ทำไมกัน! ทำไม!! ทำไมเธอต้องเจอเื่บ้าๆ แบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาด้วย!!
หญิงสาวผู้เป็เ้าของเรือนร่างบางอรชร ผมสีน้ำตาลแดงสรวยรับกับใบหน้ารูปไข่ เคลียลงที่ไหล่มนลาดก่อนจะไปสิ้นสุดที่เกือบกลางหลัง ชุดเข้ารูปสีดำสนิทนั้นตัดสีผิวที่นวลขาวดังไข่มุขนั้นทำให้เ้าหล่อนดูน่ามองยิ่งนัก หากไม่นับถึงดวงหน้ามลที่กำลังโมโหปนเสียใจอย่างสุดขีด เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตลอดเวลาทำให้เธอยิ่งหงุดหงิด จนในที่สุดเธอก็ต้องปิดเครื่องหนีเขา..เขาผู้เคยเป็เ้าของหัวใจ
อายุแค่27ทำไมธอต้องมาเจอเื่หนักๆ อะไรหนักๆ ขนาดนี้ มีสามี สามีก็โง่ ใช้แต่กำลังใช้แต่อารม ไม่พอแม่สามีที่เกลียดธอเข้าไส้ก็คอยยุแยงให้ท้ายลูกชายสารพัดสารเพ. แค่นึกถึงก็ยิ่งทำให้ดวงหน้างามขมวดคิ้วเข้าไปให้ ครั้นยังยิ่งเหยียบคันเร่งมากขึ้นเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
ทิ้งทุกอย่าง พอกันทีกับชีวิตเฮงซวย
ที่เดียวที่เธอจะไปทุกครั้งที่เหนื่อยล้า…นั้นคือพระนครศรีอยุธยา
พระนครเธอมีความทรงจำในอดีตชาติมากมายนับไม่ถ้วนในสถานที่แห่งนี้
รถอีโก้คาร์สีแดงสดค่อยๆ ชลอความเร็วแล้วเลี้ยวเท่าเทียบท่าจอด โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งใกล้กับวัดวรเชษฐ์ (นอกเกาะ) สาวเ้ารีบดับเครื่องแล้วเร่งฝีเท้าเข้าโรงแรมเพื่อเช็คอิน
เมื่อจัดการเช็คอินเสร็จเธอจึงเดินเข้าไปยังห้องพักของเธอ อาณาบริเวณรอบๆ โรงแรมแห่งนี้เป็ที่ๆ ทำให้เธอชอบเพราะการรีโนเวทที่ดูคลาสสิคคล้ายบ้านทรงไทยสมัยก่อนและที่สำคัญยังใกล้กับวัดวรเชษฐ์จุดที่ปลงพระศพสมเด็จพระนเรศวรมหาราช…สมเด็จท่านผู้เป็ดั่งนายเหนือหัวของเธอไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติก็ตาม
…เ้าจันทร์…เ้าจันทร์ของพี่…
เสียงปริศนาที่ลอยมาตามลมทำให้เธอสะดุ้ง วาดจันทร์ได้ยินเสียงนี้มาตลอดั้แ่จำความได้ และจะยิ่งชัดเจนมากทุกครั้งที่เธอกลับอยุธยา เสียงเรียกนั้นช่างอบอุ่น และทำให้เธอรู้สึกโหยหาทั้งๆ ที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าคนที่เรียกเธอนั้นเป็ใคร
ร่างบางผล่อยหลับไปแต่ทว่าก็กลับไม่ใช่การหลับที่สนิทดั่งที่ควรจะเป็ เธอฝันถึงสนามรบ สนามรบที่เธอคุ้นเคยดี เหล่าผู้คนที่เธอคุ้นหน้าตาทุกครั้งที่หลับตาลง แต่ครั้งนี้กลับแปลงไป ครั้งนี้เธออยู่ในฐานที่ตั้งกองทัพ เหล่าพลท่านต่างซ้อมรบกันอย่างขมัดขะเม่น
และจู่ๆ ก็มีทหารนายหนึ่งคุกเข่าลงต่อหน้าเธอพร้อมยกมือไหว้ก่อนเอ่ยว่า
“ท่านจันทร์ขอรับ ท่านพระครูเรียกพบขอรับ เื่ด่วนมากนะขอรับท่านให้กระผมมาตามท่านอย่างด่วน”
วาดจันทร์มึนงงกับสิ่งที่เดินขึ้นแต่เธอก็ตามชายคนนั้นไปแต่โดยดี เธอเดินจนเลยพลับพลาใหญ่ที่ค่ายว่าจะเป็ที่พำนักของเ้ายนายชั้นผู้ใหญ่ที่เป็ผู้ดูแลทัพนี้ก่อนจะเจออาศรมที่ดูเหมือนเพิงหมาแหง่นที่ทำจากไม้ธรรมดา บนแครกหน้าที่พักนั้นมีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งรอเธออยู่ พระคุณท่านคลียิ้มออกมาอย่างเมตตา พร้อมกวักมือเรียกให้เธอเข้ามาใกล้ๆ
“ไอ้มิ่งเอ็งไปได้แล้ว ข้ามีเื่ต้องเจรจากับเ้าจันทร์มัน” พระคุณท่านเอ่ย
“ขอรับท่านมหาเถร”
คำพูดนี้ของนายอินทำวาดจันทร์ตาลุกวาว
มหาเถร….มหาเถรที่เธอรู้จักก็จะมีเพียงแต่มหาเถรคันฉ่องเท่านั้น..ท่านนี้คือมหาเถรคันฉ่องงั้นหรือนี้