึกแถวด้านข้างที่เป็โรงหมอเสียก่อน
“คุณชายท่านจะไปไหนหรือขอรับ”เสียงของเ้าหนุ่มขอทานที่เขาจำได้ว่าเคยจ้างมาช่วยทำความสะอาดเมื่อหลายวันก่อน
“ข้ากำลังจะออกไปติดต่อหาคนงานไม่ทราบว่าท่านสนใจทำงานกับข้าหรือไม่ล่ะข้าจะได้รับท่านไว้อีกคน”ดินนั้นคิดจะรับคนขอทานที่เคยมาทำงานกับตนเมื่อครั้งก่อนอยู่แล้วเพียงแต่ไม่รู้ว่าจะไปตามหาพวกคนเ่าั้ได้ที่ไหนจึงตัดสินใจจะไปติดต่อหน่วยงานของอำเภอให้ช่วยจัดหาคนงานให้แทนแต่เหมือนโชคชะตาฟ้ากำหนดให้ได้พบกับหนุ่มขอทานที่เคยมาช่วยงานตนโดยบังเอิญจึงลองเอ่ยชักชวนดู
“ท่านจะจ้างข้าจริงๆหรือขอรับ!!!ข้าทำข้าทำขอรับ ขอบคุณคุณชายมากๆเลยขอรับ เอ่อ…แต่ท่านจะรับคนงานสักกี่คนหรือขอรับ?หากเป็ไปได้ข้าอยากจะขอให้ท่านได้ให้โอกาสเพื่อนๆข้าด้วยได้หรือไม่ขอรับ”หนุ่มขอทานรีบตอบตกลงอย่างดีใจเมื่อคุณชายท่านนี้ได้ให้โอกาสตนได้มีงานทำและงานนั้นก็จะทำให้ตนนั้นมีเงินดูแลทุกชีวิตในครอบครัวด้วย
แต่แล้วหนุ่มขอทานก็อดจะคิดถึงเพื่อนๆที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเสียไม่ได้ในเมื่อตนกำลังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นก็อยากให้ทุกคนเ่าั้ได้มีโอกาสเหมือนตนเองเช่นกันจึงได้ถามเช่นนั้นออกไปถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนยัดเยียดเพื่อนๆตน ให้คุณชายไปก็ตามแต่เขารู้ดีว่าคุณชายต้องยินดีช่วยเหลืออย่างแน่นอนเพราะเขามองออกว่าท่านนั้นเป็คนมีเมตตาดูได้จากการจ้างงานพวกตนในครั้งที่แล้วเป็ต้น
“อืม~เอาอย่างนี้แล้วกันข้าจะจ้างทุกคนที่เคยมาทำงานกับข้าเมื่อครั้งก่อนหากพวกท่านสนใจก็ให้มาหาข้าที่ร้านแห่งนี้ในเวลาเช้าของวันพรุ่งนี้แล้วเราค่อยมาคุยกันเื่รายละเอียดค่าจ้างและหน้าที่ของพวกท่านกันเช่นนี้ดีมั้ยขอรับ”
ดินเองก็อยากจะช่วยคนที่ลำบากให้มากที่สุดอยู่แล้วฉะนั้นเื่นี้จึงไม่ได้ตัดสินใจยากนักแต่ก็อดจะกังวลกับจำนวนเงินที่ต้องจ่ายเป็ค่าแรงของคนงานทั้งหมดซึ่งมันก็ไม่น้อยเลย
“ข้าต้องขอบคุณคุณชายแทนเพื่อนๆข้าด้วยขอรับ ทุกคนจะต้องดีใจกันมากเป็แน่ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปบอกข่าวดีให้พวกเขาได้ทราบกันก่อนข้าขอลาล่ะขอรับคุณชาย”
“อย่าลืมว่าเจอกันพรุ่งนี้เช้าที่หน้าร้านแห่งนี้นะขอรับ~”เขาะโย้ำเตือนเื่เวลานัดหมายตามหลังคนที่วิ่งออกไปอย่างดีอกดีใจ
เฮ้อ~
ดินถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจในเมื่อรายจ่ายนั้นมากขึ้นเช่นนี้เขาก็ต้องหากิจการร้านค้าอะไรสักอย่างที่สามารถสร้างกำไรได้เป็กอบเป็กำเพิ่มขึ้นมาไม่เช่นนั้นเงินทองที่มีก็ต้องหมดเข้าสักวันแต่เขาเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ของมัน
ในเมื่อสามารถสะสางธุระเื่คนงานเสร็จแล้ววันนี้จึงกลายเป็วันว่างไปเขาจึงคิดจะออกสำรวจไปสำรวจภายในเมืองเพื่อมองหากิจการที่จะทำเพิ่มซึ่งครั้งนี้จะเป็กิจการที่ทำเพื่อแสวงหาผลกำไรจริงๆ
เขาเดินสำรวจภายในเมืองไปอย่างไม่เร่งรีบและที่สุดเขาก็มาถึงบ่อนพนันซึ่งเป็สถานที่ที่ทำให้ตนนั้นได้พบกับว่าที่สามี
เมื่อหันไปมองดูร้านรวงแถวนี้ก็เห็นว่ามันจะดูหรูหรามากกว่าที่อื่นมากนักผู้คนที่เดินสัญจรไปมาแต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีกันทั้งนั้นแถมยังมีเด็กรับใช้ส่วนตัวคอยติดตามกันแทบทุกคนถือว่าที่แห่งนี้นับว่าเป็ทำเลทองเลยทีเดียว
เห็นอย่างนั้นดินก็อยากจะได้อาคารแถวนี้สักหลังแต่ไม่รู้ว่าจะมีว่างสำหรับตนหรือเปล่าน่ะสิมองดูไปถ้วนทั่วแล้วก็ไม่พบว่ามีตึกแห่งไหนที่ติดป้ายประกาศขายหรือให้เช่าเลยสักหลัง
เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปถามร้านขายเสื้อผ้าที่ดูหรูหรามากแห่งหนึ่งเ้าของร้านนั้นมองดินั้แ่หัวจรดเท้าและเท้าจรดหัวไปประมาณสิบรอบได้กระมั้งคงเพราะเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่นั้นถือว่าดีกว่าพวกขอทานอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นและหากเขาสอบถามเฉยๆมีหวังคงโดนไล่ตะเพิดออกจากร้านเป็แน่งั้นก็คงต้องซื้ออะไรติดไม้ติดมือไปสักหน่อยแล้วจึงค่อยถามน่าจะเป็วิธีที่ดี
“ข้าอยากจะดูเสื้อผ้าสำเร็จรูปของสตรีกับบุรุษแล้วก็เสื้อผ้าเด็กอายุประมาณหกขวบด้วยขอรับ”เขารีบบอกกับสตรีชราที่ท่าว่ากำลังจะเอ่ยปากขับไล่ตนออกจากร้าน
เมื่อหญิงชรารู้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านั้นเป็ลูกค้าก็รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็รอยยิ้มการค้าในทันที
“เชิญด้านในเลยเ้าค่ะคุณชายร้านเรามีเสื้อผ้าทุกแบบทุกขนาดให้เลือกกันเลยล่ะเ้าค่ะเชิญท่านนั่งรอตรงนี้สักครู่ข้าจะนำชุดทั้งหลายมาให้ท่านเลือกนะเ้าคะ”
หญิงชราคนนี้ทำให้ดินได้รู้ซึ้งถึงคำพูดที่บิดาเคยกล่าวเอาไว้ว่า‘เมื่อมีเงินแม้แต่ผีก็ยังจ้างมาโม่แป้งได้’นั้นเป็เช่นไร
ทีแรกเขาก็ตั้งใจจะซื้อเสื้อผ้าเพียงแค่ชุดสองชุดเท่านั้นแต่พอเลือกไปเลือกมาก็เหมือนจะโดนิญญานักช๊อปช่วยชาติเข้าสิงโดยไม่รู้ตัวเลยเหมาซื้อให้ตัวเองกับให้ทุกคนๆละสิบชุด รวมทั้งซื้อฝากครอบครัวของพี่สิงห์ด้วยเพราะเขาเห็นครอบครัวพี่สิงห์เองก็สวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆเหมือนกับครอบครัวพวกตนเช่นกัน
“ทั้งหมดหนึ่งร้อยหกสิบเหรียญทองพอดีเ้าค่ะคุณชาย”
ดินมองกองถุงผ้ากองใหญ่ที่เห็นก็รู้ว่าไม่มีทางที่เขาจะสามารถขนกลับไปได้คนเดียวหมดแน่
“ท่านป้าข้าขอฝากของพวกนี้ไว้ที่ร้านของท่านก่อนได้หรือไม่เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะให้คนงานมาขนไปแล้วจะซื้อเสื้อผ้าสำเร็จเพิ่มอีกประมาณร้อยกว่าชุดเป็ชุดของบุรุษน่ะขอรับไม่ทราบว่าท่านมีในคลังเพียงพอมั้ยขอรับ”ดินตั้งใจจะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พวกคนงานของตนด้วยเพราะชุดที่คนเ่าั้สวมใส่อยู่นั้นแทบจะเรียกมันว่าผ้าขี้ริ้วได้เลย
เ้าของร้านได้ยินคำว่าร้อยกว่าชุดก็ตาโตตื่นเต้นจนปากคอสั่นเลยทีเดียวนี่นางเกือบจะเสียมารยาทกับลูกค้ารายใหญ่ไปแล้วหรือนี่
“มีเพียงพอแน่นอนเ้าค่ะข้าต้องขอบคุณคุณชายมากที่เลือกมาอุดหนุนที่ร้านของข้าเพราะข้านั้นกำลังจะย้ายไปอยู่ต่างอำเภอกับบุตรชายน่ะเ้าค่ะได้คุณชายมาอุดหนุนในครั้งนี้จนสินค้าแทบจะหมดร้านข้าก็รู้สึกเบาใจไปได้เปราะหนึ่งเลย”
“แล้วท่านป้าจะทำอย่างไรกับร้านแห่งนี้หรือขอรับ”
“นี่แหละคือปัญหาที่ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีจะให้เช่าก็ลำบากในการมาเก็บค่าเช่านักจะขายก็คงหาคนมาซื้อได้ไม่ทันแน่ๆเพราะอาทิตย์หน้าข้าก็ต้องออกเดินทางแล้วล่ะเ้าค่ะ”
เมื่อเขาได้ฟังแล้วรู้สึกสนใจเป็อย่างมากแต่พยายามเก็บอาการเอาไม่แสดงมันออกมา
“เป็เช่นหรือขอรับนับว่าเป็เื่น่าเครียดจริงๆด้วย แล้วท่านจะขายราคาเท่าไหร่หรือท่านป้าเผื่อข้าจะช่วยท่านซื้อเอาไว้หากราคาไม่แพงมากนัก”ดินแสร้งพูดเหมือนไม่ใคร่จะอยากได้สักเท่าไหร่
“ข้าอยากจะขายสักห้าล้านเหรียญทองน่ะเ้าค่ะคุณชายพอจะช่วยข้าได้หรือไม่”
ห๊า!ห้าล้านนี่ท่านป้ากะจะรวยไปยันชาติหน้าเลยหรือไงนะ
“อืม~ราคาสูงมากทีเดียวงั้นข้าจะช่วยบอกคนที่สนใจให้แล้วกันนะขอรับแต่ราคานี้ท่านคงจะต้องรอนานมากๆเลยนะขอรับท่านป้าคงต้องเดินทางมาที่นี่อีกหลายรอบเลยล่ะข้าเป็ห่วงสุขภาพร่างกายของท่านเสียจริงๆแต่หากราคาสักสองล้านเหรียญทองนั้นข้าก็พอจะช่วยซื้อมันเอาไว้และพร้อมจะจ่ายเงินทำสัญญากันเดี๋ยวนี้ได้เลย”เมื่อพูดจบดินก็นำตั๋วแลกเงินที่พกมาด้วยเอามาแสดงให้หญิงชราได้เห็นว่าตนนั้นพร้อมจะจ่ายเงินทันทีที่นางตกลง
“สองล้าน!ท่านเพิ่มให้ข้าอีกสักหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ”หญิงชราเ้าของร้านทำหน้าคิดหนักเพราะราคาที่เขาเสนอไปนั้นมันต่ำกว่าราคาที่นาง้าขายไปมาก
“คงไม่ได้แล้วล่ะท่านป้าข้าเองนั้นก็เพิ่งหมดเงินไปจำนวนมากกับการลงทุนเปิดร้านใหม่เช่นกันหากมากกว่านี้แล้วมันคงเกินความสามารถของคุณชายจนๆเช่นข้าแล้วล่ะขอรับ”
“เฮ้อ~งั้นข้าจะขายให้ท่านก็ได้เ้าค่ะคุณชายท่านพร้อมจะชำระเงินและทำสัญญาวันนี้เลยใช่มั้ยเ้าคะแต่หลังจากนี้ข้าขออาศัยอยู่ที่นี่ต่ออีกหนึ่งอาทิตย์เพื่อรอบุตรชายมารับได้หรือไม่เ้าคะเพราะที่แห่งนี้เป็ที่อยู่เพียงแห่งเดียวของข้าเท่านั้น”
“ได้สิท่านป้าข้าก็ไม่ได้จะใช้ประโยชน์จากที่นี่ในเร็ววันนี้หรอกขอรับท่านพักอยู่ตามสบายเถอะงั้นเรามาทำสัญญาซื้อขายกันเลยดีหรือไม่ขอรับ”โชคช่างเข้าข้างเขาจริง ๆแค่กะจะเข้าไปเพียงสอบถามเท่านั้นแต่กลับได้ตึกแห่งนี้มาในราคาที่ยุติธรรมเพราะราคาห้าล้านเหรียญทองนั้นมันแพงเกินจริงไปมากเท่าที่เคยได้ยินท่านพ่อเคยพูดให้ฟังว่าราคาห้องแถวที่แพงสุดในอำเภอนี้นั้นอยู่ที่ประมาณสามล้านเหรียญทองเท่านั้นเอง
บนโต๊ะอาหารมื้อค่ำอาหารทุกจานของมื้อนี้นั้นล้วนเป็ฝีมือท่านแม่ทั้งหมดเพราะเขานั้นกลับมาถึงบ้านช้าเนื่องจากแอบแวะไปหาว่าที่สามีมาก่อนหน้านั้นเพื่อขนเอาเสื้อผ้าไปฝากให้ทุกคนที่นั่น
มารดาพี่สิงห์ก็บ่นว่าสิ้นเปลื้องแต่ท่านนั้นดูจะเป็คนที่ตื่นเต้นกับเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สุดแล้วล่ะเพราะเมื่อตนนั้นมอบเสื้อผ้าเ่าั้ให้ไปท่านก็รีบขอตัวเข้าไปลองชุดในทันทีก็อย่างว่าผู้หญิงนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ย่อมรักสวยรักงามกันทุกคนนั่นแหละส่วนตัวเขานั้นอยู่คุยกับพี่สิงห์ได้ไม่นานนักก็ต้องขอตัวกลับพร้อมกับเชิญพี่สิงห์ให้มาเยี่ยมร้านที่จะเปิดบริการในวันพรุ่งนี้ด้วย
อาหารของมื้อเย็นนี้เป็ข้าวต้มกุ๊ยที่เ้านัทซึนั้นร่ำร้องอยากจะกินั้แ่เมื่อวานแล้ว“วันนี้เ้าคัดคนงานได้กี่คนล่ะพรุ่งเราจะเริ่มเปิดร้านวันแรกกันแล้วนะทุกเรียบร้อยดีใช่มั้ยเ้าดิน”บิดาที่กำลังตักผัดผักบุ้งใส่จานของตัวเองเอ่ยถามขึ้นมาอย่างหาเื่คุยมากกว่าที่อยากจะรู้จริงๆ
“เรียบร้อยแล้วขอรับพรุ่งนี้จะมีคนงานมาเริ่มงานกับเราน่าจะประมาณสี่สิบกว่าคนน่ะขอรับ”ดินตอบบิดาไปพลางส่วนมือนั้นก็กำลังแกล้งเ้าน้องชายด้วยการตักผัดคะน้าที่เ้าตัวเกลียดนักเกลียดหนาไปใส่ไว้จนเต็มจาน
แค่กแค่กก แค่กกกกก~~
ท่านพ่อสำลักผักบุ้งหน้าดำหน้าแดงเมื่อได้ยินจำนวนคนงานที่ตนนั้นได้รับเอาไว้“เ้าจะจ้างมาทำบ้าอะไรตั้งสี่สิบกว่าคนห๊า!ร้านค้าสามห้องแถวมันใหญ่ก็จริงแต่คนงานสี่สิบกว่าคนมันไม่มากไปหน่อยหรือไงอย่าลืมว่าเราไม่ได้ค้าขายเพื่อหากำไรแต่ถ้าหากขาดทุนไปตลอดอีกไม่นานพวกเราก็จะหมดตัวแล้วหลังจากนั้นเราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าแรงให้พวกเขาล่ะเ้าคิดอะไรของเ้ากัน ห๊ะ!”
บิดาคงจะกังวลกับเื่นี้มากจนถึงกับวางช้อนที่กำลังกินข้าวลงเลย“ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่านพ่อแต่พอนึกถึงหน้าพวกเขาแล้วก็ปฏิเสธไม่ลงข้าจึงคิดจะทำกิจการอย่างอื่นขึ้นมาเพื่อหารายได้เพิ่มแล้ววันนี้ข้าก็ได้ซื้อตึกแถวหลังใหม่ไว้แล้วทำเลนั้นอยู่ใกล้กับบ่อนพนันและที่ว่าการอำเภอบริเวณนั้นทำเลดีมากแถมข้าซื้อมาได้ในราคาไม่แพงด้วยขอรับ”
“ที่เ้าว่าไม่แพงนั่นน่ะราคาเท่าไหร่ไม่ใช่ว่าโดนเขาหลอกขายมาล่ะ”นายมั่นทำหน้าไม่เชื่อลูกชายคนโตแม้แต่น้อยก็ขนาดแค่เล่ห์เหลี่ยมของน้องชายก็ยังไม่เคยที่จะตามทันสักทีแล้วจะให้เชื่อได้อย่างไร
“สองล้านเหรียญทองขอรับเป็ร้านขายผ้าร้านที่ใหญ่ที่สุดน่ะขอรับ”ดินบอกตำแหน่งของอาคารที่ตนได้ซื้อมา
“ร้านนั้นน่ะเ้าของเป็หญิงชราใช่มั้ยลูก”
“ใช้ขอรับท่านแม่รู้จักหรือขอรับ”
“แม่เคยได้ยินว่าเถ้าแก่เนี้ยที่นั้นไม่ใช่คนที่จะขายอะไรให้ใครในราคาถูกขนาดว่าเสื้อคุณภาพและรูปแบบเดียวกันก็ยังขายแพงกว่าร้านอื่นเป็เท่าตัวเ้าซื้ออาคารหลังนั้นมาในราคาสองล้านนั้นนับว่าถูกมากอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ”
“เป็เพราะนางจำเป็ต้องรีบขายน่ะขอรับข้าถึงได้ราคานี้มา จริงๆแล้วนางจะขายห้าล้านเหรียญทองเลยนะขอรับ”ดินเลยเล่าที่ไปที่มาให้มารดาได้รู้ว่าที่จริงแล้วหญิงชราเ้าของร้านนั้นได้ตั้งราคาน่าใแค่ไหน
“ห๊ะห้าล้านเลยเหรอ แม่ว่าแล้วเชียวถ้าไม่จำเป็จริงๆนางไม่มีทางยอมขายราคานี้เด็ดขาด”
“ก็ดีแล้วที่ไม่โดนหลอกขายมาไม่น่าเชื่อว่าเ้าจะฉลาดผิดกับหน้าตานะเ้าลูกชายหึหึหึ”
โธ่...หน้าตาข้าก็ได้เค้าโครงมาจากท่านเหมือนกันนะขอรับระวังจะขว้างงูไม่พ้นคอนะท่านพ่อไอ้ดินคนนี้ขอเตือนเลย
ในวันเปิดร้านค้าวันแรกนั้นครอบครัวของเขาตื่นขึ้นมาเตรียมตัวกันั้แ่เช้ามืดเพื่อช่วยกันขนย้ายของในห้องเย็นที่ดินได้แยกเอาไว้แล้วั้แ่เมื่อวานเอามาเก็บไว้ที่ร้านค้าเพื่อวางจำหน่ายต่อไป
ทุกคนในวันนี้ต่างก็สวมชุดใหม่กันชุดราคาแพงนั้นช่วยส่งเสริมให้พวกเราดูเหมาะสมกับฐานะเ้าของร้านโดยเฉพาะเ้านัทซึที่ดูเหมือนคุณชายตัวน้อยช่างน่ารักจริงๆ น้องชายใครเนี่ย
ฟอดดดดฟอดดดดด...ด~
“อิอิอิท่านพี่อ่ะ ข้าจักกะจี้วันนี้ข้าจะได้ไปเดินเที่ยวมั้ยอ่าท่านพี่ข้าอยากไปตลาดนะขอรับท่านแม่บอกว่าในตลาดมีขนมขายเยอะแยะเลยท่านพี่พาข้าไปน๊า~”เ้าน้องชายกอดคอพี่ชายที่อุ้มตนอยู่แล้วอ้อนให้พาไปซื้อขนมที่มารดาเล่าให้ฟังเมื่อวาน
“พี่ยังรับปากเ้าไม่ได้หรอกนะวันนี้เราเพิ่งเปิดร้านกันวันแรกยังไม่รู้ว่าจะยุ่งวุ่นวายแค่ไหนเดี๋ยววันนี้ข้าจะให้คนไปรับตัวเ้าเก่งมาเล่นกับเ้าก่อนดีมั้ย”
“หืม~เก่งเหรอเ้าลูกน้องข้าหรือขอรับท่านพี่รีบไปรับมาเร็วๆเลยนะขอรับข้าไม่อยากให้เ้านั่นไปนั่งตากลมหนาวนานๆไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ชอบไปนั่งอย่างนั้นกันนักน๊าแปลกคนจริงเชียวเดี๋ยวข้าจะต้องสั่งสอนให้ฉลาดเหมือนข้าเสียแล้วล่ะ”นัทซึพูดแล้วก็พลางส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเ้าขอทานน้อยจึงต้องไปนั่งตากลมเช่นนั้น
เมื่อพวกเขาช่วยกันขนย้ายทุกอย่างกันเสร็จแล้วบิดาก็เปิดประตูร้านทันทีโดยไม่รอให้ฟ้าสว่างเสียก่อนในตอนนี้ทุกอย่างภายนอกนั้นยังคงมืดสลัวอยู่มีเพียงแสงตะเกียงเท่านั้นที่ทำหน้าที่ให้ความสว่าง
“คาราวะนายท่านคาราวะนายหญิง คารวะคุณชายทั้งสองขอรับ”
เสียงทักทายที่ถูกกล่าวออกมาพร้อมกันด้วยเสียงอันดังลั่นจนทำให้คนที่ถูกเรียกว่านายท่านนั้นสะดุ้งโหยงและได้ะโหลบไปอยู่ด้านหลังภรรยาตนด้วยความลืมตัว
“อ...อรุณสวัสดิ์ทีหลังพวกเ้าทักทายข้ากันเบาๆก็ได้นะ หัวใจข้าจะวายเอาว่าแต่ทำไมพวกเ้าถึงได้มากันเร็วนักล่ะนี่ก็ยังฟ้าไม่สางเลยนะ”ท่านพ่อค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากหลังท่านแม่เพื่อทักทายคนงานที่ยืนเรียงแถวกันหน้าสลอน
“เรียนนายท่านพวกข้านั้นนอนกันที่หน้าร้านแห่งนี้น่ะขอรับ”
นายมั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกสงสารและเห็นใจในความลำบากของคนเหล่านี้นัก
“งั้นพวกเ้าเข้ามาด้านในกันก่อนเถอะอากาศด้านนอกมันหนาวนัก”
“ขอบคุณขอรับนายท่าน”เสียงขอบคุณพร้อมเพรียงกันดังขึ้นอีกครั้ง
หนุ่มขอทานทั้งหลายนั้นเข้ามานั่งเบียดกันแน่นภายในร้านเพราะที่บนพื้นห้องนั้นมีข้าวของที่วางกองอยู่เต็มไปหมดจนแทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้นั่งกัน
นางพิมเดินออกมาจากส่วนด้านหลังซึ่งเป็ห้องครัวและห้องน้ำเพื่อมาตามคนไปช่วยยกอาหารมื้อเช้าของวันนี้ออกมาก
“ข้ารบกวนขอแรงพวกท่านสักสามสี่คนไปช่วยยกหม้อนึ่งซาลาเปากับน้ำชาที่ในครัวกันข้านั้นได้เตรียมพวกมันไว้ให้พวกท่านได้กินกันก่อนที่จะเริ่มงานวันนี้”คนงานได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มยินดีที่มีอาหารให้กินกันั้แ่เช้าพวกเขาได้แต่ขอบคุณ์ที่ทำให้พวกตนนั้นได้เจอนายจ้างที่ดีอย่างนี้
หนุ่มคนงานช่วยกันยกหม้อนึ่งที่ภายในบรรจุซาลาเปาร้อนๆเข้ามาวางที่โถงกลางร้านแล้วลงมือกินกันคนละลูกสองลูก
“นัทซึเ้ากินระวังหน่อยสิมันหกลงพื้นหมดแล้วเห็นมั้ยล่ะมานี่มา เดี๋ยวพี่ชายจะป้อนซาลาเปาให้เ้ากินเอง”ดินทนดูน้องชายกินเลอะเทอะไม่ไหวเลยแย่งซาลาเปาลูกนั้นมาป้อนให้เสียเอง
“ท่านพี่อ่า~ข้าโตแล้วนะข้าจะกินเอง” นัทซึนั้นทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชายเมื่อโดนแย่งซาลาเปาเอามาป้อนให้ตนเอง
“เ้าเป็น้องข้าเ้าก็ยังเป็เด็กอยู่วันยังค่ำนั่นแหละจะกินไส้ไข้เค็มมั้ยถ้าช้าพี่ชายจะกินแล้วนะ”
“ท่านพี่อย่าแย่งข้าสิอ้า~~อ้าม~เอาหมูสับด้วยข้าไม่เอาแป้งนะขอรับ”คนงานที่นั่งอยู่ข้างๆเห็นแล้วก็อดจะเอ็นดูคุณชายทั้งสองไม่ได้
เมื่อกินมื้อเช้ากันเสร็จฟ้าก็เริ่มสางพอดีดินก็พานัทซึขึ้นไปนอนต่ออีกหน่อยที่ห้องนอนชั้นสองเมื่อเขาลงมาด้านล่างแล้วจึงได้เริ่มพูดคุยกันเื่ค่าแรงวันหยุด และสวัสดิการต่างๆโดยท่านพ่อจะเป็คนพูดในส่วนนี้ทั้งหมด
“เอาล่ะเพื่อไม่ให้เสียเวลาข้าจะเข้าเื่ที่พวกเ้าทุกคนอยากจะรู้กันเลยข้านั้นจะให้ค่าแรงพวกเ้าเป็รายเดือนๆละยี่สิบเหรียญเงินและข้ารู้ว่าตอนนี้พวกเ้านั้นลำบากกันมากบางคนก็ไม่มีที่พักอาศัยบางคนนั้นก็มีครอบครัวต้องดูแลฉะนั้นข้าจะให้เงินพิเศษที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตของพวกเ้านั้นดีขึ้นเพื่อให้พวกเ้าได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพข้าจะมอบเหรียญทองในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้พวกเ้าคนละหนึ่งร้อยเหรียญทอง”
เมื่อสิ้นเสียงของท่านพ่อพวกคนงานที่อดีตนั้นเป็ขอทานต่างก็กอดคอโห่ร้องและยิ้มให้กันพร้อมกับน้ำตาแห่งความดีใจเพราะเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองนั้นสามารถพลิกชีวิตให้ดีขึ้นในทันทีได้เลย
“เอาล่ะพวกเ้าไปต่อแถวรับเงินคนละหนึ่งร้อยเหรียญทองที่นายหญิงของพวกเ้าได้เลย”
คนงานทุกคนต่างลุกขึ้นเข้าแถวกันอย่างเป็ระเบียบและเมื่อได้รับเงินกันครบทุกคนแล้วก็กลับมานั่งประจำที่เพื่อรับฟังส่วนที่เหลือกันต่อ
“ทุกคนนั้นจะมีวันหยุดอาทิตย์ละหนึ่งวันใคร้าจะหยุดวันไหนก็แจ้งให้นายหญิงทราบและก่อนพวกเ้าจะเริ่มทำงานกันนั้นข้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะขอจากพวกเ้านั้นก็คือความซื่อสัตย์เพราะพวกข้าทุกคนนั้นต่างก็เห็นพวกเ้านั้นเป็เสมือนคนในครอบครัวเดียวกันหากใครไม่สามารถทำได้ข้าก็คงต้องเชิญให้ออกไปหวังว่าทุกคนจะให้สิ่งนี้กับพวกข้าได้”
“พวกเราจะซื่อสัตย์ไม่มีวันหักหลังหรือทำร้ายพวกท่านเป็อันขาดหากข้าผิดคำพูดขอให้ข้ามีอันเป็ไป” คนงานด้านหลังคนหนึ่งะโขึ้นมาก่อนเป็คนแรกแล้วหลังจากนั้นคนอื่นๆก็แข่งกันสาบานกันให้วุ่น
“เอาล่ะๆทุกคน ข้านั้นขอขอบใจทุกคนมากที่ให้คำสัตย์สาบานกันส่วนเื่หน้าที่ความรับผิดชอบนั้นบุตรชายข้าจะเป็คนจัดการแบ่งงานทั้งหลายให้พวกเ้าเอง”
ในที่สุดก็ถึงเวลาคนหน้าตาดีจะออกโรงเสียทีสินะทุกโคนนน...นน(^o^)