ในตอนที่กันต์พึ่งกลับมาจากการทดสอบ เขานั้นอยากทดสอบพลังใหม่มากเสียจน ต้องไปขอท้าประลองกับจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นก่อนๆ ทว่าคำตอบที่เขาได้รับกลับมานั้น ชวนให้น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะจักรพรรดิแห่งดวงดาวรุ่นก่อนๆ รีบพากันปฏิเสธแบบรัวๆ พร้อมใจกันตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาไม่มีพลังในการต่อสู้ [แต่ถ้าหนีใครก็ไล่จับไม่ได้เช่นกัน]
หากต้องการทดสอบพลังอย่างแท้จริง คงมีเพียงแค่จักรพรรดินีแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 เท่านั้น ที่มีพลังในการต่อสู้มากพอ เพียงแต่ในเวลานั้นเอง จักรพรรดินีแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 ได้ทำหน้าที่ออกไปเฝ้าร่างของกันต์อยู่ ทำเอากันต์ถึงกับทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างที่สุด และก็ถูกส่งกลับเข้าร่างอย่างรวดเร็ว ----------------------------------------------------------
กลับมาทางด้านของกันต์ เมื่อราชันย์แห่งท้องทะเลพรีอุส ได้ยินคำตอบที่ออกมาจากปากของมนุษย์ตรงหน้า ก็ทำเอาสีหน้าที่หวาดกลัวและสงสัย เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงมากกว่าเดิม เพราะจากลักษณะคำพูดที่มนุษย์ตรงหน้าเอ่ยออกมานั้น หมายความว่าร่างมนุษย์เบื้องหน้า ไม่ใช่มหาจักรพรรดิแต่เป็นตัวตนจุติใหม่อย่างสมบูรณ์ของมนุษย์ผู้นี้
ทว่าสิ่งที่ทำให้มันต้องหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดก็คือ เวลาในการจุติของราชันย์ใหม่ผู้นี้นั้นรวดเร็วเกินไปแล้ว ทั้งระดับพลังที่แผ่ออกมานั้น บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า มนุษย์ผู้นี้มีพลังอยู่ระดับเดียวกับจักรพรรดิ จากประวัติของจักรพรรดิที่จุติใหม่ทั้งหมด มีแค่เพียงจักรพรรดิมังกร กับ จักรพรรดิแห่งแสง เท่านั้น ที่ผ่านการทดสอบมาก็มีระดับพลังอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิทันที
ส่วนจักรพรรดิจุติใหม่ที่เหลือเมื่อผ่านการทดสอบ ล้วนอยู่ในขอบเขตของราชันย์ทั้งสิ้น และพวกเขาเหล่านั้นต้องใช้เวลาหลายร้อย หรือหลายพันปีเพื่อเข้าสู่ขอบเขตพลังของระดับจักรพรรดิ แต่พรีอุสกับเรย์ร่านั้นเรียกได้ว่าใช้เวลาหลายหมื่นปี ก็ยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตพลังของจักรพรรดิได้เลยด้วยซ้ำ
ทว่ามนุษย์เผ่าพันธุ์ที่แสนจะอ่อนแอเบื้องหน้า กลับสามารถขึ้นมาอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิได้ แล้วจะไม่ให้มันตกใจได้ยังไงกัน แต่เมื่อมันนึกถึงคำกล่าวของจักรพรรดิแห่งท้องทะเลรุ่นก่อนๆ สายตาของพรีอุสก็เริ่มสงบเยือกเย็นลง ก่อนจะเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"เจ้ามนุษย์ แกคือทายาทของจักรพรรดิแห่งดวงดาวใช่ไหม!?"
"ใช่" กันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบเช่นกัน
เมื่อคำตอบของพรีอุสได้รับการยืนยันจากมนุษย์เบื้องหน้า สายตาและท่าทางที่หวาดกลัวในคราแรก พลันหายไปเป็นปลิดทิ้งในทันที พร้อมกับออร่าพลังทั้งหมดของพรีอุสที่ปลดปล่อยออกมา ราวกับว่าเวลานี้มันมิได้เกรงกลัวพลังของจักรพรรดิอีกแล้ว
ซึ่งกันต์เองก็ค่อนข้างแปลกใจในอากัปกริยาของมันที่เปลี่ยนไปอย่างมาก แต่เมื่อมานึกถึงพลังที่แท้จริงของจักรพรรดิแห่งดวงดาวแล้ว เขาก็พอที่จะเริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง เพราะพลังของจักรพรรดิแห่งดวงดาวแท้ที่จริงแล้วก็คือ ไร้ซึ่งขอบเขตในการคงอยู่ นั่นหมายความว่า ไม่ว่าโลกใด มิติไหน หรือแม้กระทั่งห้วงเวลา เขาสามารถไปได้ทุกๆ ที่ และไม่มีใครที่สามารถกักขังเขาได้ ต่อให้คนผู้นั้นจะเป็นจักรพรรดิเหมือนกันก็ตามที แต่มันก็ต้องแลกมากับการที่มีพลังในการต่อสู้ที่ต่ำกว่าจักรพรรดิตนอื่นๆ เช่นกัน
ทว่าสิ่งที่ราชันย์แห่งท้องทะเล เหล่าจักรพรรดิ และตัวกันต์เองยังไม่รู้ก็คือ ความลับของดาบคุชิน ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัว ให้กับผู้ที่ครอบครองมันได้ นั่นคือสิ่งที่ทำให้จักรพรรดินีแห่งดวงดาวรุ่นที่ 6 ที่เป็นผู้ค้นพบดาบคุชิน สามารถสยบจักรพรรดิตนอื่นๆ ได้อย่างราบคาบ ก่อนที่เหล่าจักรพรรดิทั้งหมดจะถูกสิ่งนั้นทำลาย พร้อมกับดาบคุชินที่ได้หายสาปสูญไป
กลับมาทางด้านกันต์ที่เขาไม่ได้รู้เรื่องราวเหล่านี้ และได้แต่ยืนนิ่งเงียบๆ เป็นเวลานาน จนทำให้ราชันย์แห่งท้องทะเลเริ่มรู้สึกว่า ความคิดเกี่ยวกับพลังที่ไร้ค่าของจักรพรรดิแห่งดวงดาวนั้นเป็นความจริง ซึ่งผิดกับความคิดของกันต์อย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในเวลานี้คือ จะผ่าร่างของเจ้าราชันย์แห่งท้องทะเลนี่กี่ส่วนดี ทั้งยังนึกไปถึงเมนูที่จะทำอาหารในยามค่ำคืนนี้ ก่อนจะได้สติจากเสียงที่ดังขึ้น
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! พลังของจักรพรรดิแห่งดวงดาวที่แสนจะอ่อนแอ มันช่างเหมาะสมกับพวกมนุษย์ที่อ่อนแอเสียจริง"
กันต์ที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเกรี้ยวอะไรมากนัก พลางหันไปตะโกนถามคริสอย่างไม่สนใจใยดีพรีอุส "นี่คริส มื้อเย็นนี้เธออยากจะกินอะไร!?"
สิ้นเสียงของกันต์ทำเอาคริสที่เฝ้ามองเหตุการณ์อย่างลุ้นระทึก ถึงกับทำหน้าเหวอไปชั่วครู่นึง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้อารมณ์กลับมาคงที่ พลางคิดไปว่ากันต์คงต้องการข่มขวัญของศัตรู โดยทำทีเป็นไม่ได้สนใจในตัวตนของอีกฝ่าย เธอจึงรีบตบมุกของกันต์กลับไปในทันที
"อะไรก็ได้ ที่ทำจากเนื้อของตาแก่นั่น!!"
เมื่อคริสตบมุกของกันต์กลับอย่างรวดเร็ว ก็ทำเอาสีหน้าที่เคยหยิ่งพยองของพรีอุส แปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวเขียวคล้ำขึ้นมา ตัวมันที่อายุมานานหลายหมื่นปี กลับถูกคู่ต่อสู้ที่ไร้พลังมองเมินมันราวกับอากาศธาตุ ไหนจะถูกปีศาจรุ่นเหลนดูถูกซ้ำซาก สติของราชันย์แห่งท้องทะเล ที่ได้ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างยาวนานถึงกับขาดผึงลงในทันที
"พรึ่บ!!"
"สวบ!!"
ในเสี้ยวพริบตานั้นเองร่างของพรีอุสก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของกันต์ ในขณะที่กันต์กำลังเอี้ยวตัวหันไปพูดคุยกับคริสที่ด้านหลัง พร้อมกับหอกสามง่าม [รูปแบบคล้ายคลึงกับหอกของโพไซดอน] แทงทะลุร่างของกันต์อย่างรวดเร็ว ทว่าในจังหวะนั้นเองพรีอุสก็ถึงกับเบิกตากว้างขึ้น เมื่อร่างที่ถูกแทงกลายเป็นร่างแยกน้ำของตัวมันเอง
เพราะกันต์ได้ลองทดสอบทักษะใหม่ที่พึ่งได้รับมาคือทักษะสับเปลี่ยน ซึ่งเขาสามารถสลับร่างได้กับทุกสิ่งทุกอย่างได้ ตั้งแต่ภูเขา แม่น้ำ ก้อนหิน หรือแม้กระทั่ง มด แมลง ใบหญ้า โดยขนาดของสิ่งที่สับเปลี่ยนกับเขา ถ้ามันมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ หรือมีขนาดใหญ่โต กระแสพลังมานาที่ถูกสูบออกไปก็จะมากขึ้นตามไปด้วย และมันเป็นหนึ่งในทักษะที่รุ่นที่ 6 ใช้ตอนรับศึกใหญ่กับจักรพรรดิทั้ง 8 ตนในเวลาเดียวกัน
"สวบ!!" ในขณะที่ราชันย์แห่งท้องทะเลกำลังตกตะลึงอยู่ ก็มีปลายดาบสีดำโผล่ออกมาจากหน้าท้องของมัน พร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงค่อยๆ ตามมาอย่างช้าๆ
"อั๊กกก!!" พรีอุสถึงกับกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ มันพลาดการโจมตีอีกฝ่ายในทีเผลอ แถมยังโดนสวนกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว ถึงแม้ว่ามันจะสามารถสลับกับร่างแยกน้ำได้ แต่ร่างแยกน้ำของมันก็ดันมาอยู่เบื้องหน้า ฉะนั้นแล้วต่อให้มันสลับได้ทันถึงจะไม่โดนแทงจากข้างหลัง ก็ต้องโดนแทงจากข้างหน้าอยู่ดี
"แกได้ยินแล้วใช่ไหม ว่าคู่หมั้นของฉันอยากกินเนื้อของแก!?" กันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก ทำเอาพรีอุสถึงกับหน้าถอดสี นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวมันรู้สึกถึงภัยคุกคามชีวิตอย่างแท้จริง
"ทะ..ท่าน..จักรพรรดิ ได้โปรด มะ..เมตตา ปะ..ปล่อยข้าไปเถอะ" พรีอุสเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก และน้ำเสียงที่หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"สงสัยหูแกคงจะมีปัญหาสินะ ฉันบอกว่าคู่หมั้นของฉันอยากกินเนื้อของแก....."
สิ้นเสียงที่เย็นยะเยือกของกันต์ ดาบคุชินในมือของเขาก็ค่อยๆ ดึงออกจากร่างของพรีอุส ก่อนที่กันต์จะกวัดแกว่งไปมาอย่างรวดเร็วเพื่อตัดหัวของพรีอุส ทว่าทันทีที่กันต์ดึงดาบคุชินออกมา ราชันย์แห่งและกำลังจะตัดหัวของพรีอุส มันก็รีบสลับกับร่างแยกน้ำเบื้องหน้า แล้วใช้ร่างแยกน้ำพุ่งเข้าไปพัวพันกับกันต์ และอาศัยจังหวะนั้นเพื่อหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
"สิ้นคิดจริงๆ!!" กันต์เอ่ยออกมาอย่างเย้ยหยัน ในขณะที่ดาบคุชินผ่าร่างแยกน้ำของพรีอุสออกเป็นสองซีก และให้ดาบคุชินดูดซับพลังงานของร่างแยกน้ำ จนมันสลายหายไปในทันที ก่อนที่กันต์จะไปโผล่อยู่เบื้องหน้าของพรีอุสอีกครั้ง ในระยะที่ทิ้งห่างออกไป
เมื่อพรีอุสซื้อเวลาได้ชั่วครู่ มันคิดได้เพียงแค่ว่าต้องรีบหนีไปให้ไกลจากมนุษย์ผู้นี้ ทว่าตัวที่หลบหนีออกมาได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ก็ถูกมนุษย์ผู้นั้นยืนขวางอยู่เบื้องหน้าของมันอีกครั้ง มันรีบเรียกหอกสามง่ามออกมาอย่างรวดเร็ว และอัดพลังทั้งหมดลงไปยังหอกสามง่าม พร้อมกับเร่งความเร็วให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อพุ่งผ่านมนุษย์เบื้องหน้าไป
โดยที่ตัวมันหวังเพียงว่ามนุษย์นั่นจะหลบการโจมตีในครั้งนี้ ซึ่งมันอาจจะพอมีโอกาสหนีรอดไปได้ เพราะจะยังไงซะพลังโจมตีของมันก็รุนแรงมากพอ สำหรับจักรพรรดิแห่งดวงดาวที่ไร้ซึ่งทักษะโจมตีและป้องกัน
"พรึ่บ!!" และแล้วก็ไม่ผิดไปจากที่พรีอุสคาดการณ์ เมื่อมนุษย์ผู้นั้นได้หายไปจากสายตาของเขา แต่แล้วความดีใจในโอกาสรอดชีวิตของมันก็ต้องดับวูบลง
เพราะที่มนุษย์เบื้องหน้านั้นหายไป ไม่ใช่เพราะต้องการหลบการโจมตี แต่กลับกันมนุษย์ผู้นั้นกลับเข้ามาในระยะของอาวุธที่อัดแน่นไปด้วยพลังของมัน พร้อมกับใช้ดาบสีดำตวัดหอกสามง่ามงัดขึ้นไปด้านบน ก่อนที่มันจะได้ยินเสียงสุดท้ายของมนุษย์
"ลาขาดนะไอ้แก่!!" กันต์ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แล้วกดดาบคุชินกลับลงมาอย่างรวดเร็ว จนผ่าร่างของพรีอุสออกเป็นสองท่อนในเสี้ยวพริบตา พร้อมกับร่างของพรีอุสที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนค่อยๆ ร่วงหล่นจากฟากฟ้า
"ตู้มมมมมมมมมม!!!!"
ทว่ากันต์ที่ยังคงลอยตัวอยู่บนอากาศ ก็ยังยืนสงบนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่า มือขวาที่กำดาบคุชินนั้น ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น จนกระทั่งผ่านไปครู่นึงสีหน้าของกันต์ก็เริ่มกลับมาคงที่อีกครั้ง พลางมองตามไปยังทิศทางนึง
"เป็นกระแสพลังที่แข็งแกร่งมากจริงๆ!!" เมื่อกันต์กระจายสัมผัสตรวจสอบออกไปรอบๆ อีกครั้งแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติใดใด เขาจึงค่อยๆ ร่อนลงมาเก็บร่างของพรีอุส แล้วยัดเข้าแหวนมิติที่รูดจากเผ่าเทพมาก่อนหน้านี้
ก่อนที่เขาจะรีบกระจายสัมผัสตรวจสอบจุดที่คริสอยู่ แล้วพุ่งตัวเพื่อไปหาคริสอย่างรวดเร็ว และเมื่อเขามาถึงก็พบว่าคริสกำลังทำการรักษาอาการบาดเจ็บให้กับเรย์ร่าอยู่ ซึ่งถ้าดูจากอาการของเรย์ร่าในเวลานี้ ร่างกายของเธอเองก็สาหัสไม่น้อยเช่นเดียวกัน กันต์ได้แต่ยืนเฝ้ามองดูอยู่นิ่ง ไม่กล้าส่งเสียงรบกวนสมาธิของคริส เพราะเขาเองไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องของเวทย์มนต์
ผ่านไปไม่นานนัก สีหน้าที่ดูซีดเซียวของเรย์ร่าเริ่มดูดีขึ้น ผิดกับคริสที่ดูเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาเรย์ร่า คริสก็เริ่มทำการฟื้นฟูพลังของเธออย่างรวดเร็ว กันต์ที่ทนเงียบอยู่นานสองนานก็เริ่มที่จะเบื่อๆ พลันสายตาของเขาเหลือบไปมองเห็นเจ้าคิวปิดตัวน้อยที่เขาอยากฆ่าในคราแรก สีหน้าของกันต์เริ่มฉายแววงงงวยอย่างเห็นได้ชัด
เพราะก่อนหน้านี้เขาได้ทำการตรวจสอบอสูร ในระแวกใกล้เคียงนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ก็ไม่พบศัตรูเลยแม้แต่ตัวเดียว แล้วทำไมเจ้าคิวปิดกินวิญญาณ ถึงได้มานั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ คริสกันล่ะ ก่อนจะได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นในหัว
"ยินดีด้วยเจ้านาย บอสอสูรระดับ 5 [ทรูเฟล] เผ่าเอเมนทัล ได้กลายมาเป็นอสูรรับใช้ของเจ้านาย ด้วยการบังคับทำพันธะสัญญาจากเจ้านายโดยเฉพาะ" สิ้นเสียงของลูซสุดยอด AI ที่ห่างหายไปนาน แต่เมื่อกันต์ได้ยินประโยคแรกจากลูซ ทำเอาเขาถึงกับอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง พลางมองไปทางทรูเฟลด้วยสายตายากจะคาดเดาอารมณ์
"ไอ้ตัวเล็กนี่อ่ะนะ บอสของอสูรระดับ 5.....!!!!"