ตอนที่42 : เงาแห่งองค์ชายรอง
แสงอรุณสาดลงบนกำแพงวังหลวง
ในเมืองหลวงหานหลง ผู้คนยังกล่าวขานถึง “วีรบุรุษเพลิงเหนือ”
แต่ในรอยยิ้มเหล่านั้น... มีเงาแห่งความระแวงเริ่มก่อตัว
ตลาดเริ่มมีเสียงซุบซิบ
“ได้ยินหรือไม่... รัชทายาทกำลังสร้างกองทัพใหม่”
“เขาไม่ส่งอาวุธเข้าคลังหลวงเลยนะเห็นว่าซ่อนเอาไว้ในค่ายของตัวเอง!”
“หรือว่า... เขากำลังเตรียมแย่งราชบัลลังก์?”
เพียงไม่กี่วันข่าวลือก็แพร่ทั่วเมือง
ตำหนักกุ้ยเฟยในยามราตรี
แสงโคมส่องสะท้อนกับน้ำชาใสจนเห็นนิ้วเรียวยาวของ หลินกุ้ยเฟย
นางมองลูกชาย หานอวี้หลง ที่นั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
แต่ในแววตาซ่อนความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง
“ข่าวที่เราปล่อยออกไปเริ่มได้ผลแล้ว...พวกขุนนางสายกลางเริ่มลังเล”
หานอวี้หลงยิ้มเย็น
“ดี... แต่ข้าต้องการให้มันลุกลามกว่านี้
ข่าวลือไม่ต่างจากไฟ ต้องให้มันมีเชื้อจึงจะเผาได้จริง”
เว่ยเซียน เสนาธิการกรมคลังกล่าวเสริม
“หม่อมฉันได้ส่งคนไปกระซิบในหอน้ำชาตลาด และแม้แต่ในวัง
ภายในเจ็ดวัน ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
‘รัชทายาทสร้างอาวุธเพื่อชิงบัลลังก์’”
หลินเจี่ย ผู้ตรวจการราชสำนักยิ้มบาง
“และเมื่อถึงเวลานั้น...พวกเราจะเสนอให้ตรวจสอบสำนักยุทธศาสตราอย่างเป็นทางการ”
กุ้ยเฟยหลินเอ่ยเสียงเรียบ
“ให้ขุนนางเสนอเอง —อย่าให้ใครรู้ว่าเราเป็นผู้จุดไฟ”
หานอวี้หลงพยักหน้า
“เจ้าของข่าวลือจะอยู่ในเงามืด...แต่ผู้ถูกเผา จะเป็นพี่ชายของข้า”
ขณะเดียวกัน ภายในสำนักยุทธศาสตรา
เสียงตีเหล็กยังดังสม่ำเสมอ แต่บรรยากาศกลับแปลกไป
ช่างบางคนเริ่มกระซิบกัน
“ข้าได้ยินว่าฮ่องเต้จะส่งคนมาตรวจที่นี่...”
“จริงหรือ? เราแค่สร้างอาวุธให้แผ่นดินแท้ ๆ”
“แต่เขาว่ารัชทายาทเก็บอาวุธไว้ไม่รายงาน...”
เฟิ่งหลง (หัวหน้าแผนกตีเหล็ก)ตะโกนเสียงดังจนค้อนเหล็กในมือสั่นสะเทือน
“พวกเจ้าหยุดพูดเรื่องไร้สาระ!
รัชทายาทให้เราสร้างเพื่อปกป้องหาน มิใช่เพื่อตัวเอง!”
ซูอี้หาน (หัวหน้าแผนกกลไก)เขียนตัวเลขลงบนแผ่นไม้แล้วเอ่ยเบา ๆ
“ข่าวลือ... น่ากลัวกว่าดาบเสียอีก
เพราะมันแทงได้โดยไม่ต้องชักออกจากฝัก”
หลี่อวิ๋นจิวเดินเข้ามาในห้องประชุมกลางสีหน้ายังสงบ
“องค์รัชทายาทให้สั่งห้ามพูดเรื่องข่าวลือในสำนัก
และให้ทุกคนทำงานต่อไปตามเดิม
‘เมื่อไฟมาล้อมเรา ก็จงสร้างเหล็กให้หนาขึ้น’ — ท่านฝากคำนี้ไว้”
เสียงฮือซาลดลงในทันที
สามวันต่อมาท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางจากหลายฝ่าย
หานอวี้จิน ถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าอย่างเร่งด่วน
ฮ่องเต้หานเต๋อหรงนั่งนิ่งพระพักตร์เคร่ง
ข้างล่างคือเสียงของขุนนางฝ่ายองค์ชายรอง
“ฝ่าบาท!สำนักยุทธศาสตราผลิตอาวุธโดยไม่ส่งรายงานให้คลังหลวง!”
“มีการเก็บอาวุธไว้ในค่ายทหารส่วนตัว!”
“ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วแคว้น หากปล่อยไว้เกรงจะกระทบต่อราชบัลลังก์พ่ะย่ะค่ะ!”
หานอวี้จินคุกเข่าลงทันที
น้ำเสียงสงบแต่มั่นคง
“ฝ่าบาท...สำนักยุทธศาสตราสร้างอาวุธให้ราชสำนักโดยตรง
ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้ตราประทับของข้า
และข้าพร้อมเปิดเผยทุกอย่างต่อหน้าทุกคน”
ฮ่องเต้นิ่งไปครู่
“เจ้ามั่นใจหรือว่าไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง?”
“มั่นใจพ่ะย่ะค่ะ —ข้าสร้างอาวุธเพื่อหาน ไม่ใช่เพื่อตัวเอง”
เสียงกระซิบดังขึ้นทั่วโถง
ขุนนางฝ่ายองค์ชายรองสบตากันอย่างไม่พอใจ
ในขณะเดียวกัน หานอวี้หลงก้มหน้าลง แอบยิ้มที่มุมปาก
การพลิกสถานการณ์
ฮ่องเต้ตรัสขึ้นหลังจากเงียบไปครู่ยาว
“เช่นนั้น...เจ้าจะยอมให้ตรวจสอบสำนักของเจ้าได้หรือไม่?”
หานอวี้จินตอบทันที
“ได้พ่ะย่ะค่ะข้ายินดีให้ตรวจทุกแผนก —
แต่อยากให้ผู้ตรวจเป็นขุนนางจากทุกฝ่าย เพื่อให้ความยุติธรรม”
คำตอบนั้นทำให้ขุนนางหลายคนอึ้งไป
เสียงซุบซิบแปรเป็นเสียงยกย่องเบา ๆ
ฮ่องเต้พยักหน้า
“ดี...เช่นนั้นข้าจะให้ตั้งคณะตรวจพิเศษ
หากเจ้าพูดจริง ข้าจะยกย่องเจ้าอีกครั้ง
แต่ถ้าไม่...”
“ข้ายินดีรับโทษ” — หานอวี้จินตอบโดยไม่ลังเล
หลังออกจากท้องพระโรง
หลี่อวิ๋นจิวเดินมาหาในลานหิน
“ท่านรู้ไหมว่าเขาหวังให้ท่านปฏิเสธการตรวจ
แล้วจะกล่าวหาว่าท่านปิดบัง”
“ข้าเดาไว้แล้ว” —เขายิ้มบาง
“เมื่อเขาคิดใช้ข่าวลือเป็นอาวุธ
ข้าก็จะใช้ความจริงเป็นโล่ป้องกันมัน”
หลี่อวิ๋นจิวสบตาเขา
“แต่บางครั้ง...ความจริงก็ไม่มีใครอยากฟัง”
“งั้นข้าจะทำให้มันดังเสียจนโลกนี้ต้องฟัง”
คืนนั้น ภายในตำหนักกุ้ยเฟย
ข่าวว่าฮ่องเต้จะตั้งคณะตรวจพิเศษเดินทางไปสำนักยุทธศาสตราในอีกสามวัน
ทำให้หานอวี้หลงโมโหจนขว้างถ้วยชาแตกกระจาย
“เขารอดอีกแล้ว!”
กุ้ยเฟยหลินพูดเสียงเย็น
“อย่าลืมสิ...ยิ่งคนอยู่ในแสงนานเท่าไร เงาของเขายิ่งใหญ่เท่านั้น
หากเราไม่อาจดับแสง — ก็เพียงขยายเงาให้กลืนเขา”
เธอหันไปสั่งเว่ยเซียน
“เตรียมของบางอย่างไว้ในสำนักยุทธศาสตรา...
ก่อนคณะตรวจจะมาถึง”
เว่ยเซียนค้อมตัว
“พ่ะย่ะค่ะ —จะให้มันดูเหมือน... ของต้องห้าม?”
“ใช่” —รอยยิ้มเย็นค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า
“ให้โลกรู้ว่าเพลิงนั้น... เริ่มไม่บริสุทธิ์อีกต่อไป”