พระราชวังลู่เหลียงห้องทรงพระอักษร ฎีกาถวายรายงานและจดหมายซึ่งเคยประทับตราปิดผนึกอย่างรัดกุมถูกเปิดกางแผ่เผยให้จักรพรรดิจื้อเถียนล่วงรู้ถึงเนื้อความในเอกสาร ดวงจักษุคมกริบอย่างพญามังกรตระหง่านกลางเวหากวาดไล่สายพระเนตรยังธงเล็กๆซึ่งปักเรียงรายบนกระบะทรายที่ทำขึ้นเสมือนแผนที่ทางทหารแสดงลักษณะแนวเขตแดนแคว้นต่างๆ
จักรพรรดิหนุ่มทรงเพ่งพระเนตรไปยังหมู่ธงอันแสดงถึงเขตแดนของต้าฉางแคว้นใหญ่อีกแคว้นที่ทรงหมายจะรุกเข้าครอบครองในไม่ช้าสองขั้วอำนาจระหว่างจักรพรรดิหนานลี้กับองค์ชายฝานจิ้งผู้ถูกตราว่าเป็นกบฏของแผ่นดิน ศึกชิงราชบัลลังก์ที่มีแววว่ากำลังจะเกิดขึ้นจะทำให้ทั้งสองไม่อาจปรองดองกันได้อีกคงไม่นานนัก...ต้าฉางซึ่งถูกแยกแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่ายจะเข้าห้ำหั่นกันควันแห่งความร้าวฉานภายในกำลังลอยปรากฏให้เห็นแม้อยู่ในที่ไกล
“ในที่สุดจุดอ่อนของต้าฉางที่เกิดขึ้นจากน้ำมือเราก็ปรากฏชัดแล้ว” จ้าวไท่ถิงหนึ่งยอดขุนพลซึ่งเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่เจ้าเหนือหัวของเขายามอยู่แนวหน้ากล่าวอย่างฮึกหาญลำพองความมุ่งหวังที่จะพิชิตแคว้นใหญ่อย่าง ต้าฉางเริงแล่นในหัวใจ ความสำเร็จและลาภยศสรรเสริญที่ไขว่คว้ามาได้ด้วยสองมือมาตลอดกำลังจะเกิดขึ้นอีกครา
“ดีใจตอนนี้ยังเร็วไป...ท่านแม่ทัพจ้าวตราบใดที่องค์ชายฝานจิ้งยังอยู่ต้าฉางก็คงจะไม่ตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือลู่เหลียงได้ง่ายนักหรอก”
เซวียนฟงกล่าวเสียงเรียบต่อแม่ทัพแห่งทิศอุดร แต่สายตาและความคิดกลับมุ่งมั่นจับจ้องซากของธงสัญลักษณ์แคว้นซีฉินซึ่งหักเป็นสองท่อนอยู่บนฝ่ามือตน
“นับว่าเป็นเคราะห์ของชาวต้าฉาง หากแม้นจักรพรรดิของพวกเขาฉลาดจริงย่อมต้องรู้จักนำเอาข้อดีของผู้อื่นมาส่งเสริมสิ่งที่ตนยังขาด”
องค์จักรพรรดิแย้มพระสรวลกับถ้อยความจากปากเซวียนฟงแม่ทัพคนสนิทกว่าห้าปีแล้วที่พระองค์ทรงวางและคุมการเดินของหมากกระดานนี้รากฐานแข็งแกร่งอย่างต้าฉางหากมุ่งทลายให้แตกจากภายนอกคงจะไร้ผลการตีให้แตกจากภายในผลย่อมเห็นชัดแจ้งได้เร็วกว่าผู้มีใจเห่อเหิมยศฐาบรรดาศักดิ์และราชบัลลังก์อย่างหนานลี้นั้นคิดเพียงแต่จะกำจัดทุกคนที่ขวางทางเพียงอย่างเดียวเพียงโยนเหยื่ออันโอชะเข้าล่อหลอก ปลาใหญ่ก็ว่ายวนมาติดเบ็ด มิมีทางที่จักรพรรดิโง่เขลาลุ่มหลงในอำนาจอย่างหนานลี้จะรู้ทันได้ในเร็ววันว่าราชอาณาจักรที่ดำรงความยิ่งใหญ่มากว่าสองร้อยปีของตนกำลังจะล่มสลายดุจหมากล้อมที่ล้มครืนทั้งกระดานเพราะพิษของความริษยามักใหญ่ใฝ่สูงเกินศักดิ์ของคนในราชวงศ์เซี่ยดังเช่นเขา
ดั่งภาษิตโบราณว่าไว้...หากไม่แน่ใจว่าจะรบชนะก็อย่าก่อสงครามขึ้นอย่างง่ายๆเป็นอันขาด แต่คนในราชสำนักส่วนกลางจะรู้อะไร คนไม่เคยเป็นทหารอย่างหนานลี้ย่อมไม่มีทางคิดตริตรองถึงกฎข้อแรกของสงครามได้แน่ตัวเขาดูแคลนความภักดีของพี่ชายร่วมบิดามากเกินไปฝานจิ้งนั้นเปรียบเสมือนปราการป้องกันแคว้นของต้าฉางหากปราการนี้ถูกทำลายสิ้นแล้วหนานลี้ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ตำแหน่งจักรพรรดิของแคว้นได้หากเกิดสงครามภายในขึ้นแล้วคงยากที่จะตั้งรับสงครามจากภายนอกที่พร้อมจะกลืนกินชาติอยู่ทุกเมื่อ
“แม้หนานลี้ในฐานะจักรพรรดิมีกำลังพลมากมายอยู่ในกำมือแต่ฝานจิ้งเองก็มีกองทัพที่แข็งแกร่งมากเช่นกัน หากทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันแล้วต้องส่งผลต่อกำลังพลของสองฝ่ายในไม่ช้า เพราะคนอย่างหนานลี้ต่างจากฝานจิ้ง เรื่องราวมันถึงได้ง่ายขึ้นนับว่าเราเลือกร้อยเชือกชักหุ่นได้ถูกตัว อยากเป็นใหญ่ในแผ่นดินแต่มองไม่เห็นการณ์ไกลสมควรแล้วที่หน้าประวัติศาสตร์ของแคว้นที่กำลังจะล่มสลายอย่างต้าฉางจะได้บันทึกคำว่า ‘ทรราช’ ต่อท้ายชื่อของคนผู้นั้น” ถ้อยรับสั่งของจักรพรรดิหนุ่มแฝงความหยามเหยียดยิ่ง
ในการต่อสู้ต่างๆนั้น ควรต้องรู้จักใช้ความขัดแย้งให้เป็นประโยชน์ ยึดกุมโอกาสให้ดีใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ให้ความสบายรับมือกับความเหนื่อยยากจึงจะสามารถรักษาตนเองทำลายฝ่ายตรงข้ามได้
ดั่งน้าวหนึ่งเกาทัณฑ์ได้นกถึงสองตัวเปรียบดุจฆ่าเสือสองตัวได้ในดาบเดียว!
ถึงตอนนี้ก็คงต้องปล่อยให้กลไกแห่งสงครามแย่งชิงราชบัลลังก์ของต้าฉางดำเนินไปก่อนเพราะหมากตัวต่อไปที่พระองค์ทรงเล็งไว้ว่าจะเดินเข้ารุกฆาตก่อนถึงต้าฉางก็คือ...แคว้นซีฉิน!