นางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม)

    ตอนที่ 181 แค่เวทมนตร์กระจอก

    ตอนที่181 แค่เวทมนตร์กระจอก


    “ราคาจากห้องวีไอพีหกที่เสนอมาอยู่ที่500 ล้านหยวนนะคะมีลูกค้าท่านใดสนใจยาเพิ่มพลังปราณที่มีความบริสุทธิ์ระดับตำนานเช่นนี้อีกบ้างเชิญเสนอมาได้เลยนะคะ .....500ล้านหยวนครั้งที่หนึ่ง .....500ล้านหยวนครั้งที่สอง....”


    พิธีกรสาวพยายามพูดกระตุ้นลูกค้าในเวลาอันจำกัดเพราะมีกฎของกลุ่มกิเลนไฟอยู่เธอคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีลูกค้าเสนอราคาสูงกว่านี้


    ฉับพลันมีตัวเลขเสนอจากหน้าห้องวีไอพีเก้าอีกครั้งเป็นตัวเลขที่ทำให้เกิดความโกลาหลทั้งห้องโถงด้านล่างและห้องวีไอพีแต่ละห้องนั่นคือห้องวีไอพีเก้าเสนอตัวเลขอยู่ที่ “1,000 ล้านหยวน”


    เป็นการเพิ่มราคาสองเท่าที่น่าตื่นเต้นและหวาดเสียวยิ่งนักหลงลู่เพ่ยหรี่ตามองห้องข้างๆ ด้วยความสนใจ เขาไม่คิดว่าชาวต่างชาติสองคนจะให้ความสนใจยาเพิ่มพลังปราณมากขนาดนี้ทำให้เขาพุ่งความสนใจไปที่ลูกค้าห้องวีไอพีเก้าโดยตรงเขาอยากรู้ว่าเหตุใดชาวต่างชาติสองคนถึงกล้าทุ่มเงินมหาศาลเพื่อยาเพิ่มพลังปราณแค่สองเม็ด


    ถึงแม้ว่าหลงลู่เพ่ยและสำนักนิรนามต้องการเงินไปพัฒนาทว่าการให้ราคาเกินจริงไปมากเช่นนี้ทำให้เขาสงสัยเจตนาของชาวต่างชาติสองคนมากกว่าว่าประมูลเพื่อวัตถุประสงค์ใดกันแน่


    ในตอนนี้พิธีกรหญิงมือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นยินดีเธอไม่คาดคิดว่าตนเองจะได้รับค่าตอบแทนมากกว่าเดิมนับสิบเท่า ทำให้เธอรีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนเริ่มทำหน้าที่ตนเองต่อไป


    “มีลูกค้าท่านใดเสนอราคามากกว่านี้อีกไหมคะ?ตอนนี้ห้องวีไอพีเก้าให้ราคาอยู่ที่หนึ่งพันล้านหยวนค่ะ .....หนึ่งพันล้านหยวนครั้งที่หนึ่ง.....หนึ่งพันล้านหยวนครั้งที่สอง .....หนึ่งพันล้านหยวนครั้งที่สาม โป๊ก!”


    พิธีกรหญิงพยายามกวาดสายตามองและขานราคาแต่ละครั้งอย่างเชื่องช้าทว่าไม่มีลูกค้าคนใดสามารถสู้ราคาสูงเสียดฟ้านี้ได้อีก ส่งผลให้เธอต้องระงับความตื่นเต้นและเคาะค้อนเพื่อสรุปผลการประมูลสินค้าสำคัญรายการสุดท้ายเป็นรายการสินค้าที่มีราคาสูงที่สุดของคืนนี้ทำให้พิธีกรหญิงยิ้มบานอย่างมีความสุขตลอดเวลา


    หลังจากพิธีกรหญิงเคาะขานราคาครั้งที่สามแล้วพนักงานของกลุ่มกิเลนไฟด้านหนึ่งเขียนเช็คเงินสดสั่งจ่ายค่าสินค้าที่หักค่าธรรมเนียมออกไปแล้วเขานำไปยื่นให้หัวหน้าแผนกที่รับผิดชอบลงนามก่อนนำไปมอบให้กับหลงลู่เพ่ยที่นั่งรออยู่ในห้องหมายเลขสิบ


    ทว่ามีพนักงานหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งปราดเข้ามาขวางทางเพื่อนที่กำลังนำเช็คไปยื่นให้หลงลู่เพ่ยเขากระซิบบอกเพื่อนอย่างมีความหวังว่า “เฮ้! เหลาโจวนายให้ฉันทำหน้าที่นี้แทนได้ไหม? ฉันอยากมีผลงานบ้างเผื่อเจ้านายจะเลื่อนขั้นให้ฉันเร็วๆรับรองว่าฉันไม่กล้าเอาเช็คเงินสดหนีไปแน่นอน”


    พนักงานโจวที่เคยนำเช็คไปให้ไต้อี้มาก่อนเขาชะงักไปครู่หนึ่งแต่เขาเข้าใจได้ว่าเพื่อนที่เพิ่งทำงานได้สองสามเดือนต้องการมีผลงานซึ่งเมื่อก่อนเขาก็เคยทำหน้าที่นี้เช่นกันจึงพยักหน้าเข้าใจและยินยอมให้เพื่อนไปทำหน้าที่แทนเนื่องจากพนักงานไม่สามารถออกไปนอกสถานที่แห่งนี้โดยไม่ถูกตรวจร่างกายอย่างละเอียดได้ดังนั้นเขาจึงไม่เป็นกังวลที่จะให้เพื่อนทำงานแทน


    “ก็ได้รีบไปรีบมานะ พวกเราต้องไปทำงานอื่นอีกมาก” พนักงานโจวไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนยื่นเอกสารเซ็นรับและเช็คเงินสดที่อยู่ในซองให้กับเพื่อนพร้อมกับกำชับเรื่องการขยันทำงานซึ่งจะช่วยให้ก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง


    “ฉันเข้าใจน่าเพื่อน”ชายหนุ่มตอบกลับพนักงานโจวอย่างผ่อนคลายจากนั้นเขารีบเดินไปที่ห้องวีไอพีสิบทางด้านหนึ่งที่ไม่ต้องเดินผ่านห้องอื่น


    ระหว่างเดินไปห้องวีไอพีสิบเขาล้วงกระเป๋ากางเกงตนเองหยิบเอาผ้ายันต์ผืนหนึ่งวางโปะลงบนเช็คเงินสดโดยตรงจากนั้นเก็บผ้ายันต์เข้าไว้ในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิมเขาพึมพำกับตัวเองอย่างมีความสุขว่า “หึๆ แค่ให้วางผ้าบนเช็คแต่ไม่ได้ขโมยเช็คฉันก็ได้เงินตั้งหนึ่งหมื่นหยวน งานอะไรจะง่ายแบบนี้ ไม่ผิดกฎของกลุ่มกิเลนไฟด้วยงานง่ายได้เงินเร็วแบบนี้หายากจริง”


    ครั้นพนักงานเดินไปถึงห้องสิบและให้หลงลู่เพ่ยเซ็นเอกสารรับเช็คเงินสดเรียบร้อยหลงลู่เพ่ยไม่ได้ถามพนักงานเรื่องเส้นทางหลบหนีแต่อย่างใด เนื่องจากหลงลู่เพ่ยลอบยิ้มเยาะให้กับพนักงานที่กล้าท้าทายความสามารถของเขาเช่นนี้


    พอพนักงานชายออกจากห้องไปเขารีบวิ่งไปตามเส้นทางที่ไต้อี้เคยอธิบายให้เขาฟังเป็นเส้นทางหลบหนีใหม่เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้ชายชาวต่างชาติสองคนที่แข็งแกร่งเท่ากับตนเองตามหาเขาพบได้


    ส่วนซองใส่เช็คเงินสดนั้นเขาร่ายเวทมนตร์ทำลายเวทมนตร์ติดตาม ก่อนทิ้งซองไว้ให้ฝ่ายตรงข้ามดูต่างหน้าพลางบ่นงึมงำด้วยความหงุดหงิดใจว่า“ชิ! แค่เวทมนตร์กระจอก คิดว่าฉันไม่รู้หรือยังไง?”


    หากเป็นเมื่อก่อนหลงลู่เพ่ยอาจไม่รู้ว่ามีเวทมนตร์ติดตามที่ถูกร่ายไว้บนเช็คเงินสดทว่าเขาโชคดีที่เคยเรียนรู้เรื่องเวทมนตร์และการสร้างค่ายกลมาจากซูเวยและตำราลับของตระกูลหลงมาก่อนฉะนั้นเขาจึงสามารถตรวจสอบพบความผิดปกติได้อย่างง่ายดาย


    ……….


    หลงลู่เพ่ยพุ่งตัวไปคนละทางกับทางเดิมที่ไต้อี้เคยใช้หลบหนีเขาพบว่าเป็นเส้นทางลับที่แทบไม่มีใครใช้เพราะรอบข้างเป็นพื้นที่ทางเดินแคบๆเหมือนมีไว้ใช้เฉพาะ ที่สำคัญคือเส้นทางนี้มุ่งหน้าขึ้นสู่อาคารชั้นบนของตัวตึกซึ่งเขาไม่เป็นกังวลเพราะสามารถเหินตัวบินได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว


    “มาทางนี้ก็ดีเหมือนกันแฮะอย่างน้อยพวกที่จะลอบติดตามฉันคงคาดไม่ถึงแน่ๆ” หลงลู่เพ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆอย่างนึกสนุก เขาเหลือบมองเห็นทางเลี้ยวที่จะต้องเลี้ยวขวาตรงมุมตึกด้านหน้า


    ทันใดนั้นเขารู้สึกตัวทันทีว่าชนเข้ากับใครบางคนและทำให้อีกฝ่ายเสียหลักล้มหงายหลังเขาตื่นตกใจจึงรีบใช้มือสองข้างสอดประคองแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วเพราะจังหวะนี้เขาไม่สามารถหยุดตัวหรือหลบหลีกการล้มของอีกฝ่ายได้เป็นจังหวะการชนกันและล้มลงที่เกิดขึ้นแค่เสี้ยวพริบตา


    “โครม!”“กรี๊....” หลงลู่เพ่ยนอนล้มทับตัวอีกฝ่ายทันทีทันใด


    เขารีบใช้มืดอุดปากอีกฝ่ายไว้อย่างรวดเร็วเพราะกังวลว่าเสียงกรีดร้องของเธอจะเรียกคนที่กำลังลอบติดตามเขามาทำให้ฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนทิศทางติดตามให้มุ่งหน้ามาทางนี้แทน


    ทว่าเขากลับรู้สึกกระอักกระอ่วนใจกับร่างที่นอนดิ้นอยู่ใต้เขาเนื่องจากตอนนี้ใบหน้าเขาจมอยู่หว่างกลางภูเขาหอมกรุ่นขนาดย่อมสองลูก มือซ้ายเขากอดประคองแผ่นหลังของเด็กสาวคนหนึ่งส่วนมือขวาปิดปากเธอไว้อยู่มีแค่ดวงตาของเด็กสาวที่เบิกโพลงและจ้องมองเขาด้วยความตื่นตระหนก


    หลงลู่เพ่ยเงยหน้าขึ้นมองก่อนรีบดีดตัวเองออกจากตัวของเด็กสาวแล้วลุกขึ้นนั่งทันทีทว่าเขายังไม่กล้าปล่อยมือที่ปิดปากเธอไว้อยู่


    ด้วยความตกใจถึงขีดสุดทำให้พานเจียหลิงผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของหัวอี้เฟิงหมดสติไปทันทีที่มองเห็นหน้าของหลงลู่เพ่ยแวบหนึ่งพอหลงลู่เพ่ยเหลือบมองเห็นว่าเด็กสาวหมดสติไปแล้ว เขาอุ้มตัวเธอยืนขึ้นพลางส่ายหัวไปมาด้วยความกังวล


    “ฉิบหาย!ดันมาชนกับเธอเข้าให้ เอาไงดีละทีนี้?”หลงลู่เพ่ยหันรีหันขวางครู่หนึ่ง เขาไม่คิดว่าตนเองจะมีวันอับจนหนทางได้เช่นนี้รวมทั้งไม่คิดว่าจะต้องพบกับเด็กสาวและทำให้เขามีท่าทางอุบาทว์โดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจกระทำกับเธอเลยแม้แต่น้อย


    หลงลู่เพ่ยเหลือบมองเห็นประตูห้องหนึ่งที่ใกล้กับตำแหน่งปัจจุบันเขาจึงตัดสินใจนำตัวเธอไปที่ห้องนั้นโดยตรง เขาหวังว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาในเวลาไม่นานพอเขาอุ้มเธอเข้าไปไว้ในห้องที่เป็นเหมือนห้องทำงานขนาดใหญ่ เขาอุ้มเธอวางไว้บนโซฟานุ่มด้านหนึ่งจากนั้นยืนมองใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย


    “ผมขอโทษนะผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ยกโทษให้ผมด้วยละกัน” หลงลู่เพ่ยกล่าวขอโทษเด็กสาวด้วยความรู้สึกผิด


    จากนั้นเขาออกไปจากห้องและวิ่งตรงไปซึ่งเลยตำแหน่งที่ชนกับพานเจียหลิงสักระยะเป็นเส้นทางขึ้นสู่ดาดฟ้าของอาคารโดยตรงมีร่องรอยการเปิดประตูค้างไว้เหมือนกับว่าเป็นเส้นทางที่เด็กสาวใช้เข้ามาและบังเอิญชนกับเขาเข้าพอดี


    หลงลู่เพ่ยพบว่าเป็นพื้นที่ดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งเป็นสวนดอกไม้ลอยฟ้าที่สวยงามทว่าเขาไม่มีเวลาชื่นชมดอกไม้สวยงามเหล่านั้น เขารีบเหินตัวบินกลับสำนักนิรนามไปทันที


    ..........


    ทางด้านห้องวีไอพีสิบหลังจากที่หลงลู่เพ่ยวิ่งออกมาจากห้องแค่ห้าวินาทีมีกลุ่มคนสองกลุ่มที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายให้มาสอบถามและจับตัวคนที่นำยาเพิ่มพลังปราณมาประมูลพวกเขาต้องการรับรู้เรื่องราวของเทพโอสถรวมทั้งต้องการซื้อขายยาเพิ่มพลังปราณโดยตรงหากฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งเท่ากับเจ้านายพวกเขาหรือบังคับเอายาไปโดยตรงกรณีอ่อนแอกว่า


    ครั้นพวกเขามาถึงห้องวีไอพีสิบแล้วภายในห้องมีแต่ความว่างเปล่าไม่มีร่างของใครสักคนที่พวกเขาจะจับตัวไปให้เจ้านายได้เลย


    “บัดซบ!พวกเรามาช้ากว่าอีกฝ่ายแค่ก้าวเดียวเอง”


    “ฉิบหาย!พวกเราจะกลับไปรายงานเจ้านายยังไงละทีนี้?พลาดเป็นครั้งที่สองแล้ว”


    ส่วนชายฉกรรจ์สามคนจากห้องวีไอพีเจ็ดทั้งสามคนมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เคยมีคนตรวจสอบเส้นทางลับของกลุ่มกิเลนไฟมาก่อนซึ่งพวกเขาต้องซื้อข้อมูลนี้มาด้วยราคาสูงลิ่วทว่าพวกเขาวิ่งตามมาจนถึงทางออกของอาคารกลับไม่พบเงาร่างของใครสักคนทำให้ทั้งสามคนมองสบตากันไปมาด้วยความกังวลใจ


    อนึ่งกลุ่มกิเลนไฟมีกฎที่ตั้งไว้สำหรับลูกค้าที่เข้ามาประมูลสินค้าทุกคนนั่นคือ ทุกคนจะสามารถออกจากสถานที่ประมูลได้หลังเคาะค้อนระบุราคาสุดท้ายของสิ้นค้าชิ้นสุดท้ายได้ห้านาทีเป็นห้านาทีที่กลุ่มกิเลนไฟสามารถรั้งลูกค้าไว้ได้ เป็นมาตรการช่วยเหลือผู้นำสินค้ามาประมูลทำให้หลงลู่เพ่ยมีเวลาหนีออกไปก่อนที่ลูกค้าห้องวีไอพีอื่นจะตามเขามาทัน


    สำหรับชาวต่างชาติสองคนที่สวมหน้ากากผีพวกเขาลุกเดินออกจากห้องและลอบติดตามหลงลู่เพ่ยไปทว่าพวกเขากลับมองเห็นแค่ซองใส่เช็คเงินสดที่สอดทิ้งไว้อยู่บนกระจกหน้าต่างบานหนึ่งโดยหน้าต่างเปิดอ้าออกกว้างเป็นเหมือนการสื่อสารว่าอีกฝ่ายจงใจทิ้งร่องรอยไว้ในดูต่างหน้าแทน


    “แย่ละพี่โอรันอีกฝ่ายรู้ตัวแล้ว แบบนี้พวกเราจะตามหาเขาเจอได้ยังไงกันละ?”อีวาผู้น้องบอกพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงกังวลพวกเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเก่งกาจถึงขั้นรู้จักเวทมนตร์ติดตามของตระกูลซึ่งพวกเขาอุตส่าห์ว่าจ้าง

    พนักงานคนหนึ่งของกลุ่มกิเลนไฟให้ช่วยทำเรื่องบางอย่างทว่าการลอบติดตามของพวกเขากลับล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิง


    “นับว่าอีกฝ่ายเก่งมากทีเดียวที่ตรวจพบเวทมนตร์ติดตามของพวกเราพี่เชื่อว่าบรรพบุรุษจะไม่ทอดทิ้งพวกเราแน่นอน” โอรันถอนหายใจด้วยความเสียดาย


    เขาแค่ต้องการเจรจากับอีกฝ่ายเพื่อขอให้ปรุงยาเพิ่มพลังปราณอีกสักเม็ดเนื่องจากพวกเขาดั้นด้นมาที่นี่เพราะต้องการยาเพิ่มพลังปราณไปช่วยเหลือพี่น้องของเขาคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้มานานหลายปีหลังจากกินยารักษามานานจนอาการดีขึ้นเป็นลำดับคงเหลือแค่การฟื้นฟูพลังปราณที่จำเป็นต้องหายาเพิ่มพลังปราณไปช่วยกระตุ้นให้พลังปราณกลับคืนมาบางส่วน


    พวกเขาไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีทักษะลับที่เหนือกว่าและสามารถคลายเวทมนตร์ติดตามได้จนทำให้พวกเขามืดแปดด้านและไม่รู้ว่าจะบินออกไปตามหาในทิศทางใดเนื่องจากร่องรอยจบสิ้นและหยุดอยู่ที่ซองใส่เช็คเงินสดเท่านั้น


    ส่วนหลงลู่เพ่ยได้กลับมาถึงสำนักนิรนามแล้วเขาไม่ได้รับรู้เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในที่ประมูลแม้แต่น้อยรวมทั้งเรื่องน่าอายที่เขาทำไว้กับเด็กสาว


    ..........


    ตอนนี้พานเจียหลิงกำลังกรีดร้องโวยวายเสียงดังกับหัวอี้จางซึ่งเขาเป็นตาของตนเองเธอพยายามอธิบายให้ตาฟังเพื่อให้เขาส่งคนไปติดตามชายหนุ่มที่บังอาจล่วงเกินเธอว่า


    “หนูไม่ยอมนะคะคุณตาคุณตาต้องส่งคนไปลากเขามาขอโทษหนูที่นี่ เดี๋ยวนี้ด้วย!”พานเจียหลิงร้องไห้สลับกับกรีดร้องเสียงดัง เธอบอกตาตนเองด้วยอารมณ์โมโหฉุนเฉียวอย่างถึงที่สุดถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกอับอายและโกรธแค้นอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก


    หัวอี้จางนั่งไขว่ห้างตรงข้ามหลานสาวพร้อมกับเลิกคิ้วพลางจ้องมองด้วยความแปลกใจเขาพยายามสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับหลานสาวเพื่อให้ได้ข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับคนที่บังอาจทำให้หลานสาวคนเดียวของเขาไม่พอใจว่า“หลานช่วยอธิบายลักษณะของชายหนุ่มที่ทำให้โมโหได้ไหม?ตาจะได้ส่งคนไปลากตัวมันมาไม่ผิดคน หากรู้จักชื่อจะยิ่งดีเลย”


    พานเจียหลิงเบิกตากว้างอย่างพอใจเธอรีบอธิบายลักษณะรูปร่างของหลงลู่เพ่ยคร่าวๆ เท่าที่จำได้ก่อนหมดสติว่า“เขาเป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบ น่าจะอายุพอๆกับพี่ชายอี้เฟิง หน้าตาดีเอ่อ...หล่อมากค่ะ แต่เขาทำไม่ดีกับหนู เขากล้าล่วงเกินหนู เขาเป็นผู้ชายที่แย่มากแย่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย แย่ๆๆๆ”

    คล้ายกับเรื่องนางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม) ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982