มูเซียนอ้าปากงุนงง ยังไม่เข้าใจอันใด พลันประตู่ห้องของมันก็ะเิออก โครม!
เฉินลี่ เฉินหว๋า ควงดาบเข้าหามัน แล้ว มูเซียน แม้จะงุนงง แต่มันยังคว้าโต้ะเตี้ยเหวียงเข้าประทะมันทั้งสอง
เฉินลี่ใช้ดาบในมือฟันโต๊ะเตี้ยตัวนั้นกลายเป็เศษไม้ไป พี่น้องแซ่เฉินโถมเข้ามาในห้อง คนตรงหน้าก้หายไปแล้ว
มูเซียนแม้ไม่เข้าใจว่าเกิดเื่ราวใด รู้แต่ว่าขืนยังอยู่ในห้องคงไม่ต่างจากโต๊ะเตี้ยตัวนั้น กิมยู่ ทะลายหน้าต่างออกไป มูเซียนก็ทะลายหน้าต่างออกมาเช่นกัน ดีที่ตอนมันออกมามือมันหยิบกระบี่หงส์ของอาอี๋มันมาด้วย
"หนีไปที่ใด"
ประโยคนี้มันได้ยินอีกแล้ว แต่ไม่ใช้เสียงที่น่าฟังของกูเหนียงใหญ่นางนั้น
เสียงขวับ! ตามหลังมันมา มูเซียนบิดตัวตวัดเท้าแตะดาบของเฉินลี่กระเด็นไป บิดหมุนตัวอีกรอบสองเท้าของมันถีบใส่อกพี่น้องทั้งสองร่วงลงน้ำไป ส่วนมันใช้อกทั่งสอง เป็ฐานดีดร่างลอยขึ้นฝั่งไป
มูเซียนพอตกถึงพื้น ก็ไม่ต่างจากกิมยู่ ม่านกระบี่ผืนใหญ่ก็เกาะติดหลังมันมา มันแค่นเสียงเบาๆดีดตัวออกจากม่านกระบี่นั้น
"หนีไปที่ใด ?" เสียงทุ้มคล้ายคนพึงแตกหนุ่มดังตามหลังมา มูเซียนชักเริ่มจะไม่ชอบคำนี้แล้ว มันพลันบิดกายหันกลับมา กระบี่ในมือมันก็หลุดจากฝักดอกดวงสีเงิน ก็ทะลวงเข้าไปในม่านกระบี่
จางเซี่ยวเจ๋อชงักเท้าไว้ ร่ายรำเพลงกระบี่เข้าประทะกระบี่ที่เข้าหามัน
ติ่งๆๆๆๆ
สิบเจ็ดกระบี่ที่รับไว้ทำให้มันชักเท้าถอยออกมา จางเซี่ยวเจ๋อ ตะหนกไม่น้อย คนร้ายผู้นี้ไฉยมีความรวดเร็วนัก
มูเซียนเห็นคนผู้นี้อายุรุ่นราวคาวเดียวกับมันถอยแล้ว มันก็คิดล่าถอยไปไม่คิดทำเื่ให้ปลานปลายกรอบกับมีคนอีกสี่ห้าคนโดดขึ้นจากเรือเข้าหามัน เห็นดังนั้นมันตัดสินใจวิ่งขึ้นตลิงไปให้ไกลกว่านี้คอยว่ากล่าวกัน
จางเซี่ยวเจ๋อเห็นมันหันกายวิ่งออกไป จึงพุ่งตาม กระบี่ในมือแทง ออกตามหลังมันไปติดๆ "ยังคิดหนีอีกหรือ เ้าโจรชั่ว "
มูเซียน รับรู้ถึงรังสีกระบี่แทบจะทะลุเสื้อผ้า ลมปราณสายหนึ่งแฝงมากับปลายกระบี่นั้น มันต้องแค่นเสียงหนักๆ เท้าที่ก้าวไปข้างหน้าเปลียนเป็แกน ร่างของมันก็เบี่ยงมาด้านข้าง กระบี่ในมือตวัดลง
ประกายสีเงินรูปโค้งก็ปรากฎขึ้นอีกครั้ง เพิ่มเติมด้วยจุดแต่งแต้มสีแดง ดุจดอกหญ้าแห้งที่ลมพัดผ่าน
......ภาพแม้สวยงาม แต่หดหู่นัก จางเซี่ยวเจ๋อ หน้าซีดเผือด ตาเปิกค้าง จ้องมองแขนที่บัดนี้มือที่จับกระบี่ไว้หายไป ปากสั่นระริกเมือเห็นสายโลหิตเป็ทางยาวหูมันอืออึงไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง "คุ้มกันคุณชาย ๆ"
เหล่าจาง ถึงตัวมันก่อนะโสั่งอย่าใ หวางมู่ ประครองไว้ไม่ให้ล้ม เหล่าจางยืนมือจี้สกัดจุดหยุดเื ถอดเสื้อคลุมมัดาแไว้
มูเซียนก็งุนงงวูบคิดกล่าวออกไปแต่ยงคงกล่ำกลืนไว้
..... มาถึงขั้นนี้แล้วจะแก้ตัวอย่างไร ... มันได้แต่ทำในสิ่งที่สมควรจะทำ.
. หนี...
มูเซียนวิ่งขึ้นฝั่ง จุดหมายคือ แนวป่าไฝ่ข้างหน้า
"จับมัน ! พวกเ้าจับมันมาให้เรา "
เหล่ายู่โกรธ หนวดเคราสั่นเทา หลิวซี เฉินลี่ เฉินหว๋า สับเท้าวิ่งไล่ตามเข้าแนวป่าไฝ่ไปแล้ว
" ผู้อวุโส เสี่ยวจู้ สลบไปแล้ว "
"รีบเอาขึ้นม้า กลับสำนัก รีบด่วน "
"นี่..เกิดเื่อันใด ท่านลุง "
จางจิ๋วเม่ย โยนร่างที่เต็มไปด้วยแผลกระบี่ของ ชายโฉดกิมซู่ โผเข้าหาน้องชายของนาง มองดูแขนที่ชุมไปด้วยเื ถามซ้ำว่า
"เกิดเหตุอันใด "
"นังเด็กสโครก เราบอกว่าให้เ้าอยู่กับมันใช่หรือไม่ ?"
"ข้าเห็น..."
เพีย !
" ท่านลุง " จางจิ๋วเม่ย ใ ั้แ่จำความได้ นางไม่เห็นหน้ามารดา ส่วนบิดา ช่างเหินห่างนัก มีแต่ เหล่าจางคนนี้ที่เป็พี่ชายมารดา เลี้ยงดูหลานหญิง รักถนอมนาง ไม่เคยตบตีนางมาก่อนฝ่ามือนี้ทำให้นางตกตะลึงไปทั้งตัว น้ำตาคลอ หูได้ยินเหล่าจางพูดว่า
" หว่างมู่ เข้าไปช่วยพวกมันที่ป่าไฝ่ จิ๋วเม่ย รีบพาน้องเ้า...เ้า...นังเด็กสโครก..เราสั่งเ้า "
"ผู้อวุโส นางไปไกลแล้ว "
" เรามีตาใยต้องให้เ้าเอ่ย !" มันมโหหลานสาวจนตาขวาง
" เช่นนี้เ้ารีบพามันกลับไป หยางไห่เ้าแม้าเ็เ้าพอขี่ม้าได้ รีบพามันกลับไป "
"ทราบแล้ว "
มันมองม้าสองตัวควบออกไป พลันรวบชายผ้าวิ่งตะบึ้งตามเข้าป่าไฝ่ไป มันแม้จะเป็ผู้เหี้ยมหารแต่ตอนนี้มันชราแล้ว หลายปีมานี้ความเป็อยู่สุขสบาย วันนี้ถ้าจับเ้าโจรชั่วกลับไปไม่ได้ มันจะสู้หน้าหัวหน้าค่ายอย่างไร
.... จางจิ่วเม่ยวิ่งไปปาดน้ำตาไป นางมิใช่สตรีเ้าน้ำตา บิดาไม่รักนางไม่ใส่ใจ ในชีวิตนางมีแต่ ท่านลุงที่เลี้ยงนางั้แ่เป็ทารก บิดาเ็า นางเ็าตอบ แต่ถูกท่านลุงที่เครารพรักตบ ตบฉาดนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ
จางจิ่วเม่ย วิ่งตามเสียงดาบกระบี่ไม่นาน ก็พบผู้หนึ่งหมุนวนไปตามต้นไฝ่ หลบดาบของเฉินลี่ เฉินหว๋า และ กันยังคู่ของหลิวซี
ประเสรฐ์นัก !
" กระบี่เร็ว" จางจิ่วเม่ย ยืนดู วิถีกระบี่และท่าร่างของมัน ต้องขมวดคิ้ว เพลงกระบี่แบบนี้ หาซื้อได้ทั่วไป ตำรากระบี่ที่เด็กๆมีเงินแค่ สองสามอีแปะ ก็หาซื้อได้ อยากหัวร่อแต่หัวร่อไม่ออก เพลงกระบี่ในตำราแมวสามขา ยามที่ เ้าตัวบัดซบนี้ ใช้ออกไป ทั้งรับและรุก สมมารถรับมือ กับพวกเฉินลี่ โดนไม่เพลียงพรำ ดูท่ามันเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่ง
พลัน ! นางพุ่งเข้าวงต่อสู้ ะโออกไป
"เฉินหว๋าถอย "
เชิ่ง ! กระบี่ถึงคนถึง พริบตาเดียว กระบี่ของนางแทงใส่หลี่อี้ห้ากระบี่ หญิงสาวก็ได้ชื่อวากระบี่ไวคนหนึ่ง
กระบี่ว่าไว แต่มูเซียนไวกว่า
มันขยับข้อมือออกไป ปลายกระบี่จมหายไปในอกเสื้อเฉินหว๋า หนึ่งนิ้ว ก่อนกระบี่ของนางจะมาถึงตัว ก็ดีดตัวออกห่างไปสองก้าว
จางจิ่วเม่ย แค่นเสียงคำหนึ่งพลิกกระบี่ม้วมตามมันไป สืบเท้าตามติด กระบี่ในมือแทงออกไปห้ากระบี่ กลายเป็ม่านปุบผาสีเงินห้าดอกที่งดงาม
ความจริง มันเป็คุณชายที่ชมชอบเด็ดบุปผา แต่บุปาผาห้าดอกนี้แตะต้องไม่ได้ ตัวมันทำได้แค่ยกกระบี่ตั้งรับสามกระบี่ ถอยหลังอีกก้าว หลบสองกระบี่สุดท้าย
ตัวมันยังไม่กันจะตอบโต้ ม่านกระบี่ที่หายไป ก็ก่อตัวขึ้นใหม่บุปผากระบี่ที่อยู่รอบตัวมันครานี้ มีมากกว่าเดิมเท่าหนึ่ง สิบกระบี่ !
จางจิ่วเม่ย ได้รับการยอมรับว่าเป็ศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของนักพรตไม้แห้ง เ้าอารามแปดเหลียม (นักพรตสายคุลลุน) ลมปราณ และเพลงกระบี่คุลลุน ไม่ธรรมดาจริงๆ
มันสูดลมหายใจคำใหญ่ เร่งเร้าพลังลมปราณไปทั่วร่าง ดีดร่างถอยหลังออกไปสบัดกระบี่ในมือรับไว้ทั้งสิบกระบี่
"รับกระบี่ " จาวจิ่วเม่ย ตวาดเสียงเจือยแจ้ว สืบเท้าแทงออกห้ากระบี่
..ม่านกระบี่สองชุดที่แล้วว่าไวปานงูฉก !
... ม่านชุดที่สามยังไวกว่า !
มูเซียนไม่กล้าลอยตัวถอยไปมากกว่านี้ ได้แต่กัดฟันยกกระบี่รับไว้
พลัน ! มันดีดตัวออกด้านข้างโถมเข้าหา เฉินลี่ เฉินลี่ตวาดก้อง ! ฟันมาสามดาบ
มูเซียนคล้ายมองไม้เห็นดาบ ขยับร่างหลบสองดาบดาบสุดท้ายถูกกระบี่กระแทกห่างไป เฉินลี่ฟันออกไปสามดาบแล้ว คิดถอยหลัง อกมันกลับถูกหมัดกระแทกจนหลังมันชนกับต้นไฝ่ต้นใหญ่ รู้ตัวอีกที่กระบี่ได้จ่อตรงตำแห่นงหัวใจมันแล้ว
กระบี่ของ จางจิ่วเม่ย ต้องชงักวูบ คิดจะใช้มันอีก เสียงของท่านลุงห้ามไว้
"หนุดมือ! หยุดมือให้กับเรา "
เหล่าจาง เดินมาหยัดที่ร่างหลี่เม๋า ตรวจดูเห็นว่ายังมีลมหายใจจึงเรียก หลิวซี ช่วยทำแผล ต้วมันลุกเดินมายืนข้างๆหลานสาว มองมู่เซียนยังใช้กระบี่จอใส่อกเฉินลี่ กล่าวว่า
"ท่านเป็ใคร " มูเซียนงงงันต้องถ่มน้ำลายออกมา ถามกลับว่า
" ท่านไม่รู้ว่าเราเป็ใคร ?"
มันเห็นชายชราไม่ตอบจึงหันกลับมาถามเฉินลี่
"ท่านเล่า ?รู้หรือไม่ "
" ท่านเป็เดรัจฉานคอกเดียวกับชายโฉดกิมยู่ ถุย "
เฉินลี่ถุยน้ำลายใส่หน้ามัน ดีที่มันมีปฎิกริยารวดเร็วเบี่ยงหน้าหลบทัน กระบี่ในมือมันขยับแทงเข้าเข้าเนื้อไปครึ่งนิ้ว เฉินลี่ ร้อง ออกมาใบหน้าซีดขาว
มูเซียนกล่าวกับมันว่า " หากท่านสามหาวกับเราอีก เราจะแทงให้ทะลุหัวใจท่าน "
มูเซียน ถอนกระบี่ออกมา กล่าวว่า
"เราไม่รู้จักกิมยู่อะไรนั้น ท่านเอาข่าวนี้มาจากที่ใด ? "
เฉินลี่หน้าขาวซีด มือกดาแ กระบี่นี้ทำลายความเข็มแข้งของมันไป ก้มหน้าไม่กล้าสบตามัน
เหล่ายู่(ชายชราแซ่ยู่)กล่าวออกมา
"เป็เราได้ฟังจากไต๋กงเรือว่าท่านลงเรือมากับชายโฉดกิมยู่ "
มูเซียน ้าเวลาพักฟื้นพลังในร่างกาย ลอบหมุนวนลมปราณไปทั่วอวัยวะในร่าง ส่ายหน้ากล่าวว่า
"การลงเรือพร้อมกัน ใช่ที่จะรู้จักกัน? ใฉนท่านไม่คิดว่า หากข้ารู้จักมันเหตุใดจึงอยู่กันคนละห้อง เหมือนกับ ท่านขึ้นเหลาสุราพร้อมกับผู้อืนใช่ต้องนั้งโต๊ะเดียวกันหรือไม่ "
" ในเมือท่านไม่ใช้สหายมัน ไฉนไม่อธิบาย ?"
"คนของท่าน ให้เวลาเราหรือ ?"
มูเซียนแค่นเสียงกล่าวอีกว่า "
"คนของท่านโจมตีเรา เราได้แต่ป้องกันตัว ส่วนกิมยู่อะไรนั้นเราไม่รู้จัก ข้าพเ้าไม่ใช่คนชอบหาเื่โดยไม่จำเป็ "
มันมองดูสตรีที่ยืนท้าวเอวตาจ้องมันอย่างดุร้าย ได้แต่ฝืนยิ้มตัดสินใจกล้าวว่า
" เมือเป็การเข้าใจผิด สมควรเลิกรากันไปเถอะ "
"ถุย!เดลรัจฉานเ้า เลิกราหรือ? ได้ท่านตัดมือที้งไว้ข้างหนึ่งเถอะ"
กูเหนียงใหญ่ยืนท้าวเอวชี้หน้าด่า มันมองดูอกตูมตั้งที่เติบใหญ่ของวัยสาว รู้สึกคันใจหัวใจยิ่งนัด ต้องถอนใจกล่าว
" เื่นี้เราทำไม่ได้จริง "มันถอนใจอีกครั้งหันมาที่ เฉินลี่ กล่าวว่า
"ครั้งหน้าหากเกิดเื่เช่นนี้ถามไถ่ให้แน่ใจ ชีวิตท่านจะยืนยาว ท่านไปเถอะ "