“ถ้าคุณไม่อยากเล่าก็ไม่เป็ไรนะผมเข้าใจ”
นคินทร์บอกอย่างสำนึกผิด และไม่อยากเป็คนตอกย้ำความเ็ปนี้อีก
“ไม่แน่ว่ามันอาจจะดีขึ้น ถ้าได้เล่าให้ใครสักคนฟังตอนนี้”
“ผมยินดีเป็คนนั้น หากคุณ้า”
ใบหน้าหล่อยกยิ้มส่งกำลังใจให้หญิงสาวตรงหน้าที่พยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุดก่อนจะเริ่มเล่าเื่ของตัวเอง
“คุณพ่อคือทุกอย่างในชีวิตของฉันมันทำใจยากมาก ั้แ่เสียแม่ไป ฉันก็อยู่กับพ่อมาตลอด เรามีกันเพียงสองคนพ่อลูกอยู่ด้วยกันไม่เคยห่างกันเลยั้แ่จำความได้”
“คุณคงสนิทกับท่านมาก”
“มากค่ะ คุณพ่อเป็เหมือนเพื่อนอีกคนเลยเราสามารถคุยกันได้ทุกเื่ คุณพ่อเป็ที่ปรึกษาที่ดีมาก ขนาดไปนอนบ้านเพื่อนสนิทยังตามไปนอนด้วยเลย
ท่านบอกเหตุผลว่า อยากทำความรู้จักเพื่อนฉันด้วยแรก ๆ ก็รู้สึกเกรงใจพ่อเพื่อนมาก ที่พ่อตามไปแต่ต่อมาถึงเข้าใจว่าท่านเป็ห่วงและพ่อของฉันก็เข้ากับพ่อของเพื่อนได้ดีมากเราเหมือนครอบครัวเดียวกันเลยตอนนี้”
พูดไปยิ้มไปนคินทร์ััได้ถึงความสุขทุกครั้งที่หญิงสาวเอ่ยถึงบิดา
“แล้วพี่น้องของคุณล่ะ”
“ฉันเป็ลูกคนเดียวค่ะ”
พูดไปน้ำตาเ้ากำก็ไหลตามออกมาอีกนี่เขาถามอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ย
“คำถามของผมทำให้คุณต้องเสียน้ำตาอีกแล้ว”
“เปล่าค่ะ แต่ไอ้น้ำตาพวกเนี่ยมันชอบไหลออกมาเองฉันหยุดมันไม่ได้”
แพรไหมหัวเราะบอกด้วยสีหน้ามีรอยยิ้ม ทั้งที่ดวงตายังมีน้ำตาไหลออกมาอยู่
-ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง- เขาคิดในใจ
“แล้วหลังจากนี้คุณจะทำยังไงต่อ”
“กลับบ้านค่ะ กลับไปเรียนต่อให้จบจากนั้นค่อยคิดอีกทีว่าจะเอายังไง”
“ผมคิดว่าคุณอยู่ที่นี่เสียอีก”
“ฉันอยู่ที่ไทยค่ะ มาที่นี่ก็เพราะคุณพ่อมาเที่ยวหาลุงไม่คิดว่าท่านจะไม่ได้กลับบ้านไปพร้อมกัน”
หลังได้ระบายออก ก็รู้สึกดีขึ้นราวกับความเ็ปถูกแบ่งเบาออกไปได้จริงๆ แพรไหมรู้สึกสบายใจมากขึ้น
ทั้งสองพูดคุยกันถูกคอบทสนทนาคลายทุกข์ของคนเศร้าสองคนดำเนินไปเรื่อย ๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวในชีวิตจนรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้ารุ่นราวคาวเดียวกับน้องสาวทั้งยังเรียนแบบเดียวกัน ยิ่งทำให้คุยกันถูกคอไปอีก
แพรไหมเล่าเื่ของเพื่อน ๆ ให้เขาฟังพอได้เล่าวีรกรรมของเพื่อนก็พอทำให้มีรอยยิ้มได้ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขยามนึกถึงหน้าเพื่อนรักทั้งสามคน
ส่วนนคินทร์ก็เล่าวีรกรรมของตัวเองบ้างของน้องสาวบ้างให้หญิงสาวฟัง ทั้งสองพูดคุยกันถูกคออย่างสนุกสนาน เวลาล่วงเลยไปถึง่ที่ร้านต้องปิดทั้งคู่ไม่มีวี่แววจะลุกกลับ
จนพนักงานต้องมาขอร้องเชิญให้ทั้งสองออกจากร้านเพราะร้านจะต้องปิดแล้วและตอนนี้ทั้งคู่เมามากแล้ว โดยเฉพาะแพรไหมที่ตอนนี้นอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะเป็ที่เรียบร้อย
เธอรู้สึกหนักหัวจนเขาต้องเข้ามาประคองพาร่างเล็กเดินออกมานอกร้านเพราะในร้านเหลือเพียงเธอและเขาเท่านั้น
“คุณกลับเองไหวใช่มั้ย”
นคินทร์ถามด้วยความเป็ห่วง ดูท่าทางแล้วเธอไม่น่าจะกลับเองไหว
“คิดว่าไหวค่ะ สบายมากไม่ต้องห่วงแค่นี้จิ๊บๆ”
บอกพร้อมพยายามเดินไปด้านหน้า แต่กลับกลายเป็เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ ซะอย่างนั้น
“โอ้วว ๆ ๆ เดี๋ยว ๆ ๆ คุณ... จากที่เห็นผมคิดว่าคุณกลับเองคงไม่ไหวถ้างั้นผมไปส่งคุณก็แล้วกัน”
กลับเองไม่ไหวแน่ ๆแค่ยืนตรงยังทำไม่ได้ คนเมาถูกประคองไปยังรถ พอขึ้นรถได้ก็หลับทันที
“คุณตื่นก่อน บอกก่อนว่าคุณพักอยู่ที่ไหน”
คนเมาที่หลับไป ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเสียแล้วจึงทำได้เพียงพาเธอไปยังห้องพักของตัวเองแทน
“ไปที่ถนน...ครับ”
“ครับ”
คนขับรับคำก่อนจะพาทั้งสองมาส่งยังจุดหมายเขาก็ถือวิสาสะอุ้มคนไม่ยอมตื่นขึ้นไปยังห้องพัก ไม่น่าเชื่อว่าคุยกันมาทั้งคืนก็ยังไม่รู้จักชื่อกันด้วยซ้ำอย่างนี้แล้วหากตื่นมาตอนเช้าจำไม่ได้ว่าคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง จะใไหมหากตื่นมาอยู่ในห้องคนแปลกหน้า
“คืนนี้คุณก็นอนที่นี่ไปก่อนแล้วกัน”
ร่างเล็กถูกอุ้มมาวางลงบนโซฟาอย่างอ่อนโยนตั้งใจให้โซฟาตัวนี้เป็เตียงนอนรับแขก สายตาคมจ้องพินิจใบหน้าสวยหวานไร้การเติมแต่งจากเครื่องสำอางอ่อนเชื่อมอย่างไม่ละสายตา แม้ไร้เครื่องแต่งหน้ายังสวยดูดีถึงเพียงนี้
หากได้เติมแต่ง คงจะสวยมากกว่านี้อีกหลายเท่าชายหนุ่มจินตนาการ ไม่คิดว่าจะต้องมาดูแลคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ ขณะคิดคนเมาทำเสียงเล็กอ้อแอ้พยายามยกศีรษะขึ้นดูลำบากเหลือเกิน เห็นดังนั้นรีบเข้าไปช่วยพยุง
“จะอ้วก”
“ไม่นะ! ตรงนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมพาไปห้องน้ำ”
พูดไม่ทันขาดคำดีคนเมาก็ปล่อยของเสียออกมาเลอะเต็มเสื้อผ้าสภาพทั้งเขาและเธอตอนนี้ดูไม่ได้เสียเลย รวมถึงโซฟาตัวนี้ด้วย ที่ไม่อาจใช้รับแขกในคืนนี้ได้แล้วเหมือนกัน
“โอ้ววให้ตายสิ”
เสียงเครียดสบถอย่างหัวเสีย ก่อนประคองร่างเล็กให้นอนลงที่โซฟาตัวเดิมอีกครั้งทั้งที่เลอะนั่นแหละ ส่วนเขาขอเข้าไปจัดการกับตัวเองเสียก่อน ทั้งที่ตัวเองก็เมามากไม่ต่างกัน
หลังจัดการตัวเองเรียบร้อยนคินทร์ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ดวงตาคมหรี่แคบมองคนตัวเล็กที่ยังคงนอนหลับในท่าเดิม ทำได้เพียงทอดถอนใจจะโทษเธอฝ่ายเดียวก็ไม่ได้
เขาเองก็ผิดที่ไม่รู้จักห้ามปรามคิดได้ดังนั้นจัดการทำความสะอาดใช้ผ้าเช็ดตามเนื้อตัวให้ก่อนจะถือวิสาสะเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เสียเลย
คนเมาถูกประคองให้ลุกขึ้นนั่งในท่ามั่นคงสองมือเริ่มบรรจงถอดเสื้อตัวที่เลอะออกให้อย่างเชื่องช้า เพราะเขาเองยังมีความรู้สึกมึนหัวมากเหมือนกัน
“ให้ตายสิเห็นตัวเล็ก ๆแบบนี้แต่พอถอดเสื้อออกแล้วไม่เล็กอย่างที่คิดแฮะ”
เขาบอกกับตัวเอง พยายามตวัดสายตาเมินมองไปทางอื่นแต่ดวงตาคู่นี้นี่สิเอาแต่แอบลอบมองหน้าอกอวบอิ่ม ขาวเนียนนูนเด่นอย่างห้ามไม่ได้
ให้ตายเถอะเขาห้ามสายตาของตัวเองไม่ได้เลยสุดท้ายกลายเป็จ้องพินิจมองอย่างตั้งใจ ไม่รู้ความร้อนนี้เกิดจากความเมา หรือร้อนเพราะอะไรกันแน่เขาเป็ผู้ชายจะปล่อยให้ผู้หญิงนอนกับอ้วกแบบนี้จนถึงเช้าได้อย่างไร ถึงจะเมาก็ขอเป็คนเมาที่มีจิตสำนึกที่ดีแล้วกันที่ทำทั้งหมดนี้นั่นเพราะความจำเป็ นคินทร์บอกตัวเอง