ชายชุดดำแปดคน ถูกตะเกียบปักเข้าลำคอ ร่างหงายท้องลงไปนอนกับพื้น หัวหน้าที่ยืนอยู่ด้านหลัง ถึงกับอ้าปากตาค้าง เห็นสภาพของลูกน้องทั้งแปด ถูกไม้ตะเกียบปักเข้าที่คอหอย เืทะลักออกมาไม่หยุด ไม่มีเสียงร้องแม้แต่นิดเดียว
“ เป็ไปได้ยังไงกันนี่?”
ชายที่สวมชุดดำ ถึงกับชักมีดออกมาป้องกันเอาไว้ มองซ้ายมองขวา เขาไม่เห็นผู้ใดเลย ตะเกียบชุดนี้ซัดมาจากไหน แต่พอมองไปที่บนหลังคา เห็นชายหนุ่มคนที่เขา้าตัว กลับยืนอยู่บนหลังคาบ้าน ยืนยิ้มเห็นฟันขาวมาแต่ไกล
จึงพุ่งตัวขึ้นไปบนหลังคา โดยใช้มีดในมือ แทงเข้าใส่ ราเชนราวที่อยู่บนหลังคา เขาถึงกับขมวดคิ้วในใจ สงสัยว่า มันทำได้อย่างไร หลังคาสูงเหนือกว่าพื้นดินถึงเกือบห้าเมตร แต่ชายผู้นี้ กลับลอยตัวขึ้นมา คล้ายมีกำลังภายในแบบในหนังไม่มีผิดเพี้ยน แต่ในวินาที แห่งความเป็ความตาย สัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดของเขา ได้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มีดที่มีประกายแวววับจะเข้าใกล้ ราเชนก็ต้องซัดตะเกียบพุ่งออกไปถึงสามแท่ง แต่ว่า กลับถูกมันใช้มีดปัดออกได้จนหมด จนชายชุดดำมาถึงตัวเขา แต่ว่าราเชนยังขว้างห่อผ้าในมือออกไป
ชายชุดดำ ใช้มีดตัดจนผ้าขาด ปรากฏว่ามีผงบางอย่างแตกกระจายออกมา ผงสีขาวกระเด็นเข้าตาของ ชายชุดดำ มันกระพริบตาอย่างใ มีเืไหลออกมา จนดวงตาไม่อาจมองเห็น พร้อมยังมีอาการไอจามอย่างรุนแรง
ราเชนก็นำมีดทำครัวของแม่ ที่พกติดตัว พุ่งปราดเข้าไป แล้วตวัดมีดออกไปอย่างชำนาญ กรีดเข้าที่ลำคอ ของชายชุดดำ จนร่างร่วงจากหลังคา ตายไปอย่างน่าอนาถ เขารีบปิดหลังคา แล้วรีบเข้านอน ทำตัวตามปกติ ไม่รับรู้เื่ที่เกิดขึ้น
จนกระทั่งตอนเช้า แม่รั่วหลาน พบศพของชายชุดดำ เก้าคน นอนตายอยู่รอบบ้าน
คนของตระกูลเมิ่ง มากันเต็มไปหมด ยกเว้นเมิ่งเทียนผู้นำตระกูล หมอฮัว ตรวจพิสูจน์ศพ แล้วเอ่ยว่า
“ แปดคนตายด้วยตะเกียบที่ปักเข้าลำคอ โดยมีหินถ่วงเอาไว้เพื่อควบคุมน้ำหน้ก คนที่ 9 กลับถูกผงเศษแก้วจนตาบอด แถมยังมีผงพริกไทยดำ ผสมกับ พริกแห้ง นี่มันอาวุธลับประเภทไหนกันแน่ คนฆ่าใช้มีดที่คมเป็พิเศษ กรีดที่ลำคอของมัน แสดงว่า คนที่สังหารพวกมันทั้งหมดนี่ ต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ต้องเป็ยอดฝีมือระดับสูงอย่างแน่นอน”
“ คนที่ใช้อาวุธลับได้ ดั่งใจปราถนาใน มีมากมายนัก ใครจะไปรู้ได้ว่าเป็ใคร”
เมิ่งเอ่อคุน วิเคราะห์เป็คนแรก
“ ที่สำคัญคนร้ายพวกนี้เป็ใครกันแน่ พวกมันหาได้มีหลักฐานแสดงตัวตนไม่ ข้าเกรงว่า พวกมันจะเป็คนที่ จักพรรรดิอาณาจักรอุดรส่งมา คราวนี้พวกเราเดือดร้อนแน่ๆ” เมิ่งซี บุตรชายคนที่ 3 เอ่ยขึ้นมา
“ ข้าไม่เชื่อว่า ตัวตนระดับนั้น จะส่งคนมาตามฆ่าสังหารสองแม่ลูกที่ไร้พิษภัยอย่างแน่นอน รั่วหลาน เ้ารู้หรือไม่ พวกมันเป็ใคร แล้ว้าอะไรในตัวพวกเ้ากันแน่” เมิ่งซูบุตรคนโตเอ่ยอย่างสงสัย
รั่วหลานที่กอดเฟยหลงแน่น สั่นหัวไม่รู้เื่นี้จริงๆ
“ เอาศพพวกมันไปเผาทำลายทิ้ง ปิดเื่นี้เป็ความลับ อย่าให้ผู่ใดล่วงรู้ ท่านพ่อกำลังกักตน อีกสองวันท่านต้องประลองกับนักพรตชิงเต่า อย่าให้ท่านต้องเสียสมาธิ เพราะเื่นี้ รั่วหลาน เ้าสองคนย้ายกลับไปอยู่ที่เรือนใหญ่ อย่าอยู่ที่นี่เลย”
“ ขอบคุณพี่ใหญ่ แต่นี่เป็บ้านที่ท่านแม่มอบให้ข้า ก่อนที่ท่านจากไป ข้าไม่อยากย้ายไปไหน”
“ เ้าไม่กลัวพวกมันย้อนกลับมาอีกรึ?” เมื่งเอ่อคุน กระแทกเสียงอย่างไม่พอใจนัก
“ หากว่า พวกมันมาอีกข้าเชื่อแน่ว่า ิญญาของท่านแม่ต้องคุ้มครองพวกเรา”
“ ตามใจ แล้วข้าจะส่งคนมาช่วยคุ้มครองเ้าเอง” เมิ่งซูเอ่ย แล้วสั่งพ่อบ้านให้จัดคนมาช่วยคุ้มกัน รั่วหลานสี่คน
“ พี่ใหญ่ ข้าว่า คนที่ช่วยรั่วหลาน ต้องอยู่ในระแวกนี้แน่ ดูใบหน้าของรั่วหลานแล้ว รู้สึกว่านางไม่กลัวคนร้ายแม้แต่น้อย” เมิ่งซีเอ่ยขึ้นหลังจากเดินออกมาจากบ้านของรั่วหลาน
“ ข้าก็นึกเช่นนั้น เลยไม่อยากบีบบังคับนาง หวังว่ายอดยุทธ์ผู้นั้น จะช่วยดูแลรั่วหลานได้ตลอดไป” เมิ่งซูเอ่ยอย่างเห็นด้วย
พอทั้งหมดจากไป แม่รั่วหลาน ก็เรียก เฟยหลงเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของนาง
“ ลูกเห็นเขาหรือไม่”
“ ใครกัน?”
“ คนที่ช่วยลูกเอาไว้เมื่อคืนไง”
ราเชนถึงกับส่ายหัว เขาต่างหากที่เป็คนฆ่าพวกมัน
“ ท่านแม่ หมายถึงใครกันที่ช่วยข้าเอาไว้”
“ ในแผ่นดินนี้ มีเพียงคนผู้เดียวที่สามารถนำตะเกียบ และ ผงแก้วหรือผงพริกมาทำเป็อาวุธ แล้วใช้มีดได้รวดเร็วเช่นนั้นได้”
“ ใครกัน?”
“ ศิษย์พี่ของบิดาเ้า จ้าวศาสตราวุธลู่ปัง”
“ ลู่ปัน?” ราเชนเคยได้ยินแต่ เทพแห่งการอาวุธในสมัยจีนโบราณหลายพันปีที่ชื่อลู่ปัน
“ ท่านลุงลู่ปัง ไม่ใช่ลู่ปัน เ้าไม่ได้เจอเขามาเกือบสิบปีแล้ว คงจำท่านลุงไม่ได้”
“ แล้วทำไม ท่านไม่แสดงตัวออกมา ปิดบังพวกเราทำไมเล่า”
“ เื่นี้ เป็เพราะในอดีตท่านลุงลู่ปัง ได้แอบหลงรักแม่ แต่ว่าแม่กลับรักพ่อของเ้า ทำให้ท่านลุงเกิดความรู้สึกผิดในใจ ที่แอบชอบแม่ เลยสาบานเอาไว้ ชาตินี้จะไม่ขอเจอหน้าของแม่อีก” แม่รั่วหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ราเชนได้แต่นึกขำอยู่ในใจ โลกใบนี้มีคนที่มีความคิดแบบนี้ด้วย
“ แล้วแม่รู้ไหม พวกคนร้ายเป็ใครกัน”
“ มันเป็คนของ ตระกูลเกา มัน้าสืบหาที่อยู่ของพวกเรา เพื่อ้าขุมทรัพย์ของตระกูลหยาง”
“ ขุมทรัพย์ตระกูลหยาง?”
“ ใช่แล้ว เื่นี้ถึงเวลาที่ลูกต้องรู้เอาไว้แล้ว รอยสักัที่แขนของลูก มันคือลายแทงขุมทรัพย์ ท่านพ่อของลูกเคยศึกษาดู แต่ก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ท่านปู่เองก็บอกว่า ลายแทงนี้จะถูกเขียนให้กับ ทายาทตระกูลหยางคนสุดท้ายเท่านั้น ทีแรกแม่ก็ไม่เขาใจ นึกว่าท่านปู่พูดเล่น แต่นึกไม่ถึงว่า เ้าจะกลายเป็ทายาทตระกูลหยางคนสุดท้ายจริงๆ แม่เชื่อว่า ตระกูลเกา คงใส่ร้ายตระกูลหยาง เพราะอยากได้ขุมทรัพย์ของเรา จึงทำให้พวกเราถูกลงโทษปะาชีวิตทั้งตระกูลเช่นนี้”
ราเชนมองรอยสักัที่แขนซ้ายของเขา แต่มองยังไงก็มองไม่ออกว่ามันคือแผนที่ขุมทรัพย์ เหมือนเป็แค่ัมีเกล็ดเท่านั้น
“ ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ต่อไปข้าจะดูแลท่านแม่เอง หากข้ากลับอาณาจักรอุดรเมื่อไร ข้าจะกวาดล้างตระกูลเกา แก้แค้นให้กับตระกูลหยางของเรา”
“ ไม่ต้องหรอกลูก ขอแค่ลูกตั้งใจเรียนหนังสือ และ หาภรรยาที่ให้บุตรชายกับตระกูลหยางเราให้เยอะๆ ก็พอ”
ราเชนส่ายหัว แต่ก็ยังอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า
“ แล้วขุมทรัพย์นี่ มันมีเงินทองมากมายเลยใช่ไหม?”
“ แม่ไม่รู้หรอก แต่เคยได้ยินท่านพ่อของลูกกล่าวว่า มันคือ ของวิเศษผู้ใดได้ไป จะได้แผ่นดินทั้ง 5 กลายเป็จ้าวจักรพรรดิห้าอาณาจักรได้”
“ โอ้ หากนำมาขายได้ เราคงรวยกันเละแน่ๆ เลย”
“ อย่าพูดเล่นไป เื่นี้เป็ความลับห้ามแพร่งพราย แม้แต่คนในตระกูลเมิ่งนี่ก็ด้วย มิเช่นนั้น มันจะทำให้พวกเราตกอยู่ในอันตราย”
ราเชนได้แต่พยักหน้าเข้าใจ
“ เฟยหลง เฟยหลง” มีเสียงเรียกของผู้ชายวัยรุ่นร้องเสียงดังมาแต่ไกล ราเชนตอนนี้อยู่ในร่างเด็กหนุ่มวัย 15 ปีของหยางเฟยหลง พอเขาเห็นหน้าคนที่เรียกความทรงจำของเฟยหลงก็เข้ามาในหัวของเขา มันเป็เพื่อนคนเดียวของเขาที่มีอยู่ในตอนนี้ มันชื่อต้าเฉิง เด็กหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเขาสองปี รูปร่างกำยำแข็งแรง
นิสัยซื่อสัตย์ รักเพื่อนพ้องยิ่งนัก
“ เ้าหายดีแล้วหรือนี่ ดีเลย ข้าจะพาเ้าไปจัดการแก้แค้นพวกมัน"
“ อย่าเลย ตอนนี้เฟยหลงหายดีแล้ว อย่าไปยุ่งกับพวกเขาดีกว่า” แม่รั่วหลานเอ่ยเตือน
“ ท่านป้า หากปล่อยให้พวกมันทำร้ายคนอื่นแบบนี้ แล้วพวกเราไม่ตอบโต้ ต่อไปพวกมันต้องเหิมเกริม ไม่ใช่แค่ทำร้ายคน อาจถึงขั้นฆ่าคนเลยก็ได้นะขอรับ”
ต้าเฉิง รีบเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ จนเฟยหลง เข้ามาตบไหล่เบาๆ
“ อย่าให้ท่านแม่ลำบากใจเลย พวกเราไปสำนักเมฆาม่วงกันดีกว่า”
ราเชนตอนนี้คล้ายทำใจได้แล้ว ว่าต่อไปเขาคงไม่ได้กลับโลกของเขา จึงรับสภาพเป็ หยางเฟยหลงไปโดยปริยาย
“ แต่ว่า..” เฟยหลงไม่รอให้ต้าเฉิงพูดอีก รีบปิดปากเพื่อนเอาไว้
“ พวกเราไปก่อนนะ ท่านแม่”
“ เดี๋ยวก่อน นี่คือเงิน10 เหรียญทอง ลูกเก็บเอาไว้ติดตัว”
เฟยหลงรับเหรียญทองมา แล้ว เดินไปกันกับ ต้าเฉิงทันที
โดยมีเ้าหมาอ้วนนั้นวิ่งตามทั้งสองมาอย่างกระชั้นชิด
“ ไอ้หมาอ้วนตัวนี้ใช่ไหม ที่ทำให้เ้าต้องเกือบตาย?”
“ อืม..”
หมาอ้วนพอได้ยินเช่นนั้น เหมือนมันจะฟังภาษามนุษย์ได้ มันถึงกับเห่าใส่ ต้าเฉิงที่เรียกมันว่าหมาอ้วน
“ อะไร นี่เ้าไม่พอใจข้าอย่างนั้นรึ? ข้าเป็เพื่อนของของเฟยหลงนะเว้ย”
“ โมโม่ เงียบได้แล้ว ไม่ต้องตามข้า กลับไปอยู่เป็เพื่อนกับท่านแม่”
เ้าหมาอ้วน ถึงกับหยุดนิ่งมองหน้าของ เฟยหลงอย่างสงสัย
“ ฟังข้าไม่รู้เื่หรือไง ข้าบอกให้กลับบ้าน ช่วยดูแลท่านแม่ของข้าด้วย”
เ้าหมาอ้วน เหมือนมันฟังเข้าใจ มันเห่าออกมา แล้วก็วิ่งกลับไปบ้านเลยทันที
“ ไอ้หมานี่ มันฟังภาษาคนรู้เื่ด้วยหรือวะ”
“ หากฟังไม่รู้เื่ มันจะกลับไปได้ยังไงเล่า”
เฟยหลงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ เฮ้.. ครั้งก่อนข้ามาเยี่ยมเ้า เห็นหมอฮัวบอกว่า เ้าต้องใช้กลีบดอกบัวสุริยันรักษา หรือว่าเ้ากินดอกบัวสุริยันเข้าไป หรือว่าเ้า กลายเป็พวกยอดยุทธ์ไปแล้ว”
“ ข้าไม่ได้กินกลีบดอกบัวอะไรนั่น แม้แต่คำเดียว”
“ อ้าว.. แล้วเ้าฟื้นมาได้ยังไง?”
“ บรรพบุรุษคงช่วยคุ้มครองข้า เลยทำให้ข้ารอดชีวิตมาได้ เห็นไหมข้าหายดี ไม่เป็อะไรแล้ว”
“ มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือนี่..”
“ เ้าพอจะรู้จัก พวกคุณชายจากสี่ตระกูลใหญ่ ที่ทำร้ายข้าบ้างหรือเปล่า”
“ ข้ารู้จักพวกมันดี พวกมันยังคงรวมกลุ่มกันเหมือนเดิม ตระกูลหาน ตระกูลจง ตระกูลเว่ย และตระกูลฉี แต่ว่าพวกมันมีกันเยอะเหลือเกิน ข้าไม่รู้ว่า คนไหนเป็คนที่ทำร้ายเ้ากันแน่”
“ ข้าจำได้แค่เพียง ข้าตีสุนัขของพวกมัน เพื่อช่วยเ้าหมาอ้วน แต่สุดท้ายข้าถูกไม้ฟาด มาจากทางด้านหลัง จากนั้นสติของข้าก็ดับวูบลง ไม่รู้ว่าใครเป็ใคร จนสุดท้ายข้าต้องมานอนสลบอยู่ในบ้านของท่านแม่”
“ หรือว่า จะเป็พวกของ หานซิ่น ข้าได้ยินมันบอกว่า มันปล่อยให้หมาจัดการกับใครบางคน ตอนนั้นข้าไม่ได้คิดอะไร แต่นึกอีกทีมันต้องพูดถึงเ้าแน่ๆ”
“ อืม งั้นเราจัดการกับหานซิ่นก่อน”
“อ้าว นี่เ้าบอกกับท่านป้าว่า จะไม่คิดแก้แค้นไม่ใช่รึ?”
“ ข้าก็แค่บอกให้ท่านแม่สบายใจเท่านั้น แต่ว่าในความเป็จริง ชีวิตมันต้องสู้ ขืนปล่อยให้พวกมันข่มแหงแต่เพียงฝ่ายเดียว ต่อไปพวกมันเล่นข้าหนักกว่านี้แน่”
“ ก็จริง ดี ข้าก็อยากลุยกับพวกมันอยู่แล้ว.....